หน้าแรก
คอมมูนิตี้
ห้อง
แท็ก
คลับ
ห้อง
แก้ไขปักหมุด
ดูทั้งหมด
เกิดข้อผิดพลาดบางอย่าง
ลองใหม่
แท็ก
แก้ไขปักหมุด
ดูเพิ่มเติม
เกิดข้อผิดพลาดบางอย่าง
ลองใหม่
{room_name}
{name}
{description}
กิจกรรม
แลกพอยต์
อื่นๆ
ตั้งกระทู้
Pantip MALL
เข้าสู่ระบบ / สมัครสมาชิก
เว็บไซต์ในเครือ
Bloggang
Pantown
PantipMarket
Maggang
ติดตามพันทิป
ดาวน์โหลดได้แล้ววันนี้
เกี่ยวกับเรา
กฎ กติกา และมารยาท
คำแนะนำการโพสต์แสดงความเห็น
นโยบายเกี่ยวกับข้อมูลส่วนบุคคล
สิทธิ์การใช้งานของสมาชิก
ติดต่อทีมงาน Pantip
ติดต่อลงโฆษณา
ร่วมงานกับ Pantip
Download App Pantip
Pantip Certified Developer
[CR] Kyoto Autumn Color 2016 : ฉบับลุงหมอขอพักร้อน (ไม่มีวัดดังๆ มีแต่วัดเด็ดๆ)
กระทู้รีวิว
บันทึกนักเดินทาง
ภาพถ่าย
เที่ยวญี่ปุ่น
เที่ยวต่างประเทศ
เกียวโต
สวัสดีเพื่อนๆที่รักการเดินทาง ใกล้จะสิ้นปีแล้ว ลุงหมอขอนำภาพฤดูใบไม้เปลี่ยนสีในเกียวโตเมื่อปลายเดือน พฤศจิกายน ที่ผ่านมามาให้ชม
ปีนี้การเปลี่ยนสีของใบไม้ค่อนข้างสมบูรณ์สวยงามต่างจากปีที่แล้ว และลุงหมอใช้เวลาทั้งหมดอยู่ในเกียวโต
ท่ามกลางนักท่องเที่ยวมหาศาล แต่พยายามหาที่ชมใบไม้เปลี่ยนสีตามชานเมืองซึ่งยังพอหาความเงียบสงบได้มาฝากกัน
การวางแผนชมใบไม้เปลี่ยนสีในเกียวโตสำหรับคนที่เพิ่งเคยไปเมืองหลวงเก่าแห่งนี้เป็นครั้งแรก ลุงหมอยังแนะนำวัดที่สำคัญที่สมควรไปเห็นด้วยตา
เช่นวัดน้ำใส วัดทอง วัดเงิน แต่ถ้าใครเคยไปวัดดังๆโดยเฉพาะในฤดูไฮซีซัน ซึ่งมีนักท่องเที่ยวหนาแน่นมหาศาล อาจจะอยากเลือกไปสถานที่แปลกตาแต่มีผู้คนเบียดเสียด น้อยกว่า ลุงหมอมีที่ใหม่ๆมาแนะนำ
ทั้งนี้การชมใบไม้เปลี่ยนสีแนะนำว่าควร ออกจากที่พักแต่เช้า ถ้าเป็นไปได้วันธรรมดาจะน่าเที่ยวกว่า ถ้าเป็นวันหยุดต่อให้เป็นชานเมืองแค่ไหนคนจะเยอะมหาศาลทุกที่ การถ่ายภาพก็เช่นกัน ส่วนมากเวลาที่ถ่ายภาพจะมีแค่ช่วงเช้าไปยันสาย ส่วนตอนบ่ายฟัาจะมืดเร็วมาก อาจจะมีแสงสวยๆให้พอถ่ายรูปได้บางวันแค่นั้นเอง เพราะฉะนั้นท่องไว้ ตื่นเช้าออกก่อนได้เปรียบ
เส้นทางที่ 1 นั่งรถราง Eizan จาก Demachiyanagi ไปลงสถานี Yasehieizanguchi
บริเวณนั้นจะมีลำธารเงียบสงบ ต้นเมเปิลอวดสีสันสวยงามริมสองฟากของลำธาร
มีวัดที่สำคัญ คือ วัด Ruriko Institute ซึ่งมีจุดเด่นคือ การชมใบไม้เปลี่ยนสีจากตัวอาคาร และถ่ายภาพกับโต๊ะที่มันเงาราวกระจก
(ข้อเสียคือ ค่าเข้าค่อนข้างแพง 2,000 เยน และคิวยาวมากๆๆโดยเฉพาะวันหยุด)
เมื่อลงรถรางแล้วเดินข้ามสะพานมาก็จะเจอคิวยาวเหยียดรออยู่
อีกหนึ่งวัดที่แนะนำคือวัน Renge-ji วัดนี้จะคนน้อยกว่า มีจุดเด่นคือสวนที่มีสระน้ำเล็กๆ
วัดนี้จะอยู่ติดถนนใหญ่ เมื่อลงจากรถไฟให้เดินออกมาที่ถนนแล้วเดินย้อนกลับเรียบถนนไปประมาณ 800 เมตร
ใกล้ๆวัด Renge-ji จะมีวัดเล็กๆอีกวัดหนึ่งซึ่งไม่เสียค่าเข้า แต่ต้องหาทางเข้าดีๆเพราะอยู่เหมือนกับบ้านคน แต่ด้านในมีใบไม้สวยทีเดียว
เส้นทางที่สอง นั่งรถรางชมอุโมงค์เมเปิล
ขบวนรถไฟ Eizan ปลายทาง Kurama ตั้งต้นจากสถานี Dermachiyanagi เช่นเดียวกัน
ระหว่างทางจะมีอุโมงค์เมเปิล อยู่ ระหว่างสถานี ichihara กับ ninose อุโมงค์เมเปิล จะมีการเปิดไฟ Light up ด้วย
จากนั้นลงรถไฟที่สถานี Kibune guchi จะมีทางเดินตามถนนไปยังหมู่บ้านร้านอาหาร Kibune village
เส้นทางเดินจะเป็นถนนขนานไปกับลำธาร เดินได้สบายไม่เหนื่อย
ซึ่งจากหมู่บ้าน Kibune จะสามารถเดินข้ามเขาไปที่ Kurama ได้ด้วย
ฤดูร้อนที่ Kibune จะมีร้านอาหารแบบห้อยขาแช่น้ำ
ขากลับ แวะสถานี Shugakuin ไปเดินเล่นรอบๆวัด Manshu-in ซึ่งมีกำแพงวัดที่สวยงามโดดเด่น (อยู่เลยวัด Enkoji เข้าไป)
มาถึงสถานที่อันดับหนึ่งในดวงใจสำหรับปีนี้ ขอยกให้ วัด Bishamondo
การเดินทางไปลงสถานี Yamashina มีทั้งรถไฟ JR,subway และรถไฟ Keihan railway วิ่งผ่าน เมื่อลงรถไฟเห็นร้านสตาร์บัคให้เดินลอดใต้รางรถไฟไปด้านหลังแล้ว เลี้ยวขวา เดินต่ออีกห้าร้อยเมตรจะเห็นทางลอดใต้รางรถไฟให้เดินเลี้ยวซ้ายในทิศขึ้นเขา
ควรเลือกไปเช้าที่สุด พรหมแดงบนพื้นจะสวยสุด และแสงแดดจะส่องเข้าตรงบันไดพอดี
วัดนี้ชมฟรีไม่เสียค่าเข้า ไม่มีทัวร์ลง วันหยุดจะมีตลาดนัดเล็กๆขายของคนญี่ปุ่นจะมาเที่ยวกันคึกคักทีเดียว
ใครชอบความแดงเดือด สมนิยาม ฤดู Autumn แนะนำห้ามพลาด
อีกหนึ่งสถานที่แนะนำสำหรับคนที่อยากหลีกหนีความวุ่นวายในเมือง กับหมู่บ้านชาวประมงเล็กๆอันแสนสงบที่ชื่อ Ine
การเดินทางนั่งรถไฟออกจากเกียวโต ไปลงที่สถานี Fukuchiyama
แล้วต่อรถไฟขบวนน่ารักชื่อ Tango railway ภายในตกแต่งด้วยไม้สวยงามน่ารัก ไปลงที่สถานี Amanohashidate (หรือจะนั่งรถด่วน hashidate จาก Kyoto มาลง Amanohashidate เลยก็ได้แต่รถขบวนแรกจะออกค่อนข้างสายประมาณ 9.00 กว่าจะไปถึง Ine จะเหลือเวลาเที่ยวน้อย )
เมื่อถึงสถานีรถไฟน่ารักๆชื่อว่า Amanohashidate ให้ออกมารอรถบัสที่หน้าสถานี(ควรขอตารางรถบัสที่สถานีเพื่อตรวจสอบเที่ยวรถกลับด้วย) จากนั้นจะใช้เวลานั่งรถบัสไปลงที่หมู่บ้าน Ine ประมาณหนึ่งชั่วโมง
กิจกรรม นั่งเรือออกไปชมอ่าว หาข้าวหน้าปลาดิบสดๆหวานๆกิน มีจักรยานให้ปั่นเที่ยวฟรี
ชมใบไม้ในศาลเจ้า
ศาลเจ้า Kintano Tenmangu เป็นอีกแห่งที่มีใบไม้สวยๆให้ชม การเดินทาง นั่งรถบัสสาย 50 จากเกียวโตไปลงหน้าศาลเจ้าได้เลย
เอกลักษณ์ของที่นี่คือสะพานแดง
Arashiyama ลุงหมอไม่ได้ไปวัดดังเพราะเคยไปแล้ว แต่เลือกวัดเล็กๆ และวัดที่อยู่ออกไปนอกตัวเมือง
วัด Hokyo-in
วัด Daikakuji ซึ่งมีพื่นที่กว้าง และคนไม่เยอะ
หากใครมีเวลาเหลือพอ ลองใช้การเดินเล่นในเมืองตามสวนสาธารณะหรือ ริมแม่น้ำ เก็บเกี่ยวบรรยากาศรอบตัว รับรองว่าจะได้ความรื่นรมย์สุดๆไปเลย
ขอบคุณที่ติดตามรีวิวจนจบนะครับ
เพื่อนๆที่ชื่นชอบการเดินทาง และรักการท่องเที่ยวสามารถติดตาม สอบถามพูดคุยได้ที่เพจ ลุงหมอขอพักร้อนนะครับ
https://www.facebook.com/pages/ลุงหมอขอพักร้อน/760679240696775
ชื่อสินค้า:
เกียวโต Kyoto ญี่ปุ่น Japan
คะแนน:
**CR - Consumer Review : ผู้เขียนรีวิวนี้เป็นผู้ซื้อสินค้าหรือเสียค่าบริการเอง ไม่มีผู้สนับสนุนให้สินค้าหรือบริการฟรี และผู้เขียนรีวิวไม่ได้รับสิ่งตอบแทนในการเขียนรีวิว
แก้ไขข้อความเมื่อ
▼
กำลังโหลดข้อมูล...
▼
แสดงความคิดเห็น
กระทู้ที่คุณอาจสนใจ
สอบถามการเดินทางเชื่อมแต่ละสถานที่ในเกียวโตค่ะ
สวัสดีค่ะ จขกท มีเพลนจะไปเที่ยวเกียวโตช่วงปลาย พ.ย. ค่ะ อยากทราบวิธีการเดินทาง + การใช้ pass ที่เหมาะสม (ประหยัดค่าใช้จ่าย) และชุดเชื่อมต่อการเดินทางของแต่ละสถานที่ค่ะ ไม่จำเป็นต้องเก็บหมดภายในวันเดีย
สมาชิกหมายเลข 875839
ขอถามเรื่อง Pass ไป Amanohashidate, Ine หน่อยค่ะ
พักแถว Nippombashi มีแพลนดังนี้ค่ะ1. เครื่องลงเช้า Kix - Himeji นอน Nippombashi (Osaka) 2. Amanohashidate นอน Ine
อลหม่าน บ้านตัว ก
ถามเกี่ยวกับ Amanohashidate Marugoto Free Pass 2019
เราวางแผนจะเที่ยวหมู่บ้าน Ine ค่ะ ศึกษาพบว่าค่าเดินทางแพงมาก ซึ่งคนส่วนใหญ่ ใช้ Kansai Wide Area Pass กันใช่มั้ยคะ ซึ่งพาสอันนี้มันมีแต่แบบ 5 วัน แพลนที่เราวางไว้ เราจะใช้ Kansai Thru Pass 3 Days อยู่
Choi Nara
ช่วยดู JR Pass เที่ยว Osaka ตามแพลนแบบนี้ให้หน่อยครับ
ผมจะเดินทางไปเที่ยวโอซาก้า 5 - 15 เมษาครับ - วันที่ 5 เมษา | ถึงสนามบิน kansai เช้า เดินทางด้วย Haruka ไปเที่ยว kyoto และค้างคืนที่นี่ - วันที่ 6 เมษา | เที่ยว Nara แล้ว 19.00 นั่งรถไฟ นอนที่ Kanaza
minidemon
เที่ยว Kansai ออกนอกเมืองไป Tottori , KinosakiOnsen , Kyoto
https://www.youtube.com/watch?v=Fipw_jt2DtA เที่ยว Kansai ออกนอกเมืองไป Tottori , KinosakiOnsen , Kyoto Where Is Sara : 2020 EP&
gotzila
ที่ไทย สามารถ ซื้อ ตั๋วรถไฟKyoto Tango Railway จากสถานี Nishi-Maizuru ไปลงที่สถานี Amanohashidate ได้มั้ย ครับ
รถไฟมีแค่ ชม ละเที่ยว กลัวไม่มีที่นั่งให้ แม่ ครับ
สมาชิกหมายเลข 947435
(เก็บเล็กผสมน้อยจากญี่ปุ่น).........2022 KyotoTrip2 เที่ยว Amanohashidate & Funaya, Ine หมู่บ้านบริเวณ"Kyoto by the Sea"
Funaya, Ine, Kyoto Amanohashidate, Miyazu, Kyoto จบภาคที่ไปเที่ยวกับกลุ่มป้าๆกันแล้ว ที่รีวิวนี้นะคะ (เก็บเล็กผสมน้อยจากญี่ปุ่น).........2022 KyotoTrip1...เข้าร
teddy bear in the box
ชี้เป้าจุดชมใบไม้เปลี่ยนสีชานเมืองเกียวโต
เดือนพฤศจิกายนแบบนี้ หลายๆคนคงวางแผนไปดูใบไม้เปลี่ยนสีที่เกียวโต ซึ่งส่วนตัวคิดว่าเป็นที่ที่สะดวกมากๆในการชมใบไม้เปลี่ยนสีโดยเฉพาะมือใหม่ เลยจะขอชี้เป้าจุดชมในแถบชานเมืองเกียวโตตามประสบการณ์ที่ได้ไปมา
M78planet
ทริปชิวๆๆ Amanohashidate & Ine
มีเวลา 1 วันของทริปเกียวโต Kyoto เลยเลือกเส้นทาง Amanohashidate & Ine เริ่มจากสถานี Kyoto นั่งรถไฟ Hashidate รอบเช้าไปสถานี Amanohashidate ถึงสถานี Hashidate ก็จัดการแลก Amanohashidate & Ine P
สมาชิกหมายเลข 8434553
(รีวิว) ชาร์ทแบตให้จิตวิญญาณ รีวิวทริปโอซาก้า 11 วัน 10 คืน
สวัสดีครับ เพื่อนๆชาวพันทิพย์ 👏 หลังจากทำงาน หาเลี้ยงชีวิตประจำวัน ตามวิถีชีวิตคนทำงานออฟฟิศมานาน จนได้มีโอกาสรวมกลุ่มกับเพื่อนๆสมัยมัธยมต้นและคู่ของแต่ละคน ไปชาร์ทแบตทางจิตวิญญาณด้วยการจองท
สมาชิกหมายเลข 4699405
อ่านกระทู้อื่นที่พูดคุยเกี่ยวกับ
บันทึกนักเดินทาง
ภาพถ่าย
เที่ยวญี่ปุ่น
เที่ยวต่างประเทศ
เกียวโต
บนสุด
ล่างสุด
อ่านเฉพาะข้อความเจ้าของกระทู้
หน้า:
หน้า
จาก
แชร์ : 3.1 พัน
โปรดศึกษาและยอมรับนโยบายข้อมูลส่วนบุคคลก่อนเริ่มใช้งาน
อ่านเพิ่มเติมได้ที่นี่
ยอมรับ
[CR] Kyoto Autumn Color 2016 : ฉบับลุงหมอขอพักร้อน (ไม่มีวัดดังๆ มีแต่วัดเด็ดๆ)
สวัสดีเพื่อนๆที่รักการเดินทาง ใกล้จะสิ้นปีแล้ว ลุงหมอขอนำภาพฤดูใบไม้เปลี่ยนสีในเกียวโตเมื่อปลายเดือน พฤศจิกายน ที่ผ่านมามาให้ชม
ปีนี้การเปลี่ยนสีของใบไม้ค่อนข้างสมบูรณ์สวยงามต่างจากปีที่แล้ว และลุงหมอใช้เวลาทั้งหมดอยู่ในเกียวโต
ท่ามกลางนักท่องเที่ยวมหาศาล แต่พยายามหาที่ชมใบไม้เปลี่ยนสีตามชานเมืองซึ่งยังพอหาความเงียบสงบได้มาฝากกัน
การวางแผนชมใบไม้เปลี่ยนสีในเกียวโตสำหรับคนที่เพิ่งเคยไปเมืองหลวงเก่าแห่งนี้เป็นครั้งแรก ลุงหมอยังแนะนำวัดที่สำคัญที่สมควรไปเห็นด้วยตา
เช่นวัดน้ำใส วัดทอง วัดเงิน แต่ถ้าใครเคยไปวัดดังๆโดยเฉพาะในฤดูไฮซีซัน ซึ่งมีนักท่องเที่ยวหนาแน่นมหาศาล อาจจะอยากเลือกไปสถานที่แปลกตาแต่มีผู้คนเบียดเสียด น้อยกว่า ลุงหมอมีที่ใหม่ๆมาแนะนำ
ทั้งนี้การชมใบไม้เปลี่ยนสีแนะนำว่าควร ออกจากที่พักแต่เช้า ถ้าเป็นไปได้วันธรรมดาจะน่าเที่ยวกว่า ถ้าเป็นวันหยุดต่อให้เป็นชานเมืองแค่ไหนคนจะเยอะมหาศาลทุกที่ การถ่ายภาพก็เช่นกัน ส่วนมากเวลาที่ถ่ายภาพจะมีแค่ช่วงเช้าไปยันสาย ส่วนตอนบ่ายฟัาจะมืดเร็วมาก อาจจะมีแสงสวยๆให้พอถ่ายรูปได้บางวันแค่นั้นเอง เพราะฉะนั้นท่องไว้ ตื่นเช้าออกก่อนได้เปรียบ
เส้นทางที่ 1 นั่งรถราง Eizan จาก Demachiyanagi ไปลงสถานี Yasehieizanguchi
บริเวณนั้นจะมีลำธารเงียบสงบ ต้นเมเปิลอวดสีสันสวยงามริมสองฟากของลำธาร
มีวัดที่สำคัญ คือ วัด Ruriko Institute ซึ่งมีจุดเด่นคือ การชมใบไม้เปลี่ยนสีจากตัวอาคาร และถ่ายภาพกับโต๊ะที่มันเงาราวกระจก
(ข้อเสียคือ ค่าเข้าค่อนข้างแพง 2,000 เยน และคิวยาวมากๆๆโดยเฉพาะวันหยุด)
เมื่อลงรถรางแล้วเดินข้ามสะพานมาก็จะเจอคิวยาวเหยียดรออยู่
อีกหนึ่งวัดที่แนะนำคือวัน Renge-ji วัดนี้จะคนน้อยกว่า มีจุดเด่นคือสวนที่มีสระน้ำเล็กๆ
วัดนี้จะอยู่ติดถนนใหญ่ เมื่อลงจากรถไฟให้เดินออกมาที่ถนนแล้วเดินย้อนกลับเรียบถนนไปประมาณ 800 เมตร
ใกล้ๆวัด Renge-ji จะมีวัดเล็กๆอีกวัดหนึ่งซึ่งไม่เสียค่าเข้า แต่ต้องหาทางเข้าดีๆเพราะอยู่เหมือนกับบ้านคน แต่ด้านในมีใบไม้สวยทีเดียว
เส้นทางที่สอง นั่งรถรางชมอุโมงค์เมเปิล
ขบวนรถไฟ Eizan ปลายทาง Kurama ตั้งต้นจากสถานี Dermachiyanagi เช่นเดียวกัน
ระหว่างทางจะมีอุโมงค์เมเปิล อยู่ ระหว่างสถานี ichihara กับ ninose อุโมงค์เมเปิล จะมีการเปิดไฟ Light up ด้วย
จากนั้นลงรถไฟที่สถานี Kibune guchi จะมีทางเดินตามถนนไปยังหมู่บ้านร้านอาหาร Kibune village
เส้นทางเดินจะเป็นถนนขนานไปกับลำธาร เดินได้สบายไม่เหนื่อย
ซึ่งจากหมู่บ้าน Kibune จะสามารถเดินข้ามเขาไปที่ Kurama ได้ด้วย
ฤดูร้อนที่ Kibune จะมีร้านอาหารแบบห้อยขาแช่น้ำ
ขากลับ แวะสถานี Shugakuin ไปเดินเล่นรอบๆวัด Manshu-in ซึ่งมีกำแพงวัดที่สวยงามโดดเด่น (อยู่เลยวัด Enkoji เข้าไป)
มาถึงสถานที่อันดับหนึ่งในดวงใจสำหรับปีนี้ ขอยกให้ วัด Bishamondo
การเดินทางไปลงสถานี Yamashina มีทั้งรถไฟ JR,subway และรถไฟ Keihan railway วิ่งผ่าน เมื่อลงรถไฟเห็นร้านสตาร์บัคให้เดินลอดใต้รางรถไฟไปด้านหลังแล้ว เลี้ยวขวา เดินต่ออีกห้าร้อยเมตรจะเห็นทางลอดใต้รางรถไฟให้เดินเลี้ยวซ้ายในทิศขึ้นเขา
ควรเลือกไปเช้าที่สุด พรหมแดงบนพื้นจะสวยสุด และแสงแดดจะส่องเข้าตรงบันไดพอดี
วัดนี้ชมฟรีไม่เสียค่าเข้า ไม่มีทัวร์ลง วันหยุดจะมีตลาดนัดเล็กๆขายของคนญี่ปุ่นจะมาเที่ยวกันคึกคักทีเดียว
ใครชอบความแดงเดือด สมนิยาม ฤดู Autumn แนะนำห้ามพลาด
อีกหนึ่งสถานที่แนะนำสำหรับคนที่อยากหลีกหนีความวุ่นวายในเมือง กับหมู่บ้านชาวประมงเล็กๆอันแสนสงบที่ชื่อ Ine
การเดินทางนั่งรถไฟออกจากเกียวโต ไปลงที่สถานี Fukuchiyama
แล้วต่อรถไฟขบวนน่ารักชื่อ Tango railway ภายในตกแต่งด้วยไม้สวยงามน่ารัก ไปลงที่สถานี Amanohashidate (หรือจะนั่งรถด่วน hashidate จาก Kyoto มาลง Amanohashidate เลยก็ได้แต่รถขบวนแรกจะออกค่อนข้างสายประมาณ 9.00 กว่าจะไปถึง Ine จะเหลือเวลาเที่ยวน้อย )
เมื่อถึงสถานีรถไฟน่ารักๆชื่อว่า Amanohashidate ให้ออกมารอรถบัสที่หน้าสถานี(ควรขอตารางรถบัสที่สถานีเพื่อตรวจสอบเที่ยวรถกลับด้วย) จากนั้นจะใช้เวลานั่งรถบัสไปลงที่หมู่บ้าน Ine ประมาณหนึ่งชั่วโมง
กิจกรรม นั่งเรือออกไปชมอ่าว หาข้าวหน้าปลาดิบสดๆหวานๆกิน มีจักรยานให้ปั่นเที่ยวฟรี
ชมใบไม้ในศาลเจ้า
ศาลเจ้า Kintano Tenmangu เป็นอีกแห่งที่มีใบไม้สวยๆให้ชม การเดินทาง นั่งรถบัสสาย 50 จากเกียวโตไปลงหน้าศาลเจ้าได้เลย
เอกลักษณ์ของที่นี่คือสะพานแดง
Arashiyama ลุงหมอไม่ได้ไปวัดดังเพราะเคยไปแล้ว แต่เลือกวัดเล็กๆ และวัดที่อยู่ออกไปนอกตัวเมือง
วัด Hokyo-in
วัด Daikakuji ซึ่งมีพื่นที่กว้าง และคนไม่เยอะ
หากใครมีเวลาเหลือพอ ลองใช้การเดินเล่นในเมืองตามสวนสาธารณะหรือ ริมแม่น้ำ เก็บเกี่ยวบรรยากาศรอบตัว รับรองว่าจะได้ความรื่นรมย์สุดๆไปเลย
ขอบคุณที่ติดตามรีวิวจนจบนะครับ
เพื่อนๆที่ชื่นชอบการเดินทาง และรักการท่องเที่ยวสามารถติดตาม สอบถามพูดคุยได้ที่เพจ ลุงหมอขอพักร้อนนะครับ
https://www.facebook.com/pages/ลุงหมอขอพักร้อน/760679240696775