โป๊ปเตือนสื่อเผยแพร่ข่าวปลอม
โป๊ปฟรานซิสประณามการแพร่ข่าวปลอมว่าเป็นความเสียหายที่ร้ายแรงที่สุดที่สื่อจะสามารถทำได้
สมเด็จพระสันตะปาปาฟรานซิส ประมุขสูงสุดแห่งคริสตจักรโรมันคาทอลิกประณามการเผยแพร่ข่าวปลอมว่าเป็นความเสียหายที่ร้ายแรงที่สุดที่สื่อจะสามารถทำได้ คนทั่วไปจะไม่สามารถตัดสินใจอย่างจริงจังในเรื่องใดๆได้ ถ้าสื่อเปิดเผยความจริงเป็นบางส่วน และปกปิดส่วนอื่นๆ โดยพระองค์ได้เปรียบพฤติกรรมหมกมุ่นข่าวฉาวของสังคมออนไลน์ว่าคล้ายกับโคโปรฟีเลีย หรือพฤติกรรมหมกมุ่นกับอุจจาระ
ท่าทีของพระองค์มีขึ้นท่ามกลางกระแสวิพากษ์วิจารณ์วิกฤตข่าวปลอมบนสื่อออนไลน์ในช่วงการเลือกตั้งสหรัฐฯเมื่อเดือนพฤศจิกายนที่ผ่านมา โดยโป๊ปฟรานซิสเองก็ตกเป็นเหยื่อของการสร้างข่าวปลอมที่ระบุว่า โป๊ปฟรานซิสทรงสนับสนุนนายโดนัลด์ ทรัมป์เป็นประธานาธิบดีสหรัฐฯ
ขณะที่ผู้ให้บริการโซเชียลมีเดียและเสิร์ชเอ็นจินก็ถูกวิจารณ์ว่า ไม่มีความสามารถในการป้องกันการเผยแพร่ข่าวปลอม และระบบเอคโค เชมเบอร์แบบที่เฟซบุ๊กใช้ยังทำให้ผู้ใช้ได้รับแต่ข้อมูลที่ตัวเองอยากรับรู้เท่านั้น แทนที่จะได้รับข้อมูลอย่างรอบด้าน
แหล่งข่าว: voicetv
http://news.voicetv.co.th/world/439791.html
อ่านข่าวนี้แล้วสงสัยว่า...แล้วคนไทยมีวิจารณญาณในการรับสื่อขนาดไหน?
โป๊ปฟรานซิสประณามการแพร่ข่าวปลอมว่าเป็นความเสียหายที่ร้ายแรงที่สุดที่สื่อจะสามารถทำได้ สมเด็จพระสันตะปาปาฟรานซิส ประมุขสูงสุดแห่งคริสตจักรโรมันคาทอลิกประณามการเผยแพร่ข่าวปลอมว่าเป็นความเสียหายที่ร้ายแรงที่สุดที่สื่อจะสามารถทำได้ คนทั่วไปจะไม่สามารถตัดสินใจอย่างจริงจังในเรื่องใดๆได้ ถ้าสื่อเปิดเผยความจริงเป็นบางส่วน และปกปิดส่วนอื่นๆ โดยพระองค์ได้เปรียบพฤติกรรมหมกมุ่นข่าวฉาวของสังคมออนไลน์ว่าคล้ายกับโคโปรฟีเลีย หรือพฤติกรรมหมกมุ่นกับอุจจาระ
ท่าทีของพระองค์มีขึ้นท่ามกลางกระแสวิพากษ์วิจารณ์วิกฤตข่าวปลอมบนสื่อออนไลน์ในช่วงการเลือกตั้งสหรัฐฯเมื่อเดือนพฤศจิกายนที่ผ่านมา โดยโป๊ปฟรานซิสเองก็ตกเป็นเหยื่อของการสร้างข่าวปลอมที่ระบุว่า โป๊ปฟรานซิสทรงสนับสนุนนายโดนัลด์ ทรัมป์เป็นประธานาธิบดีสหรัฐฯ
ขณะที่ผู้ให้บริการโซเชียลมีเดียและเสิร์ชเอ็นจินก็ถูกวิจารณ์ว่า ไม่มีความสามารถในการป้องกันการเผยแพร่ข่าวปลอม และระบบเอคโค เชมเบอร์แบบที่เฟซบุ๊กใช้ยังทำให้ผู้ใช้ได้รับแต่ข้อมูลที่ตัวเองอยากรับรู้เท่านั้น แทนที่จะได้รับข้อมูลอย่างรอบด้าน
แหล่งข่าว: voicetv
http://news.voicetv.co.th/world/439791.html