สมเด็จพระสันตะปาปาฟรานซิส หรือ "โป๊ปฟรานซิส" ผู้นำสูงสุดแห่งคริสตจักรโรมันคาทอลิก สิ้นพระชนม์แล้วอย่างสงบ ขณะมีพระชนมายุ 88 พรรษา ปิดตำนานผู้นำจิตวิญญาณจากละตินอเมริกาคนแรกที่ดำรงตำแหน่งยาวนานถึง 12 ปี
พระนามเดิมของพระองค์คือ
ฮอร์เฮ มาริโอ เบร์โกกลิโอ ชาวอาร์เจนตินา เกิดและเติบโตในกรุงบัวโนสไอเรส เส้นทางชีวิตของพระองค์เต็มไปด้วยความเรียบง่ายและหลากหลาย พระองค์เคยทำงานเป็นภารโรงในโรงงานถุงน่อง เป็นการ์ดหน้าผับ และทำงานในโรงงานแปรรูปอาหาร ก่อนจะผันตัวเข้าสู่เส้นทางศาสนา โดยศึกษาด้านเทววิทยาและต่อมาเป็นอาจารย์สอนวรรณกรรมและจิตวิทยา
โป๊ปฟรานซิสเป็นที่จดจำในฐานะพระสันตะปาปาผู้ใกล้ชิดประชาชน ทรงใช้รถเมล์และรถยนต์ทั่วไป แทนที่จะใช้รถหรูตามธรรมเนียมเดิม และทรงปฏิเสธการแยกตนเองจากศาสนิกชนด้วยกระจกกันกระสุน โดยเคยตรัสว่า “เหมือนอยู่ในกระป๋องปลาซาร์ดีน”
พระองค์ยังทรงเป็นแฟนตัวยงของทีมฟุตบอล
ซาน ลอเรนโซ และเคยพบปะนักฟุตบอลระดับตำนานมากมาย เช่น ลิโอเนล เมสซี, ดิเอโก มาราโดนา และจานลุยจิ บุฟฟ่อน ซึ่งแสดงให้เห็นถึงพระอัธยาศัยที่เปิดกว้างและเป็นกันเอง
แม้จะมีตำแหน่งสูงสุดในคริสตจักร แต่พระองค์ยังทรงสวดภาวนาเป็นประจำว่า “ข้าแต่พระเจ้า โปรดประทานอารมณ์ขันที่ดีแก่ข้าพเจ้า” พระองค์มักตรัสว่า “การหัวเราะต่อพระเจ้าไม่ใช่การลบหลู่” และทรงเชื่อว่าอารมณ์ขันคือพลังเยียวยาจิตใจ
ในยุคดิจิทัล พระสันตะปาปาฟรานซิสทรงใช้สื่อสังคมออนไลน์อย่างมีพลัง โดยบัญชี @Pontifex บนแพลตฟอร์ม X (เดิมคือ Twitter) มีผู้ติดตามกว่า 50 ล้านคนทั่วโลก โพสต์สุดท้ายของพระองค์ในวันอีสเตอร์หนึ่งวันก่อนสิ้นพระชนม์คือ:
“พระคริสต์ทรงฟื้นคืนพระชนม์! ถ้อยคำนี้สะท้อนความหมายทั้งมวลของการมีชีวิตอยู่ เพราะเรามิได้เกิดมาเพื่อความตาย แต่เพื่อการดำรงอยู่”
การสิ้นพระชนม์ของโป๊ปฟรานซิส คือการสูญเสียครั้งใหญ่ของชาวคริสต์ทั่วโลก แต่เรื่องราวชีวิตของพระองค์จะยังคงเป็นแรงบันดาลใจในความสมถะ เมตตา และอารมณ์ขันอันอบอุ่นสืบไป.
วาติกันเตรียมจัดพิธีศพของสมเด็จพระสันตะปาปาฟรานซิสในวันเสาร์ที่ 26 เมษายนนี้ ที่จัตุรัสเซนต์ปีเตอร์ โดยมีผู้นำจากหลายประเทศทั่วโลกคาดว่าจะเข้าร่วม พระราชพิธีจะเริ่มเวลา 10.00 น. และนำโดยพระคาร์ดินัล โจวานนี บัตติสตา เร ซึ่งจะกล่าวคำสรรเสริญครั้งสุดท้ายก่อนเคลื่อนย้ายพระศพไปยังมหาวิหารเซนต์ แมรี เมเจอร์ เพื่อทำพิธีฝัง สมเด็จพระสันตะปาปาฟรานซิสสิ้นพระชนม์อย่างกะทันหันเมื่อเช้าวันจันทร์ที่ผ่านมา หลังเกิดอาการหัวใจล้มเหลวจนนำไปสู่อาการโคม่าก่อนสิ้นพระชนม์ วาติกันเผยว่าพระองค์ไม่ได้ทุกข์ทรมานและได้บอกลาผู้ดูแลก่อนเข้าสู่ภาวะโคม่า ภาพชุดแรกของโป๊ปฟรานซิสในหีบแบบเปิดก็ถูกเผยแพร่ให้เห็นถึงความสง่างามในการจากลา
ที่มา
https://www.bbc.com/thai/articles/cz95vq0z42lo
ประวัติสั้นๆ โป๊ปฟรานซิส สมเด็จพระสันตะปาปาฟรานซิส สิ้นพระชนม์ในวัย 88 พรรษา
พระนามเดิมของพระองค์คือ ฮอร์เฮ มาริโอ เบร์โกกลิโอ ชาวอาร์เจนตินา เกิดและเติบโตในกรุงบัวโนสไอเรส เส้นทางชีวิตของพระองค์เต็มไปด้วยความเรียบง่ายและหลากหลาย พระองค์เคยทำงานเป็นภารโรงในโรงงานถุงน่อง เป็นการ์ดหน้าผับ และทำงานในโรงงานแปรรูปอาหาร ก่อนจะผันตัวเข้าสู่เส้นทางศาสนา โดยศึกษาด้านเทววิทยาและต่อมาเป็นอาจารย์สอนวรรณกรรมและจิตวิทยา
โป๊ปฟรานซิสเป็นที่จดจำในฐานะพระสันตะปาปาผู้ใกล้ชิดประชาชน ทรงใช้รถเมล์และรถยนต์ทั่วไป แทนที่จะใช้รถหรูตามธรรมเนียมเดิม และทรงปฏิเสธการแยกตนเองจากศาสนิกชนด้วยกระจกกันกระสุน โดยเคยตรัสว่า “เหมือนอยู่ในกระป๋องปลาซาร์ดีน”
พระองค์ยังทรงเป็นแฟนตัวยงของทีมฟุตบอล ซาน ลอเรนโซ และเคยพบปะนักฟุตบอลระดับตำนานมากมาย เช่น ลิโอเนล เมสซี, ดิเอโก มาราโดนา และจานลุยจิ บุฟฟ่อน ซึ่งแสดงให้เห็นถึงพระอัธยาศัยที่เปิดกว้างและเป็นกันเอง
แม้จะมีตำแหน่งสูงสุดในคริสตจักร แต่พระองค์ยังทรงสวดภาวนาเป็นประจำว่า “ข้าแต่พระเจ้า โปรดประทานอารมณ์ขันที่ดีแก่ข้าพเจ้า” พระองค์มักตรัสว่า “การหัวเราะต่อพระเจ้าไม่ใช่การลบหลู่” และทรงเชื่อว่าอารมณ์ขันคือพลังเยียวยาจิตใจ
ในยุคดิจิทัล พระสันตะปาปาฟรานซิสทรงใช้สื่อสังคมออนไลน์อย่างมีพลัง โดยบัญชี @Pontifex บนแพลตฟอร์ม X (เดิมคือ Twitter) มีผู้ติดตามกว่า 50 ล้านคนทั่วโลก โพสต์สุดท้ายของพระองค์ในวันอีสเตอร์หนึ่งวันก่อนสิ้นพระชนม์คือ:
“พระคริสต์ทรงฟื้นคืนพระชนม์! ถ้อยคำนี้สะท้อนความหมายทั้งมวลของการมีชีวิตอยู่ เพราะเรามิได้เกิดมาเพื่อความตาย แต่เพื่อการดำรงอยู่”
การสิ้นพระชนม์ของโป๊ปฟรานซิส คือการสูญเสียครั้งใหญ่ของชาวคริสต์ทั่วโลก แต่เรื่องราวชีวิตของพระองค์จะยังคงเป็นแรงบันดาลใจในความสมถะ เมตตา และอารมณ์ขันอันอบอุ่นสืบไป.
วาติกันเตรียมจัดพิธีศพของสมเด็จพระสันตะปาปาฟรานซิสในวันเสาร์ที่ 26 เมษายนนี้ ที่จัตุรัสเซนต์ปีเตอร์ โดยมีผู้นำจากหลายประเทศทั่วโลกคาดว่าจะเข้าร่วม พระราชพิธีจะเริ่มเวลา 10.00 น. และนำโดยพระคาร์ดินัล โจวานนี บัตติสตา เร ซึ่งจะกล่าวคำสรรเสริญครั้งสุดท้ายก่อนเคลื่อนย้ายพระศพไปยังมหาวิหารเซนต์ แมรี เมเจอร์ เพื่อทำพิธีฝัง สมเด็จพระสันตะปาปาฟรานซิสสิ้นพระชนม์อย่างกะทันหันเมื่อเช้าวันจันทร์ที่ผ่านมา หลังเกิดอาการหัวใจล้มเหลวจนนำไปสู่อาการโคม่าก่อนสิ้นพระชนม์ วาติกันเผยว่าพระองค์ไม่ได้ทุกข์ทรมานและได้บอกลาผู้ดูแลก่อนเข้าสู่ภาวะโคม่า ภาพชุดแรกของโป๊ปฟรานซิสในหีบแบบเปิดก็ถูกเผยแพร่ให้เห็นถึงความสง่างามในการจากลา
ที่มา https://www.bbc.com/thai/articles/cz95vq0z42lo