พ่อกับแม่เราแยกทางกันตั้งแต่เราเด็กๆ แล้วเราก็อยู่กับญาติ
จนวันนึงพ่อเรามีภรรยาใหม่ เลยรับเราและพี่ชายไปอยู่ด้วย
แล้วไม่นานพ่อกับภรรยาใหม่ก็มีลูกใหม่ 1 คน เริ่มมีจุดเปลี่ยน
ความสำคัญของเรา ไม่ดิ เราไม่ได้สำคัญมากอยู่แล้ว
แต่พอมีลูกใหม่ ความสำคัญเราไม่เหลือเลยแม้แต่น้อย
งานบ้านทุกอย่าง ไม่ว่าจะเป็นกวาดบ้าน ถูบ้าน ล้างจาน กรอกน้ำ ซักผ้า(ยังดีที่มีเครื่องซักผ้า)
ล้างห้องน้ำ เราอยู่แค่ ป.4 จริงๆถามว่าเราทำได้มั้ย เราทำได้
แต่ไม่เคยมีใครช่วยเราเลย ภรรยาพ่อหรอ อย่าหวังกดขี่เราเยี่ยงคนใช้
พ่อไม่เคยเข้าข้างเราแม้แต่น้อย ทุกอย่างตามใจภรรยาใหม่
ไม่ได้คิดถึงความรู้สึกเราเลย
จนวันนึงพี่เราที่มีหน้าที่แค่ทิ้งขยะในบ้าน
ก็ยังทนไม่ไหวและทะเลาะกับภรรยาใหม่พ่อเรา และออกจากบ้านไป
โดยที่พ่อเราไม่ใยดี และปล่อยให้ไปเผชิญชะตากรรม ด้วยอายุเพียง 15 ปี
เพราะคงคิดว่าไปอยู่บ้าน แต่ไม่เป็นอย่างนั้น ด้วยความที่ไม่มีใครดูแล
ทำให้ไปเจอเพื่อนที่ไม่ดี บวกกับพี่เราชอบตามเพื่อน ก็เสเพไปในที่สุด
ส่วนเราอะหรอ ก็ทนต่อไปเพราะพ่อบอกให้ทน
และหวังว่ามันจะดีขึ้นมาสักวัน แต่ไม่ใช่เลยนับวันยิ่งหนักข้อ
ภรรยาใหม่พ่อเรากดดันเราทุกอย่างไม่ว่าจะค่าใช้จ่าย ค่าเรียน
กำกับเราทุกอย่างให้ใช้อย่างประหยัด แต่ตัวเองและลูกใหม่นั้น
ได้ทุกอย่างที่ขวางหน้าและอยากได้ หลายครั้งที่เราอึดอัด และปรึกษาพ่อ
แต่พ่อก็บอกแบบเดิมว่าอดทนนะสักวันจะขึ้น เราก็ไม่รุ้จะทนทำไม
เรามีเหตุผลเดียวคือเราอยากอยู่กับพ่อ เรารักพ่อมาก
แต่พ่อไม่เคยแสดงความรักหรืออาการปกป้องคนที่เป็นลูกอย่างเราเลย
เราร้องไห้แทบทุกวัน อย่าถามถึงแม่ เพราะแม่เองก็ไปมีผชใหม่
แน่นอนเราเป็นผญคงไม่อยากไปเจอพ่อเลี้ยง เราก็ทนมา 6 ปี
แล้วเราก็หนีออกจากบ้านตอนตี 5 ไปบ้านญาติที่นวมินทร์ 79
ตอนนั้นเราอายุ 15 ม.3 กำลังจบพอดี
ก่อนออกจากบ้านเราโน้ตไว้
พร้อมกับติดรูปถ่ายของเราซึ่งเป็นรูปนักเรียนติดบัตร
"ป๊า ....ไม่อยู่แล้ว ดูแลตัวเองด้วยนะ
...รักป๊ามากนะ แต่....ทนไม่ไหวจริงๆขอโทษด้วย "
พร้อมกับเขียนบทเพลง ท่อนนึงไว้ว่า
หมดเวลาแล้ว เธอคงต้องไป
แต่สิ่งที่เหลือในใจยังอยู่
คือความคิดถึงที่เทอนั้นไม่รู้
พูดไม่ได้...ทำได้เพียงแค่คิดถึงเทอ...
เราร้องไห้หนักมากตอนโน้ต แต่เราต้องเลือกเพราะทนไม่ไหว
เรื่องราวมันมีมากแต่เราไม่อยากพิมพ์เยอะ มันจะดูน้ำเน่าไป
เราออกตี 5 ถึงบ้านญาติเราก็นอน
พอสายๆ โทรศัพท์เราสายเข้าไม่หยุดเราปิดเครื่อง
เปิดอีกทีเย็น ลุงเราโทรมาบอกว่าพ่อเราไม่ไหว
โทรมาร้องไห้บอกว่าเราหนีออกจากบ้าน
ตกลงกับลุงจึงไปอยู่บ้านลุง ซึงเป็นพี่ชายพ่อเราแล้วก็แฟนลุงซึ่งใจดีมาก
เราก็อะอยู่บ้านลุงก่อนก็ได้ อยู่ได้ปีนึง เราอยู่ม.4 กำลังจะขึนม.5
ก็ได้คุยกับพ่อกับภรรยาใหม่พ่อบ้าง ก็ตกลงกันอีกครั้ง
ว่าจะกลับบ้านพ่อ คุยกันอย่างดีจะปรับยั่งงั้ย ยั่งงี้
อะเราก็กลับ อยู่ได้2 ปี เราจบม.6 พอดี ลูปเดิมมาอีกแล้ว
เราเริ่มอึดอัดเพราะพ่อเราโตขึ้น เราเริ่มไม่ยอมปัญหาตามมา
เราทะเลาะกับภรรยาพ่อบ่อยขึ้น เค้าทำร้ายจิตใจเราเกินไป
ซึ่งเราไม่สามารถเล่าได้ ทั้งเอาเปรียบ ใช้สารพัด กดดัน
สองมาตรฐาน เราจะไม่พูดถึงน้องใหม่ คือเพอร์เฟคทุกอย่าง
ขึ้นปี1 ต้องกู้เงิน เพราะเค้าบอกไม่มีเงินส่งเรา
หรอ มันจริงหรอ สามคนพ่อภรรยาใหม่น้อง
ใช้เงินกันอย่างฟุ่มเฟือย
พอแค่นี้ก่อนปวดมือ TT เดี๋ยวมาต่อ
พ่อกับแม่ แยกทางกัน ต่างคนต่างมีลูกใหม่ และไม่สนใจเราปลอบใจตัวเองกันยังไงบ้างคะ?
จนวันนึงพ่อเรามีภรรยาใหม่ เลยรับเราและพี่ชายไปอยู่ด้วย
แล้วไม่นานพ่อกับภรรยาใหม่ก็มีลูกใหม่ 1 คน เริ่มมีจุดเปลี่ยน
ความสำคัญของเรา ไม่ดิ เราไม่ได้สำคัญมากอยู่แล้ว
แต่พอมีลูกใหม่ ความสำคัญเราไม่เหลือเลยแม้แต่น้อย
งานบ้านทุกอย่าง ไม่ว่าจะเป็นกวาดบ้าน ถูบ้าน ล้างจาน กรอกน้ำ ซักผ้า(ยังดีที่มีเครื่องซักผ้า)
ล้างห้องน้ำ เราอยู่แค่ ป.4 จริงๆถามว่าเราทำได้มั้ย เราทำได้
แต่ไม่เคยมีใครช่วยเราเลย ภรรยาพ่อหรอ อย่าหวังกดขี่เราเยี่ยงคนใช้
พ่อไม่เคยเข้าข้างเราแม้แต่น้อย ทุกอย่างตามใจภรรยาใหม่
ไม่ได้คิดถึงความรู้สึกเราเลย
จนวันนึงพี่เราที่มีหน้าที่แค่ทิ้งขยะในบ้าน
ก็ยังทนไม่ไหวและทะเลาะกับภรรยาใหม่พ่อเรา และออกจากบ้านไป
โดยที่พ่อเราไม่ใยดี และปล่อยให้ไปเผชิญชะตากรรม ด้วยอายุเพียง 15 ปี
เพราะคงคิดว่าไปอยู่บ้าน แต่ไม่เป็นอย่างนั้น ด้วยความที่ไม่มีใครดูแล
ทำให้ไปเจอเพื่อนที่ไม่ดี บวกกับพี่เราชอบตามเพื่อน ก็เสเพไปในที่สุด
ส่วนเราอะหรอ ก็ทนต่อไปเพราะพ่อบอกให้ทน
และหวังว่ามันจะดีขึ้นมาสักวัน แต่ไม่ใช่เลยนับวันยิ่งหนักข้อ
ภรรยาใหม่พ่อเรากดดันเราทุกอย่างไม่ว่าจะค่าใช้จ่าย ค่าเรียน
กำกับเราทุกอย่างให้ใช้อย่างประหยัด แต่ตัวเองและลูกใหม่นั้น
ได้ทุกอย่างที่ขวางหน้าและอยากได้ หลายครั้งที่เราอึดอัด และปรึกษาพ่อ
แต่พ่อก็บอกแบบเดิมว่าอดทนนะสักวันจะขึ้น เราก็ไม่รุ้จะทนทำไม
เรามีเหตุผลเดียวคือเราอยากอยู่กับพ่อ เรารักพ่อมาก
แต่พ่อไม่เคยแสดงความรักหรืออาการปกป้องคนที่เป็นลูกอย่างเราเลย
เราร้องไห้แทบทุกวัน อย่าถามถึงแม่ เพราะแม่เองก็ไปมีผชใหม่
แน่นอนเราเป็นผญคงไม่อยากไปเจอพ่อเลี้ยง เราก็ทนมา 6 ปี
แล้วเราก็หนีออกจากบ้านตอนตี 5 ไปบ้านญาติที่นวมินทร์ 79
ตอนนั้นเราอายุ 15 ม.3 กำลังจบพอดี
ก่อนออกจากบ้านเราโน้ตไว้
พร้อมกับติดรูปถ่ายของเราซึ่งเป็นรูปนักเรียนติดบัตร
"ป๊า ....ไม่อยู่แล้ว ดูแลตัวเองด้วยนะ
...รักป๊ามากนะ แต่....ทนไม่ไหวจริงๆขอโทษด้วย "
พร้อมกับเขียนบทเพลง ท่อนนึงไว้ว่า
หมดเวลาแล้ว เธอคงต้องไป
แต่สิ่งที่เหลือในใจยังอยู่
คือความคิดถึงที่เทอนั้นไม่รู้
พูดไม่ได้...ทำได้เพียงแค่คิดถึงเทอ...
เราร้องไห้หนักมากตอนโน้ต แต่เราต้องเลือกเพราะทนไม่ไหว
เรื่องราวมันมีมากแต่เราไม่อยากพิมพ์เยอะ มันจะดูน้ำเน่าไป
เราออกตี 5 ถึงบ้านญาติเราก็นอน
พอสายๆ โทรศัพท์เราสายเข้าไม่หยุดเราปิดเครื่อง
เปิดอีกทีเย็น ลุงเราโทรมาบอกว่าพ่อเราไม่ไหว
โทรมาร้องไห้บอกว่าเราหนีออกจากบ้าน
ตกลงกับลุงจึงไปอยู่บ้านลุง ซึงเป็นพี่ชายพ่อเราแล้วก็แฟนลุงซึ่งใจดีมาก
เราก็อะอยู่บ้านลุงก่อนก็ได้ อยู่ได้ปีนึง เราอยู่ม.4 กำลังจะขึนม.5
ก็ได้คุยกับพ่อกับภรรยาใหม่พ่อบ้าง ก็ตกลงกันอีกครั้ง
ว่าจะกลับบ้านพ่อ คุยกันอย่างดีจะปรับยั่งงั้ย ยั่งงี้
อะเราก็กลับ อยู่ได้2 ปี เราจบม.6 พอดี ลูปเดิมมาอีกแล้ว
เราเริ่มอึดอัดเพราะพ่อเราโตขึ้น เราเริ่มไม่ยอมปัญหาตามมา
เราทะเลาะกับภรรยาพ่อบ่อยขึ้น เค้าทำร้ายจิตใจเราเกินไป
ซึ่งเราไม่สามารถเล่าได้ ทั้งเอาเปรียบ ใช้สารพัด กดดัน
สองมาตรฐาน เราจะไม่พูดถึงน้องใหม่ คือเพอร์เฟคทุกอย่าง
ขึ้นปี1 ต้องกู้เงิน เพราะเค้าบอกไม่มีเงินส่งเรา
หรอ มันจริงหรอ สามคนพ่อภรรยาใหม่น้อง
ใช้เงินกันอย่างฟุ่มเฟือย
พอแค่นี้ก่อนปวดมือ TT เดี๋ยวมาต่อ