ปปช.กับการกล่าวหาอดีตนายกฯ ว่าละเลยการปฏิบัติหน้าที่ ตกลงว่าเป็นยังไงกันแน่

เริ่มจากประเด็นถอดถอนของปปช.
ที่มา [Spoil] คลิกเพื่อดูข้อความที่ซ่อนไว้

วันที่ 8 พฤษภาคม 2557 คณะกรรมการป้องกันและปราบปรามการทุจริตแห่งชาติ (ป.ป.ช.)ชุดใหญ่มีการประชุมร่วมกัน ณ สำนักงาน ป.ป.ช. สนามบินน้ำ ซึ่งได้มีการนำรายงานสรุปสำนวนข้อเท็จจริงคดีจำนำข้าวในส่วนของนางสาวยิ่งลักษณ์ กรณีละเลยการปฏิบัติหน้าที่เป็นเหตุให้เกิดการทุจริต ที่ผ่านการประชุมขององค์คณะไต่สวนคดีเมื่อวันที่ 6 พฤษภาคม 2557 เสนอต่อที่ประชุม เพื่อลงมติในการชี้มูลความผิดเพื่อถอดถอนนางสาวยิ่งลักษณ์ออกจากตำแหน่ง (รักษาการ) นายกรัฐมนตรี อีกครั้ง

...............................
ขณะนี้เห็นว่าข้อมูลเพียงพอที่จะดำเนินการในการถอดถอน ดังนั้นองค์คณะไต่สวนได้รวบรวมผลการดำเนินการ ส่งให้คณะกรรมการ ป.ป.ช. ชุดใหญ่พิจารณา โดย คณะกรรมการชุดใหญ่พิจารณาแล้วเห็นว่าพฤติการณ์ของผู้ถูกกล่าวหาเป็นการส่อว่าจงใจใช้อํานาจหน้าที่ขัดต่อบทบัญญัติแห่งรัฐธรรมนูญฯ มาตรา 178 และส่อว่าจงใจใช้อํานาจหน้าที่ขัดต่อบทบัญญัติแห่งกฎหมายตาม พ.ร.บ.ระเบียบบริหารราชการแผ่นดินฯ มาตรา 11 (1) อันเป็นเหตุแห่งการถอดถอนผู้ถูกกล่าวหาออกจากตําแหน่งตามรัฐธรรมนูญฯ มาตรา 270 ซึ่งมีมูลเพียงพอที่จะดำเนินการส่งให้วุฒิสภาดำเนินการถอดถอนต่อไปได้ โดยมีมติ 7 ต่อ 0 ส่วนเรื่องการร้องเรียนประเด็นอื่นๆ เราก็ดำเนินการต่อไป แยกเป็นคนละเรื่อง

ด้านนายวิชา มหาคุณ คณะกรรมการ ป.ป.ช. ได้เปิดเผยผลการลงมติอย่างเป็นทางการว่า “การที่ผู้ถูกกล่าวหาดำรงตำแหน่งนายกรัฐมนตรี และอยู่ในฐานะหัวหน้ารัฐบาล ได้กำหนดนโยบายจำนำข้าวมาตั้งแต่ต้น และในฐานะประธานคณะกรรมการนโยบายข้าวแห่งชาติ ซึ่งมีส่วนกำหนดและร่วมในการบริหารโครงการ แม้ในชั้นนี้พยานหลักฐานยังไม่ปรากฏชัดเจนว่าผู้ถูกล่าวหามีส่วนร่วมในการทุจริต หรือสมยอมให้เกิดการทุจริตหรือไม่ก็ตาม แต่การที่ผู้ถูกกล่าวหาไม่บริหารราชการแผ่นดินให้เป็นไปตามนโยบายที่แถลงไว้ต่อสภาผู้แทนราษฎรว่าจะป้องกันและปราบปรามการทุจริตอย่างจริงจัง ทั้งไม่พิจารณายับยั้งโครงการตั้งแต่เริ่มรับทราบความเสียหายอันร้ายแรงจากการดำเนินการโครงการดังกล่าว”



แต่ข่าวนี้บอกว่า ปปช.ยกคำร้องฯ เรื่องนี้
ที่มา [Spoil] คลิกเพื่อดูข้อความที่ซ่อนไว้

วันที่ 7 ต.ค. นายสรรเสริญ พลเจียก เลขาธิการคณะกรรมการ ป.ป.ช. ในฐานะโฆษกสำนักงาน ป.ป.ช. กล่าวว่า ...

...
คณะกรรมการ ป.ป.ช. พิจารณาแล้วเห็นว่า ข้อเท็จจริงและพยานหลักฐานที่ได้จากการไต่สวนข้อเท็จจริง ยังรับฟังไม่ได้ว่าผู้ถูกกล่าวหามีพฤติการณ์ส่อว่ากระทำผิดต่อตำแหน่งหน้าที่ราชการ ส่อว่าจงใจใช้อำนาจหน้าที่ขัดต่อบทบัญญัติแห่งรัฐธรรมนูญหรือกฎหมาย หรือฝ่าฝืนหรือไม่ปฏิบัติตามมาตรฐานทางจริยธรรมอย่างร้ายแรง กรณีไม่ปฏิบัติตาม พ.ร.ป.ว่าด้วยการป้องกันและปราบปรามการทุจริต พ.ศ.2542 แก้ไขเพิ่มเติม (ฉบับที่ 2) พ.ศ.2554 มาตรา 103/7 และมาตรา 103/8 ตามคำร้องขอให้ถอดถอน คณะกรรมการ ป.ป.ช.จึงมีมติเป็นเอกฉันท์ว่าข้อกล่าวหาไม่มีมูล ให้ข้อกล่าวหาตกไป ให้ส่งรายงานไปยังประธานสภานิติบัญญัติแห่งชาติทำหน้าที่ประธานวุฒิสภาต่อไป ทั้งนี้ตามมาตรา 54 แห่ง พ.ร.ป.ว่าด้วยการป้องกันและปราบปรามการทุจริต พ.ศ.2542



อย่างนี้หมายความว่าข้อกล่าวหาของปปช.ที่ว่ามีพฤติการณ์ส่อว่ากระทำผิดต่อตำแหน่งหน้าที่ราชการ ส่อว่าจงใจใช้อำนาจหน้าที่ขัดต่อบทบัญญัติแห่งรัฐธรรมนูญหรือกฎหมาย หรือฝ่าฝืนหรือไม่ปฏิบัติตามมาตรฐานทางจริยธรรมอย่างร้ายแรง

ตีตกไปแล้วใช่มั๊ยครับ แล้วจะโยงไปเรื่องความรับผิดละเมิดฯ ได้ยังไงครับ
แสดงความคิดเห็น
โปรดศึกษาและยอมรับนโยบายข้อมูลส่วนบุคคลก่อนเริ่มใช้งาน อ่านเพิ่มเติมได้ที่นี่