เมื่อฉันไป Work and Travel 2016 Mount Rushmore, South Dakota

สวัสดีค่า กระทู้นี้เป็นกระทู้ที่จะมารีวิวเกี่ยวกับการไป Work and Travel ที่ Mount Rushmore เมือง Keystone รัฐ South Dakota นะคะ หลายคนอาจจะสงสัยเหมือนเราว่า Mount Rushmore คืออะไร  รัฐ South Dakota อยู่ที่ไหนไม่เคยได้ยิน เราจะมาอธิบายคร่าวๆนะคะ

Mount Rushmore เป็นภูเขาหินแกะสลักเป็นรูปหน้าประธานาธิบดีทั้ง 4 คนคือ George Washington, Thomas Jefferson, Theodore Roosevelt และ Abraham Lincoln ตั้งอยู่ที่เมือง Keystone เป็นเมืองเล็กๆ ที่โอบล้อมไปด้วยภูเขา ซึ่งบอกเลยว่าอากาศดีมากๆ รัฐ South Dakota อยู่ตอนเหนือของสหรัฐอเมริกา เวลาช้ากว่าประเทศไทย 13 ชั่วโมงค่ะ

เริ่มจากการสมัครเข้าร่วมโครงการจากเอเจนซี่หนึ่ง ซึ่งส่วนตัวบอกเลยว่าไม่ค่อยประทับใจ 555 ไม่ตอบนะว่าเอเจนซี่ไหน เพราะของอย่างนี้เราว่าขึ้นอยู่กับดวงเราอะ เพราะคนที่ไปเอเจนซี่เดียวกับเราบางคนก็โดนเทเพราะนายจ้างปฏิเสธหลังสัมภาษณ์ บางคนก็อาจจะประทับใจ คือมันต่างกัน แล้วแต่ตัวเรานี่แหละ หลังจากสมัคร เอเจนซี่จะทำการวัดระดับภาษาเรา ซึ่งตอนนั้นแค่ไปคุยๆ ไม่ได้เตรียมตัวอะไรไปเลยก็แอบช็อค ได้ระดับ Intermediate มา ก็คิดหนักเพราะงานมีให้เลือกน้อย สุดท้ายเพื่อนก็ชวนไปที่ Mount Rushmore นี่แหละ ใช้ภาษาระดับ Intermediate ขึ้นไป เรท 8.6$ ต่อชั่วโมง ชั่วโมงงาน 32-40 ชั่วโมงต่อสัปดาห์ ภาษีรัฐประมาณ 6% ค่าบ้านรวมอาหารวันละ3มื้อสัปดาห์ละประมาณ100$ ก็เลยตัดสินใจไป

เราเลือกงานที่ Mount Rushmore เป็นงาน Food Attendant ก็คือทำเกี่ยวกับการขายอาหาร ตัดภาพไปที่ก้าวลงจากเครื่องที่สนามบิน Rapid City เวลาประมาณ 3 ทุ่ม จะมี HR (มี2คน Roy กับ Wanda แล้วแต่ว่าวันไหนใครจะมา) มารอรับและถือป้าย Xanterra คือบริษัทที่เราทำงานนี่แหละ ป้า Wanda เป็นคนไปรับเราด้วยความที่คิดว่าคงไม่หนาวมากพอทนได้ ก็ใส่แค่เสื้อคลุมคาร์ดิแกนบางๆ พอออกจากสนามบินเท่านั้นแหละ หนาวจนแทบจะก้าวขาไม่ออก ตอนนั้นไม่มีเนต เลยไม่รู้ว่าอุณหภูมิเท่าไหร่ มันหนาวๆเย็นๆ มีลมเป็นระยะๆ หลังจากนั้นเขาจะไปส่งเราที่ Walmart ให้เวลา 15 นาที เพื่อซื้อของใช้ ซึ่ง นึกภาพออกมั้ย มันใหญ่มาก อารมณ์แบบโลตัสบ้านเรา จะไปหาอะไรทัน!! ตอนนั้นก็ได้แต่คว้าๆมา พวกน้ำกับขนมขบเคี้ยวนิดหน่อย



พอมาถึงที่พักที่อยู่บนเขา ในหุบเขา อุณหภูมิ 0-1 องศา ประมาณนั้น คือดี ชอบมาก แต่เสียดาย ช่วงที่เราไปไม่มีหิมะ 55555 ภาพรวมคือที่พักดีมาก ที่ข้อเสียคือไม่มีรถสาธารณะให้ไปไหนมาไหนเลย แต่มีทริปที่บริษัทจัดให้ต้องไป-กลับตามเวลาที่กำหนด มีแท็กซี่ที่ต้องโทรเรียกและแพงมาก หรืออีกทางเลือกคือซื้อรถแต่ต้องมีใบขับขี่สากลด้วยนะ อีกอย่างคือสัญญาณอินเตอร์เนตและวายฟาย เป็นเนตที่ดูคลิปสั้นๆในไอจีไม่ได้ ยูทูปไม่ต้องพูดถึง แม้แต่สแนปแชทตอนนั้นก็เลิกเล่นไปชั่วคราว 55555555

แต่ว่าไม่ต้องห่วง วันไหนว่างๆ ก็ลงไปเมือง Keystone จะมีรอบรถลงไปและกลับ หรือว่าจะเดินชิวๆลงไปก็ได้ จะมีร้านกาแฟ Grapes& Grinds เป็นร้านที่มี WiFi เร็วกว่าที่ดอร์ม 5555 ก็ไปซื้อเครื่องดื่มซึ่งราคาเดียวกับสตาร์บัค 55555 แล้วก็เล่นWiFi ไปเพลินๆ และถ้าบอกว่าเป็นพนักงาน Xanterra ได้ส่วนลด 10% ด้วยนะ ซึ่งเราก็เพิ่งมารู้ตอนหลังจากหมดเงินไปไม่รู้เท่าไหร่แล้ว 555555555

ที่นี่สวัสดิการดีมาก คือดูแลดีมากๆ เพราะเขายึดหลักว่าถ้าทำให้พนักงานมีความสุข พนักงานก็จะทำให้ลูกค้ามีความสุขด้วย มีห้องพักที่จัดว่าดูดีมีห้องน้ำในตัว ห้องนึงพัก 2-3 คน มีรถรับส่งที่ทำงานกับดอร์มตามตารางเวลาซึ่งตรงเวลามาก ไม่มีคำว่ารอใดๆ แต่ถ้าตกรถ เราก็สามารถเดินลงกลับมาดอร์มได้ แต่การเดินขึ้นไปที่ทำงานนั้นมันเหนื่อยมากเพราะเป็นทางขึ้นเขา เป็นป่าสน บางทีก็จะเจอสัตว์ป่าตัวน้อยๆระหว่างทางเดิน 5555 มีอาหารให้กิน 3 มื้อ ที่ดอร์มมีครัวให้ทำกับข้าว มีทริปพาไปเที่ยวหลายๆที่เกือบทุกวันดูที่บอร์ดตรงทางเดินไปห้องอาหาร(EDR:Employee Dining Room) แล้วก็ต้องลงชื่อตามจำนวนที่เขากำหนดไว้

ในส่วนของการทำงานนั้น จะแบ่งออกเป็น 7 ส่วนคือ
1. Gift Shop เป็นร้านขายของที่ระลึก ส่วนใหญ่มีแต่คนแก่ๆ แล้วก็คนเมกันทำ ไม่มีเด็กไทยได้ไปทำเลย
2. Ice cream คือส่วนที่เราทำงาน ยุ่งตลอดเวลาเพราะไอศกรีม TJ Vanilla ถือว่าเป็น Signature ของที่นี่ คนที่มาส่วนใหญ่จะต้องมากิน เพราะเป็นสูตรของประธานาธิบดี Thomas Jefferson ซึ่งบอกเลยว่ามันอร่อยมาก ไม่ว่ายี่ห้ออะไรก็เทียบไม่ได้ เนื้อเนียนละมุนลิ้นหอมมาก ทำจากฝักวานิลาแท้ๆ ใครไปขอให้ไปกินนะ มันดีมากจริงๆ
3. Snack Bar เป็นส่วนที่ขายพวก แฮมเบอร์เกอร์ ฮอตดอก เฟร้นฟราย อะไรประมาณนี้ จะได้ทอดเฟร้นฟราย ทอดเบอร์เกอร์กันจนหัวเหม็นเลยทีเดียว แต่สนุกนะ
4. Hot Line เป็นส่วนที่ขายอาหาร ก็จะต้องตักอาหารตามที่เขากำหนดไว้ แรกๆจะยากตอนจำชื่อเมนูแล้วก็จำนวนอาหารที่ต้องตัก ต้องใส่คู่กัน
5. Kitchen ต้องเตรียมวัตถุดิบในการทำอาหาร ทำอาหาร อุ่นอาหาร ไม่ได้ยุ่งตลอดเวลา อาจจะมีเบื่อๆเป็นบางช่วงที่ไม่มีลูกค้าแต่มีข้อดีคือได้เรท 8.8$ ต่อชั่วโมง เป็นงานที่เราทำตอนที่ไปถึงแรกๆ แล้วไม่รู้เกิดอะไรขึ้น สงสัยหน้าเราแสดงออกว่าเบื่อ ผู้จัดการครัวให้เราย้ายไปขายไอศกรีมแทน 55555
6. Dish and Wash คือแผนกล้างจาน ล้างถาด ล้างหม้อ ล้างทุกอย่างที่เอาไปให้ล้าง จะแบ่งเป็น 3 ห้อง มีPot Room เป็นห้องทิ้งเศษอาหาร ทำความสะอาดขั้นแรก เพื่อนำไปให้ Dish Room เป็นห้องที่มีเครื่องล้างจานขนาดใหญ่ ต้องเอาถ้วยชามจานหม้อช้อนส้อมมีดถาด บลาๆ ใส่เครื่องล้างแล้วก็เอาไปเก็บที่ ละก็จะมีห้อง Wash Room เป็นห้องซักล้างพวกผ้ากันเปื้อน ผ้าขี้ริ้ว นอกจากนั้น จะมีส่วนของคนเก็บจาน เก็บถาด เช็ดโต๊ะที่ห้องอาหารในบางวันด้วย
7. Maintenance เป็นงานแบบทำความสะอาดบริเวณโดยรอบ ทิ้งขยะ ดูแลความเรียบร้อย ซึ่งก็ไม่มีเด็กไทยได้ทำเหมือนกัน

ต่อไปนี้เป็นรีวิวที่เราเขียนใน Facebook ของเราเองตั้งแต่วันที่เริ่มทำงานน้า
•    วันนี้จะมารีวิวอาหารการกินตลอดอาทิตย์กว่าๆที่อยู่ที่นี่
อาหารมื้อเช้าจะมีแบบ Hot Breakfast ก็คือมีไข่คน มันฝรั่งหั่นเต๋าทอด ไส้กรอกเนื้อ ขนมปังราดน้ำไรซักอย่าง ก็อร่อยดีแต่ มัน เหมือน เดิม ทุก วัน!! แต่ก็ยังมี French Toast ที่โคดดดดดจะอร่อย ดีงามมากเว่อออ กินทุกเช้าเลย 5555555 ส่วน Cold Breakfast ก็จะมีแค่คอนเฟล็กกับนม
มื้อกลางวัน กับมื้อเย็น อาหารจะคล้ายๆกัน สลับกันไปในแต่ละวัน อาหารก็ไม่ได้แย่
มีวันนึงฝนตกหนักมาก แบบลูกเห็บตกเหมือนหิมะเลยตื่นเต้นมาก อินเตอร์เน็ตเลยใช้ไม่ได้ ทำให้เด็กไทยมารวมตัวกันที่ห้องนั่งเล่นข้างล่าง ละก็มีความคิดว่าจะทำอาหารไทยกินกัน ที่นี่มีหม้อหุงข้าวให้ ข้าวหอมมะลิที่นี่แพงมาก แต่เขาบอกว่าลดแล้ว คือประมาณ 14 เหรียญ ก็เกือบ 500 บาท ก็เลยหุงข้าว ทำยำมาม่า กับแกงเขียวหวานกิน เป็นมื้อที่ดีที่สุดตั้งแต่กินมา 5555555
พอถึงวัน Day-off มีเด็กไทยหยุดตรงกัน 4 คน เลยชวนกันไปเมืองช้างล่างคือ Keystone ไปเดินเล่น นั่งร้านกาแฟเล่นเน็ต สั่งสตอว์เบอร์รี่ปั่นมา 12 ออนซ์ ราคา 4 เหรียญกว่า แต่บรรยากาศที่ Keystone ดีมาก มีกิจกรรมแอดเวนเจอร์ให้ทำ มีเฮลิคอปเตอร์ทัวร์ แต่ราคาเอื้อมไม่ถึงจริงๆ
ที่พีคที่สุดของที่นี่คือ ไอศกรีมที่ Mt.Rushmore ที่เราทำงานอยู่ รอยด์จะแจกการ์ดกินฟรีให้ ที่การ์ดเขียนว่าหมดอายุ 31 September 5555555 ก็เอาการ์ดนี้ไปกินฟรีได้เลย คือแบบมันอร่อยมากกกกกกกก สุดๆ ปกติราคา 5-6 เหรียญแล้วแต่รสชาติกับโคน มีเพื่อนคนไทยทำงานขายไอศกรีมอยู่ ก็ให้นางตักให้ เยอะมากกกก ขอบคุณเพื่อนนะงานนี้จัดว่าคุ้ม

อันนี้เป็นรูปอาหารที่ EDR คือจริงๆจะมีสลัดผักด้วย แต่เราไม่กิน ภาพเลยค่อนข้างคุมโทน 5555555



อันนี้เป็นรูปอาหารที่พวกเราทำกินกันเองที่ดอร์ม ทั้งหมดนี่ทำจากไมโครเวฟและหม้อหุงข้าวเท่านั้น !! วัตถุดิบส่วนใหญ่ซื้อจาก Walmart บ้าง เอาไปจากไทยบ้างพวกผงปรุงรส บะหมี่กึ่งสำเร็จรูป น้ำพริก และก็มีการทำงานเป็นทีมโดยคนในห้องล้างจาน คือแอบจิ๊กอาหารที่ทำงาน แต่เป็นอาหารที่เขากำลังจะทิ้งนะ 555555 ไม่ต้องห่วงสำหรับคนกินยาก คือเราเป็นคนกินยากมาก ไม่เคยกินพวกน้ำพริกเลย แต่พอไปอยู่ที่นั่น เราก็ค้นพบว่ามันอร่อยมากกกกก


และนี่คือทีเด็ดของเรา ไอศกรีม!!!


•    การทำงานที่นี่หน้าที่จริงๆก็คืออยู่ในครัว อุ่นอาหารไปให้ไลน์ แสน็คบาร์ อีดีอาร์ เตรียมอาหาร เก็บอาหาร ทำอาหารบ้าง แต่ส่วนใหญ่จะช่วยเขามากกว่า
แต่หน้าที่รอง เสริม บลาๆๆๆๆ นี่สิ เรียกได้ว่า ทำทุกอย่างที่เขาสั่ง ล่าสุดเมื่อวานเลยจ่ะ ได้งานชิฟบ่าย ทำบ่ายโมงครึ่งถึงสี่ทุ่ม พอ3 ทุ่ม ร้านปิด ก็ต้องเคลียอาหารเข้าครัว พอเคลียเสร็จบอกให้ไปช่วยห้องล้างจาน ก็ไปช่วยจนเสร็จ ก็เหลือเวลาอีกครึ่งชั่วโมง ก็บอกให้ไปช่วยข้างนอก ก็ออกไปที่ห้องอาหาร ขุ่นพระ!! นักท่องเที่ยวนั่งกินใต้โต๊ะกันหรอคะ สกปรกอะไรเบอร์นี้ 55555555555 ก็เลยเอาไม้กวาดกะที่โกยมาเก็บขยะชิ้นใหญ่ๆ
ทันใดนั้นก็มีคนเดินมา บอกประมาณว่าพื้นที่ตรงนี้ไม่ได้ใช้ไม้กวาด มันมีเครื่องดูด รู้มั้ยว่าอยู่ตรงไหน นี่เลยตอบไปว่าไม่รู้ เผื่อจะได้ไม่ต้องทำ เปล่าเลยค่ะ นางบอกให้ตามนางไป ละก็ไปเอาเครื่องดูดมา ละก็บอกวิธีใช้ แต่ถามว่าเข้าใจมั้ย บอกเลยว่าไม่ เป็นคนแมนน่วนโว้ยยยใช้ไม่เป็น ก็เลยเอาไปเสียบปลั๊กละเข็นไปข้างหน้าเพื่อเก็บทิชชู่ชิ้นใหญ่ พอเข็นถอยหลังกลับมาเท่านั้นแหละ ทิชชู่กลายเป็นชิ้นเล็กชิ้นน้อยเต็มไปหมด นึกในใจ แย่ละทำไงดี ใกล้หมดเวลางานละด้วย เลยเดินไปดึงปลั๊ก เอาเครื่องไปเก็บละรูดบัตรออกเลย 555555555

ตัวอักษรเต็มแล้ว ขอต่อใน comment นะคะ
แก้ไขข้อความเมื่อ
แสดงความคิดเห็น
โปรดศึกษาและยอมรับนโยบายข้อมูลส่วนบุคคลก่อนเริ่มใช้งาน อ่านเพิ่มเติมได้ที่นี่