ขอพื้นที่ระบายนะคะ อารมณ์ขึ้นมากๆ โดนโกงเงินแบบต่อหน้าต่อตา
เมื่อวานสดๆร้อนๆ เลย เราไปทำปฏิทินที่ร้านถ่ายรูปแห่งหนึ่งค่ะ (เพื่อเป็นของขวัญวันเกิดคุณสามีสุดที่เลิฟ) เราทำเป็นเเพ็คเก็จจะได้ราคาถูกหน่อย เเพ็คเก็จละ 690 บาท ได้ทั้งหมด 3 ชุด พนักงานของร้านก็ให้เราจ่ายเงินค่ามัดจำเป็นจำนวนเงิน 350 บาท ทีนี้ตอนแรกเราจะจ่ายให้พอดี แต่ตอนหลังคิดว่าจะเอาเเบงค์ย่อยไปซื้อขนมที่ รร ให้ลูก (ร้านค้าที่ รร ลูกเป็นร้านเล็กๆค่ะ ใช้เเบงค์ใหญ่กลัวจะไม่มีเงินทอน) เราจึงเปลี่ยนใจเก็บเเบงค์ร้อยลงกระเป๋าเงิน เปลี่ยนเป็นเเบงค์พัน 1 ใบเเละเเบงค์ยี่สิบและเหรียญ สรุปรวม 1050 บาท เราควรจะได้ตังค์ทอน 700 บาทค่ะ แต่...ช่วงที่พนักงานร้านเอาเงินเก็บ (ซึ่งเรานึกว่าจะไปเอาเงินทอน) เค้าบอกให้เราช่วยเขียนชื่อและเบอร์ติดต่อ เผื่อเสร็จเร็วจะโทรไปบอก เราก็ก้มหน้าเขียน พอเงยหน้ามา เราก็ถามพนักงานว่าเงินทอนพี่ละคะ มันบอกว่า เราให้เงินมาพอดี พนักงานคนนั้นบอกว่าเราให้เเบงค์ร้อย ไม่ใช่เเบงค์พัน เราก็ปรี๊ดเลยงานนี้ พนักงานร้านบอกว่ามีกล้องในร้านเดี๋ยวจะเปิดให้ดู เราเลยว่าดีๆ เปิดเลยๆ เค้าก็ไปโทรหาเจ้าของร้าน (เพราะตอนนั้นเจ้าของร้านยังมาไม่ถึง) โทรเสร็จมาบอกว่าให้เรารอประมาณครึ่งชั่วโมง ซึ่งลูกเรา (เพิ่ง 4 ขวบไปได้ไม่กี่วัน) จะเลิกเรียนอยู่เเล้ว ยังต้องขับรถไปอีก เราเลยบอกว่า โอเคงั้นเดี๋ยวอีกครึ่งชั่วโมงกลับมา (ตรงนี้เราอาจจะพลาด ไม่น่าออกมา คือเค้าเป็นพนักงานอยู่ที่นั่นนาน คงจะรู้มุมกล้องหรืออะไร มีความเป็นไปได้ที่จะย้ายเงินไปเก็บไว้ที่อื่น) พอรับลูกเสร็จเราก็กลับมา เจ้าของร้านก็มาถึงละ ก็กำลังเปิดดูกันอยู่ สรุปคือดูจากกล้องมันก็ไม่ได้ชัดว่าเป็นแบงค์อะไร เนื่องจากกล้องคงติดอยู่ไกล เราเจ็บใจมากๆ บอกให้พนักงานคนนั้นสาบานว่าไม่ได้เอาไป มันกลับกลายเป็นมาตะคอกใส่เราซะงั้น (ความรู้สึกเราคือมันกลบเกลื่อน) ตอนนั้นลูกเรามองหน้าเราอยู่ตลอดเวลา ลูกเราคงตกใจ เงียบไป คงคิดในใจว่าทำไมพนักงานคนนั้นต้องตะคอกใส่เเม่ด้วย เราต้องระงับอารมณ์บอกว่า ก็เเค่สาบานมาว่าไม่ได้เอาไป ทำไมต้องขึ้นเสียง เมืองไทยเมืองพุทธ เชื่อว่าคนทำดีได้ดีทำชั่วได้ชั่ว ใครทำอะไรรู้อยู่แก่ใจ หลังจากนั้นเราก็พาลูกกลับบ้าน เป็นอุทาหรณ์เลยว่าต่อไปเราจะไม่โง่เเบบนี้อีกเเล้ว จะใช้แบงค์พัน เเบงค์ห้าร้อยจะบอกพนักงานเเบบเสียงดังฟังชัดก่อนเลยว่า พี่ให้เเบงค์นี้ๆๆ นะคะ รบกวนช่วยทอนด้วย (700 บาท ซื้อประสบการณ์)
ที่เล่ามาทั้งหมด เหตุผลเพราะ 1. ลึกๆเราเองยังโกรธอยู่มาก โกรธที่เสียรู้มัน สัญญาว่าจะไม่ไปเหยียบอีก 2. อยากให้เป็นอุทาหรณ์กับคนอื่นๆ ว่าอย่าโง่เหมือนเรา เศรษฐกิจยิ่งแย่ คนยิ่งใจร้าย ไม่เห็นใจซึ่งกันและกัน
ความจริงเรามีภาพด้วย แต่ทำไม่เป็น เราไม่เก่งเทคโนโลยีค่ะ เปิดเพลง ฟังเพลงได้ เเต่เล่นพวกอินสตราแกรมอะไรเเบบนี้ไม่เป็นเลย คุณแม่เลี้ยงลูกบวกงานบ้าน 24 ชั่วโมงคงเข้าใจ เพราะไม่มีเวลา ช่วยเป็นกำลังใจให้เราด้วยนะคะ เราอยากเก็บเป็นเเค่ประสบการณ์ ไม่อยากเก็บความเจ็บใจความโกรธมาค่ะ เพราะไม่งั้นเลี้ยงลูกเเล้วจะยิ่งเครียดค่ะ ขอบคุณค่ะ
ป.ล. เฮ้อ...กว่าจะตั้งกระทู้นี้ได้ ก็แบบว่าใช้เวลาหลายวันค่ะ
โดนโกงเงินแบบต่อหน้าต่อตา (เล่าเป็นอุทาหรณ์ ยอมโง่ครั้งเดียว)
เมื่อวานสดๆร้อนๆ เลย เราไปทำปฏิทินที่ร้านถ่ายรูปแห่งหนึ่งค่ะ (เพื่อเป็นของขวัญวันเกิดคุณสามีสุดที่เลิฟ) เราทำเป็นเเพ็คเก็จจะได้ราคาถูกหน่อย เเพ็คเก็จละ 690 บาท ได้ทั้งหมด 3 ชุด พนักงานของร้านก็ให้เราจ่ายเงินค่ามัดจำเป็นจำนวนเงิน 350 บาท ทีนี้ตอนแรกเราจะจ่ายให้พอดี แต่ตอนหลังคิดว่าจะเอาเเบงค์ย่อยไปซื้อขนมที่ รร ให้ลูก (ร้านค้าที่ รร ลูกเป็นร้านเล็กๆค่ะ ใช้เเบงค์ใหญ่กลัวจะไม่มีเงินทอน) เราจึงเปลี่ยนใจเก็บเเบงค์ร้อยลงกระเป๋าเงิน เปลี่ยนเป็นเเบงค์พัน 1 ใบเเละเเบงค์ยี่สิบและเหรียญ สรุปรวม 1050 บาท เราควรจะได้ตังค์ทอน 700 บาทค่ะ แต่...ช่วงที่พนักงานร้านเอาเงินเก็บ (ซึ่งเรานึกว่าจะไปเอาเงินทอน) เค้าบอกให้เราช่วยเขียนชื่อและเบอร์ติดต่อ เผื่อเสร็จเร็วจะโทรไปบอก เราก็ก้มหน้าเขียน พอเงยหน้ามา เราก็ถามพนักงานว่าเงินทอนพี่ละคะ มันบอกว่า เราให้เงินมาพอดี พนักงานคนนั้นบอกว่าเราให้เเบงค์ร้อย ไม่ใช่เเบงค์พัน เราก็ปรี๊ดเลยงานนี้ พนักงานร้านบอกว่ามีกล้องในร้านเดี๋ยวจะเปิดให้ดู เราเลยว่าดีๆ เปิดเลยๆ เค้าก็ไปโทรหาเจ้าของร้าน (เพราะตอนนั้นเจ้าของร้านยังมาไม่ถึง) โทรเสร็จมาบอกว่าให้เรารอประมาณครึ่งชั่วโมง ซึ่งลูกเรา (เพิ่ง 4 ขวบไปได้ไม่กี่วัน) จะเลิกเรียนอยู่เเล้ว ยังต้องขับรถไปอีก เราเลยบอกว่า โอเคงั้นเดี๋ยวอีกครึ่งชั่วโมงกลับมา (ตรงนี้เราอาจจะพลาด ไม่น่าออกมา คือเค้าเป็นพนักงานอยู่ที่นั่นนาน คงจะรู้มุมกล้องหรืออะไร มีความเป็นไปได้ที่จะย้ายเงินไปเก็บไว้ที่อื่น) พอรับลูกเสร็จเราก็กลับมา เจ้าของร้านก็มาถึงละ ก็กำลังเปิดดูกันอยู่ สรุปคือดูจากกล้องมันก็ไม่ได้ชัดว่าเป็นแบงค์อะไร เนื่องจากกล้องคงติดอยู่ไกล เราเจ็บใจมากๆ บอกให้พนักงานคนนั้นสาบานว่าไม่ได้เอาไป มันกลับกลายเป็นมาตะคอกใส่เราซะงั้น (ความรู้สึกเราคือมันกลบเกลื่อน) ตอนนั้นลูกเรามองหน้าเราอยู่ตลอดเวลา ลูกเราคงตกใจ เงียบไป คงคิดในใจว่าทำไมพนักงานคนนั้นต้องตะคอกใส่เเม่ด้วย เราต้องระงับอารมณ์บอกว่า ก็เเค่สาบานมาว่าไม่ได้เอาไป ทำไมต้องขึ้นเสียง เมืองไทยเมืองพุทธ เชื่อว่าคนทำดีได้ดีทำชั่วได้ชั่ว ใครทำอะไรรู้อยู่แก่ใจ หลังจากนั้นเราก็พาลูกกลับบ้าน เป็นอุทาหรณ์เลยว่าต่อไปเราจะไม่โง่เเบบนี้อีกเเล้ว จะใช้แบงค์พัน เเบงค์ห้าร้อยจะบอกพนักงานเเบบเสียงดังฟังชัดก่อนเลยว่า พี่ให้เเบงค์นี้ๆๆ นะคะ รบกวนช่วยทอนด้วย (700 บาท ซื้อประสบการณ์)
ที่เล่ามาทั้งหมด เหตุผลเพราะ 1. ลึกๆเราเองยังโกรธอยู่มาก โกรธที่เสียรู้มัน สัญญาว่าจะไม่ไปเหยียบอีก 2. อยากให้เป็นอุทาหรณ์กับคนอื่นๆ ว่าอย่าโง่เหมือนเรา เศรษฐกิจยิ่งแย่ คนยิ่งใจร้าย ไม่เห็นใจซึ่งกันและกัน
ความจริงเรามีภาพด้วย แต่ทำไม่เป็น เราไม่เก่งเทคโนโลยีค่ะ เปิดเพลง ฟังเพลงได้ เเต่เล่นพวกอินสตราแกรมอะไรเเบบนี้ไม่เป็นเลย คุณแม่เลี้ยงลูกบวกงานบ้าน 24 ชั่วโมงคงเข้าใจ เพราะไม่มีเวลา ช่วยเป็นกำลังใจให้เราด้วยนะคะ เราอยากเก็บเป็นเเค่ประสบการณ์ ไม่อยากเก็บความเจ็บใจความโกรธมาค่ะ เพราะไม่งั้นเลี้ยงลูกเเล้วจะยิ่งเครียดค่ะ ขอบคุณค่ะ
ป.ล. เฮ้อ...กว่าจะตั้งกระทู้นี้ได้ ก็แบบว่าใช้เวลาหลายวันค่ะ