หลังจากเกมส์แรกของฤดูกาลที่อาร์เซน่อลของ "อาร์แซน เวนเกอร์ "เปิดเอมิเรตส์สเตเดี้ยม แพ้ให้กับลิเวอร์พูลของ "เจอร์เก้น คลอป" ผู้จัดการทีมสายฮาร์ดคอร์ ไป 3-4 และจากนั้นในอีก 6 วันต่อมาก็บุกไปคิงส์พาวเวอร์สเตเดี้ยมของแชมป์เก่าเลสเตอร์ซิตี้ และได้เพียงผลเสมอกลับมา อาร์เซน่อลถูกวิจารณ์อย่างหนักทั้งตัวผู้เล่น และผู้จัดการทีม โดย อาร์แซน เวนเกอร์ ถูกกดดันจากแฟนบอลทั่วโลก มีกระแสเรียกร้องให้เขาลาออก แม้แต่ในสนามยังมีแฟนบอลชูป้ายไฟขับไล่อย่างเป็นทางการ แฟนบอลส่วนใหญ่ของทีมต้องการให้ซื้อนักเตะชั้นดีเข้ามาเพิ่ม
ทั้งๆ ที่ในเวลานั้นทีมของเวนเกอร์จะได้ตัว "กรานิต ชาก้า" ยอดกองกลางเกรด A ซึ่งเป็นถึงกัปตันทีมโบรุสเซียเมินเชนกลัดบัด ตั้งแต่เริ่มเปิดตลาดซื้อขาย ด้วยค่าตัว 35 ล้านปอนด์ แล้วก็ตาม แต่สิ่งที่ขาดหายไปในความคิดของแฟนบอลปืนใหญ่ คือกองหน้าซึ่งในตอนนั้นมีแค่ศูนย์หน้านายแบบสุดหล่อ ดีกรีทีมชาติฝรั่งเศษอย่าง "โอวิลิเย ชิรูด์" ให้เลือกใช้งานได้คนเดียว และกองหลังตัวกลางที่อ่อนแอลงอย่างเห็นได้ชัดตั้งแต่ที่ "แพร์ แมร์เตซัคเกอร์" อดีตแข้งทีมชาติเยอรมันนี หัวเข่าพัง ต้องพักนานอย่างน้อย 5 เดือน ทิ้งให้คู่หูในแดนหลังอย่าง "โลร็อง โกเซียลนี" ต้องทำงานหนักอยู่คนเดียว ถึงแม้ว่าในช่วงหลายปีที่ผ่านมาเซนเตอร์ทีมชาติฝรั่งเศษจะก้าวขึ้นมาเป็นหนึ่งในกองหลังตัวกลางที่ดีที่สุดในพรีเมียร์ลีกก็ตาม แต่ด้วยตัวคนเดียวลำพังก็ทำอะไรได้ไม่เต็มที่นัก คู่หูสำรองอย่าง "กาเบรียน เปาลีสต้า" ก็ไม่มีทีท่าว่าจะพึ่งพิงอะไรได้ซึ่งเวนเกอร์เองก็ไม่ได้นิ่งนอนใจ เบียดเงินซื้อกองหลังดาวรุ่งดวงใหม่ วัน 20 ขวบชาวอังกฤษอย่าง "ร็อบ โฮลดิ้ง" มาจากโบลตันวอนเดอเรอส์ทันทีด้วยค่าตัว "2 ล้านปอนด์" แต่นั่นก็ไม่อาจจะทำให้ถูกใจแฟนบอลปืนใหญ่ได้ เพราะเจ้หนูโฮลดิ้งยังกระดูกอ่อนเกินไปสำหรับทีมที่จะต้องลุ้นแชมป์อย่างอาร์เซน่อล
แต่แล้วเมื่อก่อนปิดตลาดซื้อขายนักเตะ อาแซน เวนเกอร์ ก็ทำให้บรรดาแฟนบอลหายใจทั่วท้องขึ้นมา ด้วยการทุ่มเงิน 52 ล้านปอนด์ ซื้อตัว "ชโกดราน มุสตาฟี" เซนเตอร์แบค ทีมชาติเยอรมันนี และ "ลูคัส เปเรซ" ศูนย์หน้าชาวสเปน เข้ามาสู่ทีม และนั่นเป็นการเริ่มต้นของสิ่งดีๆ เพราะนับจากวันนั้นจนถึงวันนี้ อาร์เซน่อลยังไม่เคยแพ้ใครอีกเลย โดยมีผลการแข่งขัน ชนะ 10 เสมอแค่ 2 ครั้ง และที่น่าแปลกใจไปกว่านั้น อาร์เซน่อลยังยิงประตูเป็นว่าเล่น ยิงได้จากทุกตำแหน่งในแนวรุกเลยด้วยซ้ำ
และเหมือนกับทุกคนนัดกันฟอร์มดีโดยไม่ได้นัดหมาย แต่ละคนโชว์ผลงานกันอย่างตระการตา แม้กระทั้งนักเตะที่ 4 ปีจะเล่นดีหนึ่งครั้ง(ก่อนต่อสัญญา) เจ้าของฉายา "ดาวรุ่งตลอดกาล" อย่าง "ทีโอ วัลคอต" ยังยิงไปแล้ว 8 ประตูด้วยฟอร์มที่ร้อนแรงแบบหยุดไม่อยู่ ทั้งๆ ที่ในอดีตศูนย์หน้ากึ่งปีกทีมชาติอังกฤษรายนี้ ถูกยี้เป็นอันดับต้นๆ จนถูกเรียกร้องให้ขายออกไปไม่รู้กี่ครั้งต่อกี่ครั้ง หรือนักเตะจอมปั้นอย่าง "เมซุต โอซิล" เทพแอสซิสทีมชาติเยอะรมัน ที่แม้จะรู้กันดีอยู่แล้วว่าเขาคือระดับโลกของจริง แต่ด้วยรูปแบบการเล่นที่เน้นจ่ายบอลให้เพื่อนเป็นหลัก ทำให้เขาไม่ค่อยได้ทำประตูเองมากนัก แต่ฤดูกาลนี้โอซิลกลับทำ "แฮตทริก" แรกในชีวิตไปเรียบร้อยแล้ว นักเตะระดับโลกอีกคนของปืนใหญ่อย่าง "อเล็กซิส ซานเชส" ก็ทำได้หวือหวากว่าเคยด้วยการทำไป 8 ประตูเท่ากับวัลค็อต
แถมในแนวรุกยังมีดาวรุ่งที่จรัสแสง ส่องประกายแวววับจับตาอย่าง "อเล็กซ์ อิโวบี" ส่วนในแดนกลาง นักเตะอย่าง "ซานติ กาซอร์ลา" "ฟรานซิส กอเกอแลง" "มูฮัมเมต เอลเนนี่" ก็ทำผลงานได้ดีทุกคน โดยเฉพาะในรายของกาซอล่านั้นเรียกว่าทีมปืนใหญ่ขาดเขาไม่ได้เลยทีเดียว วิงแบคตัวจริงอย่าง "นาโช่ มอนเรอัล" และเจ้าหนูอัจริยะ "เฮคเตอร์ เบลเลริน" ก็ทำหน้าที่ได้ดีเหลือเกิน เล่นดีกันไปถึงประตูมือ 1 และมือ 2 อย่าง "ปีเตอร์ เชค" และ "ดาวิด ออสปิน่า" จนเวนเกอร์ออกมาชื่นชมว่าทีมปืนใหญ่ตอนนี้มีผู้รักษาประตูระดับโลกถึงสองคน อาร์เซน่อลตอนนี้ฟอร์มดีไปถึงตัวสำรอง ซึ่งต้องบอกว่าปีนี้ไม่เหมือนปีที่ผ่านๆ มา ที่พอถึงเดือนพฤษจิกายนทีไร นักเตะปืนใหญ่ต่างนัดกันเจ็บ พวกที่เหลือก็เตะถี่จนฟอร์มกระจัดกระจาย พอถึงช่วง "บ็อกซิ่งเดย์" ก็ทำแต้มหล่นหายจนถูกทิ้งห่าง จะมาตามพวกช่วงท้ายฤดูกาลก็ไม่ทันสักที แต่ปีนี้แตกต่าง นอกจากนักเตะจะนัดกันฟอร์มดีขึ้นมาในทุกตำแหน่งแล้ว ตัวที่เคยเจ็บ ก็พากันหายเจ็บกลับมา มีนักเตะที่ทดแทนกันได้ทุกตำแหน่ง
อะไรคือสาเหตุที่ทำให้ปืนใหญ่กลับมาน่ากลัว และผงาดได้อีกครั้ง เพราะอเล็กซิสขึ้นไปเล่นกองหน้า? หรือเพราะได้มุสตาฟี่มาบัญชาการแนวรับ? หรือเพราะดวง? หรือเพราะนี่อาจจะเป็นปีสุดท้ายของชายที่ชื่อ "อาร์แซน เวนเกอร์"
%%%%$$$$@@@@ "อาร์เซน่อล" กับสิ่งที่เราไม่เห็นกันมาเนิ่นนาน @@@@####%%%%
ทั้งๆ ที่ในเวลานั้นทีมของเวนเกอร์จะได้ตัว "กรานิต ชาก้า" ยอดกองกลางเกรด A ซึ่งเป็นถึงกัปตันทีมโบรุสเซียเมินเชนกลัดบัด ตั้งแต่เริ่มเปิดตลาดซื้อขาย ด้วยค่าตัว 35 ล้านปอนด์ แล้วก็ตาม แต่สิ่งที่ขาดหายไปในความคิดของแฟนบอลปืนใหญ่ คือกองหน้าซึ่งในตอนนั้นมีแค่ศูนย์หน้านายแบบสุดหล่อ ดีกรีทีมชาติฝรั่งเศษอย่าง "โอวิลิเย ชิรูด์" ให้เลือกใช้งานได้คนเดียว และกองหลังตัวกลางที่อ่อนแอลงอย่างเห็นได้ชัดตั้งแต่ที่ "แพร์ แมร์เตซัคเกอร์" อดีตแข้งทีมชาติเยอรมันนี หัวเข่าพัง ต้องพักนานอย่างน้อย 5 เดือน ทิ้งให้คู่หูในแดนหลังอย่าง "โลร็อง โกเซียลนี" ต้องทำงานหนักอยู่คนเดียว ถึงแม้ว่าในช่วงหลายปีที่ผ่านมาเซนเตอร์ทีมชาติฝรั่งเศษจะก้าวขึ้นมาเป็นหนึ่งในกองหลังตัวกลางที่ดีที่สุดในพรีเมียร์ลีกก็ตาม แต่ด้วยตัวคนเดียวลำพังก็ทำอะไรได้ไม่เต็มที่นัก คู่หูสำรองอย่าง "กาเบรียน เปาลีสต้า" ก็ไม่มีทีท่าว่าจะพึ่งพิงอะไรได้ซึ่งเวนเกอร์เองก็ไม่ได้นิ่งนอนใจ เบียดเงินซื้อกองหลังดาวรุ่งดวงใหม่ วัน 20 ขวบชาวอังกฤษอย่าง "ร็อบ โฮลดิ้ง" มาจากโบลตันวอนเดอเรอส์ทันทีด้วยค่าตัว "2 ล้านปอนด์" แต่นั่นก็ไม่อาจจะทำให้ถูกใจแฟนบอลปืนใหญ่ได้ เพราะเจ้หนูโฮลดิ้งยังกระดูกอ่อนเกินไปสำหรับทีมที่จะต้องลุ้นแชมป์อย่างอาร์เซน่อล
แต่แล้วเมื่อก่อนปิดตลาดซื้อขายนักเตะ อาแซน เวนเกอร์ ก็ทำให้บรรดาแฟนบอลหายใจทั่วท้องขึ้นมา ด้วยการทุ่มเงิน 52 ล้านปอนด์ ซื้อตัว "ชโกดราน มุสตาฟี" เซนเตอร์แบค ทีมชาติเยอรมันนี และ "ลูคัส เปเรซ" ศูนย์หน้าชาวสเปน เข้ามาสู่ทีม และนั่นเป็นการเริ่มต้นของสิ่งดีๆ เพราะนับจากวันนั้นจนถึงวันนี้ อาร์เซน่อลยังไม่เคยแพ้ใครอีกเลย โดยมีผลการแข่งขัน ชนะ 10 เสมอแค่ 2 ครั้ง และที่น่าแปลกใจไปกว่านั้น อาร์เซน่อลยังยิงประตูเป็นว่าเล่น ยิงได้จากทุกตำแหน่งในแนวรุกเลยด้วยซ้ำ
และเหมือนกับทุกคนนัดกันฟอร์มดีโดยไม่ได้นัดหมาย แต่ละคนโชว์ผลงานกันอย่างตระการตา แม้กระทั้งนักเตะที่ 4 ปีจะเล่นดีหนึ่งครั้ง(ก่อนต่อสัญญา) เจ้าของฉายา "ดาวรุ่งตลอดกาล" อย่าง "ทีโอ วัลคอต" ยังยิงไปแล้ว 8 ประตูด้วยฟอร์มที่ร้อนแรงแบบหยุดไม่อยู่ ทั้งๆ ที่ในอดีตศูนย์หน้ากึ่งปีกทีมชาติอังกฤษรายนี้ ถูกยี้เป็นอันดับต้นๆ จนถูกเรียกร้องให้ขายออกไปไม่รู้กี่ครั้งต่อกี่ครั้ง หรือนักเตะจอมปั้นอย่าง "เมซุต โอซิล" เทพแอสซิสทีมชาติเยอะรมัน ที่แม้จะรู้กันดีอยู่แล้วว่าเขาคือระดับโลกของจริง แต่ด้วยรูปแบบการเล่นที่เน้นจ่ายบอลให้เพื่อนเป็นหลัก ทำให้เขาไม่ค่อยได้ทำประตูเองมากนัก แต่ฤดูกาลนี้โอซิลกลับทำ "แฮตทริก" แรกในชีวิตไปเรียบร้อยแล้ว นักเตะระดับโลกอีกคนของปืนใหญ่อย่าง "อเล็กซิส ซานเชส" ก็ทำได้หวือหวากว่าเคยด้วยการทำไป 8 ประตูเท่ากับวัลค็อต
แถมในแนวรุกยังมีดาวรุ่งที่จรัสแสง ส่องประกายแวววับจับตาอย่าง "อเล็กซ์ อิโวบี" ส่วนในแดนกลาง นักเตะอย่าง "ซานติ กาซอร์ลา" "ฟรานซิส กอเกอแลง" "มูฮัมเมต เอลเนนี่" ก็ทำผลงานได้ดีทุกคน โดยเฉพาะในรายของกาซอล่านั้นเรียกว่าทีมปืนใหญ่ขาดเขาไม่ได้เลยทีเดียว วิงแบคตัวจริงอย่าง "นาโช่ มอนเรอัล" และเจ้าหนูอัจริยะ "เฮคเตอร์ เบลเลริน" ก็ทำหน้าที่ได้ดีเหลือเกิน เล่นดีกันไปถึงประตูมือ 1 และมือ 2 อย่าง "ปีเตอร์ เชค" และ "ดาวิด ออสปิน่า" จนเวนเกอร์ออกมาชื่นชมว่าทีมปืนใหญ่ตอนนี้มีผู้รักษาประตูระดับโลกถึงสองคน อาร์เซน่อลตอนนี้ฟอร์มดีไปถึงตัวสำรอง ซึ่งต้องบอกว่าปีนี้ไม่เหมือนปีที่ผ่านๆ มา ที่พอถึงเดือนพฤษจิกายนทีไร นักเตะปืนใหญ่ต่างนัดกันเจ็บ พวกที่เหลือก็เตะถี่จนฟอร์มกระจัดกระจาย พอถึงช่วง "บ็อกซิ่งเดย์" ก็ทำแต้มหล่นหายจนถูกทิ้งห่าง จะมาตามพวกช่วงท้ายฤดูกาลก็ไม่ทันสักที แต่ปีนี้แตกต่าง นอกจากนักเตะจะนัดกันฟอร์มดีขึ้นมาในทุกตำแหน่งแล้ว ตัวที่เคยเจ็บ ก็พากันหายเจ็บกลับมา มีนักเตะที่ทดแทนกันได้ทุกตำแหน่ง
อะไรคือสาเหตุที่ทำให้ปืนใหญ่กลับมาน่ากลัว และผงาดได้อีกครั้ง เพราะอเล็กซิสขึ้นไปเล่นกองหน้า? หรือเพราะได้มุสตาฟี่มาบัญชาการแนวรับ? หรือเพราะดวง? หรือเพราะนี่อาจจะเป็นปีสุดท้ายของชายที่ชื่อ "อาร์แซน เวนเกอร์"