ก่อนหน้านี้ไม่ว่าจะเกิดสถานการณ์อะไร ส่วนตัวยังคงคิดว่าการเปลี่ยนตัว อาร์แซน เวนเกอร์ เป็นผู้จัดการทีมคนอื่นยังไม่ถึงกับต้องเปลี่ยน แต่ดู ๆ แล้วนับวันความไว้เนื้อเชื่อใจเริ่มหมดลงเรื่อย ๆ ไม่ใช่ว่าการเล่นไม่ดี 3-4 นัดหลังแล้วออกมาพูด แต่พิจารณาและดูมาหลายครั้งแล้วคิดว่าการเปลี่ยนผู้จัดการทีมและทีมงานอาจจะเป็นสิ่งที่ทีมจำเป็นต้องทำก่อนการเสริมตัวผู้เล่นหรือเปล่า ???
ส่วนหนึ่งไม่ได้บอกว่าความผิดหรือการพัฒนาการของปืนใหญ่เป็นความผิดของเวนเกอร์เพียงคนเดียว ผู้บริหารหรือผู้ถือหุ้นใหญ่ต่างก็มีส่วนทั้งสิ้นในการดำเนินนโยบายทางด้านการเงิน นักเตะ หรือแนวทางทั้งหลายแหล่ เพียงแต่เมื่อถึงคราวต้องดูกันจริง ๆ เวนเกอร์อาจจะต้องเป็นคนแรกที่ต้องรับผิดชอบกับทีมในเมื่อผลการแข่งขันมันไม่ได้เป็นไปตามเป้าหมายใช่้หรือไม่ ????
------------------------------------------------------------------------------------------------------------------------------------------------------กลับมาว่าถึงเกมการแข่งขันเมื่อคืนถ้าเราไม่พูดถึงความยอดเยี่ยมของบาเยิร์น มิวนิค คงเป็นไปไม่ได้ เพราะอย่างที่หลายคนทราบว่าในฤดูกาลนี้ทีมเสือใต้ มีความพร้อมอย่างมากในการไล่ล่าแชมป์ต่าง ๆ โดยเฉพาะในศึกแชมเปี้ยนส์ลีกที่พลาดถ้วยมาตลอดใน 2-3 ปีหลังทั้ง ๆ ที่ทีมได้เข้าชิงถึง 2 ครั้ง ดังนั้นในปีนี้เสือใต้จึงมุ่งมั่นในรายการนี้อย่างมาก ยิ่งการแข่งขันในบุนเดสลีกา ทีมมีคะแนนนำอย่างชนิดที่ว่าแชมป์อยู่ในมือ ยิ่งทำให้การจัดตัวของไฮย์เกสยิ่งง่ายขึ้นอีก
การได้ ฆาบี มาร์ติเนชทำให้ในแดนกลางมีความแน่นหนา ชนิดที่ว่ากว่าบอลจะถึงกอลหลังก็ได้รับการสกรีนค่อนข้างมาก ยิ่งการเล่นเพรสซิ่งเมื่อคืน ทั้งทีมแสดงให้เห็นว่าเล่นได้ตามแทคติกที่ ไฮย์เกส วางไว้ได้อย่างดี เมื่อบีบเกมตั้งแต่แดนหน้า ให้อาร์เซน่อลออกบอลยากและเมื่อปืนใหญ่หมดมุกทีมก็ต้องใช้การโยนยาวจากหลังไปหน้า ซึ่งเป็นการโยนไปให้วัลคอตต์ที่ดูยังไงก็ไม่เหมาะเล่นหน้าตัวเป้าเลย ดังนั้นเกมรุกของปืนใหญ่จึงบ้อท่าและจบลงด้วยการคิดอะไรไม่ออกบอกวิลเชียร์เพียงคนเดียว
ในขณะที่นักเตะบาเยิร์นทั้งทีมเมื่อไล่กดดันจนได้บอลมาครอง เราจะเห็นถึงความแตกต่างในการลำเลียงบอล ต่อบอลไม่ว่าจะในพื้นที่แคบ ๆ หรือการใช้ความสามารถเฉพาะตัวในการแก้ไขปัญหาเฉพาะหน้า จนนำมาซึ่งการเซตบอลเข้าทำได้เป็นชุด ๆ สิ่งหนึ่งที่สะท้อนให้เห็นในสนามคือ ภาวะความเป็นผู้นำของทั้ง 2 ทีมที่แตกต่างกันอย่างสิ้นเชิง
อาร์เซน่อลขาดคนที่มีภาวะผุ้นำมาหลายปีแล้วตั้งแต่ไม่มีปาทริค วิเอร่า ซึ่งไม่เข้าใจเลยว่าทำไมบุคลากรอย่างเวนเกอร์จึงมองไม่เห็นถึงความจำเป็นของนักเตะแบบนี้ หรือว่ามองเห็นแต่ทำเป็นไม่สนใจกันแน่ ?? เห็นความพยายามของวิลเชียร์แล้วได้แต่ถอนหายใจที่หลาย ๆ จังหวะไม่มีคนสอดรับประสานต้องพาบอลเข้าไปทำเอง ทั้ง ๆ ที่ถ้ามีนักเตะที่มีทัศนคติอย่างวิลเชียร์อยู่สัก 2-3 คน อาจจะมีคนมาช่วยแบกทีมและแบ่งเบาภาระได้
คงต้องบอกว่าเส้นทางในฤดูกาลนี้ของสาวกปืนใหญ่จบสิ้นลงแล้ว การจะได้อันดับ 4 ในฤดูกาลนี้ดูไปอาจจะยากยิ่งกว่าได้แชมป์เอฟเอคัพ หรือลีก คัพ ที่เวนเกอร์บอกว่านักเตะอยากไปแชมเปี้ยนส์ลีกมากกว่าซะอีก จบฤดูกาลถ้าเรายังคงได้เห็นเวนเกอร์โอดครวญถึงเกมการแข่งขัน นักเตะ ค่าเหนื่อย บลา บลา อีก นั่นแสดงให้เรารู้และต้องเตรียมใจไว้ว่า ฤดูการหน้าการพูดถึงทีมอาร์เซน่อลคงไม่มีอะไรเปลี่ยนแปลงไปมากกว่านี้แล้ว เพราะมันคงจะเป็นประเด็นแบบเดิม ๆ และเดิม ๆ ต่อไปเรื่อย ๆ จนกว่าจะมีการเปลี่ยนแปลงตัวผู้จัดการทีมหรือบอร์ดบริหาร (มั้ง)
ปล.ไม่ได้ตั้งใจเขียนซะยาวแบบนี้เลย แต่มือมันไหลไปเรื่อย ๆ เมื่อเห็นฟอร์มของอาร์เซน่อลเมื่อคืน
ปล1.คิดถึง วิเอร่า อดัมส์ แคมเบลล์ อองรี ปิแรส จริง ๆ ให้ตายเหอะโรบิน
ปล2.คิดถึงคุณปืนใหญ่หน้ากลาโหมนะ ไม่รู้ป่านนี้ยังเล่นบอร์ดอยู่หรือเปล่า
เห็นอาร์เซน่อลเล่นแล้วปวดตับจริง ๆ
ส่วนหนึ่งไม่ได้บอกว่าความผิดหรือการพัฒนาการของปืนใหญ่เป็นความผิดของเวนเกอร์เพียงคนเดียว ผู้บริหารหรือผู้ถือหุ้นใหญ่ต่างก็มีส่วนทั้งสิ้นในการดำเนินนโยบายทางด้านการเงิน นักเตะ หรือแนวทางทั้งหลายแหล่ เพียงแต่เมื่อถึงคราวต้องดูกันจริง ๆ เวนเกอร์อาจจะต้องเป็นคนแรกที่ต้องรับผิดชอบกับทีมในเมื่อผลการแข่งขันมันไม่ได้เป็นไปตามเป้าหมายใช่้หรือไม่ ????
------------------------------------------------------------------------------------------------------------------------------------------------------กลับมาว่าถึงเกมการแข่งขันเมื่อคืนถ้าเราไม่พูดถึงความยอดเยี่ยมของบาเยิร์น มิวนิค คงเป็นไปไม่ได้ เพราะอย่างที่หลายคนทราบว่าในฤดูกาลนี้ทีมเสือใต้ มีความพร้อมอย่างมากในการไล่ล่าแชมป์ต่าง ๆ โดยเฉพาะในศึกแชมเปี้ยนส์ลีกที่พลาดถ้วยมาตลอดใน 2-3 ปีหลังทั้ง ๆ ที่ทีมได้เข้าชิงถึง 2 ครั้ง ดังนั้นในปีนี้เสือใต้จึงมุ่งมั่นในรายการนี้อย่างมาก ยิ่งการแข่งขันในบุนเดสลีกา ทีมมีคะแนนนำอย่างชนิดที่ว่าแชมป์อยู่ในมือ ยิ่งทำให้การจัดตัวของไฮย์เกสยิ่งง่ายขึ้นอีก
การได้ ฆาบี มาร์ติเนชทำให้ในแดนกลางมีความแน่นหนา ชนิดที่ว่ากว่าบอลจะถึงกอลหลังก็ได้รับการสกรีนค่อนข้างมาก ยิ่งการเล่นเพรสซิ่งเมื่อคืน ทั้งทีมแสดงให้เห็นว่าเล่นได้ตามแทคติกที่ ไฮย์เกส วางไว้ได้อย่างดี เมื่อบีบเกมตั้งแต่แดนหน้า ให้อาร์เซน่อลออกบอลยากและเมื่อปืนใหญ่หมดมุกทีมก็ต้องใช้การโยนยาวจากหลังไปหน้า ซึ่งเป็นการโยนไปให้วัลคอตต์ที่ดูยังไงก็ไม่เหมาะเล่นหน้าตัวเป้าเลย ดังนั้นเกมรุกของปืนใหญ่จึงบ้อท่าและจบลงด้วยการคิดอะไรไม่ออกบอกวิลเชียร์เพียงคนเดียว
ในขณะที่นักเตะบาเยิร์นทั้งทีมเมื่อไล่กดดันจนได้บอลมาครอง เราจะเห็นถึงความแตกต่างในการลำเลียงบอล ต่อบอลไม่ว่าจะในพื้นที่แคบ ๆ หรือการใช้ความสามารถเฉพาะตัวในการแก้ไขปัญหาเฉพาะหน้า จนนำมาซึ่งการเซตบอลเข้าทำได้เป็นชุด ๆ สิ่งหนึ่งที่สะท้อนให้เห็นในสนามคือ ภาวะความเป็นผู้นำของทั้ง 2 ทีมที่แตกต่างกันอย่างสิ้นเชิง
อาร์เซน่อลขาดคนที่มีภาวะผุ้นำมาหลายปีแล้วตั้งแต่ไม่มีปาทริค วิเอร่า ซึ่งไม่เข้าใจเลยว่าทำไมบุคลากรอย่างเวนเกอร์จึงมองไม่เห็นถึงความจำเป็นของนักเตะแบบนี้ หรือว่ามองเห็นแต่ทำเป็นไม่สนใจกันแน่ ?? เห็นความพยายามของวิลเชียร์แล้วได้แต่ถอนหายใจที่หลาย ๆ จังหวะไม่มีคนสอดรับประสานต้องพาบอลเข้าไปทำเอง ทั้ง ๆ ที่ถ้ามีนักเตะที่มีทัศนคติอย่างวิลเชียร์อยู่สัก 2-3 คน อาจจะมีคนมาช่วยแบกทีมและแบ่งเบาภาระได้
คงต้องบอกว่าเส้นทางในฤดูกาลนี้ของสาวกปืนใหญ่จบสิ้นลงแล้ว การจะได้อันดับ 4 ในฤดูกาลนี้ดูไปอาจจะยากยิ่งกว่าได้แชมป์เอฟเอคัพ หรือลีก คัพ ที่เวนเกอร์บอกว่านักเตะอยากไปแชมเปี้ยนส์ลีกมากกว่าซะอีก จบฤดูกาลถ้าเรายังคงได้เห็นเวนเกอร์โอดครวญถึงเกมการแข่งขัน นักเตะ ค่าเหนื่อย บลา บลา อีก นั่นแสดงให้เรารู้และต้องเตรียมใจไว้ว่า ฤดูการหน้าการพูดถึงทีมอาร์เซน่อลคงไม่มีอะไรเปลี่ยนแปลงไปมากกว่านี้แล้ว เพราะมันคงจะเป็นประเด็นแบบเดิม ๆ และเดิม ๆ ต่อไปเรื่อย ๆ จนกว่าจะมีการเปลี่ยนแปลงตัวผู้จัดการทีมหรือบอร์ดบริหาร (มั้ง)
ปล.ไม่ได้ตั้งใจเขียนซะยาวแบบนี้เลย แต่มือมันไหลไปเรื่อย ๆ เมื่อเห็นฟอร์มของอาร์เซน่อลเมื่อคืน
ปล1.คิดถึง วิเอร่า อดัมส์ แคมเบลล์ อองรี ปิแรส จริง ๆ ให้ตายเหอะโรบิน
ปล2.คิดถึงคุณปืนใหญ่หน้ากลาโหมนะ ไม่รู้ป่านนี้ยังเล่นบอร์ดอยู่หรือเปล่า