ยิ่งพยายามใช้ภาษาอังกฤษ ยิ่งรู้สึกโง่ลง...อยากกลับมารู้สึกดีอีกครั้ง

สวัสดีค่ะ ตอนนี้เรารู้สึกว่า เรากังวลเกี่ยวกับการใช้ภาษาอังกฤษของเรามาก...(ที่ใช้คำว่า ใช้ภาษา เพราะสื่อถึงการสื่อสารในทุกกรณีค่ะ พูด ฟัง อ่าน เขียน)...สำหรับเราภาษาอังกฤษ เราจะคล่องในเรื่องของการอ่านและเขียนมากกว่าการพูดและฟังถึงแม้ว่าจะไม่ถูกตามหลักแกรมม่าสักเท่าไหร่...


เริ่มต้นของเราคือ เราชอบภาษาอังกฤษตั้งแต่เด็ก เราใฝ่ฝันอยากจะไปเมืองนอก (ตอนเด็ก..ชอบจัสติน บีเบอร์ค่ะ) และคิดว่าการที่เราสามาเข้าใจในภาษาอังกฤษได้เป็นใบเบิกทางที่ดีค่ะ...เราเริ่มไขว่ขว้าด้วยตัวเอง นอกเหนือจากการเรียนไวยากรณ์ในห้องเรียน เราพยายามดูหนังซาวน์แทร็ก

ตอนม.1 ก็พยายามคุยกับคุณครูชาวต่างชาติ และครูคนนี้ก็กลายเป็นเหมือนเพื่อนคนแรกที่ได้ฝึกภาษาอังกฤษค่ะ...เราติดต่อกันทางเฟสบุ๊คค่ะ ถึงแม้ว่าครูจะบินกลับอเมริกาไปแล้วก็ยังติดต่อ..

ตอนม.3 เป็นครั้งแรกที่เราเริ่มเล่นเว็บหาเพื่อนฝรั่ง เว็บ chat roulette ตอนนั้นก็เล่นเจอทั้งคนที่ดี คนแย่ๆแบบพวกโชว์ออฟก็มีค่ะ เล่นเว็บนี้ใจต้องแข็ง กด next ให้ไว(หรือใครจะดูต่อก็แล้วแต่นะ 555) หลังจากที่เราเล่นเว็บนี้มาสักพัก มันทำให้เราติดศัพท์แสลงวัยรุ่น หรือคำย่อเพื่อความรวดเร็วในการพิมพ์ แต่ที่แน่ๆเรารับรู้ได้ว่า เราตั้งคำถามเป็นและคิดไรพิมพ์ไปได้เลย พวกคำถามพื้นฐาน แต่เรายังคุยแบบเป็นเรื่องเป็นราวไม่ได้

จนกระทั่งผ่านมา 2 ปี ม.5 เราได้รู้จักเพื่อนคนนึงซึ่งเป็นเพื่อนต่างชาติคนเดียวที่ยังติดต่อเราอยู่ ตอนนี้เราอยู่ปี 1 แล้วค่ะ...เพื่อนคนนี้เรารูจักกันผ่าน แอพ kik ซึ่งเปรียบเสมือน line แต่มีการใช้กว้างขวางเป็นที่นิยมในหลายชาติ...

เหตุมันเริ่มขึ้นตอนนี้แหละค่ะ ไม่กี่วันที่ผ่านมา เพื่อนคนนี้เขาดีนะคะ ทุกครั้งที่เราออนเฟสบุ๊ค(ตลอด 2 ปีที่ผ่านมา)เขาจะทักมาตลอด ถามสารทุกข์สุขดิบ แต่ตอนนี้เรารู้สึก เราไม่อยากคุยเราเป็นอะไรไม่รู้ เราเห็นภาษาอังกฤษมาแต่แบบว่าสมองเราไม่รู้จะตอบกลับว่าไง เรารู้สึกเรากลัวภาษาอังกฤษ เราเลยอธิบายให้เขาฟังว่า เรารู้สึกกังวล และ เราก็รู้สึกผิดนะที่ไม่ตอบเขา

เราไม่รู้จะทำยังไงให้เรากลับมาคุยได้แบบสบายๆ เหมือนเดิม...แบบอยากจะพูดอะไรก็พูดออกมาเลย เราเหมือนว่าตอนนี้เรากลัวที่จะพิมพ์อธิบายเรื่องยาวๆค่ะ


ทำอย่างไรถึงจะกลับมาเป็นเหมือนเดิม
แก้ไขข้อความเมื่อ

แสดงความคิดเห็น
โปรดศึกษาและยอมรับนโยบายข้อมูลส่วนบุคคลก่อนเริ่มใช้งาน อ่านเพิ่มเติมได้ที่นี่