สุดยอดความคิดเห็น
ความคิดเห็นที่ 5
หนังก็มีอรรถรสประมาณนั้น แต่ชีวิตจริงไม่มีเหตุผลเลยครับที่จะบอกว่าคิดแบบไหนฉลาดกว่ากัน
มันคือการทับถมอีกฝ่ายทันที
ทั้งที่บางคนอยากมีครอบครัว และสามารถปรับตัวเข้ากับใครอีกคนได้ดี จนแต่งงานมีลูก มีความสุขในแบบเค้า
หรือแม้แต่จะยังไม่สมหวัง แต่เค้ายังมีความเชื่อ และเค้าอยากมีความสุขในแบบที่เค้าเชื่อ ก็ไม่คิดว่าโง่อะไร
จริงๆไม่ได้มองเป็นเรื่องโง่หรือฉลาดด้วยซ้ำ มันเป็นความพึงพอใจในแบบของคนๆนั้น คงเปรียบเทียบกับใครไม่ได้
ต่างคนก็ต่างเลือกในสิ่งที่ตัวเอง "น่าจะ" มีความสุขในอนาคตแหละครับ
สุดท้ายชีวิตจะเป็นไงก็แล้วแต่ มันไม่แน่นอน แต่ขอแค่อย่ามองกลับมาและเห็นว่าสิ่งที่เคยคิดเคยทำมันผิด และรู้สึกพลาด
ผมว่าสิ่งนี้แหละน่ากลัวที่สุด
มันคือการทับถมอีกฝ่ายทันที
ทั้งที่บางคนอยากมีครอบครัว และสามารถปรับตัวเข้ากับใครอีกคนได้ดี จนแต่งงานมีลูก มีความสุขในแบบเค้า
หรือแม้แต่จะยังไม่สมหวัง แต่เค้ายังมีความเชื่อ และเค้าอยากมีความสุขในแบบที่เค้าเชื่อ ก็ไม่คิดว่าโง่อะไร
จริงๆไม่ได้มองเป็นเรื่องโง่หรือฉลาดด้วยซ้ำ มันเป็นความพึงพอใจในแบบของคนๆนั้น คงเปรียบเทียบกับใครไม่ได้
ต่างคนก็ต่างเลือกในสิ่งที่ตัวเอง "น่าจะ" มีความสุขในอนาคตแหละครับ
สุดท้ายชีวิตจะเป็นไงก็แล้วแต่ มันไม่แน่นอน แต่ขอแค่อย่ามองกลับมาและเห็นว่าสิ่งที่เคยคิดเคยทำมันผิด และรู้สึกพลาด
ผมว่าสิ่งนี้แหละน่ากลัวที่สุด
แสดงความคิดเห็น
คุณว่าเลือกเป็น "โสด" ฉลาดไหม ?
ชายคนนึง... บอกว่าตนฉลาดที่สุด เพราะอีกสามคนต่างก็มีภรรยาแต่งงานกันแล้ว...
...
ผมเคยมีแฟน อยู่ด้วยกันประมาณ ๔ ปี แต่สุดท้ายก็ล้มเหลว โดยผมเป็นคนล้มกระดานเอง...
...
มาวันนี้ผมตัวคนเดียว... ผมมีเวลาให้กับตัวเองเยอะ... ผมเติมเต็มช่วงเวลาที่ขาดหายไปช่วงมีแฟน ผมต้องทำงานประจำเพื่อความมั่นคงในชีวิตคู่
งานประจำและชีวิตอีกคน... ทำให้ผมแทบไม่มีเวลาเป็นของตัวเอง จิตใจผมเริ่มเก็บกด... ผมเริ่มทุกข์ และสุดท้ายผมหมดพลัง...
นำพาให้ผมแยกจากเธอ... และลาออกจากงาน
ผมช่วยงานครอบครัวและญาติ... ผมเป็นตัวฟรี... ซ่อมแซมตัวเอง พัฒนาตัวเอง... ผมได้ทำในสิ่งต่าง ๆ ตามใจผมถวิลย์หา
ผมอิสระ ผมจะไปไหนก็ได้... ผมมีเงินเหลือ... ผมสามารถให้คุณแม่ได้...
จิตใจผมมีสติ มีสมาธิเต็มที่ขึ้น... พื้นที่ว่างในจิตใจผมเยอะขึ้น
ผมมีความสุขดี...
ผมไม่ใช่คนขี้เหงาเท่าไหร่... ผมมีสิ่งที่ยึดเหนี่ยวคือการดำเนินตามคำสอนในศาสนาที่ผมศรัทธา
ผมมีงานอดิเรก... ผมชอบวาดรูป อ่านหนังสือ เดินทาง
...วันนี้ผมคล้ายกลับไปเป็นเด็กที่ใสซื่ออีกครั้ง... ผมสนุกกับการใช้ชีวิต...
แม่ผมบอกผมว่า... "เธอไม่เหมาะกับชีวิตคู่ เธอเหมาะกับการอยู่คนเดียว เธอสมถะและรักสันโดษ"
...แม้ผมจะอยู่คนเดียวผมก็ไม่พึ่งเว็บลามก... ผมพึ่งศาสนาในการขัดเกลาจิตใจผม ถึงแม้ผมจะอยู่คนเดียว... ผมก็มีความคิดจะไม่ช่วยตัวเอง คือ ลดราคะจิต... ลดความหมกมุ่นทางเพศ... ผมไม่ต้องพึ่งความสุขในรสเพศ...
ผมมีศาสนา... ผมมีงานอดิเรก ผมมีความรักในการดูแลตัวเอง ทั้งร่างกายและจิตใจ... ผมมีเป้าหมาย... ทุกวันคือวันที่ผมจะทำให้มันดี...
แต่..........
ผมไม่ได้ปิดกั้นสำหรับเพศตรงข้าม... บางทีเรื่องแบบนี้ก็เป็นเรื่องอนาคต
จริง ๆ การได้รักใครซักคนมันก็ดีเหมือนกันนะครับ...
แต่ตอนนี้ผมไม่พร้อมหรอก... ผมขอทำตัวเองให้แข็งแรงก่อน... เข้าถึงความรักในตัวเองจริง ๆ ก่อน
เป็นคนที่จริงใจใสสะอาดได้มากขึ้น... (เมื่อก่อนผมมีนิสัยแย่ ๆ อยู่มากครับ)
ถ้าผมหาเงินได้เต็มเม็ดเต็มหน่วยได้จริง ๆ ผมมีการงานของผม ที่ผมจะสามารถยึดเป็นเครื่องเลี้ยงชีวิตผมเองได้ และสามารถเผื่อไปยังผู้อื่นได้
ตอนนั้นผมอาจเปิดกว้างสำหรับเรื่อง ผู้หญิง มากขึ้น...
...
ตอนนี้ ผมตัวคนเดียว... ก็มีความสุขดี ผมได้อยู่กับครอบครัวมากยิ่งขึ้น ได้เป็นอีกเรี่ยวแรงนึงในครอบครัว ในญาติพี่น้องมากขึ้น...
ผมเต็มที่กับครอบครัวขึ้น...
เอาล่ะ... ประมาณนี้...
ผมว่าตัวคนเดียวมันก็เบาดี... อยากจะทำอะไรก็ว่องไวดี...
ป.ล. ตอนผมเลิกกับแฟน... ผมก็ ไปส่งเธออย่างดีที่สุด... บางครั้งผมก็ยังโทรไปหาเธอ ถามไถ่ บางวันผมก็อธิษฐานให้เธอ...
ผมรู้ว่าผมล้มเหลวในชีวิตคู่...
ผมอ่อนแอ... ผมพาเธอไปไม่ได้...
แต่มันก็ผ่านไปแล้ว... เราต่างแยกกัน... ไปตามเส้นทางของแต่ละคน...
ไม่มีการยืนพิงนั่งพิงกัน... เราต้องหลังตรงด้วยตัวเราเอง...
ไปทำตัวเองให้แข็งแรงก่อน...
ขอบคุณที่อ่านกันครับ