เมื่อช่วง 5 เดือนที่แล้วค่ะ จขกท เป็นโรคซึมเศร้าซึ่งไม่รู้ว่าตัวเองเป็นค่ะ พึ่งมารู้สึกว่าเหมือนจะเป็นบ้าก็ตอนที่เลิกกับแฟนคนล่าสุด
เพราะเป็นแฟนที่รักมากและโดนหักหลังมากถึง 3 รอบ ใช่ค่ะ โดนหักหลังตั้ง 3 รอบ แต่ก็ไม่เคยโกรธเลยเพราะรักมากๆ
แต่แล้วก่อนที่จะเลิกกัน จขกท รู้สึกได้ค่ะว่าตอนที่กลับมาคบกันตอนนั้น มันไม่ได้มีความรู้สึกเหมือนเมื่อก่อนแล้ว เพราะเขาไม่ได้รักเราจริงๆค่ะ
แต่ก็หลอกตัวเองทุกครั้งว่าไม่เป็นไร อดทน จนมีครั้งหนึ่งที่แฟนเก่าจขกท มาบอกว่าไปไม่ได้ จขกท กลัวมากเลยค่ะว่าเขาจะทิ้งไป (เอาตรงๆไม่รู้สึกถึงความผิดชอบชั่วดีเลยค่ะ มันบังตาไปหมด555+) ทำให้จขกท ลงทุนนั่งแท๊กซ่ไปหาเขาที่หน้าบ้าน(ตอนนั้นเขาย้ายไปบ้านใหม่แต่ไม่รู้อยู่ที่ไหนเลยไปรอที่บ้านนั้นค่ะ ซึ่งไม่มีคนอยู่) รอตั้งแต่ 2 ทุ่มยัน 5 ทุ่ม เพื่อนก็ตกใจค่ะ ลงทุนมารับกลับ แต่ตอนนั้นมันไม่รู้สึกตัวจริงๆนะคะ แค่รู้ว่าอยากเจอแค่นั้นเองค่ะ
เพื่อนเลยบอกว่าน่าจะมีปัญหาทางจิตเพราะเราเพ้อตลอดเลยค่ะ ข้าวไม่กิน คือผอมมากเลยตลอด 3 วัน
จนวันนึงค่ะ เอาแต่คิดเรื่องแฟนเก่ามาก จนมันไปทำลายชีวิตประจำวัน แม้กระทั่งเรื่องเรียนในมหาลัย ทำผิดพลาดหมดเลยค่ะ ที่พีคสุดคือทำให้งานกลุ่มของเพื่อนๆล่มไปด้วย ตอนนั้นน้ำตาแตกเลยค่ะ โทษตัวเองว่าเป็นความผิดของตัวเอง แต่เพื่อนก็บอกค่ะว่าไม่เป็นไร แต่ตอนนั้นในหัวมันไม่รับรู้อะไรจริงๆค่ะแค่คิดว่า เรามันดูไร้ค่าไม่มีประโยชน์ให้คนอื่นเลย พอกลับมาที่คอนโดคนเดียวก็ร้องไห้ มันเลยสั่งสมค่ะว่า
เออ... ถ้าเราไม่อยู่อะไรๆคงดีกว่านี้
พอคิดได้ค่ะก็อยากจะปีนระเบียงฆ่าตัวตายเลยค่ะ เลยตัดสินใจเอาเก้าอี้ไป หนึ่งตัว แล้วไปปีนอยู่บนระเบียง
มือถือโทรศัพท์พร้อมพิมไลนไปหาครอบครัว และเพื่อนค่ะว่า เราไม่ไหวแล้ว
ตอนนั้นพิมไปยาวมากค่ะ จนมันมีข้อความหนึ่งเด้งขึ้นมา เป็นแม่ที่ส่งรูปภาพของน้องสาวคนเล็กใส่ชุดแฟนซีเป็นดรัมเมเยอร์
แล้วแม่ก็ส่งข้อความมาอีกค่ะว่า "น้องP(ย่อเป็นชื่อนะคะ) วันนี้น้องเป็นดรัมไม้ 1 ของห้องเลยนะ วันนี้แม่มาถ่ายรูปกับพ่อ"
จากนั้น แม่ก็บอกอีกค่ะว่า "น้องP เราก็มีอยู่กันแค่นี้นะ อย่าลืมดูแลน้องให้แม่ด้วย แม่รักลูกที่สุดนะ"
แค่นั้นแหละค่ะ พอได้สติมันก็ร้องไห้ออกมาเลยค่ะ ทั้งๆที่ตัวเองพร้อมจะกระโดดอยู่แล้ว เหมือนข้อความนั้นมันช่วยชีวิตของเราไว้ค่ะ
จากนั้นเราก็คิดเลยค่ะว่า ถ้าไม่มีเราในตอนนั้น แล้วเราจะดูแลครอบครัวเราได้ยังไง จากนั้นเพื่อนก็โทรมาหาค่ะ เป็นจังหวะที่เรากำลังนั่งร้องไห้อยู่ตรงระเบียง เราเลยเล่าให้ฟังกับเพื่อนหมดทุกอย่าง เพื่อนเราเลยพาเราไปรักษากับจิตแพทย์ หมอเลยบอกว่าให้เราปล่อยวางทุกอย่างค่ะ เลยตัดสินใจบอกเลิกกับแฟนเก่าคนนั้นเพราะไม่อยากรั้งไว้ค่ะ เพราะมันจะมีแค่เราที่เจ็บอยู่ฝ่ายเดียว และบอกเรื่องพวกนี้ให้ครอบครัวรู้ แต่แปลกค่ะที่พ่อแม่จขกท ไม่โกรธ แต่เขาสงสารมากกว่าว่า เราอยู่คนเดียวคงเหงา และ เรียนหนัก เพราะที่ผ่านมาแทบไม่ได้กลับไปหาพวกเขาเลยค่ะ เพราะมันชนกับตารางเรียนตลอด เลยสัญญากับพวกเขาค่ะว่ามีอะไรจะเล่าให้พวกเขาฟังเสมอค่ะ รวมถึงเพื่อนๆด้วยที่เป็นห่วงเรา
อยากฝากเรื่องนี้เป็นอุธาหรณ์สำหรับคนที่เครียดหรือสิ้นหวังในชีวิตนะคะ ในวันที่เรารู้สึกว่าตัวเองไร้ค่า แต่อย่าลืมว่ายังมีครอบครัวและคนรอบข้างที่ยังรักและเห็นคุณค่าในตัวเรามากที่สุด และอย่าคิดว่าทุกอย่างมันต้องจบด้วยการที่เราไม่มีตัวตนค่ะ เพราะทุกอย่างมีทางออกเสมอ และเรายังมีหน้าที่ที่ต้องดูแลคนรอบตัว เช่น ครอบครัวค่ะ เข้าใจว่าความรักมันเป็นสิ่งที่อ่อนไหวและตัดใจยาก แต่ถ้าเราเลือกที่จะรักก็ต้องรักให้ถูกคนด้วยนะคะ
ขอบคุณที่อ่านค่ะ ^^
อยากแชร์ประสบการณ์ที่เคยคิดฆ่าตัวตายแต่มีคนที่สำคัญช่วยไว้
เพราะเป็นแฟนที่รักมากและโดนหักหลังมากถึง 3 รอบ ใช่ค่ะ โดนหักหลังตั้ง 3 รอบ แต่ก็ไม่เคยโกรธเลยเพราะรักมากๆ
แต่แล้วก่อนที่จะเลิกกัน จขกท รู้สึกได้ค่ะว่าตอนที่กลับมาคบกันตอนนั้น มันไม่ได้มีความรู้สึกเหมือนเมื่อก่อนแล้ว เพราะเขาไม่ได้รักเราจริงๆค่ะ
แต่ก็หลอกตัวเองทุกครั้งว่าไม่เป็นไร อดทน จนมีครั้งหนึ่งที่แฟนเก่าจขกท มาบอกว่าไปไม่ได้ จขกท กลัวมากเลยค่ะว่าเขาจะทิ้งไป (เอาตรงๆไม่รู้สึกถึงความผิดชอบชั่วดีเลยค่ะ มันบังตาไปหมด555+) ทำให้จขกท ลงทุนนั่งแท๊กซ่ไปหาเขาที่หน้าบ้าน(ตอนนั้นเขาย้ายไปบ้านใหม่แต่ไม่รู้อยู่ที่ไหนเลยไปรอที่บ้านนั้นค่ะ ซึ่งไม่มีคนอยู่) รอตั้งแต่ 2 ทุ่มยัน 5 ทุ่ม เพื่อนก็ตกใจค่ะ ลงทุนมารับกลับ แต่ตอนนั้นมันไม่รู้สึกตัวจริงๆนะคะ แค่รู้ว่าอยากเจอแค่นั้นเองค่ะ
เพื่อนเลยบอกว่าน่าจะมีปัญหาทางจิตเพราะเราเพ้อตลอดเลยค่ะ ข้าวไม่กิน คือผอมมากเลยตลอด 3 วัน
จนวันนึงค่ะ เอาแต่คิดเรื่องแฟนเก่ามาก จนมันไปทำลายชีวิตประจำวัน แม้กระทั่งเรื่องเรียนในมหาลัย ทำผิดพลาดหมดเลยค่ะ ที่พีคสุดคือทำให้งานกลุ่มของเพื่อนๆล่มไปด้วย ตอนนั้นน้ำตาแตกเลยค่ะ โทษตัวเองว่าเป็นความผิดของตัวเอง แต่เพื่อนก็บอกค่ะว่าไม่เป็นไร แต่ตอนนั้นในหัวมันไม่รับรู้อะไรจริงๆค่ะแค่คิดว่า เรามันดูไร้ค่าไม่มีประโยชน์ให้คนอื่นเลย พอกลับมาที่คอนโดคนเดียวก็ร้องไห้ มันเลยสั่งสมค่ะว่า
เออ... ถ้าเราไม่อยู่อะไรๆคงดีกว่านี้
พอคิดได้ค่ะก็อยากจะปีนระเบียงฆ่าตัวตายเลยค่ะ เลยตัดสินใจเอาเก้าอี้ไป หนึ่งตัว แล้วไปปีนอยู่บนระเบียง
มือถือโทรศัพท์พร้อมพิมไลนไปหาครอบครัว และเพื่อนค่ะว่า เราไม่ไหวแล้ว
ตอนนั้นพิมไปยาวมากค่ะ จนมันมีข้อความหนึ่งเด้งขึ้นมา เป็นแม่ที่ส่งรูปภาพของน้องสาวคนเล็กใส่ชุดแฟนซีเป็นดรัมเมเยอร์
แล้วแม่ก็ส่งข้อความมาอีกค่ะว่า "น้องP(ย่อเป็นชื่อนะคะ) วันนี้น้องเป็นดรัมไม้ 1 ของห้องเลยนะ วันนี้แม่มาถ่ายรูปกับพ่อ"
จากนั้น แม่ก็บอกอีกค่ะว่า "น้องP เราก็มีอยู่กันแค่นี้นะ อย่าลืมดูแลน้องให้แม่ด้วย แม่รักลูกที่สุดนะ"
แค่นั้นแหละค่ะ พอได้สติมันก็ร้องไห้ออกมาเลยค่ะ ทั้งๆที่ตัวเองพร้อมจะกระโดดอยู่แล้ว เหมือนข้อความนั้นมันช่วยชีวิตของเราไว้ค่ะ
จากนั้นเราก็คิดเลยค่ะว่า ถ้าไม่มีเราในตอนนั้น แล้วเราจะดูแลครอบครัวเราได้ยังไง จากนั้นเพื่อนก็โทรมาหาค่ะ เป็นจังหวะที่เรากำลังนั่งร้องไห้อยู่ตรงระเบียง เราเลยเล่าให้ฟังกับเพื่อนหมดทุกอย่าง เพื่อนเราเลยพาเราไปรักษากับจิตแพทย์ หมอเลยบอกว่าให้เราปล่อยวางทุกอย่างค่ะ เลยตัดสินใจบอกเลิกกับแฟนเก่าคนนั้นเพราะไม่อยากรั้งไว้ค่ะ เพราะมันจะมีแค่เราที่เจ็บอยู่ฝ่ายเดียว และบอกเรื่องพวกนี้ให้ครอบครัวรู้ แต่แปลกค่ะที่พ่อแม่จขกท ไม่โกรธ แต่เขาสงสารมากกว่าว่า เราอยู่คนเดียวคงเหงา และ เรียนหนัก เพราะที่ผ่านมาแทบไม่ได้กลับไปหาพวกเขาเลยค่ะ เพราะมันชนกับตารางเรียนตลอด เลยสัญญากับพวกเขาค่ะว่ามีอะไรจะเล่าให้พวกเขาฟังเสมอค่ะ รวมถึงเพื่อนๆด้วยที่เป็นห่วงเรา
อยากฝากเรื่องนี้เป็นอุธาหรณ์สำหรับคนที่เครียดหรือสิ้นหวังในชีวิตนะคะ ในวันที่เรารู้สึกว่าตัวเองไร้ค่า แต่อย่าลืมว่ายังมีครอบครัวและคนรอบข้างที่ยังรักและเห็นคุณค่าในตัวเรามากที่สุด และอย่าคิดว่าทุกอย่างมันต้องจบด้วยการที่เราไม่มีตัวตนค่ะ เพราะทุกอย่างมีทางออกเสมอ และเรายังมีหน้าที่ที่ต้องดูแลคนรอบตัว เช่น ครอบครัวค่ะ เข้าใจว่าความรักมันเป็นสิ่งที่อ่อนไหวและตัดใจยาก แต่ถ้าเราเลือกที่จะรักก็ต้องรักให้ถูกคนด้วยนะคะ
ขอบคุณที่อ่านค่ะ ^^