[Movie Review] The Girl on the Train - ชะนีโซไซตี้และคดีซ่อนเงื่อน (ไม่สปอยล์) by ตั๋วหนังมันแพง


[หนังโรงเรื่องที่ 156]The Girl on the Train - ชะนีโซไซตี้และคดีซ่อนเงื่อน ; (Tate Taylor, 2016)
by ตั๋วหนังมันแพง

คะแนนความชอบ : B+ (จากสเกล D-A)

**ไม่มีการสปอยล์เนื้อเรื่องสำคัญ

เรื่องย่อ : 'เรเชล' (Emily Blunt) ชะนีสายมโนตกงานผัวทิ้งพ่วงโรคแอลกอฮอลิก (..โถ แค่พิมพ์ยังรันทดชีวิตแทน) ผู้เลือกที่จะใช้ชีวิตไปวันๆด้วยการ 'นั่งรถไฟ' วนเข้าเมือง-กลับบ้านเพียงเพื่อจะได้แอบส่องดูความเป็นอยู่ของครอบครัวสุขสันต์ของอดีตสามี 'ทอม' (Justin Theroux)และเมียใหม่อดีตชู้เก่า 'แอนนา' (Rebecca Ferguson) พ่วงลูกน้อย 'อีวี่' มาอีกคน ... ชีวิตชีก็วนลูปอยู่อย่างนี้ จนกระทั่งวันนึงสาวสวยหมวยเอ็กซ์(จริงๆ)ข้างบ้านอย่าง 'เมแกน' (Haley Bennett) เกิดหายตัวไป จนตำรวจตั้งข้อสงสัยว่าเธออาจเป็นต้นเหตุของการหายตัวไป

ก่อนอื่นเลย เนื่องจากในช่วงต้นเรื่องเองหนังก็เล่าเรื่องได้ไม่ค่อยดีเท่าไหร่ (เล่นเอาคนดูเป๋ไปพักนึง) ดังนั้นเพื่อประโยชน์สุขของผู้ที่ยังไม่ได้ดูหนังเรื่องนี้ ข้าพเจ้าก็อยากจะขอ 'แนะนำตัวละครหลัก' และความสัมพันธ์ซึ่งกันและกันก่อน

ชะนี A-เรเชล : เป็นอดีตเมียหลวง>ผัวเก่าชื่อทอม>เสียผัวให้แอนนา(ชะนีB)>ไม่มีลูก
ชะนี B-แอนนา : เป็นอดีตชู้ของทอม-เรเชล(ชะนีA)>เป็นเมียหลวงปัจจุบันกับทอม>มีลูกหนึ่งคนชื่ออีวี่
ชะนี C-เมแกน : เป็นเพื่อนบ้าน/พี่เลี้ยงเด็กของทอม-แอนนา(ชะนีB)>มีผัวชื่อสก็อตต์>ไม่รู้จักกับเรเชล(ชะนีA)>ขาวสวยหมวยเอ็กซ์ที่สุดในเรื่อง

โอเค จากแผนผังด้านบนก็จะเห็นว่าตัวละครแต่ละตัวในเรื่องก็จะมีความเชื่อมโยงซึ่งกันและกันอยู่ในวงแคบๆ ซึ่งจุดเด่นแรกของหนังเรื่องนี้ก็คือการใช้ตัวละครได้คุ้มค่าเอามากๆนี่แหละ ตลอดเวลาสองชั่วโมงนั้นเราจะได้เห็นหน้าตัวละครที่ผ่านเข้ามาจอมาเพียงไม่กี่ตัวเท่านั้น (ราวๆครึ่งโหลได้มั้ง) ความท้าทายมันก็เลยอยู่ที่การวาง 'ปมความลับ' ที่ซ่อนอยู่ตามซอกมุมต่างๆของแต่ละคนที่ทำให้หนังมันมีสีสัน ซึ่งก็ต้องยอมรับว่าในจุดนี้หนังก็ถ่ายทอดออกมาได้ดี

โทนหนังและวิธีการเดินเรื่องมีความคล้ายคลึง "Gone Girl" อยู่มากในลักษณะของการสืบค้นความจริงย้อนหลังและค่อยๆคลี่คลายปมออกมาทีละนิดจนถึงช่วงไคลแม็กซ์ แต่ถึงกระนั้น The Girl on the Train เองก็ยังขาดความคมคายในการนำเสนอตัวละครอยู่ อย่างที่กล่าวไว้ข้างบนว่าการ introduce ตัวละครในช่วง 10 นาทีแรกนั้นเป็นอะไรที่ยุ่งเหยิงเอามากๆ เลวร้ายถึงขนาดที่ว่าผู้เขียนไม่สามารถแยกแยะ 'เมแกน' ออกจาก 'แอนนา' ที่ปรากฏออกมาในเวลาไล่เลี่ยกันได้

แต่หนังก็เริ่มเข้าร่องเข้ารอยเมื่อเข้าสู่ช่วงกลางเรื่องจนถึงท้ายเรื่องที่สามารถปั้นความระทึกจากการคลี่คลายความจริงขึ้นมาได้ดีจนทำให้พอมองข้ามความผิดพลาดในช่วงต้นเรื่องไปได้ และถือเป็นของแปลกใหม่เล็กน้อยในการใช้ 'การสูญเสียความทรงจำ' อันเกิดจากการเมาเหล้าจนหมดสติของนางเอกเป็นกุญแจสำคัญในการค้นหาความจริง คืออันที่จริงแล้วนางอกก็ได้เห็นเหตุการณ์ที่เกิดขึ้นอยู่หลายๆครั้งนั่นแหละ แต่สุดท้ายนางก็จะเมาแล้วตื่นมาก็จำอะไรไม่ได้ จนสุดท้ายก็สูญเสียความมั่นใจในตัวเองไป ... มากๆเข้าตำรวจก็เริ่มสงสัยตัวนางแทน

ในแง่แรงจูงใจ (motive) หลักในหนังมันก็จะเป็นเรื่องเบสิกๆอย่างเรื่องชู้สาว-การหึงหวง-เซ็กส์ โดยเฉพาะข้อหลังสุดที่ถูกเน้นออกมาค่อนข้างแซ่บมาก เลยทำให้หนังมันจำเป็นต้องดันเรตติ้งตัวเองขึ้นไปที่ 'เรต R' จึงทำให้โคตรจะไม่เหมาะกับเยาวชนอย่างแรง ยังไงก็พลาดโดนหน้าหนังหลอกนึกว่าเป็น Gone Girl v.2 แล้วพาลูกพาหลานเข้าโรงไปดูกันล่ะ

สรุป! The Girl on the Train ก็เป็นหนังลึกลับ-สืบสวนที่ค่อนข้างมีวิธีเดินเรื่องที่น่าสนใจ แต่ก็ยังขาดความคมคายในหลายๆอย่างที่จะทำให้มันเป็นผลงานเกรด A ที่ดีกว่านี้ได้ บวกกับปมจูงใจในเรื่องที่มันดูราบเรียบเกินไปและตัวร้าย(?)ที่ไม่ค่อยจะมีบารมีหรือความร้ายกาจที่น่าจดจำเท่าไหร่ จึงให้คะแนนได้มากกว่านี้ไม่ได้จริงๆ แต่ก็ถือว่าเป็นตัวเลือกที่ดีในสัปดาห์ที่หนังน้อยๆรอวัน 'หมอประหลาด' ก็ไม่เลวเหมือนกันนะ

หากชื่นชอบรีวิวสามารถติดตามเพจได้ที่ https://www.facebook.com/expensivemovie หรือค้นหาคำว่า "ตั๋วหนังมันแพง" ได้ที่หน้า Facebook ครับ ..
แสดงความคิดเห็น
โปรดศึกษาและยอมรับนโยบายข้อมูลส่วนบุคคลก่อนเริ่มใช้งาน อ่านเพิ่มเติมได้ที่นี่