ขอบคุณเธอ...ผู้หญิงที่เปลี่ยนชีวิตผม

สวัสดีครับ ผมตั้งกระทู้นี้ขึ้นมา จุดประสงค์หลักจริงๆมี 2 ประการ
1. เพื่อเตือนความจำตัวเองในอนาคต (เพราะพันทิปคงจะอยู่กับผมไปอีกนานแสนนาน) ว่าอีก 10-20 ปีข้างหน้าเมื่อมองย้อนกลับมามันจะเป็นอย่างไร
2. เพื่อแชร์ประสบการณ์ความรักของผม ให้คนอื่นๆได้อ่าน เพื่อความเพลิดเพลิน จรรโลงใจ หรือตามวัตถุประสงค์ของแต่ละท่านครับ

เริ่มเลยครับ
ผมชื่อ P ครับ เป็นชื่อย่อภาษาอังกฤษของผม ส่วนแฟนผมชื่อ Y ครับ

Chapter 1 : ติ่งหู

ติ่งหูมีไว้ทำอะไร ผมไม่เคยทราบมาก่อนเลยในชีวิต และทุกวันนี้ผมก็ยังไม่เคยsearch เพื่อหาข้อมูลเลย เพราะผมคิดว่าผมคงรู้คำตอบแล้วจากเรื่องราวที่เกิดขึ้นระหว่าง ผม และ Y เรื่องราวเริ่มขึ้นเมื่อตอนที่ ผมยังศึกษาอยู่ในระดับอุดมศึกษา สถาบันรัฐแห่งหนึ่งย่านรังสิต ผมก็เหมือนกัน นศ. ชายทั่วไป เรียนบ้างเล่นบ้าง เที่ยวบ้าง ความรักหรอครับก็มีๆผ่านๆไม่ได้ลึกซึ้งอะไร ผมยังคงใช้ชีวิตผูกติดกับเพื่อนๆไปไหนมาไหนด้วยกันตลอด ฐานะทางบ้างของผมฐานะกลางๆ แต่พ่อแม่ของผมจะค่อนข้างสอนผมให้รู้จักอดทนและประหยัด ซึ่งผมเองก็ทำตามบ้างไม่ทำตามบ้าง ผมมาเรียนโดยที่ไม่มีรถยนต์หรือจักรยานยนต์ส่วนตัว แม้แต่จักรยาน การไปเรียนของผมก็จะอาศัยการซ้อนรถไปกับเพื่อนบ้าง นั่งพี่วินบ้าง หรือเดินบ้าง ซึ่งก็ออกจะเป็นที่เวทนาของเพื่อนๆ เลยพยายามพาผมไปด้วยประจำ ชีวิตความรักของผม มาๆหายๆ แบบนี้ประจำผมไม่เคยสนใจใส่ใจอะไรมากกับมัน จนเมื่อผมได้รู้จัก ผญ คนนึง เธอเรียนอยู่คณะไม่ห่างจากผมตึกเราใกล้กันเรารู้จักกันผ่านทางเฟซบุ๊ค เราคุยกันและเริ่มเจอกัน แน่นอนครับหลายๆอย่างในชีวิตของผมเริ่มเปลี่ยน เธอเป็นคนนิ่งๆกวนๆ ตรงๆ เรารู้จักกันและตัดสินใจคบกันครับ ตลอดเวลาที่เราคบกันเราซื่อสัตย์ต่อกัน ลืมไป ชื่อของเธอคือ B ครับ เราคบกันได้ปีกว่า อาจมีทะเลาะกันบ้างเพราะเธอเป็นคนไม่ได้หวานหรือติดแฟนเลยดูเหมือนเธอไม่ค่อยแคร์ผม (ซึ่งไม่จริง) วันนึงสิ่งที่ทำให้ชีวิตผมเปลี่ยนก็ปรากฎตัวขึ้นครับ มันคือเจ้า แอพพลิเคชั่นสีเหลือง มันเป็นที่นิยมมากและพลอยทำให้ผมต้องโหลดมันมาเล่นด้วยในที่สุด แน่นอนครับหากใครเคยเล่นก็พอจะทราบว่าแอพนี้มีจุดประสงค์เพื่ออะไรและแน่นอน แอพนี้ก็ทำให้ผมบรรลุจุดประสงค์ของมันจนได้ เมื่อมี ผญ คนนึงตอบรับคำขอเพื่อนของผม (คาบnetwork) ผมก็ไม่ค่อยใส่ใจอะไร ทักเธอไปแล้วเงียบ จนกระทั่งเลิกเรียนมากลับหอ ผมจึงเปิดมาเล่นอีกครั้ง เราถามชื่อกัน ผมถามเธอว่าชื่ออะไร เธอชื่อ Y เธอเรียนมหาวิทยาลัยเอกชนแห่งหนึ่งไม่ไกลจากผม เราคุยกัน แบบขาดๆหายๆ มาๆไปๆ แต่จำนวนรอบก็เริ่มเพิ่มขึ้นทุกๆวัน จนมารู้ตัวอีกทีคือ เราแทบจะมีเวลาให้กันทุกครั้งที่ลืมตา ในที่สุดผมก็ตัดสินใจขอเบอร์เธอ เมื่อผมโทรไปหัวใจของผมเต้นแรง ผมเชื่อว่ามันคือสัญญาณที่บอกว่าปลายสายนั้น คือใครสักคนที่ไม่ธรรมดาต่อหัวใจเราจริงๆ เมื่อเธอรับสายเราคุยกันไปเรื่อยเปื่อยเล่าเรื่องที่ตัวเองเคยพบเคยเจอมา มันไม่ใช่แค่คนรู้จักแล้วครับหลายอย่างมันเริ่มกลายเป็นความรักแล้วและผมก็รักเธอมากขึ้นทุกที จะถูกตราหน้าอย่างไรผมก็ไม่สนใจ เอ่อลืมบอกไปครับผมบอกเธอว่าผมโสด(เป็นการกระทำที่ไม่ลูกผู้ชายเอาซะเลย) ชีวิตของเธอ เธอพึ่งอกหักจากแฟนเก่า เธอเคยชอบเพศเดียวกัน จนมาพบผมเราคุยกันเกือบทุกวันและทุกครั้งที่มีเวลา สิ่งนึงที่ผมสัมผัสได้คือเธอเป็นคนที่จิตใจดี ดีมากๆครับ นิสัยออกเด็กๆ มองอะไรในแง่ดี แต่คิดแบบคนมีเหตุผล Y กับผมยังคงคุยกันทุกๆวัน จนทำให้ผมเริ่มไม่แน่ใจกับความสัมพันธ์ของ ผมกับ B จนในที่สุดผมถามตัวเองว่าชีวิตนี้จะต้องเลือกใครสักคน ระหว่างคนที่คุณรักและเขาก็รักคุณ กับคนที่คุณรักเขาและเริ่มมั่นใจได้ว่าเขาก็รักคุณและเขาดูเข้ากับทุกมากกว่า ผมเลือกคำตอบหลังครับ ผมตัดสินใจเงียบหายไปจาก B ปล่อยให้เธอเข้าใจว่าผมต้องการเลิก(ผมทำตัวได้น่าละอายที่สุด) ระหว่างที่ผมหายไปจาก B ผมก็ยังคงสานสัมพันธ์กับ Y เราดูโอเคกว่าแต่ก่อนมาก หลายอย่าง หลายคำที่ผมใช้ทุกวันนี้ผมก็ได้รับอิทธิพลมาจากเธอ จนในวันนึงเธอได้ถามผมว่าอยากเจอไหม ผมจึงบอกปัดไปเพราะผมอายรูปร่างหน้าตาตัวเอง แต่แล้วเมื่อเรารักเขาและสักวันหากจะต้องคบกันเราก็คงต้องเจอกัน ผมจึงตัดสินใจนัดเจอเธอ ที่โรงหนังแห่งหนึ่ง ข้างๆห้างดังย่านรังสิต เรานัดเจอกันตอน 1 ทุ่ม แน่นอนครับก่อนหน้าจะนัดเจอกันเราทั้งคงต่างตกหลุมรักกันแล้วการเจอกันเป็นเพียงขั้นตอนสุดท้าย ที่จะเป็นการยื่นยันทั้งสองฝ่าย ว่าแน่ใจและตกลงจะคบกัน(ในมุมมองของผมนะ) เมื่อผมมาถึง ผมจึงโทรหาเธอ เธอจะบอกจุดที่เธอรอ ผมเดินไปหา หัวใจของผมตอนนั้นเต้นแรงมากเมื่อรู้ว่า ผญ ที่โอเคที่สุดในชีวิตตั้งแต่เริ่มรักใคร กำลังรอเราอยู่ตรงนั้น ภาพแรกที่ผมเจอ Y คือ เธอใส่ชุดสีเหลืองกระโปรงสีน้ำเงินมีลาย เป็นการแต่งตัวที่ดูน่ารักมาก เธอผิวขาว หน้าตาหมวยๆกลมๆ มีแก้มและออกเจ้าเนื้อนิดๆ ผมจึงทักเธอ แต่สิ่งที่ได้กลับมาคือเธอทำหยิ่งใส่ผมซะงั้น ผมเดินตามเธอไปข้างนอกหน้าโรงหนัง ตอนนั้นคงเริ่มซาลงแล้วครับรถก็ไม่ค่อยมีแล้ว เธอนั่งรถกับฟุตบาท ผมจึงถามเธอว่าไม่ชอบผมหรอ เธอบอกว่าเธอแค่ประหม่า เธอขออะไรผมอย่างนึง เธอบอกว่า ผมเจอเธอแล้วยังโอเคกับเธอใช่ไหม ถ้า P ยังโอเคกับ Y ให้พี่ทำอย่างนึงนะ ให้ P เอามือสองข้างมาจับ ติ่งหูของ Y คนละข้าง ห๊ะ!!! จับติ่งหูถ้ารู้สึกโอเคกับเธอ ผมไม่ทราบว่าเธอจะสื่อถึงอะไร แต่ผมก็ทำ ผมเอื่อมมือของผมทั้งสองข้างไปจับเบาๆที่ติ่งหูของเธอ ในใจผมคิดว่าเมื่อสัมผัสแล้ว ผมจะขอใช้ชีวิตนี้ของผมเพื่อดูแลหัวใจใครคนนึงซึ่งคือเธอหลังจากนั้นเราทั้งคู่ก็เป็นแฟนกัน และนี่คือจุดเริ่มต้นของรักเล็กๆ ของคนแสนจะธรรมดาคู่หนึ่งบนโลก มันอาจไม่โรแมนติก หรือยิ่งใหญ่แบบรักหลายๆรักที่อ่านมา แต่มันคือรัก รักที่ไม่ได้รับรู้ผ่านตัวหนังสือจากนิยายหรือเรื่องเล่า รักที่ไม่ได้รู้สึกผ่านทางการมองเห็นผ่านจอทีวี แต่มันคือรักจริงๆจากคนๆนึงที่มีให้กับตัวเรา

ป.ล. สำหรับวันนี้คงต้องของจบบทนี้ก่อนครับ
สิ่งที่ผมได้เรียนรู้คือ
1. การหายออกไปจากชีวิตของใครสักคนโดยไม่บอกเขา คือการกระทำของคนที่ไม่มีความรับผิดชอบ ไม่ว่าเหตุผลการเลิกจะเป็นคุณถูกหรือผิด การกระทำแบบนี้ก็ถือเป็นการกระทำที่ไม่เหมาะสมและน่ารังเกียจ
2. การนอกใจคนที่รักคุณคือความผิดพลาดที่ไม่น่าให้อภัย เมื่อคุณเริ่มคิดที่จะนอกใจ ก็อย่าหวังว่าความรักที่แฟร์กับตัวคุณจะมีจริง เมื่อคุณได้เจอกับการกระทำนั้นบ้าง
3. ติ่งหู คืออวัยวะ ที่สามารถทำให้ผู้ชายคนนึงได้พบเจอกับความรักที่จะเปลี่ยนชีวิตเขาไปตลอดกาล......

สุดท้ายนี้ต้องขออภัยหากผมสะกดคำผิด หรือเนื้อหาเรื่องราวสร้างความน่าเบื่อ และขอบคุณหากท่านอ่านจนจบนะครับ

แสดงความคิดเห็น
โปรดศึกษาและยอมรับนโยบายข้อมูลส่วนบุคคลก่อนเริ่มใช้งาน อ่านเพิ่มเติมได้ที่นี่