23
การมาเยือนของผู้กองเพียร์สัน
โดย ฮาร์โมนิก้า
เช้าวันศุกร์ไร่องุ่นทิวอลลี่ได้รับแขกที่ไม่คาดฝัน
แอชลี่ย์กลับจากพาแม็กซ์ไปเดินเล่นหลังมื้อเช้า ซึ่งปกติเธอจะไปเดินเล่นกับมันก่อนมื้อเช้าเสมอ
แต่เนื่องจากวันนี้ตื่นสายจึงรอหลังอาหารค่อยพามันไปเดินเล่นตามปกติ หญิงสาวแปลกใจที่พบรถ
เฟียตสีดำคันหนึ่งจอดอยู่หน้าวิลล่า แม็กซ์เห่าและคำรามในลำคอนิดหนึ่งราวกับต้องการแสดงให้รู้
ว่ามันรู้สึกถึงความผิดปกติในบ้าน เธอค่อยๆ เดินตามแม็กซ์ที่เกร็งจนสายจูงตึงเข้าไปในบ้านขณะที่
เจ้าเยอรมันเชพเพิร์ดพยายามก้มจมูกลงสูดดมกลิ่นตามพื้นและมองไปยังแหล่งที่มาของกลิ่นและ
เสียงเบาๆ ซึ่งมีเพียงแต่มันที่เป็นสุนัขจะได้ยินและได้กลิ่น
โฟร์วีลสีดำของแบรดยังจอดอยู่ในโรงรถ หรือว่าเขามีแขก คงเป็นแขกที่ไม่ได้แจ้งล่วงหน้า เพราะ
แบรดไม่ได้พูดอะไรระหว่างรับประทานมื้อเช้าด้วยกัน
แม็กซ์พาแอชลี่ย์มาหยุดยังห้องรับแขก มันคำรามในคอนิดหนึ่งก่อนใช้จมูกดุนประตูเข้าไป แอชลี่ย์
ตกใจ รู้สึกอับอายที่จูงแม็กซ์อยู่และดูราวกับเธอเป็นผู้ผลักประตูห้องรับแขกซึ่งปิดอยู่นั้นเข้าไปอย่าง
ไร้มารยาท
“ขอ…ขอโทษค่ะ แม็กซ์คงสงสัยว่ามีใครในห้องนี้ ฉัน…”
เธอละล่ำละลักขอโทษโดยยังไม่ทันสังเกตว่ามีใครในห้องนั้นบ้าง เมื่อได้สติก็รับรู้ว่าหลานชายเจ้าของ
บ้านกำลังนั่งอยู่กับแขกแปลกหน้าชายหญิงสองคน เธอรู้สึกคุ้นหน้าผู้ชายแต่คิดไม่ออกว่าเคยพบที่ไหน
“เข้ามาสิแอชลี่ย์” แบรดเรียกเมื่อเห็นเธออยู่ข้างหลังเจ้าเยอรมันเชพเพิร์ด
“นี่ผู้กองเพียร์สัน มากับผู้ช่วยผู้หมวดนิคาอู เขามาขอพบคุณเพื่อสอบถามเกี่ยวกับแซ็คคารี่ เบนสัน”
แอชลี่ย์หัวใจกระตุกวูบ ความหวาดกลัวคงปรากฏบนใบหน้าของเธอชัดเจน เห็นได้จากดวงตาที่เบิกกว้าง
ขึ้นนิดหนึ่งของแบรดซึ่งมองเธออย่างประหลาดใจ ผู้กองเพียร์สันและผู้หมวดนิคาอูก็มองเธออย่างจับ
สังเกตเช่นกัน
“มี… มีอะไรหรือคะ”
“นั่งก่อนสิแอชลี่ย์” แบรดเรียก เขาและผู้กองเพียร์สันลุกขึ้นยืน เพื่อรอให้เธอนั่งลง น้ำเสียงของแบรดฟังดู
ไม่ค่อยสบายใจนัก เมื่อกล่าวเรียกให้เธอนั่ง
“ผมต้องขอโทษนะครับคุณแพร์ริช แต่เราจำเป็นต้องขอคุยกับมิสซิมมอนด์ตามลำพัง หากคุณไม่ว่าอะไร”
ผู้กองเพียร์สันเอ่ยขึ้น
“มิสซิมมอนด์สูญเสียความทรงจำ เธอจดจำอะไรไม่ได้ไปกว่าเรื่องราวที่เกิดขึ้นเมื่อต้นฤดูใบไม้ผลิ พูดง่ายๆ
คือเธอมีความทรงจำย้อนหลังไปเพียงสองเดือนเศษ ผู้กองคิดว่าจะสอบถามอะไรเธอได้เกี่ยวกับนายแซ็คคารี่
เบนสันครับ” แบรดตอบน้ำเสียงเรียบ แสดงท่าทีชัดเจนว่าไม่พร้อมจะปล่อยให้แอชลี่ย์อยู่ลำพังกับตำรวจ
ทั้งสองนาย
“ไม่ทราบมีใบแพทย์รับรองหรือเปล่าครับ” ผู้กองเพียร์สันถามขณะที่ผู้หมวดนิคาอูซึ่งเป็นหญิงชาวพื้นเมืองเมารี
วัยประมาณสามสิบเศษนั่งสังเกตการณ์เงียบๆ
“มีครับ และคุณสามารถตรวจสอบประวัติเพิ่มเติมได้จากแพทย์หญิงลิซ่า ตัน ซึ่งเป็นหมอเจ้าของไข้ของ
มิสซิมมอนด์ระหว่างที่เธอพักรักษาตัวที่โรงพยาบาล หรือคุณจะสอบถามประวัติไปยังโรงพยาบาลโดยตรงก็ได้
เพราะที่นั่นมีบันทึกของจิตแพทย์ซึ่งหมอตันได้ส่งมิสซิมมอนด์ไปให้วินิจฉัยด้วยครับ”
ผู้กองนิ่งไปครู่หนึ่งราวจะหาคำพูด “ผมเข้าใจครับมิสเตอร์แพร์ริช แต่มีหลักฐานบางอย่างซึ่งเราพบในห้องพัก
ของผู้ตาย ซึ่ง… แสดงความเชื่อมโยงระหว่างคนทั้งคู่ค่อนข้างมากและเป็นส่วนตัว ผมไม่แน่ใจว่า.. ผม.. ว่าคุณ ..”
ความหวาดวิตกของแอชลี่ย์ทวีความรุนแรงขึ้นจนรู้สึกราวหัวใจจะหยุดเต้น โอ้..ไม่นะ ไม่ หวังว่าพวกเขาจะไม่ได้
พบภาพถ่ายหรือคลิปวีดีโอพวกนั้นที่แซ็คคารี่เคยพูดถึง
“คือมิสเตอร์แพร์ริชคะ เราเข้าใจว่าคุณกับมิสซิมมอนด์เคยเป็นคู่หมั้นกัน แต่สิ่งที่เราพบในคอมพิวเตอร์ส่วนตัวของ
มิสเตอร์เบนสันนั้นอาจไม่ใช่ภาพที่คุณจะอยากดู หรือทำใจได้ง่ายนัก” ผู้หมวดนิคาอูเป็นฝ่ายพูดแทนผู้กอง
แบรดหรี่ตา “ผมพอทราบความสัมพันธ์ของทั้งคู่คร่าวๆ ครับ และผมกับแอชลี่ย์ก็ถอนหมั้นกันไปนานแล้ว สิ่งที่มิส
ซิมมอนด์ทำในระหว่างที่เราเลิกกันไม่ได้ถือเป็นความผิดอะไร ยังไงผมก็ยืนกรานจะอยู่ด้วย เพราะผมไม่คิดว่าเธอ
จะให้ข้อมูลอะไรกับผู้กองและผู้หมวดได้นอกเหนือไปจากสิ่งทีเธอรู้ในระยะสองเดือนเศษนี้เท่านั้น จนกว่าความจำ
ของเธอจะกลับคืนมา ผมสามารถขอหมายศาลคุ้มกันไม่ให้คุณสืบสวนเธอได้ ผมเชื่อว่าแพทย์ที่รักษาเธอสามารถ
ช่วยเซ็นรับรองให้ผมได้แน่นอนในเรื่องนี้ จนกว่าเธอจะจดจำอะไรได้”
ทั้งผู้กองเพียร์สันและผู้หมวดนิคาอูต่างมองหน้ากันแล้วนิ่งเงียบ แอชลี่ย์ใจเต้นระทึกจนกลัวว่ามันจะดังออกมานอก
อก แม็กซ์รู้สึกถึงความกลัวของเธอและเห่าเบาๆ หนึ่งคำใส่ผู้มาเยือนราวกับจะขู่ ก่อนจะเดินมานอนซบคางกับหัวเข่า
ของเธอ ให้เธอใช้มือลูบหัวมันอย่างต้องการกำลังใจ
“ก็ได้ค่ะมิสเตอร์แพร์ริช งั้นเราจะขอถามนะคะว่าเมื่อเกือบสองเดือนก่อนมิสเตอร์เบนสันเคยมาแจ้งความเรื่องรถของ
เขาที่หายไป ซึ่งเขาอ้างว่าให้มิสซิมมอนด์ยืมไปขับ แล้วไม่ได้นำมาคืน ภายหลังเขาพบตัวคุณซิมมอนด์แล้ว และ
ได้รับการปฏิเสธไม่รู้เห็นใดๆ เกี่ยวกับการยืมรถ โดยอ้างว่าเธอสูญเสียความทรงจำ ไม่ทราบว่าเกิดเรื่องนี้ขึ้นจริงมั้ยคะ”
“ฉัน….” เอ่ยปากแล้วเหลือบมองชายหนุ่มข้างๆ อย่างไม่มั่นใจ “ฉันทราบเรื่องที่เขาบอกว่ารถเขาหายค่ะ เราบังเอิญ
เจอกันเมื่อครั้งแรกที่ฉันเข้าไปในเมืองพร้อมกับมิสโอไบรสันเป็นครั้งแรกหลังจากที่ประสบอุบัติเหตุความจำเสื่อม ฉัน
นั่งรอคุณพยาบาลโอไบรสันในร้านกาแฟ และจู่ๆ มิสเตอร์เบนสันก็เข้ามาทัก แสดงท่าทางว่าสนิทสนม แต่.. แต่ฉันจำ
เขาไม่ได้ เขาพูดโน่นนี่ถึงหลายสิ่งที่ฉันไม่รู้ จำไม่ได้ และไม่อยากเชื่อว่าจะเป็นเรื่องจริง รวมถึงเรื่องรถคันนั้นของเขา
ด้วย ซึ่งฉันไม่คิดว่าตัวเองจะเคยเห็นมาก่อนค่ะ ก็เลยบอกให้เขาไปแจ้งความ ให้ตำรวจช่วยหา เพราะฉันจำไม่ได้
จริงๆ ว่าหากได้ยืมรถของเขาไปแล้ว ฉันเอารถคันนั้นไปไว้ที่ไหนค่ะ”
รักในรอยฝัน บทที่ 23 การมาเยือนของผู้กองเพียร์สัน
การมาเยือนของผู้กองเพียร์สัน
โดย ฮาร์โมนิก้า
เช้าวันศุกร์ไร่องุ่นทิวอลลี่ได้รับแขกที่ไม่คาดฝัน
แอชลี่ย์กลับจากพาแม็กซ์ไปเดินเล่นหลังมื้อเช้า ซึ่งปกติเธอจะไปเดินเล่นกับมันก่อนมื้อเช้าเสมอ
แต่เนื่องจากวันนี้ตื่นสายจึงรอหลังอาหารค่อยพามันไปเดินเล่นตามปกติ หญิงสาวแปลกใจที่พบรถ
เฟียตสีดำคันหนึ่งจอดอยู่หน้าวิลล่า แม็กซ์เห่าและคำรามในลำคอนิดหนึ่งราวกับต้องการแสดงให้รู้
ว่ามันรู้สึกถึงความผิดปกติในบ้าน เธอค่อยๆ เดินตามแม็กซ์ที่เกร็งจนสายจูงตึงเข้าไปในบ้านขณะที่
เจ้าเยอรมันเชพเพิร์ดพยายามก้มจมูกลงสูดดมกลิ่นตามพื้นและมองไปยังแหล่งที่มาของกลิ่นและ
เสียงเบาๆ ซึ่งมีเพียงแต่มันที่เป็นสุนัขจะได้ยินและได้กลิ่น
โฟร์วีลสีดำของแบรดยังจอดอยู่ในโรงรถ หรือว่าเขามีแขก คงเป็นแขกที่ไม่ได้แจ้งล่วงหน้า เพราะ
แบรดไม่ได้พูดอะไรระหว่างรับประทานมื้อเช้าด้วยกัน
แม็กซ์พาแอชลี่ย์มาหยุดยังห้องรับแขก มันคำรามในคอนิดหนึ่งก่อนใช้จมูกดุนประตูเข้าไป แอชลี่ย์
ตกใจ รู้สึกอับอายที่จูงแม็กซ์อยู่และดูราวกับเธอเป็นผู้ผลักประตูห้องรับแขกซึ่งปิดอยู่นั้นเข้าไปอย่าง
ไร้มารยาท
“ขอ…ขอโทษค่ะ แม็กซ์คงสงสัยว่ามีใครในห้องนี้ ฉัน…”
เธอละล่ำละลักขอโทษโดยยังไม่ทันสังเกตว่ามีใครในห้องนั้นบ้าง เมื่อได้สติก็รับรู้ว่าหลานชายเจ้าของ
บ้านกำลังนั่งอยู่กับแขกแปลกหน้าชายหญิงสองคน เธอรู้สึกคุ้นหน้าผู้ชายแต่คิดไม่ออกว่าเคยพบที่ไหน
“เข้ามาสิแอชลี่ย์” แบรดเรียกเมื่อเห็นเธออยู่ข้างหลังเจ้าเยอรมันเชพเพิร์ด
“นี่ผู้กองเพียร์สัน มากับผู้ช่วยผู้หมวดนิคาอู เขามาขอพบคุณเพื่อสอบถามเกี่ยวกับแซ็คคารี่ เบนสัน”
แอชลี่ย์หัวใจกระตุกวูบ ความหวาดกลัวคงปรากฏบนใบหน้าของเธอชัดเจน เห็นได้จากดวงตาที่เบิกกว้าง
ขึ้นนิดหนึ่งของแบรดซึ่งมองเธออย่างประหลาดใจ ผู้กองเพียร์สันและผู้หมวดนิคาอูก็มองเธออย่างจับ
สังเกตเช่นกัน
“มี… มีอะไรหรือคะ”
“นั่งก่อนสิแอชลี่ย์” แบรดเรียก เขาและผู้กองเพียร์สันลุกขึ้นยืน เพื่อรอให้เธอนั่งลง น้ำเสียงของแบรดฟังดู
ไม่ค่อยสบายใจนัก เมื่อกล่าวเรียกให้เธอนั่ง
“ผมต้องขอโทษนะครับคุณแพร์ริช แต่เราจำเป็นต้องขอคุยกับมิสซิมมอนด์ตามลำพัง หากคุณไม่ว่าอะไร”
ผู้กองเพียร์สันเอ่ยขึ้น
“มิสซิมมอนด์สูญเสียความทรงจำ เธอจดจำอะไรไม่ได้ไปกว่าเรื่องราวที่เกิดขึ้นเมื่อต้นฤดูใบไม้ผลิ พูดง่ายๆ
คือเธอมีความทรงจำย้อนหลังไปเพียงสองเดือนเศษ ผู้กองคิดว่าจะสอบถามอะไรเธอได้เกี่ยวกับนายแซ็คคารี่
เบนสันครับ” แบรดตอบน้ำเสียงเรียบ แสดงท่าทีชัดเจนว่าไม่พร้อมจะปล่อยให้แอชลี่ย์อยู่ลำพังกับตำรวจ
ทั้งสองนาย
“ไม่ทราบมีใบแพทย์รับรองหรือเปล่าครับ” ผู้กองเพียร์สันถามขณะที่ผู้หมวดนิคาอูซึ่งเป็นหญิงชาวพื้นเมืองเมารี
วัยประมาณสามสิบเศษนั่งสังเกตการณ์เงียบๆ
“มีครับ และคุณสามารถตรวจสอบประวัติเพิ่มเติมได้จากแพทย์หญิงลิซ่า ตัน ซึ่งเป็นหมอเจ้าของไข้ของ
มิสซิมมอนด์ระหว่างที่เธอพักรักษาตัวที่โรงพยาบาล หรือคุณจะสอบถามประวัติไปยังโรงพยาบาลโดยตรงก็ได้
เพราะที่นั่นมีบันทึกของจิตแพทย์ซึ่งหมอตันได้ส่งมิสซิมมอนด์ไปให้วินิจฉัยด้วยครับ”
ผู้กองนิ่งไปครู่หนึ่งราวจะหาคำพูด “ผมเข้าใจครับมิสเตอร์แพร์ริช แต่มีหลักฐานบางอย่างซึ่งเราพบในห้องพัก
ของผู้ตาย ซึ่ง… แสดงความเชื่อมโยงระหว่างคนทั้งคู่ค่อนข้างมากและเป็นส่วนตัว ผมไม่แน่ใจว่า.. ผม.. ว่าคุณ ..”
ความหวาดวิตกของแอชลี่ย์ทวีความรุนแรงขึ้นจนรู้สึกราวหัวใจจะหยุดเต้น โอ้..ไม่นะ ไม่ หวังว่าพวกเขาจะไม่ได้
พบภาพถ่ายหรือคลิปวีดีโอพวกนั้นที่แซ็คคารี่เคยพูดถึง
“คือมิสเตอร์แพร์ริชคะ เราเข้าใจว่าคุณกับมิสซิมมอนด์เคยเป็นคู่หมั้นกัน แต่สิ่งที่เราพบในคอมพิวเตอร์ส่วนตัวของ
มิสเตอร์เบนสันนั้นอาจไม่ใช่ภาพที่คุณจะอยากดู หรือทำใจได้ง่ายนัก” ผู้หมวดนิคาอูเป็นฝ่ายพูดแทนผู้กอง
แบรดหรี่ตา “ผมพอทราบความสัมพันธ์ของทั้งคู่คร่าวๆ ครับ และผมกับแอชลี่ย์ก็ถอนหมั้นกันไปนานแล้ว สิ่งที่มิส
ซิมมอนด์ทำในระหว่างที่เราเลิกกันไม่ได้ถือเป็นความผิดอะไร ยังไงผมก็ยืนกรานจะอยู่ด้วย เพราะผมไม่คิดว่าเธอ
จะให้ข้อมูลอะไรกับผู้กองและผู้หมวดได้นอกเหนือไปจากสิ่งทีเธอรู้ในระยะสองเดือนเศษนี้เท่านั้น จนกว่าความจำ
ของเธอจะกลับคืนมา ผมสามารถขอหมายศาลคุ้มกันไม่ให้คุณสืบสวนเธอได้ ผมเชื่อว่าแพทย์ที่รักษาเธอสามารถ
ช่วยเซ็นรับรองให้ผมได้แน่นอนในเรื่องนี้ จนกว่าเธอจะจดจำอะไรได้”
ทั้งผู้กองเพียร์สันและผู้หมวดนิคาอูต่างมองหน้ากันแล้วนิ่งเงียบ แอชลี่ย์ใจเต้นระทึกจนกลัวว่ามันจะดังออกมานอก
อก แม็กซ์รู้สึกถึงความกลัวของเธอและเห่าเบาๆ หนึ่งคำใส่ผู้มาเยือนราวกับจะขู่ ก่อนจะเดินมานอนซบคางกับหัวเข่า
ของเธอ ให้เธอใช้มือลูบหัวมันอย่างต้องการกำลังใจ
“ก็ได้ค่ะมิสเตอร์แพร์ริช งั้นเราจะขอถามนะคะว่าเมื่อเกือบสองเดือนก่อนมิสเตอร์เบนสันเคยมาแจ้งความเรื่องรถของ
เขาที่หายไป ซึ่งเขาอ้างว่าให้มิสซิมมอนด์ยืมไปขับ แล้วไม่ได้นำมาคืน ภายหลังเขาพบตัวคุณซิมมอนด์แล้ว และ
ได้รับการปฏิเสธไม่รู้เห็นใดๆ เกี่ยวกับการยืมรถ โดยอ้างว่าเธอสูญเสียความทรงจำ ไม่ทราบว่าเกิดเรื่องนี้ขึ้นจริงมั้ยคะ”
“ฉัน….” เอ่ยปากแล้วเหลือบมองชายหนุ่มข้างๆ อย่างไม่มั่นใจ “ฉันทราบเรื่องที่เขาบอกว่ารถเขาหายค่ะ เราบังเอิญ
เจอกันเมื่อครั้งแรกที่ฉันเข้าไปในเมืองพร้อมกับมิสโอไบรสันเป็นครั้งแรกหลังจากที่ประสบอุบัติเหตุความจำเสื่อม ฉัน
นั่งรอคุณพยาบาลโอไบรสันในร้านกาแฟ และจู่ๆ มิสเตอร์เบนสันก็เข้ามาทัก แสดงท่าทางว่าสนิทสนม แต่.. แต่ฉันจำ
เขาไม่ได้ เขาพูดโน่นนี่ถึงหลายสิ่งที่ฉันไม่รู้ จำไม่ได้ และไม่อยากเชื่อว่าจะเป็นเรื่องจริง รวมถึงเรื่องรถคันนั้นของเขา
ด้วย ซึ่งฉันไม่คิดว่าตัวเองจะเคยเห็นมาก่อนค่ะ ก็เลยบอกให้เขาไปแจ้งความ ให้ตำรวจช่วยหา เพราะฉันจำไม่ได้
จริงๆ ว่าหากได้ยืมรถของเขาไปแล้ว ฉันเอารถคันนั้นไปไว้ที่ไหนค่ะ”