ชายคนหนึ่ง เซ็นชื่อยินยอมให้เมียทำนิติกรรมซื้อขายโอนที่ดิน
ผิด เพราะถือว่าเป็นการทำสัญญากับหน่วยงานของรัฐที่ตัวเองมีอำนาจกำกับดูแลฯ
ทั้งที่ หากดูในเนื้อหาแล้ว ไม่ใช่การทำสัญญา แม้ในทางกฎหมายจะถือว่าเป็นการทำสัญญาร่วมก็ตาม
และหากไม่เซ็นยินยอม เมียก็ซื้อได้โอนได้ ไม่มีปัญหา
ยิ่งเมื่อดูอำนาจในการกำกับดูแลฯ แล้ว ยิ่งควานหาไม่เจอ ว่าจะมีอำนาจอะไรไปสั่งการ ไปกำกับหน่วยงานนั้น
แต่ใช้วิธีการตีความว่า เป็นนายกฯมีอำนาจกำกับหน่วยงานของรัฐทุกหน่วย
กับหน่วยงานที่ซื้อที่ดิน ก็สามารถใช้อำนาจผ่าน รมว.คลัง ผ่านไปหาปลัดคลังที่เป็นหนึ่งในคณะกรรมการเท่านั้น
ก็โดนซะ 2 ปี จากโทษสูงสุด 3 ปี
กฎหมายนั้น บอกว่า ห้ามทำสัญญาหรือมีส่วนได้เสียในสัญญาที่ทำกับหน่วยงานของรัฐที่เจ้าหน้าที่รัฐผู้นั้นมีอำนาจกำกับดูแลฯ
ลูกนายพลคนหนึ่ง ไปรับงานก่อสร้างของหน่วยงานในกองทัพที่พ่อตัวเองมีอิทธิพลอยู่อย่างมาก
และโดยอำนาจหน้าที่ในการกำกับดูแลฯ ก็ทับซ้อนอยู่ ส่วนได้เสียในสัญญาก็มีแน่ เพราะเป็นพ่อ-ลูกกัน
แม้จะไม่มีชื่อเกี่ยวข้องกับบริษัทของลูกที่ไปทำสัญญาก่อสร้างก็ตาม
แต่ไม่มีอะไรในกอไผ่ ไม่มีคำว่าผลประโยชน์ทับซ้อน
กฎหมายเรื่องการขัดกันของผลประโยชน์ส่วนตนและผลประโยชน์ส่วนรวม ไม่มี
ทั้ง 2 กรณี ผมมองว่า เจ้าหน้าที่รัฐ "
ไม่ผิด" ทั้งคู่ครับ (ตามตัวบทกฎหมาย)
เพียงแต่ สงสัยว่า ทำไมกรณีลงนามยินยอมให้เมียซื้อที่ดิน
จึงกลายเป็นเรื่องต้องรับโทษหนัก
แต่การได้งานในหน่วยงานที่พ่อมีอิทธิพล กลับไม่มีอะไรเกิดขึ้น
ทั้งที่ หากจะหาเรื่องเอาผิดกัน
กรณีได้งานก่อสร้าง น่าจะผิดกว่าเซ็นให้เมียทำนิติกรรม
ก็อย่าง จ่า พิเชษฐ์ ว่านั่นแหละครับ
ว่า
อย่าไปคิดอะไรมากเลย
ปอลิง. เอียนนายดนัย เอกมหาสวัสดิ์ แห่งรายการเจาะลึกทั่วไหทย อินไซด์ไทยแลนด์ สปริงนิวส์ จริง ๆ
เคยว่าคนนั้นคนนี้ว่าเป็นจอมอวย อวยจนอ้วก
แต่หลังจากมีเหตุทำให้ต้องยุติรายการเผชิญหน้า face time ไปชั่วคราวเมื่อไม่นานมานี้
รายการเจาะลึกทั่วไทย นายดนัยก็ออกลีลา "อวย" จนน่าเกลียด
(ไม่ใช่การอวยด้วยการบอกว่า ดีครับท่าน แต่เป็นการอวยแบบอ้อม ๆ คือไม่ติติง ไม่วิจารณ์ ไม่มีคำพูดแง่ลบออกจากปาก)
รักษาตัวรอดเป็นยอดดี บ้านเมืองจะเป็นอย่างไร ช่างหัวเผือก
นี่คือสื่อไทยในวันนี้
คิด ๆ ดูก็ขำดีนะครับ ไอ้ที่ไม่น่าผิด กลับผิด ไอ้ที่ควรผิดมากกว่า กลับไม่ผิด กลายเป็นเรื่องใคร ๆ เขาก็ทำกันไปซะ
ผิด เพราะถือว่าเป็นการทำสัญญากับหน่วยงานของรัฐที่ตัวเองมีอำนาจกำกับดูแลฯ
ทั้งที่ หากดูในเนื้อหาแล้ว ไม่ใช่การทำสัญญา แม้ในทางกฎหมายจะถือว่าเป็นการทำสัญญาร่วมก็ตาม
และหากไม่เซ็นยินยอม เมียก็ซื้อได้โอนได้ ไม่มีปัญหา
ยิ่งเมื่อดูอำนาจในการกำกับดูแลฯ แล้ว ยิ่งควานหาไม่เจอ ว่าจะมีอำนาจอะไรไปสั่งการ ไปกำกับหน่วยงานนั้น
แต่ใช้วิธีการตีความว่า เป็นนายกฯมีอำนาจกำกับหน่วยงานของรัฐทุกหน่วย
กับหน่วยงานที่ซื้อที่ดิน ก็สามารถใช้อำนาจผ่าน รมว.คลัง ผ่านไปหาปลัดคลังที่เป็นหนึ่งในคณะกรรมการเท่านั้น
ก็โดนซะ 2 ปี จากโทษสูงสุด 3 ปี
กฎหมายนั้น บอกว่า ห้ามทำสัญญาหรือมีส่วนได้เสียในสัญญาที่ทำกับหน่วยงานของรัฐที่เจ้าหน้าที่รัฐผู้นั้นมีอำนาจกำกับดูแลฯ
ลูกนายพลคนหนึ่ง ไปรับงานก่อสร้างของหน่วยงานในกองทัพที่พ่อตัวเองมีอิทธิพลอยู่อย่างมาก
และโดยอำนาจหน้าที่ในการกำกับดูแลฯ ก็ทับซ้อนอยู่ ส่วนได้เสียในสัญญาก็มีแน่ เพราะเป็นพ่อ-ลูกกัน
แม้จะไม่มีชื่อเกี่ยวข้องกับบริษัทของลูกที่ไปทำสัญญาก่อสร้างก็ตาม
แต่ไม่มีอะไรในกอไผ่ ไม่มีคำว่าผลประโยชน์ทับซ้อน
กฎหมายเรื่องการขัดกันของผลประโยชน์ส่วนตนและผลประโยชน์ส่วนรวม ไม่มี
ทั้ง 2 กรณี ผมมองว่า เจ้าหน้าที่รัฐ "ไม่ผิด" ทั้งคู่ครับ (ตามตัวบทกฎหมาย)
เพียงแต่ สงสัยว่า ทำไมกรณีลงนามยินยอมให้เมียซื้อที่ดิน
จึงกลายเป็นเรื่องต้องรับโทษหนัก
แต่การได้งานในหน่วยงานที่พ่อมีอิทธิพล กลับไม่มีอะไรเกิดขึ้น
ทั้งที่ หากจะหาเรื่องเอาผิดกัน
กรณีได้งานก่อสร้าง น่าจะผิดกว่าเซ็นให้เมียทำนิติกรรม
ก็อย่าง จ่า พิเชษฐ์ ว่านั่นแหละครับ
ว่า อย่าไปคิดอะไรมากเลย
ปอลิง. เอียนนายดนัย เอกมหาสวัสดิ์ แห่งรายการเจาะลึกทั่วไหทย อินไซด์ไทยแลนด์ สปริงนิวส์ จริง ๆ
เคยว่าคนนั้นคนนี้ว่าเป็นจอมอวย อวยจนอ้วก
แต่หลังจากมีเหตุทำให้ต้องยุติรายการเผชิญหน้า face time ไปชั่วคราวเมื่อไม่นานมานี้
รายการเจาะลึกทั่วไทย นายดนัยก็ออกลีลา "อวย" จนน่าเกลียด
(ไม่ใช่การอวยด้วยการบอกว่า ดีครับท่าน แต่เป็นการอวยแบบอ้อม ๆ คือไม่ติติง ไม่วิจารณ์ ไม่มีคำพูดแง่ลบออกจากปาก)
รักษาตัวรอดเป็นยอดดี บ้านเมืองจะเป็นอย่างไร ช่างหัวเผือก
นี่คือสื่อไทยในวันนี้