สวัสดีนี่เป็นกระทู้แรกของเราที่เรามาเขียนกระทู้ในวันนี้เพราะเราอยากจะเล่าประสบการณ์ที่เราเจอมา เราจะเล่าอย่างละเอียดยิบ (เท่าที่เราจำได้ทั้งหมด) มันอาจจะยาวและน่ารำคาญนิดนึงนะ เรารู้สึกสับสนจริงๆปรึกษาใครก็ไม่ค่อยได้ หวังว่าจะมีคนอ่านจบและให้คำปรึกษาดีๆกับเรานะ^^
...เรื่องมันเกิดเมื่อหนึ่งเดือนที่แล้วเราได้รู้จักกับพี่ๆกลุ่มหนึ่งในทวิตเตอร์ช่วงนั้นเป็นช่วงคอนเสิร์ตของ BTS หลายคนคงน่าจะรู้จักนะ เรารู้จักพี่ๆกลุ่มนี้เพราะเราต้องการหาเพื่อนที่จะไปคอนเสิร์ตด้วยกันจึงตั้ง #EPILOGUEinBKK และแน่นอนว่ามีพี่คนหนึ่งทักมาและอีกหลายๆคน แต่กับพี่คนนี้เราสนิทสุดคุยกันไปได้พักหนึ่งพี่เขาบอกว่ามีน้องคนหนึ่งอายุเท่าเราอยู่ไม่ไกลกันมากแล้วพี่เขายังบอกอีกว่าเพื่อนคนนี้เรียนสวนดุสิตเราก็ตกใจนิดนิดเพราะเราเรียนอยู่สวนสุนันทา ซึ่งมันใกล้กันมากเราคิดว่าเพื่อนคนนี้เรียนอยู่รั้วเดียวกันพี่บอกว่าน้องคนนี้อยากคุยกับเราเพราะรู้ว่าเราเรียนอยู่สวนสุนันทาเราก็เลยให้พี่ดึงเข้ากลุ่มคือในกลุ่มไม่ได้มีแค่เรากับพี่นะยังมีคนอื่นๆอีก และเรื่องมันก็เริ่มจากตรงนี้แหละ
ขอใช้นามสมมติเขาเป็นชื่อบีมแล้วกันนะ บีมเป็นผู้หญิงนะ แต่เป็นผู้หญิงห้าวๆ หลังจากพี่บีมเข้ามาในกลุ่มแน่นอนว่าคนในกลุ่มก็คุยกันมากมายเพราะทุกคนต่างตื่นเต้นที่จะได้ไปคอนด้วยกัน อ่อ เราลืมบอกไปว่าเราเป็นคนที่เล่นบอร์ดเวลาเราพูดอะไรมันก็เหมือนเราเต๊าะไปทั่ว แต่จริงๆคือเราก็ไม่ได้คิดอะไรพวกพี่ๆในกลุ่มเลยแซวเรากับบีม แต่ก็นะเราก็ไม่ได้คิดอะไรอยู่ดีถึงจะแซวเพราะเราก็คิดว่ามันเป็นแค่การคุยกันเล่นๆ ณ ตอนนั้นเราไม่รู้จริงๆว่าบีมกำลังคิดอะไรอยู่แต่เราก็ไม่ได้สนใจอะไรบีมถามอะไรมาเราก็ตอบแบบว่าถามคำตอบคำอ่ะพี่คนหนึ่งในกลุ่มเลยทักเรามาว่า "แกตอบกวนเกินไปแล้ว แกตอบแบบนี้บีมจะเสียใจนะไปขอโทษบีมเดี๋ยวนี้เลย" เราก็เลยแบบอ้าวหรอไม่รู้เลยก็เลยบอกพี่ไปว่า "เดี๋ยวไปคุยกับบีมเอง" เราก็เลยทักบีมไปขอโทษบีมแล้วก็คุยกันเรื่องอื่นอีกมากมาย บีมคุยกับเราดีมากเลยนะตอนนั้นเราก็เริ่มดูออกแนวว่าบีมกำลังคิดอะไรอยู่ประมาณว่าเราเต๊าะไปบีมก็ตอบรับเราอย่างดี คือถ้ามองในมุมของบอร์ดคือเราเต๊าะติดแล้ว แหะๆ คุยกันไปคุยกันมาเราก็รู้สึกได้ว่าบีมกำลังคิดอะไรบางอย่าง ซึ่งตอนแรกเราก็ไม่กล้าพูดออกไปหรอกนะ ก็เลยปล่อยๆไป เรามารู้สึกตัวอีกทีก็ตอนที่บีมเอ่ยปากถามเราว่าเรารู้สึกอะไรไหมตอนที่พวกพี่แซว เราก็เลยตอบว่าไม่ กลายเป็นว่าที่เราพูดยังงั้นทำให้บีมเสียใจ ตอนนั้นเราก็เริ่มรู้มากขึ้นว่าบีมกำลังคิดอะไรอยู่ เราก็เลยแกล้งๆถามออกไปว่า "แล้วตอนนี้แกคิดอะไรอยู่?" บีมก็บอกประมาณว่าไม่รู้เหมือนกันไม่แน่ใจแต่คุยแล้วมันรู้สึกดี ตอนนั้นเราก็ยิ้มๆนะ แต่เราเก็บอาการเก่ง เราคุยกับบีมอยู่อย่างนั้นประมาณพักนึงบีมก็บอกคนในกลุ่มว่าง่วงนอนแล้วขอตัวไปนอนก่อนเราก็เลยบอกฝันดีบีมแต่คำตอบที่เราได้จากบีมบีมบอกว่าบีมยังไม่ง่วง แต่ที่ลาคนในกลุ่มมาเพราะอยากคุยกับเรา เรารู้สึกแปลกใจนิดๆนะว่าทำไมถึงอยากคุยกับเรานักทั้งๆที่มันเป็นวันแรกที่เรารู้จักกัน คืนนั้นเราคุยกันเยอะมากและคืนนั้นแหล่ะบีมพูดประมาณว่าเหมือนบีมชอบเรา เราเองก็ไม่รู้จะทำยังไงแต่เราก็เหมือนเห็นแก่ตัวนะคือเราก็คบคนในบอร์ดบีมก็รู้นะแต่เรากลับบอกบีมว่าก็แค่บอร์ดแล้วก็คุยกับต่อไปบีมพูดเรื่องต่างๆของตัวเองให้เราฟังรวมทั้งเรื่อง...ด้วย ทุกคนน่าจะคิดออกนะตอนแรกเราก็ตกใจนะแต่เราก็คุย เราคุยกันจนถึงหกโมงเช้าเกือบจะเจ็ดโมง คือแบบสภาพร่างกายไม่ไหวแล้วต้องนอนเดี๋ยวนั้นก็เลยแยกย้ายต่างคนต่างบอกฝันดีแล้วก็เลิกแชท คือที่บอกว่าง่วงเราก็ไม่ได้ไปนอนหรอกนะเรานั่งคิดทบทวนเรื่องคืนนั้นที่เราคุยกับบีมถามว่าเราชอบไหมก็มีความรู้สึกนิดๆนะ ณ ตอนนั้น เพราะเรารู้สึกว่าบีมเป็นคนที่แปลกกว่าคนอื่นบีมกล้าพูดเรื่องที่คนอื่นไม่เคยกล้าที่จะพูดกับเราบีมเป็นคนเปิดเผยมากคุยด้วยก็สบายใจ แต่ก็นะมันเป็นช่วงแรกๆ เราคิดแบบนี้เราเลยทำเป็นเฉยไปก่อน เราตัดสินใจบอกพี่ในกลุ่มคนหนึ่งคนที่เราสนิท ปรึกษาเค้าว่าเราควรทำยังไง พี่เราก็บอกว่า "มันไวมากเลยนะ คืนเดียวเนี่ยนะ" มันก็จริงอย่างที่พี่บอก อีกอย่างคือเราไม่ใช่คนสวยเราเป็นคนตัวอ้วนๆตาตี่ๆ เรากลัวว่าถ้าคบกันจริงๆเราจะทำให้เขาอายเลยไม่กล้า และอีกประเด็นคือถึงจะชอบกันจริงๆแต่คือด้วยความที่ระยะเวลามันสั้นมากในการทำความรู้จักกัน เราคิดในใจแบบ หนึ่งคืนหรอ? บ้าไปแล้ว ตอนนั้นสมองเรารู้สึกว่ามันมีแต่เรื่องบีมเต็มไปหมด คิดไม่ออกจริงๆว่าเราควรจะทำยังไง สับสนสุดๆ แต่ถ้าถามว่าชอบมั้ย ชอบนะ บีมเป็นคนตรงแปลกๆดี แต่เราก็ตัดสินใจว่าเราจะไม่อะไรกับบีมเพราะเราอ้วนไม่ได้หน้าตาตีคือแบบเราต่างกับบีมมากอ่า บีมทั้งน่ารัก ตัวก็เล็ก เราแบบไม่มีอะไรเหมือนกันสักอย่าง และอีกส่วนหนึ่งคือเราเป็นคนที่อารมณ์ร้อนถ้าเป็นเรื่องเล็กๆก็ไม่อะไรนะแต่ถ้าบางเรื่องเป็นเรื่องที่มาสะกิดใจเราคือเราจะโมโหมาก จะพูดจะทำอะไรไปโดยไม่คิด หลังจากที่เราคิดได้แบบนี้แล้วเราก็พยายามผลักดันบีมออกทุกทาง ตอนแรกบีมก็เหมือนจะยอมแพ้แล้วก็จะไม่อะไรกับเรานะแต่สุดท้ายบีมก็กลับมา แต่ครั้งนี้เราว่ามันรุนแรงกว่าครั้งก่อนเราว่าบีมรุกเราแรงมาก เอาแต่บอกว่าไม่ว่าเราจะเป็นยังไงบีมก็ชอบเราเราจะโมโหบีมก็ยังจะชอบเรา แล้วบีมก็ร้องไห้ คือเข้าใจไหมว่าด้วยความที่เราชอบบีมอยู่แล้ว แล้วเราก็เป็นคนที่แพ้น้ำตาคนอื่นพอมาเป็นอย่างนี้เราก็เลยใจอ่อน เราหลวมตัวมากไป วันนั้นเราบอกบีมว่า "มาเล่นที่ห้องเรามั้ยแล้ววันพรุ่งนี้ค่อยไปรับพี่ด้วยกัน" คือแบบสมองไม่รู้ว่าคิดอะไรอยู่นะ แต่ดูออกเลยว่าสิ่งที่เราพูดไปบีมดีใจมาก บีมตอบรับเราอย่างไวว่าไป เรารู้สึกดีจริงๆนะตอนนั้นที่เราพูดออกไป ใจนึงคือแบบอยากเจอมากๆ รู้สึกเหมือนเป็นแฟนกันเรย แต่ไม่ใช่ว่าคบกันนะ เราคุยกับบีมแบบเพื่อนนั้นแหละ แต่ความรู้สึกเกินเพื่อน คุยแบบหลายอารมณ์ ดีบ้าง ฮาบ้าง แต่เยอะสุดน่าจะเป็นเรื่องดราม่า เราสัมผัสได้เลยว่ายังไงก็ไปไม่รอดแน่ถ้าคบกัน
วันที่บีมมาหา...
วันนี้เอาจริงๆนะ เราตื่นเต้นมากอ่า ยังไม่ได้นอนเลย ตอนบีมมาถึง เราเขิลสุดๆ เอาแต่ยิ้ม บีมน่ารักมาก ในหัวเราคิดอะไรหลายอย่าง ทั้งเรื่องวันนี้เราจะพาบีมไปไหนดี บีมจะชอบอะไร บีมอยากกินอะไร และแน่นอนว่าหนึ่งเรื่องหลักๆที่คิดในตอนนั้นคือ บีมจะคิดยังไงกับเราตอนเจอเราแล้ว บีมยังจะรู้สึกเหมือนเดิมมั้ย เราพาบีมไปหมูทะแล้วก็พาบีมไปที่ๆบีมอยากไป แล้วก็กลับมาที่ห้อง อารมณ์แบบก็เขิลๆกันนะ แต่ก็ราบรื่นดีจนเข้านอน เราเคยขอบีมไว้ว่าเราขอจับมือนอนเพราะเราติด บีมก็ไม่ได้ขัดขืนอะไร เรานอนจับมือกับบีมทั้งคืนแล้วก็มารู้สึกตัวอีกทีตอนมือเราหลุดออกจากบีม บีมเลยจับมือเราไปไว้ที่เดิม แล้วเราก็หลับต่อ ตื่นเช้ามาคืองงเหมือนกันหันไปคนละทิศละทาง เช้านั้นเป็นเช้าที่เรารู้สึกดีมากๆ ตื่นมาเรามองหน้าบีมแบบไม่ละสายตาเลย บีมเป็นคนที่หลับได้น่ารักมากจริงๆ ตาที่ปิดสนิท ปากหวอๆ จมูกก็สวยได้รูป คือมันดูดีไปหมด เราแอบเอานิ้วไปจิ้มที่แก้ม แตะหน้าผาก แตะริมฝีปาก ทำอยู่อย่างงั้นจนบีมตื่น คือมันรู้สึกดีจริงๆ บีมหันมากอดคอเราซุกๆแล้วก็หลับต่อ เขิลอึ้งๆนะไม่คิดว่าบีมจะทำแบบนั้น แต่ก็คุมสติไว้แล้วก็เอามือลูบหัวบีมอยู่อย่างงั้น คือแบบมันเป็นความรู้สึกที่ดีอยู่แล้ว ยิ่งเป็นแบบนี้มันยิ่งรู้สึกดีอ่า ความรู้สึกมันเพิ่มมากขึ้นจนเราเองนี่แหละที่คิดไปไกลสุดๆ แต่มันก็ได้แค่คิดจริงๆ
หลังจากที่ไปรับพี่มาแล้วบีมได้กลับไป เราก็ปรึกษาพี่เราว่าเราควรต้องทำยังไงความรู้สึกมันไปไกลแล้วจริงๆ แต่เรายังกลัว TT และมันก็จริงอย่างที่คิดไว้ ความกลัวมันทำให้เราต่างสับสน พอสับสนก็กลายเป็นประเด็นดราม่า ต่างคนต่างงอแงไม่โอเค เรารู้สึกไม่โอเคมากๆ เราเลยไม่คุย พี่เราเลยเอาโทรศัพท์เราไปพิมพ์แชทเอง เราได้แต่นั่งอ่าน ไม่ขอพูดแล้วกันว่าคุยอะไรบ้าง เพราะยาวเกินจริงๆ เอาเป็นว่า ณ เวลานั้นเราอารมณ์ไม่ดีมากๆ เลยเลือกที่จะไม่คุยเพราะกลัวว่าจะใช้คำที่มันรุนแรงเกินไป และเรื่องนั้นก็จบคืนนั้น วันต่อมาวันนี้เป็นวันที่ BTS จะมาไทยเราและพี่ๆทุกคนมารวมตัวกันที่ห้องเรา แน่นอนว่ามีบีมด้วย เราเจอกน้าบีมครั้งนี้กลับไม่รู้สึกเหมือนตอนนั้นที่เจอ ครั้งนี้เหมือนมีอคติในใจนิดหน่อย แต่ก็ไม่ได้พูดอะไร คุยกันปกติทำตัวปกติ แล้วก็เดินทางไปมาลีนนท์ตอนตี 1 เราใช้เวลาอยู่ด้วยกันกับเดอะแก๊งตลอดทั้งคืนนั้น บีมหลับอยู่ข้างๆเรา เราได้แต่จ้องหน้าบีม แต่ไม่กล้าพูดอะไรส่วนนึงเพราะมีพี่ๆอยู่ด้วยเลยลำบากที่จะพูด กูเลยปล่อยๆไป แล้วก็รอโอปปร้าต่อ จบจากมาลีนนท์เราตัดสินใจไปงานแถลงกันต่อและเรื่องที่ทำให้เราเข้ากับบีมไม่ได้มันเกิดจากตรงนี้แหละ
ที่สยามดิส...
เรารอเวลาที่ BTS จะมาถึงนั่งรออย่างนานจะทนไม่ไหว หิวสุด เลยพากันไปหาอะไรกินที่เซเว่น ตอนอยู่ให้เซเว่นนี่แหละเราแกล้งบีม เกลียดตัวเองจริงๆ แต่แบบเรารู้ทันทีว่าบีมโกรธเรามาก เราเลยตามง้อ ขอโทษบีม แต่เข้าใจมั้ยถึงบีมจะบอกว่าไม่ไก้โกรธแล้ว แต่สีหน้าบีมยังไม่ใช่อ่า เราเลยคิดว่าบีมยังโกรธอยู่เลยขอโทษไปอีก กลายเป็นว่าบีมหันมาทำสีหน้าเหวี่ยงๆแล้วก็บอกว่าเราคิดไปเอง แล้วจุดพีคก็มาถึง บีมเอาเรื่องในแชทมาพูดบอกว่า ในแชทอีกเลิกคิดไปเอง บอกว่าเรางอแงงี่เง้า คือเข้าใจมั้ย เรางงไงว่าที่บีมพูดน่ะคืออะไร เราไปวี่เง้าตอนไหนตอนเราคุยมีแต่บีมที่งอแง ร้องไห้ใส่เรา งี่เง้าตลอดตอนทักแชทเรามาเราเปลี่ยนผ้าปูอยู่ก็บอกว่าเราโกรธแล้วจะไม่ยุ่งกับเราอีก คืองงแล้วตอนที่เราโมโหเราก็ให้พี่เราคุย ตอนนั้นเราเลยไม่เข้าใจว่าเราเอาเวลาตรงไหนไปงี่เง้าคิดไปเองวะ คือแบบ ณ ตอนนั้นเรานี่ขึ้นเลย เราบอกบีมไปว่าทำไมพูดงี้เราไปงี่เง้าคิดไปเองอะไร หลังจากนั้นเราก็เลยปล่อยบีมเดินกลับสยามดิสไปแต่เราวนเข้าสยามสแควร์ เราไม่อยากเดินกับบีมจริงๆตอนนั้นโมโหสุดๆ เดินอยู่พักนึงทนไม่ไหว กลับไปที่สยามดิสแล้วเอากระเป๋าบอกพี่ๆว่าขอกลับก่อนอารมณ์ไม่ดี ตรงนี้เรารู้ว่าเรากำลังทำอะไรอยู่เราคิดว่าถ้าอยู่ตรงนั้นต่อไปเราต้องเหวี่ยงแน่ๆ เราเลยคิดว่าเรากลับดีกว่า เราหยิกของออกมาแล้วก็กลับไปที่หอเลย เรารู้สึกผิดเหมือนกันนะที่ทิ้งออกมาโดยไม่บอกแบบนั้น แต่ถ้าให้พูด ณ ตอนนั้นความโมโหมันโคตรทรงพลัง ตอนนั่งรถกลับมาเราไปเมนชั่นคุยกับบีมและมันถือว่าใช้อารมณ์คุยกันเลย เรากลับมาปาข้าวของในห้องกระจายไปหมด (เราบ้าจริงๆ) ปาของเสร็จก็คิดได้เลยทักไปขอโทษบีมที่หนีออกมาและจะกลับไปที่สยาม แต่ฝนตกรถติด ไปไม่ทัน เลยไปเจอทุกคนที่อนุสาวรีย์ พอเจอหน้าเราก็อยากจะพูดนะแต่พี่ๆอยู่เลยไม่กล้าคุยอีกใจเราก็หวังว่าบีมจะขอโทษเราบ้าง แต่ก็ไม่ มันทำให้เรานอยจริง เราเลยไม่พูดอะไรเลย ตอนเข้าหอบีมนั่งวินเข้าไปคนเดียว แล้วเราไม่รู้ว่าบีมสั่งให้วินรอ เราเลยคิดว่าจะให้เราไปส่งเหมือนเดิม เรากะว่าจะคุยกับบีมตอนไปส่งนี่แหละ อยากเคลีย แต่กลายเป็นว่าบีมเดินลงมาแล้วผ่านหน้าเราไปเลย เราอึ้งสุดๆ มันจุกไปหมด เราเดินตามไปบอกว่าไม่ให้เราไปส่งหรอบีมกลับบอกว่า "ไม่ต้องลำบากหรอก" โหยแบบ ไปไม่เป็นจริงๆนะ หลังจากบีมไปเรายังยืนอึ้งอยู่ตรงนั้น น้ำตาเรานองเลย เราไม่ได้รู้สึกเจ็บแบบจุกอย่างนี้มา 2 ปีเต็ม พอมาเจออีกแบบ ใจเราเหมือนพังมาก เราไปห้องเพื่อนแล้วแบบร้องไห้อย่างที่ไม่เคยร้องมานาน ปล่อยมาอย่างหนัก เราไม่ได้คุยกับบีมอีกเลย เราฝืนสุดๆ เราเอาแต่แอบร้องไห้อยู่คนเดียว พูดกับพี่ๆก็ไม่ได้ เพราะเราทำตัวเราเอง เราทนจนจบคอน หลังคอนเราก็ยังไม่กล้าทักไป แต่เราคุยกับเพื่อนเรามันบอกว่าถ้ายังรู้สึกก็บอกไปให้หมด ชอบไม่ชอบเดี๊ยวเขาก็ตัดสินเอง เราเลยนั่งพิมข้อความอย่างยาวใช้เวลาคิดข้อความนี้เป็นชั่วโมง คือเหนื่อยมาก แต่ที่เหนื่อยและหนักใจกว่าคือตอนกดส่ง เราจิ้มไม่ลงจริงๆ เพราะกลัวบีมจะเกลียด แต่สุดท้ายก็กดไป
เป็นเพื่อนที่ความสัมพันธ์มากกว่าเพื่อนมากกว่าเพื่อนแต่ไม่เกินคำว่าเพื่อน (ระบาย)
...เรื่องมันเกิดเมื่อหนึ่งเดือนที่แล้วเราได้รู้จักกับพี่ๆกลุ่มหนึ่งในทวิตเตอร์ช่วงนั้นเป็นช่วงคอนเสิร์ตของ BTS หลายคนคงน่าจะรู้จักนะ เรารู้จักพี่ๆกลุ่มนี้เพราะเราต้องการหาเพื่อนที่จะไปคอนเสิร์ตด้วยกันจึงตั้ง #EPILOGUEinBKK และแน่นอนว่ามีพี่คนหนึ่งทักมาและอีกหลายๆคน แต่กับพี่คนนี้เราสนิทสุดคุยกันไปได้พักหนึ่งพี่เขาบอกว่ามีน้องคนหนึ่งอายุเท่าเราอยู่ไม่ไกลกันมากแล้วพี่เขายังบอกอีกว่าเพื่อนคนนี้เรียนสวนดุสิตเราก็ตกใจนิดนิดเพราะเราเรียนอยู่สวนสุนันทา ซึ่งมันใกล้กันมากเราคิดว่าเพื่อนคนนี้เรียนอยู่รั้วเดียวกันพี่บอกว่าน้องคนนี้อยากคุยกับเราเพราะรู้ว่าเราเรียนอยู่สวนสุนันทาเราก็เลยให้พี่ดึงเข้ากลุ่มคือในกลุ่มไม่ได้มีแค่เรากับพี่นะยังมีคนอื่นๆอีก และเรื่องมันก็เริ่มจากตรงนี้แหละ
ขอใช้นามสมมติเขาเป็นชื่อบีมแล้วกันนะ บีมเป็นผู้หญิงนะ แต่เป็นผู้หญิงห้าวๆ หลังจากพี่บีมเข้ามาในกลุ่มแน่นอนว่าคนในกลุ่มก็คุยกันมากมายเพราะทุกคนต่างตื่นเต้นที่จะได้ไปคอนด้วยกัน อ่อ เราลืมบอกไปว่าเราเป็นคนที่เล่นบอร์ดเวลาเราพูดอะไรมันก็เหมือนเราเต๊าะไปทั่ว แต่จริงๆคือเราก็ไม่ได้คิดอะไรพวกพี่ๆในกลุ่มเลยแซวเรากับบีม แต่ก็นะเราก็ไม่ได้คิดอะไรอยู่ดีถึงจะแซวเพราะเราก็คิดว่ามันเป็นแค่การคุยกันเล่นๆ ณ ตอนนั้นเราไม่รู้จริงๆว่าบีมกำลังคิดอะไรอยู่แต่เราก็ไม่ได้สนใจอะไรบีมถามอะไรมาเราก็ตอบแบบว่าถามคำตอบคำอ่ะพี่คนหนึ่งในกลุ่มเลยทักเรามาว่า "แกตอบกวนเกินไปแล้ว แกตอบแบบนี้บีมจะเสียใจนะไปขอโทษบีมเดี๋ยวนี้เลย" เราก็เลยแบบอ้าวหรอไม่รู้เลยก็เลยบอกพี่ไปว่า "เดี๋ยวไปคุยกับบีมเอง" เราก็เลยทักบีมไปขอโทษบีมแล้วก็คุยกันเรื่องอื่นอีกมากมาย บีมคุยกับเราดีมากเลยนะตอนนั้นเราก็เริ่มดูออกแนวว่าบีมกำลังคิดอะไรอยู่ประมาณว่าเราเต๊าะไปบีมก็ตอบรับเราอย่างดี คือถ้ามองในมุมของบอร์ดคือเราเต๊าะติดแล้ว แหะๆ คุยกันไปคุยกันมาเราก็รู้สึกได้ว่าบีมกำลังคิดอะไรบางอย่าง ซึ่งตอนแรกเราก็ไม่กล้าพูดออกไปหรอกนะ ก็เลยปล่อยๆไป เรามารู้สึกตัวอีกทีก็ตอนที่บีมเอ่ยปากถามเราว่าเรารู้สึกอะไรไหมตอนที่พวกพี่แซว เราก็เลยตอบว่าไม่ กลายเป็นว่าที่เราพูดยังงั้นทำให้บีมเสียใจ ตอนนั้นเราก็เริ่มรู้มากขึ้นว่าบีมกำลังคิดอะไรอยู่ เราก็เลยแกล้งๆถามออกไปว่า "แล้วตอนนี้แกคิดอะไรอยู่?" บีมก็บอกประมาณว่าไม่รู้เหมือนกันไม่แน่ใจแต่คุยแล้วมันรู้สึกดี ตอนนั้นเราก็ยิ้มๆนะ แต่เราเก็บอาการเก่ง เราคุยกับบีมอยู่อย่างนั้นประมาณพักนึงบีมก็บอกคนในกลุ่มว่าง่วงนอนแล้วขอตัวไปนอนก่อนเราก็เลยบอกฝันดีบีมแต่คำตอบที่เราได้จากบีมบีมบอกว่าบีมยังไม่ง่วง แต่ที่ลาคนในกลุ่มมาเพราะอยากคุยกับเรา เรารู้สึกแปลกใจนิดๆนะว่าทำไมถึงอยากคุยกับเรานักทั้งๆที่มันเป็นวันแรกที่เรารู้จักกัน คืนนั้นเราคุยกันเยอะมากและคืนนั้นแหล่ะบีมพูดประมาณว่าเหมือนบีมชอบเรา เราเองก็ไม่รู้จะทำยังไงแต่เราก็เหมือนเห็นแก่ตัวนะคือเราก็คบคนในบอร์ดบีมก็รู้นะแต่เรากลับบอกบีมว่าก็แค่บอร์ดแล้วก็คุยกับต่อไปบีมพูดเรื่องต่างๆของตัวเองให้เราฟังรวมทั้งเรื่อง...ด้วย ทุกคนน่าจะคิดออกนะตอนแรกเราก็ตกใจนะแต่เราก็คุย เราคุยกันจนถึงหกโมงเช้าเกือบจะเจ็ดโมง คือแบบสภาพร่างกายไม่ไหวแล้วต้องนอนเดี๋ยวนั้นก็เลยแยกย้ายต่างคนต่างบอกฝันดีแล้วก็เลิกแชท คือที่บอกว่าง่วงเราก็ไม่ได้ไปนอนหรอกนะเรานั่งคิดทบทวนเรื่องคืนนั้นที่เราคุยกับบีมถามว่าเราชอบไหมก็มีความรู้สึกนิดๆนะ ณ ตอนนั้น เพราะเรารู้สึกว่าบีมเป็นคนที่แปลกกว่าคนอื่นบีมกล้าพูดเรื่องที่คนอื่นไม่เคยกล้าที่จะพูดกับเราบีมเป็นคนเปิดเผยมากคุยด้วยก็สบายใจ แต่ก็นะมันเป็นช่วงแรกๆ เราคิดแบบนี้เราเลยทำเป็นเฉยไปก่อน เราตัดสินใจบอกพี่ในกลุ่มคนหนึ่งคนที่เราสนิท ปรึกษาเค้าว่าเราควรทำยังไง พี่เราก็บอกว่า "มันไวมากเลยนะ คืนเดียวเนี่ยนะ" มันก็จริงอย่างที่พี่บอก อีกอย่างคือเราไม่ใช่คนสวยเราเป็นคนตัวอ้วนๆตาตี่ๆ เรากลัวว่าถ้าคบกันจริงๆเราจะทำให้เขาอายเลยไม่กล้า และอีกประเด็นคือถึงจะชอบกันจริงๆแต่คือด้วยความที่ระยะเวลามันสั้นมากในการทำความรู้จักกัน เราคิดในใจแบบ หนึ่งคืนหรอ? บ้าไปแล้ว ตอนนั้นสมองเรารู้สึกว่ามันมีแต่เรื่องบีมเต็มไปหมด คิดไม่ออกจริงๆว่าเราควรจะทำยังไง สับสนสุดๆ แต่ถ้าถามว่าชอบมั้ย ชอบนะ บีมเป็นคนตรงแปลกๆดี แต่เราก็ตัดสินใจว่าเราจะไม่อะไรกับบีมเพราะเราอ้วนไม่ได้หน้าตาตีคือแบบเราต่างกับบีมมากอ่า บีมทั้งน่ารัก ตัวก็เล็ก เราแบบไม่มีอะไรเหมือนกันสักอย่าง และอีกส่วนหนึ่งคือเราเป็นคนที่อารมณ์ร้อนถ้าเป็นเรื่องเล็กๆก็ไม่อะไรนะแต่ถ้าบางเรื่องเป็นเรื่องที่มาสะกิดใจเราคือเราจะโมโหมาก จะพูดจะทำอะไรไปโดยไม่คิด หลังจากที่เราคิดได้แบบนี้แล้วเราก็พยายามผลักดันบีมออกทุกทาง ตอนแรกบีมก็เหมือนจะยอมแพ้แล้วก็จะไม่อะไรกับเรานะแต่สุดท้ายบีมก็กลับมา แต่ครั้งนี้เราว่ามันรุนแรงกว่าครั้งก่อนเราว่าบีมรุกเราแรงมาก เอาแต่บอกว่าไม่ว่าเราจะเป็นยังไงบีมก็ชอบเราเราจะโมโหบีมก็ยังจะชอบเรา แล้วบีมก็ร้องไห้ คือเข้าใจไหมว่าด้วยความที่เราชอบบีมอยู่แล้ว แล้วเราก็เป็นคนที่แพ้น้ำตาคนอื่นพอมาเป็นอย่างนี้เราก็เลยใจอ่อน เราหลวมตัวมากไป วันนั้นเราบอกบีมว่า "มาเล่นที่ห้องเรามั้ยแล้ววันพรุ่งนี้ค่อยไปรับพี่ด้วยกัน" คือแบบสมองไม่รู้ว่าคิดอะไรอยู่นะ แต่ดูออกเลยว่าสิ่งที่เราพูดไปบีมดีใจมาก บีมตอบรับเราอย่างไวว่าไป เรารู้สึกดีจริงๆนะตอนนั้นที่เราพูดออกไป ใจนึงคือแบบอยากเจอมากๆ รู้สึกเหมือนเป็นแฟนกันเรย แต่ไม่ใช่ว่าคบกันนะ เราคุยกับบีมแบบเพื่อนนั้นแหละ แต่ความรู้สึกเกินเพื่อน คุยแบบหลายอารมณ์ ดีบ้าง ฮาบ้าง แต่เยอะสุดน่าจะเป็นเรื่องดราม่า เราสัมผัสได้เลยว่ายังไงก็ไปไม่รอดแน่ถ้าคบกัน
วันที่บีมมาหา...
วันนี้เอาจริงๆนะ เราตื่นเต้นมากอ่า ยังไม่ได้นอนเลย ตอนบีมมาถึง เราเขิลสุดๆ เอาแต่ยิ้ม บีมน่ารักมาก ในหัวเราคิดอะไรหลายอย่าง ทั้งเรื่องวันนี้เราจะพาบีมไปไหนดี บีมจะชอบอะไร บีมอยากกินอะไร และแน่นอนว่าหนึ่งเรื่องหลักๆที่คิดในตอนนั้นคือ บีมจะคิดยังไงกับเราตอนเจอเราแล้ว บีมยังจะรู้สึกเหมือนเดิมมั้ย เราพาบีมไปหมูทะแล้วก็พาบีมไปที่ๆบีมอยากไป แล้วก็กลับมาที่ห้อง อารมณ์แบบก็เขิลๆกันนะ แต่ก็ราบรื่นดีจนเข้านอน เราเคยขอบีมไว้ว่าเราขอจับมือนอนเพราะเราติด บีมก็ไม่ได้ขัดขืนอะไร เรานอนจับมือกับบีมทั้งคืนแล้วก็มารู้สึกตัวอีกทีตอนมือเราหลุดออกจากบีม บีมเลยจับมือเราไปไว้ที่เดิม แล้วเราก็หลับต่อ ตื่นเช้ามาคืองงเหมือนกันหันไปคนละทิศละทาง เช้านั้นเป็นเช้าที่เรารู้สึกดีมากๆ ตื่นมาเรามองหน้าบีมแบบไม่ละสายตาเลย บีมเป็นคนที่หลับได้น่ารักมากจริงๆ ตาที่ปิดสนิท ปากหวอๆ จมูกก็สวยได้รูป คือมันดูดีไปหมด เราแอบเอานิ้วไปจิ้มที่แก้ม แตะหน้าผาก แตะริมฝีปาก ทำอยู่อย่างงั้นจนบีมตื่น คือมันรู้สึกดีจริงๆ บีมหันมากอดคอเราซุกๆแล้วก็หลับต่อ เขิลอึ้งๆนะไม่คิดว่าบีมจะทำแบบนั้น แต่ก็คุมสติไว้แล้วก็เอามือลูบหัวบีมอยู่อย่างงั้น คือแบบมันเป็นความรู้สึกที่ดีอยู่แล้ว ยิ่งเป็นแบบนี้มันยิ่งรู้สึกดีอ่า ความรู้สึกมันเพิ่มมากขึ้นจนเราเองนี่แหละที่คิดไปไกลสุดๆ แต่มันก็ได้แค่คิดจริงๆ
หลังจากที่ไปรับพี่มาแล้วบีมได้กลับไป เราก็ปรึกษาพี่เราว่าเราควรต้องทำยังไงความรู้สึกมันไปไกลแล้วจริงๆ แต่เรายังกลัว TT และมันก็จริงอย่างที่คิดไว้ ความกลัวมันทำให้เราต่างสับสน พอสับสนก็กลายเป็นประเด็นดราม่า ต่างคนต่างงอแงไม่โอเค เรารู้สึกไม่โอเคมากๆ เราเลยไม่คุย พี่เราเลยเอาโทรศัพท์เราไปพิมพ์แชทเอง เราได้แต่นั่งอ่าน ไม่ขอพูดแล้วกันว่าคุยอะไรบ้าง เพราะยาวเกินจริงๆ เอาเป็นว่า ณ เวลานั้นเราอารมณ์ไม่ดีมากๆ เลยเลือกที่จะไม่คุยเพราะกลัวว่าจะใช้คำที่มันรุนแรงเกินไป และเรื่องนั้นก็จบคืนนั้น วันต่อมาวันนี้เป็นวันที่ BTS จะมาไทยเราและพี่ๆทุกคนมารวมตัวกันที่ห้องเรา แน่นอนว่ามีบีมด้วย เราเจอกน้าบีมครั้งนี้กลับไม่รู้สึกเหมือนตอนนั้นที่เจอ ครั้งนี้เหมือนมีอคติในใจนิดหน่อย แต่ก็ไม่ได้พูดอะไร คุยกันปกติทำตัวปกติ แล้วก็เดินทางไปมาลีนนท์ตอนตี 1 เราใช้เวลาอยู่ด้วยกันกับเดอะแก๊งตลอดทั้งคืนนั้น บีมหลับอยู่ข้างๆเรา เราได้แต่จ้องหน้าบีม แต่ไม่กล้าพูดอะไรส่วนนึงเพราะมีพี่ๆอยู่ด้วยเลยลำบากที่จะพูด กูเลยปล่อยๆไป แล้วก็รอโอปปร้าต่อ จบจากมาลีนนท์เราตัดสินใจไปงานแถลงกันต่อและเรื่องที่ทำให้เราเข้ากับบีมไม่ได้มันเกิดจากตรงนี้แหละ
ที่สยามดิส...
เรารอเวลาที่ BTS จะมาถึงนั่งรออย่างนานจะทนไม่ไหว หิวสุด เลยพากันไปหาอะไรกินที่เซเว่น ตอนอยู่ให้เซเว่นนี่แหละเราแกล้งบีม เกลียดตัวเองจริงๆ แต่แบบเรารู้ทันทีว่าบีมโกรธเรามาก เราเลยตามง้อ ขอโทษบีม แต่เข้าใจมั้ยถึงบีมจะบอกว่าไม่ไก้โกรธแล้ว แต่สีหน้าบีมยังไม่ใช่อ่า เราเลยคิดว่าบีมยังโกรธอยู่เลยขอโทษไปอีก กลายเป็นว่าบีมหันมาทำสีหน้าเหวี่ยงๆแล้วก็บอกว่าเราคิดไปเอง แล้วจุดพีคก็มาถึง บีมเอาเรื่องในแชทมาพูดบอกว่า ในแชทอีกเลิกคิดไปเอง บอกว่าเรางอแงงี่เง้า คือเข้าใจมั้ย เรางงไงว่าที่บีมพูดน่ะคืออะไร เราไปวี่เง้าตอนไหนตอนเราคุยมีแต่บีมที่งอแง ร้องไห้ใส่เรา งี่เง้าตลอดตอนทักแชทเรามาเราเปลี่ยนผ้าปูอยู่ก็บอกว่าเราโกรธแล้วจะไม่ยุ่งกับเราอีก คืองงแล้วตอนที่เราโมโหเราก็ให้พี่เราคุย ตอนนั้นเราเลยไม่เข้าใจว่าเราเอาเวลาตรงไหนไปงี่เง้าคิดไปเองวะ คือแบบ ณ ตอนนั้นเรานี่ขึ้นเลย เราบอกบีมไปว่าทำไมพูดงี้เราไปงี่เง้าคิดไปเองอะไร หลังจากนั้นเราก็เลยปล่อยบีมเดินกลับสยามดิสไปแต่เราวนเข้าสยามสแควร์ เราไม่อยากเดินกับบีมจริงๆตอนนั้นโมโหสุดๆ เดินอยู่พักนึงทนไม่ไหว กลับไปที่สยามดิสแล้วเอากระเป๋าบอกพี่ๆว่าขอกลับก่อนอารมณ์ไม่ดี ตรงนี้เรารู้ว่าเรากำลังทำอะไรอยู่เราคิดว่าถ้าอยู่ตรงนั้นต่อไปเราต้องเหวี่ยงแน่ๆ เราเลยคิดว่าเรากลับดีกว่า เราหยิกของออกมาแล้วก็กลับไปที่หอเลย เรารู้สึกผิดเหมือนกันนะที่ทิ้งออกมาโดยไม่บอกแบบนั้น แต่ถ้าให้พูด ณ ตอนนั้นความโมโหมันโคตรทรงพลัง ตอนนั่งรถกลับมาเราไปเมนชั่นคุยกับบีมและมันถือว่าใช้อารมณ์คุยกันเลย เรากลับมาปาข้าวของในห้องกระจายไปหมด (เราบ้าจริงๆ) ปาของเสร็จก็คิดได้เลยทักไปขอโทษบีมที่หนีออกมาและจะกลับไปที่สยาม แต่ฝนตกรถติด ไปไม่ทัน เลยไปเจอทุกคนที่อนุสาวรีย์ พอเจอหน้าเราก็อยากจะพูดนะแต่พี่ๆอยู่เลยไม่กล้าคุยอีกใจเราก็หวังว่าบีมจะขอโทษเราบ้าง แต่ก็ไม่ มันทำให้เรานอยจริง เราเลยไม่พูดอะไรเลย ตอนเข้าหอบีมนั่งวินเข้าไปคนเดียว แล้วเราไม่รู้ว่าบีมสั่งให้วินรอ เราเลยคิดว่าจะให้เราไปส่งเหมือนเดิม เรากะว่าจะคุยกับบีมตอนไปส่งนี่แหละ อยากเคลีย แต่กลายเป็นว่าบีมเดินลงมาแล้วผ่านหน้าเราไปเลย เราอึ้งสุดๆ มันจุกไปหมด เราเดินตามไปบอกว่าไม่ให้เราไปส่งหรอบีมกลับบอกว่า "ไม่ต้องลำบากหรอก" โหยแบบ ไปไม่เป็นจริงๆนะ หลังจากบีมไปเรายังยืนอึ้งอยู่ตรงนั้น น้ำตาเรานองเลย เราไม่ได้รู้สึกเจ็บแบบจุกอย่างนี้มา 2 ปีเต็ม พอมาเจออีกแบบ ใจเราเหมือนพังมาก เราไปห้องเพื่อนแล้วแบบร้องไห้อย่างที่ไม่เคยร้องมานาน ปล่อยมาอย่างหนัก เราไม่ได้คุยกับบีมอีกเลย เราฝืนสุดๆ เราเอาแต่แอบร้องไห้อยู่คนเดียว พูดกับพี่ๆก็ไม่ได้ เพราะเราทำตัวเราเอง เราทนจนจบคอน หลังคอนเราก็ยังไม่กล้าทักไป แต่เราคุยกับเพื่อนเรามันบอกว่าถ้ายังรู้สึกก็บอกไปให้หมด ชอบไม่ชอบเดี๊ยวเขาก็ตัดสินเอง เราเลยนั่งพิมข้อความอย่างยาวใช้เวลาคิดข้อความนี้เป็นชั่วโมง คือเหนื่อยมาก แต่ที่เหนื่อยและหนักใจกว่าคือตอนกดส่ง เราจิ้มไม่ลงจริงๆ เพราะกลัวบีมจะเกลียด แต่สุดท้ายก็กดไป