คำตอบที่ได้รับเลือกจากเจ้าของกระทู้
ความคิดเห็นที่ 10
เรื่องการค้านี่มันละเอียดอ่อน มีข้อปลีกย่อยเยอะ
บางทีเรามีสินค้าดี ราคาไม่แพง แต่ทำเลไม่ดีก็เท่ากับมีโอกาสเจ๊งได้สูง
แต่ถ้าได้ทำเลดี ราคาแพงอีกนิดและมีคุณภาพมากขึ้น ก็มีโอกาสทำกำไรได้
เว้นเสียแต่เราจะมีชื่อเสียงเป็นที่รู้จักมายาวนาน ต่อให้ไปอยู่ในซอกซอย ก็จะมีคนสรรหาไปซื้อมากิน เหมือนร้านทาร์ตไข่มากาเร็ต นั่นแหละ(ตั้งอยู่ในซอกหลืบแท้ๆ แต่ก็ขายดี มีลูกค้าเข้ามาซื้อไม่ขาดสาย
ส่วนโจขิงนั้น นางฟ้ามองว่าพูดเอามันส์ไปวันๆเหมือนกัน ยิ่งวันนี้ตั้งกระทู้ยกย่องสนธิด้วยแล้ว ยังคิดว่าเป็นคนเสื้อแดงมาหลอกสลิ่มให้พังเร็วยิ่งขึ้นหรือเปล่า(ความเห็นส่วนตัวนะ)
ถ้าโจขิงเข้ามาอ่าน อย่างน้อยก็จะได้แนวคิดเพื่อไปปรับปรุงแก้ไขจุดบอด ยอดขายจะได้คุ้มกับเงินที่ลงทุนไป ขอให้โชคดีนะฮ้า
ป.ล. 蛋挞(ต๋าน ทั้ด) คือทาร์ตไข่ทั่วๆไป แต่ทาร์ตไข่ที่มาเก๊าจะเรียกว่า 葡挞 (โผ่ว ทั้ด)เพราะเอาสูตรมาจากร้านดังในลิสบอน ประเทศโปรตุเกส (ปัจจุบันก็ยังขายดีอยู่ คนเข้าคิวยาวเหมือนกัน) ซึ่งจะมีการอบทาร์ตด้านบนด้วย ทำให้ทาร์ตไข่มาเก๊าจะเกรียมกว่าทาร์ตไข่ในฮ่องกง และจะมีรอยไหม้เล็กน้อยบนหน้าทาร์ต. KFCก็ขายทาร์ตไข่แบบโปรตุเกส จนทำให้ทาร์ตไข่แบบเดิมเริ่มหายากขึ้น แต่ในฮ่องกงก็ยังมีแบบเดิมขายอยู่นะฮ้า
บางทีเรามีสินค้าดี ราคาไม่แพง แต่ทำเลไม่ดีก็เท่ากับมีโอกาสเจ๊งได้สูง
แต่ถ้าได้ทำเลดี ราคาแพงอีกนิดและมีคุณภาพมากขึ้น ก็มีโอกาสทำกำไรได้
เว้นเสียแต่เราจะมีชื่อเสียงเป็นที่รู้จักมายาวนาน ต่อให้ไปอยู่ในซอกซอย ก็จะมีคนสรรหาไปซื้อมากิน เหมือนร้านทาร์ตไข่มากาเร็ต นั่นแหละ(ตั้งอยู่ในซอกหลืบแท้ๆ แต่ก็ขายดี มีลูกค้าเข้ามาซื้อไม่ขาดสาย
ส่วนโจขิงนั้น นางฟ้ามองว่าพูดเอามันส์ไปวันๆเหมือนกัน ยิ่งวันนี้ตั้งกระทู้ยกย่องสนธิด้วยแล้ว ยังคิดว่าเป็นคนเสื้อแดงมาหลอกสลิ่มให้พังเร็วยิ่งขึ้นหรือเปล่า(ความเห็นส่วนตัวนะ)
ถ้าโจขิงเข้ามาอ่าน อย่างน้อยก็จะได้แนวคิดเพื่อไปปรับปรุงแก้ไขจุดบอด ยอดขายจะได้คุ้มกับเงินที่ลงทุนไป ขอให้โชคดีนะฮ้า
ป.ล. 蛋挞(ต๋าน ทั้ด) คือทาร์ตไข่ทั่วๆไป แต่ทาร์ตไข่ที่มาเก๊าจะเรียกว่า 葡挞 (โผ่ว ทั้ด)เพราะเอาสูตรมาจากร้านดังในลิสบอน ประเทศโปรตุเกส (ปัจจุบันก็ยังขายดีอยู่ คนเข้าคิวยาวเหมือนกัน) ซึ่งจะมีการอบทาร์ตด้านบนด้วย ทำให้ทาร์ตไข่มาเก๊าจะเกรียมกว่าทาร์ตไข่ในฮ่องกง และจะมีรอยไหม้เล็กน้อยบนหน้าทาร์ต. KFCก็ขายทาร์ตไข่แบบโปรตุเกส จนทำให้ทาร์ตไข่แบบเดิมเริ่มหายากขึ้น แต่ในฮ่องกงก็ยังมีแบบเดิมขายอยู่นะฮ้า
my skye ถูกใจ, สมาชิกหมายเลข 1171324 ถูกใจ, สมาชิกหมายเลข 3199435 ถูกใจ, ธีร์ Civic ถูกใจ, สมาชิกหมายเลข 2725495 ถูกใจ, hootho ถูกใจ, สมาชิกหมายเลข 2143741 ถูกใจ, สมาชิกหมายเลข 3356601 ถูกใจ, No way to return หลงรัก, กำลังใจจากปลายฟ้า ถูกใจรวมถึงอีก 17 คน ร่วมแสดงความรู้สึก
สุดยอดความคิดเห็น
ความคิดเห็นที่ 7
ขอบคุณพี่ซีค่ะ เป็นความรู้และได้ประโยชน์มากๆ
ชอบข้อคิดตรงนี้ ปัจจัยสำคัญคือ ชัยภูมิ โอกาส และการได้ใจคน
แต่ "โอกาส สู้ ชัยภูมิ ไม่ได้ ชัยภูมิ สู้ การได้ใจคนไม่ได้"
แสดงให้เห็นว่าสุดท้ายแล้ว การครองใจคนสำคัญสุดในทุกแขนง
ขอเป็นกำลังใจให้คนทำการค้าทุกๆ คนค่ะ อย่าท้อถอย ขอให้สู้ วันหนึ่งก็ต้องสำเร็จ
ชอบข้อคิดตรงนี้ ปัจจัยสำคัญคือ ชัยภูมิ โอกาส และการได้ใจคน
แต่ "โอกาส สู้ ชัยภูมิ ไม่ได้ ชัยภูมิ สู้ การได้ใจคนไม่ได้"
แสดงให้เห็นว่าสุดท้ายแล้ว การครองใจคนสำคัญสุดในทุกแขนง
ขอเป็นกำลังใจให้คนทำการค้าทุกๆ คนค่ะ อย่าท้อถอย ขอให้สู้ วันหนึ่งก็ต้องสำเร็จ
สมาชิกหมายเลข 1171324 ถูกใจ, สมาชิกหมายเลข 3199435 ถูกใจ, ธีร์ Civic ถูกใจ, สมาชิกหมายเลข 2725495 ถูกใจ, hootho ถูกใจ, สมาชิกหมายเลข 3356601 ถูกใจ, สมาชิกหมายเลข 3379336 ถูกใจ, No way to return ถูกใจ, สมาชิกหมายเลข 3349021 ถูกใจ, กำลังใจจากปลายฟ้า ถูกใจรวมถึงอีก 7 คน ร่วมแสดงความรู้สึก
ความคิดเห็นที่ 1
ถ้าโชคดี ทำเลที่ตั้งมีกรุ๊ปทัวร์จีนเข้า
สินค้าที่อยู่ในความนิยมของคนจีนก็คือ ผลไม้สดเกือบทุกชนิด
นอกจากนี้ ยังเป็นพวกผลไม้อบแห้งเช่น มะม่วง ทุเรียน ฯลฯ


และสินค้าชนิดนี้ มีเท่าไหร่ไม่พอให้คนจีน
นมอัดเม็ดจิตรลดา
สินค้าที่อยู่ในความนิยมของคนจีนก็คือ ผลไม้สดเกือบทุกชนิด
นอกจากนี้ ยังเป็นพวกผลไม้อบแห้งเช่น มะม่วง ทุเรียน ฯลฯ


และสินค้าชนิดนี้ มีเท่าไหร่ไม่พอให้คนจีน
นมอัดเม็ดจิตรลดา
สมาชิกหมายเลข 1171324 ถูกใจ, สมาชิกหมายเลข 3199435 ถูกใจ, ธีร์ Civic ถูกใจ, สมาชิกหมายเลข 2725495 ถูกใจ, hootho ถูกใจ, สมาชิกหมายเลข 3356601 ถูกใจ, No way to return หลงรัก, สมาชิกหมายเลข 3349021 ถูกใจ, สมาชิกหมายเลข 3392230 ถูกใจ, สมาชิกหมายเลข 3362849 หลงรักรวมถึงอีก 11 คน ร่วมแสดงความรู้สึก
ความคิดเห็นที่ 3
ผมก็อยากช่วยวิเคราะห์ด้วยครับ.
แต่ส่วนใหญ่ทหารที่ผมรู้จักจะชอบติ่งเป็นหุ้น เป็นบอร์ดบริษัทซะส่วนมาก
เลยต้องดูว่าแกตั้งใจจะขายอะไรจริงๆ รึเปล่า หรือมี agenda อื่นเพื่อรองรับรายได้ก็ว่าไป อิๆ
แต่ส่วนใหญ่ทหารที่ผมรู้จักจะชอบติ่งเป็นหุ้น เป็นบอร์ดบริษัทซะส่วนมาก
เลยต้องดูว่าแกตั้งใจจะขายอะไรจริงๆ รึเปล่า หรือมี agenda อื่นเพื่อรองรับรายได้ก็ว่าไป อิๆ
สมาชิกหมายเลข 790550 ถูกใจ, สมาชิกหมายเลข 1171324 ถูกใจ, สมาชิกหมายเลข 3199435 ถูกใจ, สมาชิกหมายเลข 2725495 ถูกใจ, สมาชิกหมายเลข 2143741 ถูกใจ, สมาชิกหมายเลข 2269667 ถูกใจ, สมาชิกหมายเลข 3362849 หลงรัก, สมาชิกหมายเลข 3175025 หลงรัก, cnck4 หลงรัก, ชุนเทียน ถูกใจรวมถึงอีก 1 คน ร่วมแสดงความรู้สึก
▼ กำลังโหลดข้อมูล... ▼
แสดงความคิดเห็น
คุณสามารถแสดงความคิดเห็นกับกระทู้นี้ได้ด้วยการเข้าสู่ระบบ
กระทู้ที่คุณอาจสนใจ
อ่านกระทู้อื่นที่พูดคุยเกี่ยวกับ
การ์ตูนการเมือง
แลกเปลี่ยน....ประสบการณ์กับ......โจขิง
ลงทุนไป 100,000 บาทขาย 2 วันได้เงินประมาณ 400 บาท
และยังบอกว่า เลิกล้มโครงการ ไม่ขายแล้ว (หาลิงค์กระทู้ไม่เจอ)
จขกท มีนิสัยแปลกอยู่อย่างคือ ถ้าเห็นคนตั้งใจทำการค้าแล้ว ถึงแม้ไม่ถูกกันหรือ
เป็นศัตรูกัน ก็จะพักเรื่องขัดแย้งกันไปก่อน อยากให้ช่วยกันหาจุดผิดพลาด
แล้วเริ่มต้นใหม่ ไม่อยากให้ท้อถอยหรือเลิกล้มความตั้งใจ
กระทู้นี้จึงมีเจตนาแลกเปลี่ยนประสบการณ์ด้านการค้ากันอย่างบริสุทธิ์ใจ ไม่มีเจตนาอื่น
สำหรับ จขกท ถ้าจะเริ่มต้นทำธุรกิจอะไรก็แล้วแต่ จะต้องคำนึงถึงปัจจัยเหล่านี้คือ
๑ ทุน ทุนถ้าจำเป็นต้องกู้ ต้องเป็นอัตราดอกเบี้ยตามมาตรฐาน ไม่ใช่ดอกนอกระบบ
๒ ลูกค้า ใครคือลูกค้าในธุรกิจเรา ?
๓ แหล่งที่มาของสินค้า ถ้าเรากำหนดกรอบลูกค้าได้แล้ว เราจะหาสินค้าจากแหล่งใด ที่ทำให้เราได้ประโยชน์สูงสุด
๔ พนักงาน ผู้ร่วมงาน ธุรกิจเราจะหาบุคคลเหล่านี้ได้ที่ไหน หาง่ายหรือไม่ ?
๕ ตัวผู้บริหาร ตัวเรามีความตั้งใจมุ่งมั่น พร้อมทุ่มเทสุดกำลังความสามารถหรือไม่ ?
ใน 5 ข้อข้างบนนี้ถ้าเราขาดอย่างใดอย่างหนึ่ง โอกาสที่เราจะชนะก็มีน้อย ยิ่งถ้าขาดเกิน 2 ข้อ
แนะนำให้พับโครงการได้เลย
แต่ถ้าเรามีครบหรือเกือบครบทั้ง 5 ข้อแล้ว ก็มาถึงยุทธศาสตร์ในการทำการค้า
ถ้าเราเปรียบการค้าเหมือนการทำสงครามภาพก็จะชัดเจนขึ้น
หัวใจหลักในการทำการค้าต้องมี 3 ปัจจัยคือ
1 ชัยภูมิ 地利 หรือ ฮวงจุ้ย 风水 (ต้องยอมรับว่าจีนเป็นชาติที่ทำการค้าเก่งสุดในโลก)
คนทำการค้าทุกคน ต้องยึดหลักตรงนี้ให้ได้
โจขิง ส่งรูปในกระทู้ก่อนๆ ดูเหมือนทำเลจะอยู่ในปั้มน้ำมัน
ถ้าเป็น จขกท ต้องพิจารณาดูว่า ปั้มนี้อยู่ห่างจากปั้มสุดท้ายไกลแค่ไหน
ยิ่งถ้าอยู่ห่างยิ่งไกลยิ่งดี เพราะถัวเฉลี่ยคนเดินทางประมาณ 50 ก.ม ก็จะแวะปั้ม 1 ครั้ง
ซึ่งกรณีนี้ ถ้าทำเลเราอยู่ปั้มแรกก็จะได้เปรียบ แต่ถ้าเราอยู่ห่างจากปั้มก่อน
น้อยเท่าไหร่ ก็ยิ่งเสียเปรียบมากเท่านั้น
[Spoil] คลิกเพื่อดูข้อความที่ซ่อนไว้
มาถึงเรื่องทิศทาง คนจีนมีความเชื่อว่าหน้าร้านหันไปทาง ทิศใต้ เหมาะที่สุดสำหรับการทำการค้า
[Spoil] คลิกเพื่อดูข้อความที่ซ่อนไว้
ข้อห้ามคือ ห้ามเลือกหันไปทางทางทิศตะวันตก ตรงนี้มีหลักวิทยาศาสตร์อธิบายง่ายๆคือ
เมืองไทยเป็นเมืองร้อน ตอนบ่ายพระอาทิตย์อยู่ทางตะวันตก ถ้าร้านเราหันไปทางนั้น ห้องเราจะร้อนมาก
และพฤติกรรมคนจะไม่เดินไปหาที่ร้อน อีกอย่างถ้าของที่เราขายโดนความร้อนแล้วเสียง่าย ยิ่งห้ามเลือก
[Spoil] คลิกเพื่อดูข้อความที่ซ่อนไว้
2 โอกาส 天时 ช่วงเวลาที่เราจะเริ่มต้นทำการค้า
ถ้าลูกค้าโจขิงเป็นนักท่องเที่ยวหรือผู้เดินทาง โจขิง เลือกเปิดตัวธุรกิจในเดือนสิงหาคมซึ่งเป็นหน้าฝน
และเป็นช่วง Low season เป็นการเลือกที่ผิด ถ้าสายป่านไม่ยาว ก็จะมีปัญหาอีกทั้งบั่นทอนกำลังใจอย่างมาก
แต่ถ้าเปิดตัวในช่วง hi season โอกาสที่จะชนะก็มีสูง และถ้าโชคดีสินค้าเราติดตลาดตั้งแต่ต้น season
ก็ยิ่งถึงเป้าหมายได้เร็วขึ้น
3 การได้ใจคน 人和
ข้อนี้สำคัญที่สุด ปราชญ์ เมิ่งจื่อ 孟子 กล่าวไว้ว่า โอกาส สู้ ชัยภูมิ ไม่ได้ ชัยภูมิ สู้ การได้ใจคนไม่ได้
天时不如地利, 地利不如人和.
การทำการค้าที่สำคัญที่สุดต้องได้ใจลูกค้า บริการลูกค้าด้วยความสุจริต ให้ประโยชน์ลูกค้าที่สูงสุด
นอกจากนี้ยังรวมถึงผู้ร่วมงานของเราทุกคน ต้องทำให้เขามีส่วนร่วมในองค์กรมากที่สุด
นี่ยังรวมถึงบรรดาร้านค้าใกล้เคียงและผู้คนที่เป็นสิ่งแวดล้อมในธุรกิจเราด้วย
ถ้าเราครองใจคนเหล่านี้ได้ โอกาสจะสำเร็จในเชิงธุรกิจก็มีสูง
สำหรับข้อนี้ จขกท ไม่ห่วง โจขิง เพราะเชื่อในความสามารถ
สรุป โอกาส ทำเล และการครองใจคน เป็นหลักสำคัญในการทำการค้า
ซุนวู 孙武 เทพสงครามกล่าวไว้ว่า "3 ข้อนี้ ถ้าขาดไป ถึงแม้ได้ชัยชนะก็ไม่ยั่งยืน"
มาถึงสินค้าที่จะขาย
ดูจาก โจขิง เลือกทำธุรกิจในปั้มน้ำมัน แสดงว่า หวังจะได้ลูกค้าจากกลุ่มนักเดินทาง
ซึ่งถ้าจังหวัดที่ โจขิง อยู่เป็นจังหวัดท่องเที่ยวแล้ว กำลังซื้อหลักต้องเป็นคนกรุงเทพ
(ยังไม่พูดถึงนักท่องเที่ยวต่างประเทศ) ซึ่งเป็นพวกมีกำลังซื้อค่อนข้างสูง
การที่จะขายของถูกๆ น่าจะไม่ถูกต้อง ยิ่งเป็นของกินด้วยแล้ว
คนอาจจะคิดถึงเรื่องอนามัยมากกว่าเรื่องราคา
ถ้าจะขายของกินกันจริงๆแล้ว น่าจะเป็นพวก ขนมปังอบ หรือ ขนมปังนึ่ง ปิ้ง มากกว่า
ซึ่งเทียบราคาต้นทุน ราคาขาย และ ความยุ่งยากในการเตรียมวัตถุดิบ ดีกว่าลูกชิ้นเยอะ
และถ้าเพิ่มเครื่องดื่มอย่าง กาแฟซอง ของเวียดนาม ซึ่งเข้มข้นกว่าของไทย
ทั้งราคาถูกกว่า เอามาขายรวมกับขนมปัง น่าจะขายได้ดีกว่า
มีของกินชนิดหนึ่งที่ส่วนตัวคิดว่าน่าลองทำคือ ทาร์คไข่ 蛋挞
ที่ มาเก๊ามีร้านๆหนึ่งชื่อ Cafe Nata Margarat's ทุกๆวันจะมีคนมาเข้าแถวซื้อทาร์ตไข่
ลูกค้าที่เข้าแถวจะต้องรอประมาณ 1 ชั่วโมงเป็นอย่างต่ำ
ความจริง ทาร์ตไข่ ในมาเก๊า ฮ่องกง มีมาหลายสิบปีแล้ว แต่ที่เมืองไทยพึ่งเข้ามาไม่กี่ปี
และใน กทม ที่เซ็นทรัลเวิลดิ์ พึ่งนำมาขาย ปรากฏว่า ขายดีมาก
ถ้าเข้า เทรนด์ เมื่อไหร่ น่าจะขายได้ดี
ข้อดีของ ทาร์ตไข่ คือ ต้นทุนต่ำ วัตถุดิบหาง่าย ราคาขายสูง อันละ (30-40) ไม่น่ามีคู่แข่ง
และถ้าทัวร์จีนเข้ายิ่งขายดี (เพราะคนจีนส่วนหนึ่งชอบเลียนแบบของกินของคน ฮ่องกง มาเก๊า)
ถ้าไม่อยากลงทุนมาก อาจจะติดต่อร้านที่ทำขนมอยู่แล้ว จ้างเขาทำส่งให้เราคนเดียว
(แต่วิธีนี้ค่อนข้างเสี่ยงที่ควบคุมไม่ได้ กรณีดังแล้ว )
ป.ล คำแปลกับเนื้อเรื่องภาษาจีน ไม่ใช่หลักสำคัญในเนื้อหานี้
เพียงแต่ยกมาอ้างอิงตามความเชื่อในการทำการค้าของคนจีน ตั้งแต่อดีต
ซึ่งส่วนใหญ่จะประสบความสำเร็จ
ป.ล 2 ในส่วนของการค้า ถ้า โจขิง จะลงทุนใหม่ก็ขอให้ประสบความสำเร็จเร็วๆ
ส่วนเรื่องการเมือง ถ้า โจขิง ยังมีความคิดแบบเดิม ก็ถือว่าเป็นคนละฝั่งกับ จขกท
อยู่กันแบบนี้ ในห้องนี้ ต่อไป (ขรรมๆไม่ซีเรียส 555 )