รศ.ดร.ด้านการจัดการกับการบริหารเงินส่วนรวม เป็นอย่างไร มาดู!

เมื่อเก้าปีก่อนแม่ของเรา ของลูกๆสามคนสิ้นลมไปอย่างสงบ เหลือไว้แต่พ่อผู้สมถะและเศร้าสร้อยกับพินัยกรรมมอบที่ดินสามผืนให้กับเรา ลูกๆสามคน โดยมีพี่สาวคนรองอันเป็นรศ.ดร.ด้านการจัดการในมหาวิทยาลัยดังเป็นผู้จัดการมรดก ที่ดินผืนหนึ่งให้พี่สาวคนโต ที่ดินอีกผืนให้กับเราและพี่สาวคนรองส่วนที่ดินดั้งเดิมของบ้านเรา ถูกแบ่งเป็นสามส่วน พ่อบอกว่าจัดสรรทรัพย์สินแบ่งไปเลยตามที่แม่ระบุไว้ ส่วนของพ่อพ่อมอบให้เราลูกคนเล็ก ที่ดินแปลงดั้งเดิมกลางเมืองย่านสี่พระยามีบ้านไม้สองชั้นที่สร้างรายได้ให้ครอบครัวเรามาหลายสิบปีสามหลัง เราเรียกว่าบ้านทับหนึ่ง ที่มีรายได้ร่วมสองร้อยต่อเดือน บ้านทับสองกับทับสาม ที่มีรายได้ร่วมร้อยต่อเดือน กับตึกแถวในบริเวณดังกล่าวที่เรียกว่าทับสี่อันมีรายได้เพียงเจ็ดสิบบาท  เมื่อรังวัดแบ่งที่ดินไปเท่าๆกันพี่สาวคนโตได้บ้านทับสองกับทับสาม ที่มีบริเวณรังวัดใหม่ คร่อมห้องครัวบ้านทับหนึ่ง พี่สาวคนรองได้บ้านทับหนึ่งเกือบทั้งหลัง ส่วนเราได้ตึกแถวกับที่ว่างส่วนหนึ่งกับครัวของทั้งบ้านทับสองและทับสามส่วนหนึ่ง ตามรูปปลากรอบ

พ่อเห็นดังนั้นจึงบอกว่าที่ที่เราได้รับมีรายได้น้อยกว่าเพื่อน จึงบอกว่า รายได้ที่ได้รับทั้งหมดต้องนำมารวมกันและหารสาม โดยสรุปคือที่ดินถูกแบ่งรังวัดตามปรกติ ไม่มีการรื้อบ้านตัดแต่งใหม่ตามพื้นที่ มีพี่สาวคนรองบริหารจัดการรายได้ เราตกลงกันว่าจะแบ่งจ่ายกันปีละครั้งและกันส่วนหนึ่งไว้ชำระภาษีซ่อมแซมปรับปรุงบ้านหรือค่าใช้จ่ายอื่นๆ ทุกอย่างดำเนินมาเรื่อยๆ โดยมีคนดูแลหนึ่งคนซึ่งคอยจัดเก็บรายได้ ชำระค่าบริการต่างๆ ซ่อมแซมปรับปรุงบ้าน และโอนเงินเข้าบัญชีพี่คนรองทุกเดือนไป ระหว่างนั้นพี่สาวคนโตบ้าง เราเองบ้าง ถามหาบัญชีรายรับรายจ่ายว่าได้เท่าไร รับเท่าไร สิ่งที่พี่สาวคนรองทำได้คือการเอาสมุดบัญชีสองสามเล่มเอามาให้ดู พวกเราก็ได้แต่ดูกันอย่างงงๆ เพราะ ไม่รู้ว่าเลขพวกนี้คืออะไร อย่างไร ถามหาตัวบัญชีรายรับรายจ่ายก็ไม่มีมาให้ดู

ระหว่างนั้นพี่สาวคนโตก็กระเสาะกระแสะส่วนเราก็ย้ายออกมาทำงานต่างจังหวัด เราทุกคนก็มีครอบครัวของตัวเองที่จะต้องดูแล ต้องทำมาหากินกันทั้งนั้น ห้าปีต่อมาพ่อตามแม่ไปอย่างสงบทุกอย่างดูราบรื่นดีแต่ต่อมาพี่สาวคนโตก็เริ่มบ่นว่าขอดูบัญชีรายรับรายจ่ายก็ไม่มี ไม่ติดต่อพี่น้อง พี่น้องติดต่อไปก็ไม่รับสาย ให้พี่เขยบอกให้โทรหาหรือโทรกลับก็ไม่โทร  จนเมื่อเมษาฯต้นปีนี้พี่สาวคนรองว่าไหนๆก็ไม่มีใครไว้ใจ หาว่าโกงก็ตัวใครตัวมันเลยแล้วกัน ใครมีอะไรอย่างไรจัดการกันเอง จะไม่ยุ่งไม่เป็นผู้จัดการมรดกแล้ว  เราแย้งว่าที่ตกลงกันต่อหน้าพ่อก็เอารายได้มาหารสามแล้วแบ่งกัน พี่สาวคนรองก็บอกว่าไม่สนใจบ้านใครบ้านมัน เอารายการที่คนดูแลบ้านเขียนบันทึกรายได้ว่าบ้านนั้นเท่าไร ค่าไฟเท่าไร ฯลฯมาเป็นกำๆ มาให้ดู อุต๊ะ

สุดท้ายคือเราต้องให้พี่สาวคนโตจัดการให้เกิดการจัดเก็บ ดูแลผ่านคนเก่าแก่ที่ดูแลบ้านเหล่านี้อยู่แล้วโอนเงินเข้าบัญชีพี่คนโตทุกเดือนเช่นเดิม และมีหลานคอยช่วยโอนเงินให้เรา   ส่วนพี่สาวคนรองก็ให้ลูกชายมาดูแลแทนตัวเองเฉพาะบ้านหลังที่อยู่ในครอบครอง เราควรจะทำอย่างไรดีกับครัวของบ้านทับสองและทับสามถ้าเราต้องปรับบริเวณเพื่อสร้างบ้านขึ้นในบริเวณของเรา  
แก้ไขข้อความเมื่อ

แสดงความคิดเห็น
โปรดศึกษาและยอมรับนโยบายข้อมูลส่วนบุคคลก่อนเริ่มใช้งาน อ่านเพิ่มเติมได้ที่นี่