ข้อดีที่ชอบ
1 มิว เล่นได้ดีเหลือเชื่อในบทนุ้ย
สาบานว่า ผมไม่เคยรู้จักเธอเล่นอะไรมาก่อนเลย แต่เรื่องนี้ เธอเล่นได้ดีมากจริงๆ
ยิ้มสวย ร้องไห้สวย มีเสน่ห์มาก
ฉากที่ชอบมาก คือ ฉากปลดกระดุม อารมณ์แบบสาวสมัยใหม่ ที่แบบ เออเป็นแฟนกัน
มีสตอรี่โรแมนติกกันขนาดนี้ มีไรกัน ก็ไม่เห็นเป็นเรื่องแปลก
เธอตีโจทย์ คาแรกเตอร์ สาวออฟฟิศจริงๆในยุคปัจจุบันแตกมากๆ ชอบมาก
2 เต๋อ กล้าเปลี่ยนบทบาทให้คนรังเกียจ
คือต้องทำให้เป็น Loser จริงๆ คือถ้าเต๋อหล่ออย่างปกติ ถามหน่อยใครจะไม่ชอบมั่ง
ดูแล้วรู้สึกรำคาญจริงๆ และเข้าใจเลยว่า ทำไม นุ้ย ถึงรู้สึกสยอง ตอนเด่นชัยมาบอกชอบหลังปาร์ตี้
คือยอมใจว่าทำตัวเองได้เป็น Loser มาก
3 ภาพสวย โลเคชั่น เหมาะกับสตอรี่ของเรื่อง
ชอบการถ่ายทำ ตอนที่นุ้ยกับเด่นชัย ขึ้นรถกลับจากโรงแรมไปสนามบิน ผ่านไปที่งานสโนว์เฟสติวัล
แล้วนอกกระจกกำลังทุบน้ำแข็งพอดี คือเฮ้ย อะไรจะพอเหมาะพอเจาะขนาดนั้น
4 โรแมนติกประมาณหนึ่ง
อารมณ์ของผมเรื่องนี้ แว้บไปคิดถึง เรื่อง Before Sunrise นิดนึง
คือความรักที่ต้องจบในวันเดียว
อีกประเด็นคือ ที่คือเรื่องของคนที่ แสดงออกเรื่องความรักไม่เก่ง
นี่คือ โอกาสที่ Stalker ที่เฝ้ามองผู้หญิงในดวงใจมาตลอด จะได้ทำอะไรสักอย่าง
เป็นพล็อตที่น่าสนใจ และฉากคลิปวีดีโอ ตอนจบก็ซึ้งดี
ข้อเสีย
1 หลายอย่างไม่สมเหตุสมผลเลย
ตัวอย่างเช่น การเดินทางทั้งหมดเป็นไปได้รึ จะจบได้ในวันเดียว
เข้าโรงพยาบาล กินซูชิ ไปบ่อนรก ไปจนปั๊มครบทุกแผนที่ ไปหยอดเหรียญหาซีเครตไอเท่ม ไปดูงานสโนว์ ติดสถานีรถไฟ แวะโบสถ์ และกลับมาโรงแรมอีก การถ่ายทำผมคงใช้หลายวันมาก ชีวิตจริงก็เช่นกัน วันเดียวไม่พอหรอก
2 นุ้ยรักคนง่ายขนาดนั้นเลยหรอ
ความรักของนุ้ย ที่มีให้เด่นชัย ในเวลาแค่ ไม่ถึง 24 ชั่วโมง ใช้คำว่า "รัก" ได้เลยหรอ
คนที่ตัวเองแว่บแรก รู้สึกสยองขนาดนั้น ถึงจะมีเรื่องราวร่วมกันบ้างก็เถอะ แต่คุณจะรักใครสักคนได้ในเวลาแค่นั้นหรอ ?
คำว่ารู้สึกดี ยังเป็นไปได้มากกว่า
3 ดนตรีประกอบ
เพลงบรรเลง หวานเลี่ยน จะอ้วก พอฉากจะโรแมนติกที เสียงก็ดังมาที ไม่เวิร์กเลย
ส่วนหลายๆเพลงที่แทรกเข้ามา มันไม่เห็นจะเข้าท่าเลย ฝันลำเอียง ความหมายตรงก็จริง แต่ก็งั้นๆไม่โดนใจ
คิดถึง Walk you home ตอน แอมไฟน์ แบบนั้นแจ๋วกว่าเยอะเลย
ให้คะแนน 7/10 เป็นหนังที่ใช้ได้ ตามมาตรฐานของค่ายนี้ ถ้าไม่คิดอะไรมาก ก็น่าจะชอบ
แต่ใจจริง ผมว่ามันทำโรแมนติกได้มากกว่านี้ ทำให้อึน ได้มากกว่านี้อีกเยอะ
ทั้งคู่อาจจะเขียนอะไรสักอย่างด้วยกัน ตอนจบนางเอกตื่นมา ก็ไม่รู้ว่าลายมือใคร
หรือ ก่อนที่นางเอกจะหลับไป อาจจะคุยกับพระเอกตลอดว่า ฉันจะไม่ลืมคุณนะ อะไรแบบนี้
อารมณ์เหมือน 50 first dates ก็ไม่เลว
สรุปคือไปดูได้ ไม่เสียดายเงิน แต่ไม่ใช่ มาสเตอร์พีซ ที่จะติดอยู่ในใจของคนไปอีกหลายปี
วิจารณ์ แฟนเดย์ หลังดูจบ สนุกอยู่บ้าง ข้อเสียก็มี และแน่นอน ทำกลมกล่อมได้มากกว่านี้
1 มิว เล่นได้ดีเหลือเชื่อในบทนุ้ย
สาบานว่า ผมไม่เคยรู้จักเธอเล่นอะไรมาก่อนเลย แต่เรื่องนี้ เธอเล่นได้ดีมากจริงๆ
ยิ้มสวย ร้องไห้สวย มีเสน่ห์มาก
ฉากที่ชอบมาก คือ ฉากปลดกระดุม อารมณ์แบบสาวสมัยใหม่ ที่แบบ เออเป็นแฟนกัน
มีสตอรี่โรแมนติกกันขนาดนี้ มีไรกัน ก็ไม่เห็นเป็นเรื่องแปลก
เธอตีโจทย์ คาแรกเตอร์ สาวออฟฟิศจริงๆในยุคปัจจุบันแตกมากๆ ชอบมาก
2 เต๋อ กล้าเปลี่ยนบทบาทให้คนรังเกียจ
คือต้องทำให้เป็น Loser จริงๆ คือถ้าเต๋อหล่ออย่างปกติ ถามหน่อยใครจะไม่ชอบมั่ง
ดูแล้วรู้สึกรำคาญจริงๆ และเข้าใจเลยว่า ทำไม นุ้ย ถึงรู้สึกสยอง ตอนเด่นชัยมาบอกชอบหลังปาร์ตี้
คือยอมใจว่าทำตัวเองได้เป็น Loser มาก
3 ภาพสวย โลเคชั่น เหมาะกับสตอรี่ของเรื่อง
ชอบการถ่ายทำ ตอนที่นุ้ยกับเด่นชัย ขึ้นรถกลับจากโรงแรมไปสนามบิน ผ่านไปที่งานสโนว์เฟสติวัล
แล้วนอกกระจกกำลังทุบน้ำแข็งพอดี คือเฮ้ย อะไรจะพอเหมาะพอเจาะขนาดนั้น
4 โรแมนติกประมาณหนึ่ง
อารมณ์ของผมเรื่องนี้ แว้บไปคิดถึง เรื่อง Before Sunrise นิดนึง
คือความรักที่ต้องจบในวันเดียว
อีกประเด็นคือ ที่คือเรื่องของคนที่ แสดงออกเรื่องความรักไม่เก่ง
นี่คือ โอกาสที่ Stalker ที่เฝ้ามองผู้หญิงในดวงใจมาตลอด จะได้ทำอะไรสักอย่าง
เป็นพล็อตที่น่าสนใจ และฉากคลิปวีดีโอ ตอนจบก็ซึ้งดี
ข้อเสีย
1 หลายอย่างไม่สมเหตุสมผลเลย
ตัวอย่างเช่น การเดินทางทั้งหมดเป็นไปได้รึ จะจบได้ในวันเดียว
เข้าโรงพยาบาล กินซูชิ ไปบ่อนรก ไปจนปั๊มครบทุกแผนที่ ไปหยอดเหรียญหาซีเครตไอเท่ม ไปดูงานสโนว์ ติดสถานีรถไฟ แวะโบสถ์ และกลับมาโรงแรมอีก การถ่ายทำผมคงใช้หลายวันมาก ชีวิตจริงก็เช่นกัน วันเดียวไม่พอหรอก
2 นุ้ยรักคนง่ายขนาดนั้นเลยหรอ
ความรักของนุ้ย ที่มีให้เด่นชัย ในเวลาแค่ ไม่ถึง 24 ชั่วโมง ใช้คำว่า "รัก" ได้เลยหรอ
คนที่ตัวเองแว่บแรก รู้สึกสยองขนาดนั้น ถึงจะมีเรื่องราวร่วมกันบ้างก็เถอะ แต่คุณจะรักใครสักคนได้ในเวลาแค่นั้นหรอ ?
คำว่ารู้สึกดี ยังเป็นไปได้มากกว่า
3 ดนตรีประกอบ
เพลงบรรเลง หวานเลี่ยน จะอ้วก พอฉากจะโรแมนติกที เสียงก็ดังมาที ไม่เวิร์กเลย
ส่วนหลายๆเพลงที่แทรกเข้ามา มันไม่เห็นจะเข้าท่าเลย ฝันลำเอียง ความหมายตรงก็จริง แต่ก็งั้นๆไม่โดนใจ
คิดถึง Walk you home ตอน แอมไฟน์ แบบนั้นแจ๋วกว่าเยอะเลย
ให้คะแนน 7/10 เป็นหนังที่ใช้ได้ ตามมาตรฐานของค่ายนี้ ถ้าไม่คิดอะไรมาก ก็น่าจะชอบ
แต่ใจจริง ผมว่ามันทำโรแมนติกได้มากกว่านี้ ทำให้อึน ได้มากกว่านี้อีกเยอะ
ทั้งคู่อาจจะเขียนอะไรสักอย่างด้วยกัน ตอนจบนางเอกตื่นมา ก็ไม่รู้ว่าลายมือใคร
หรือ ก่อนที่นางเอกจะหลับไป อาจจะคุยกับพระเอกตลอดว่า ฉันจะไม่ลืมคุณนะ อะไรแบบนี้
อารมณ์เหมือน 50 first dates ก็ไม่เลว
สรุปคือไปดูได้ ไม่เสียดายเงิน แต่ไม่ใช่ มาสเตอร์พีซ ที่จะติดอยู่ในใจของคนไปอีกหลายปี