กสทช. เล็งสอบเอาผิด 'ทรู' ละเลยเปิดซิมมิจฉาชีพ
กรุงเทพธุรกิจ ฉบับวันที่ 23 สิงหาคม พ.ศ. 2559
กสทช.เล็งตั้งกรรมการสอบเอาผิด"ทรู" ฐานละเลย ไม่ตรวจสอบเอกสารขอเปิดซิมใหม่ให้ถี่ถ้วน เป็นเหตุให้มิจฉาชีพหลอกเข้าระบบแบงก์กิ้งโอนเงินกว่า 9 แสน เตรียมมาตรการสแกนลายนิ้วมือลงทะเบียนซิม ปลอบใจผู้เสียหายมอบไอโฟน 6 พลัส - โทรฟรี 1 ปี
ผู้สื่อข่าวรายงานว่า วานนี้ (22ส.ค.) เวลา 10.00 น. สำนักงานคณะกรรมการกิจการกระจายเสียงกิจการโทรทัศน์และกิจการโทรคมนาคมแห่งชาติ (กสทช.) ได้เชิญนายพันธุ์สุธี มีลือกิจ ผู้เสียหายกรณีถูกปลอมแปลงสำเนาบัตรประจำตัวประชาชนจนต้องสูญเงินผ่านระบบโมบายแบงก์กิ้งกว่า 9 แสนบาท พร้อมด้วยนายจักรกฤษณ์ อุไรรัตน์ รองผู้อำนวยการสายงานรัฐกิจสัมพันธ์ บมจ.ทรู คอร์ปอเรชั่น เข้าร่วมประชุมหาแนวทางแก้ไขต่อไป
กรณีนี้เกิดจากคนร้ายนำเอกสารปลอมดังกล่าวไปขอซิมการ์ด ซึ่งเป็นเบอร์ของผู้เสียหายที่ศูนย์บริการทรูช้อป โดยแจ้งต่อพนักงานทรูว่า ได้ทำ ซิมการ์ดหาย และมีเพียงสำเนาบัตรประชาชน ไม่มีบัตรประชาชนตัวจริง เมื่อได้ซิมมาแล้วจึงเปลี่ยนรหัสเข้าโมบายแบงก์กิ้งของธนาคารกสิกรไทย เมื่อเปลี่ยนรหัสสำเร็จ ได้โอนเงินออกจากบัญชี โดยผู้เสียหายรู้ตัวเมื่อเงินถูกโอนไปแล้ว
ทั้งนี้ ธนาคารกสิกรไทยได้รับผิดชอบด้วยการจ่ายเงินจำนวนดังกล่าวคืนให้ ผู้เสียหายแล้ว
นายจักรกฤษณ์ กล่าวว่า ตามหลักเกณฑ์ของบริษัทลูกค้าที่มาใช้บริการเปิดซิมการ์ดใหม่ หรือขอซิมการ์ดกรณีใดๆ ก็ตามจะต้องนำบัตรประชาชนตัวจริงเข้ามาทุกครั้ง หรือหากให้บุคคลอื่นมาดำเนินการแทน จะต้องมีใบมอบอำนาจ รวมทั้งต้องมี ใบแจ้งความมายืนยันอยู่แล้ว
แต่กรณีนี้เป็นการตัดสินใจและดุลยพินิจของพนักงานเอง ด้วยเห็นว่าลูกค้าได้รับความเดือดร้อนทั้งซิมหายและบัตรประชาชนตัวจริงหาย จึงนำสำเนามายื่นทำให้ละเลยการตรวจสอบ ด้วยต้องการบริการลูกค้า และเหตุการณ์ที่เกิดขึ้นนี้เป็นความตั้งใจของมิจฉาชีพที่ต้องการเข้ามาหลอกลวงเพื่อให้ได้ซิมการ์ดไป ทั้งนี้บริษัทได้แสดงความรับผิดชอบต่อผู้เสียหาย ซึ่งเป็นลูกค้าด้วยการให้ สมาร์ทโฟนรุ่นไอโฟน 6พลัส พร้อมให้ใช้บริการโทรฟรีได้ตลอดระยะเวลา 1 ปี ซึ่งต่อไปขอยืนยันว่า บริษัทจะดำเนินการตรวจสอบเอกสารทุกครั้งอย่างเข้มงวด และจะอบรมพนักงานให้มากกว่านี้
"ด้วยบริษัทเป็นเพียงผู้ให้บริการเครือข่าย มือถือเท่านั้น การกระทำของคนร้ายที่เกิดขึ้นตั้งใจที่จะขโมยเงินเป็นหลัก ซึ่งเรื่องนี้เป็นส่วนที่เกี่ยวข้องกับระบบแบงก์กิ้งโดยตรง"
นายฐากร ตัณฑสิทธิ์ เลขาธิการสำนักงาน กสทช. กล่าวว่า สำนักงานจะตั้งคณะกรรมการเพื่อตรวจสอบการกระทำของทรูว่าการละเลยหน้าที่ตรวจสอบเอกสารนั้นจะเอาผิดได้อย่างไรบ้าง เนื่องจากเงื่อนไขการลงทะเบียน หรือขอซิมการ์ดใหม่ทุกครั้ง ต้องใช้หลักฐานตัวจริงประกอบ อีกทั้งจะเร่งนำแนวความคิดเรื่องการสแกนลายนิ้วมือในการลงทะเบียนซิมการ์ดเข้าบรรจุในร่างประกาศเพื่อให้เป็นทางเลือกกับประชาชนที่ต้องการความปลอดภัยที่มากกว่า การลงทะเบียนปกติเนื่องจากปัจจุบันมีผู้ใช้งาน ที่ทำธุรกรรมออนไลน์เป็นจำนวนมาก โดยแนวคิดนี้จะนำเข้าสู่ขั้นตอนรับฟังความคิดเห็นสาธารณะต่อไป คาดว่าร่างประกาศนี้จะนำมาใช้ได้ภายในปี 2559
แหล่งข่าว
หนังสือพิมพ์กรุงเทพธุรกิจ ฉบับวันที่ 23 สิงหาคม พ.ศ. 2559 (หน้า 16,13)
กสทช. เล็งสอบเอาผิด 'ทรู' ละเลยเปิดซิมมิจฉาชีพ 'ทรู' แก้เก้อแจกไอโฟน 6 พลัสปลอบใจ
กสทช. เล็งสอบเอาผิด 'ทรู' ละเลยเปิดซิมมิจฉาชีพ
กรุงเทพธุรกิจ ฉบับวันที่ 23 สิงหาคม พ.ศ. 2559
กสทช.เล็งตั้งกรรมการสอบเอาผิด"ทรู" ฐานละเลย ไม่ตรวจสอบเอกสารขอเปิดซิมใหม่ให้ถี่ถ้วน เป็นเหตุให้มิจฉาชีพหลอกเข้าระบบแบงก์กิ้งโอนเงินกว่า 9 แสน เตรียมมาตรการสแกนลายนิ้วมือลงทะเบียนซิม ปลอบใจผู้เสียหายมอบไอโฟน 6 พลัส - โทรฟรี 1 ปี
ผู้สื่อข่าวรายงานว่า วานนี้ (22ส.ค.) เวลา 10.00 น. สำนักงานคณะกรรมการกิจการกระจายเสียงกิจการโทรทัศน์และกิจการโทรคมนาคมแห่งชาติ (กสทช.) ได้เชิญนายพันธุ์สุธี มีลือกิจ ผู้เสียหายกรณีถูกปลอมแปลงสำเนาบัตรประจำตัวประชาชนจนต้องสูญเงินผ่านระบบโมบายแบงก์กิ้งกว่า 9 แสนบาท พร้อมด้วยนายจักรกฤษณ์ อุไรรัตน์ รองผู้อำนวยการสายงานรัฐกิจสัมพันธ์ บมจ.ทรู คอร์ปอเรชั่น เข้าร่วมประชุมหาแนวทางแก้ไขต่อไป
กรณีนี้เกิดจากคนร้ายนำเอกสารปลอมดังกล่าวไปขอซิมการ์ด ซึ่งเป็นเบอร์ของผู้เสียหายที่ศูนย์บริการทรูช้อป โดยแจ้งต่อพนักงานทรูว่า ได้ทำ ซิมการ์ดหาย และมีเพียงสำเนาบัตรประชาชน ไม่มีบัตรประชาชนตัวจริง เมื่อได้ซิมมาแล้วจึงเปลี่ยนรหัสเข้าโมบายแบงก์กิ้งของธนาคารกสิกรไทย เมื่อเปลี่ยนรหัสสำเร็จ ได้โอนเงินออกจากบัญชี โดยผู้เสียหายรู้ตัวเมื่อเงินถูกโอนไปแล้ว
ทั้งนี้ ธนาคารกสิกรไทยได้รับผิดชอบด้วยการจ่ายเงินจำนวนดังกล่าวคืนให้ ผู้เสียหายแล้ว
นายจักรกฤษณ์ กล่าวว่า ตามหลักเกณฑ์ของบริษัทลูกค้าที่มาใช้บริการเปิดซิมการ์ดใหม่ หรือขอซิมการ์ดกรณีใดๆ ก็ตามจะต้องนำบัตรประชาชนตัวจริงเข้ามาทุกครั้ง หรือหากให้บุคคลอื่นมาดำเนินการแทน จะต้องมีใบมอบอำนาจ รวมทั้งต้องมี ใบแจ้งความมายืนยันอยู่แล้ว
แต่กรณีนี้เป็นการตัดสินใจและดุลยพินิจของพนักงานเอง ด้วยเห็นว่าลูกค้าได้รับความเดือดร้อนทั้งซิมหายและบัตรประชาชนตัวจริงหาย จึงนำสำเนามายื่นทำให้ละเลยการตรวจสอบ ด้วยต้องการบริการลูกค้า และเหตุการณ์ที่เกิดขึ้นนี้เป็นความตั้งใจของมิจฉาชีพที่ต้องการเข้ามาหลอกลวงเพื่อให้ได้ซิมการ์ดไป ทั้งนี้บริษัทได้แสดงความรับผิดชอบต่อผู้เสียหาย ซึ่งเป็นลูกค้าด้วยการให้ สมาร์ทโฟนรุ่นไอโฟน 6พลัส พร้อมให้ใช้บริการโทรฟรีได้ตลอดระยะเวลา 1 ปี ซึ่งต่อไปขอยืนยันว่า บริษัทจะดำเนินการตรวจสอบเอกสารทุกครั้งอย่างเข้มงวด และจะอบรมพนักงานให้มากกว่านี้
"ด้วยบริษัทเป็นเพียงผู้ให้บริการเครือข่าย มือถือเท่านั้น การกระทำของคนร้ายที่เกิดขึ้นตั้งใจที่จะขโมยเงินเป็นหลัก ซึ่งเรื่องนี้เป็นส่วนที่เกี่ยวข้องกับระบบแบงก์กิ้งโดยตรง"
นายฐากร ตัณฑสิทธิ์ เลขาธิการสำนักงาน กสทช. กล่าวว่า สำนักงานจะตั้งคณะกรรมการเพื่อตรวจสอบการกระทำของทรูว่าการละเลยหน้าที่ตรวจสอบเอกสารนั้นจะเอาผิดได้อย่างไรบ้าง เนื่องจากเงื่อนไขการลงทะเบียน หรือขอซิมการ์ดใหม่ทุกครั้ง ต้องใช้หลักฐานตัวจริงประกอบ อีกทั้งจะเร่งนำแนวความคิดเรื่องการสแกนลายนิ้วมือในการลงทะเบียนซิมการ์ดเข้าบรรจุในร่างประกาศเพื่อให้เป็นทางเลือกกับประชาชนที่ต้องการความปลอดภัยที่มากกว่า การลงทะเบียนปกติเนื่องจากปัจจุบันมีผู้ใช้งาน ที่ทำธุรกรรมออนไลน์เป็นจำนวนมาก โดยแนวคิดนี้จะนำเข้าสู่ขั้นตอนรับฟังความคิดเห็นสาธารณะต่อไป คาดว่าร่างประกาศนี้จะนำมาใช้ได้ภายในปี 2559
แหล่งข่าว
หนังสือพิมพ์กรุงเทพธุรกิจ ฉบับวันที่ 23 สิงหาคม พ.ศ. 2559 (หน้า 16,13)