คืนนี้ทีมวอลเลย์บอลหญิงสหรัฐอเมริกาจะแข่งนัดสุดท้ายชิงเหรียญทองแดงโอลิมปิคแล้ว ซึ่งก็ไม่ทราบเหมือนกันว่าหลังจากนี้นักกีฬาคนไหนจะยังเล่นต่อคนไหนจะเลิกเล่นทีมชาติบ้าง เลยเอาคำสัมภาษณ์ของสองคนนี้มาฝากเพราะนอกจากทั้งสองจะผ่าน OG มาสองสมัยแล้ว ยังเป็นคนที่มีบทบาทมากๆต่อความสำเร็จของทีม และดูจะมีแฟนๆใน pantip ไม่น้อย ถ้าตกหล่นหรือพลาดตรงไหนไปก็เพิ่มเติมได้เลยนะครับ สัมภาษณ์ของลาร์สันมีมาตั้งแต่ต้นเดือนแล้ว แต่ของอคินเพิ่งมีมาเมื่อสองวันก่อน
Jordan Larson
พูดถึงการเล่นของตัวเอง
ในแง่ของการเล่น คนมักจะรู้จักฉันในแง่เป็นผู้เล่นที่ต้องทำทุกอย่าง (all around player) หรือคนที่มีหน้าที่ต่อบอล คอยคุมบอลให้เพื่อนๆเล่นเสียมากกว่า คนมักไม่นึกถึงเกมบุกของฉัน ฉันเลยคิดว่า หากจะพัฒนาต่อไปเพื่อแข่งในระดับนานาชาติ ฉันต้องพยายามบุกให้มีประสิทธิภาพและได้ผลมากกว่าเดิม เรื่องนี้ฉันคิดว่าโค้ชฮิวจ์ (โค้ชคนเก่า) ช่วยฉันอย่างมาก ทั้งเรื่องการเคลื่อนไหวเท้า (footwork) การบุกให้หลากหลายและหนักขึ้น ทำอะไรหลายอย่างเช่นเวทเทรนนิ่ง เพื่อพัฒนาตัวเองให้ก้าวจากคนที่เด่นด้านเกมรับมาเป็นคนบุกได้ดีด้วย ตอนนี้ฉันก็ยังรู้สึกว่าตัวเองเป็น all around player อยู่นะคะ แต่คิดว่าการบุกก็พัฒนาขึ้นมาทัดเทียมกับทักษะด้านอื่นๆแล้ว มันไม่ง่ายเลยที่จะพัฒนาเรื่องนี้ มันสิ่งที่ไม่ได้เป็นจุดเด่นของฉันมาก่อนหนะ
พูดถึงคุณแม่
ฉันโตมาโดยสนิทกับคุณแม่มาก ตอนที่ฉันเรียนอยู่ม 5 หมอวินิจฉัยว่าแม่ฉันเป็นมะเร็งเต้านม แม่ฉันเป็นคนเอาจริง ทำอะไรต่างๆให้ถึงที่สุด แม่ฉันตัดสินใจตัดหน้าอกทิ้งตั้งแต่แรก แล้วก็รับการรักษาแบบคีโม ทั้งๆที่จริงๆหมอบอกว่าไม่ต้องทำแบบนั้นก็ได้ แค่เอาก้อนมะเร็งออกก็โอเคแล้ว แต่แม่ฉันก็จะทำทุกอย่างให้แน่ใจว่ามันจะไม่กลับมาอีก แม่ฉันพยายามรักษาตัวทุกอย่าง ตรวจทุกปี แต่หลังจากห้าปี มะเร็งก็กลับมาอีกแต่กลับมาที่ปอด ในตอนนั้นฉันก็กำลังอยู่ในช่วงแข่งขันวอลเลย์บอลระดับมหาวิทยาลัยซึ่งเป็นจุดเริ่มต้นอาชีพนักกีฬาวอลเลย์บอล แข่งนัดที่สำคัญๆใหญ่ๆมากมาย โรคมะเร็งไม่ได้ทำให้แม่ลดละติดตามสนับสนุนให้กำลังใจฉันเลย ฉันรู้สึกว่าแม่มีความกล้าหาญและต้องต่อสู้อย่างมากที่จะมีแรงมาสนับสนุนฉัน แม่คิดถึงฉันมากกว่าตัวแม่เอง แม่จากฉันไปเมื่อประมาณ 7 ปีที่แล้ว ฉันบรรยายความรู้สึกที่มีต่อเรื่องนี้ได้ลำบาก แต่ก็คิดถึงมันในแง่ดี การนึกถึงแม่เป็นสิ่งที่ทำให้ฉันมีความสุข อันที่จริงแล้วฉันเพิ่งไปสักรอยสักอันนี้มาเมื่อสองสัปดาห์ที่แล้ว เป็นรูปสัญลักษณ์การรณรงค์เรื่องมะเร็งเต้านม และอักษรตัวแรกของชื่อและนามสกุลของแม่ด้วย ฉันรู้สึกตื่นเต้นที่จะมีรอยสักนี้ไปตลอดชีวิต เพราะแม่เป็นส่วนสำคัญมากต่อชีวิตฉัน และจะอยู่กับฉันเสมอตลอดไป
พูดถึงการเป็นนักกีฬาทีมชาติ
เรื่องนี้ก็อธิบายยากนะคะ มันมีหลายอย่างมาก มันเป็นอะไรที่มากกว่าตัวฉันเอง มันเกี่ยวกับนักกีฬารุ่นพี่ที่มาก่อนฉัน รุ่นน้องที่จะมาสานต่อ และเด็กสาวมากมายที่ฝันอยากจะมาเป็นนักกีฬาวอลเลย์บอลทีมชาติสหรัฐ ฉันก็เคยเป็นหนึ่งในเด็กสาวเหล่านั้น ที่ฝันว่าอยากจะใส่เสื้อนักกีฬาทีมชาติ ฉันรู้สึกว่าฉันไม่ได้เป็นตัวแทนของสาวๆเหล่านี้อย่างเดียว แต่เป็นตัวแทนของประเทศในการแข่งขันใหญ่ๆ ฉันรู้สึกเป็นเกียรติมากๆที่ได้ทำสิ่งที่ทำอยู่ และได้แข่งร่วมไปกับคนที่น่าทึ่งมากมาย
Foluke Akinradewo
พูดถึงการเป็นนักกีฬาทีมชาติ
พ่อแม่ฉันเกิดและโตที่ประเทศไนจีเรีย ท่านแต่งงานกันที่นั่น จริงๆพี่ชายคนโตของฉันก็เกิดที่นั่นด้วย แต่ต่อมาท่านทั้งสองก็ย้ายมาที่แคนาดา พ่อฉันมาเรียนต่อปริญญาเอกที่นั่น หลังจากนั้นก็ย้ายมาแคลิฟอร์เนีย ท่านทั้งสองทิ้งทุกอย่างที่ไนจีเรีย อย่างแม่ฉันไม่ได้กลับไปที่นั่นมา 20 ปีแล้ว แต่ท่านทั้งสองก็ทำเพื่อให้ฉันและพี่ชายได้รับโอกาสที่ดีในชีวิตจากการอาศัยที่อเมริกาซึ่งเป็นดินแดนแห่งโอกาสและเสรีภาพ ท่านทั้งสองเสียสละเพื่อฉันอย่างมาก ดีงนั้นฉันจึงรู้สึกเป้นเกียรติมากๆที่ได้เป็นนักกีฬาทีมชาติสหรัฐ เพราะฉันรู้สึกว่าฉันได้ทำสิ่งที่ตอบแทนการเสียสละของท่านทั้งสอง ฉันรู้สึกว่าตัวเองได้เป็นตัวแทนของคนที่รูปร่างหน้าตาเหมือนฉัน คิดเหมือนฉัน มีความฝันและความมุ่งมั่นเหมือนฉัน มันเป็นความรับผิดชอบที่ใหญ่มากนะคะ แต่ก็เป็นสิ่งที่ฉันภูมิใจมาก
พูดถึงครอบครัว
โตขึ้นมาฉันเล่นกีฬามาหลายอย่าง ตอนอยู่มัธยมปลายฉันเล่นบาส กีฬาประเภทลู่ แล้วก็มาเล่นวอลเลย์บอล พ่อฉันจะตื่นตีสามเพื่อพยายามทำงานให้เสร็จเพื่อที่จะได้ไปดูฉันแข่งกีฬา พ่อแม่มาเชียร์ฉันเสมอเวลาแข่ง แม่ฉันเป็นพยาบาลค่ะ และท่านก็จะพยายามหากละเข้างานที่ทำให้ท่านมาเชียร์ได้ ตอนที่ฉันเรียนปีสี่และเป็นนักกีฬามหาวิทยาลัยสแตนฟอร์ด ท่านทั้งสองมาเชียร์ทุกนัดที่มีการแข่งแมทช์เหย้า บ้านเราอยู่ที่รัฐฟลอริด้า ส่วนแสตนฟอร์ดอยู่แคลิฟอร์เนีย (ไกลมาก) พี่ชายทั้งสองของฉันก็เป็นพี่ดัน พยายามผลักดันฉันพัฒนาตัวเองจนเป็นนักกีฬาได้แบบที่เป็นทุกวันนี้ ฉันจำได้ว่าตอนเด็กๆ น่าจะประมาณเก้าขวบ พี่ฉันไม่ยอมให้ฉันเข้าบ้านถ้าไม่สามารถ (ตรงนี้ฟังไม่ออก 55 ใครรู้เรื่องช่วยแปลด้วยครับ) ติดกันสิบครั้งถึงจะยอมให้เข้าบ้าน อะไรแบบนั้นหนะคะ พยายามทำให้ฉันผลักดันตัวเองให้ถึงที่สุด มีส่วนที่ทำให้ฉันเป็นแบบที่เป็นอยู่ในตอนนี้
พูดถึงบทบาทในทีม
ฉันเรียก Christa Dietzen เล่นๆว่าคุณแม่ นั่นชื่อเล่นเธอเลย เธอพยายามดูแลว่าทุกคนโอเคไหม เช่นว่าได้ของกินหรือยัง ส่วนคอร์ทนี่ ทอมสันเป็นคนที่ทุกคนอยู่ด้วยแล้วสนุกนะคะ เธอรู้จักทำให้ทุกคนหัวเราะ แต่ในขณะเดียวกันก็เป็นคนที่กระตุ้นเพื่อนๆได้อย่างดี เธอมีทั้งสองอย่าง ทั้งด้านเป็นคนสนุกและก็เป็นคนที่กระตุ้นเพื่อนๆในยามที่ต้องจริงจัง ยามที่ทุกคนต่องมีสมาธิมุ่งมั่น
ฉันเป็นคนเข้มแข็งนะคะ ฉันอยากให้ทุกคนรู้สึกว่าไม่ต้องเป็นห่วงฉันเวลาสถานการณ์คับขันหรือรู้สึกว่าฉันไปทำให้คนอื่นกังวลหรือสติแตก ฉันพยายามคุมอารณ์ตัวเองให้เหมือนเดิมตลอดเวลา แม้เวลาแข่งฉันดูเอาจริงมาก แต่ฉันก็ชอบทำให้ทุกคนหัวเราะนะ ฉันไม่ได้เป็นตลกอาชีพหรอก แต่ฉันรู้สึกว่าถ้าทำให้คนอื่นผ่อนคลายหรือหัวเราะได้มันเหมือนฉันประสบความสำเร็จอะไรอย่างหนึ่ง ฉันอยากให้คนอื่นๆจดจำฉันแบบนั้น ว่าเป็นคนที่คนอื่นๆอยู่ด้วยแล้วมีความสุข
บทสัมภาษณ์+คำแปล จอร์แดน ลาร์สัน และโฟลุค อคินราเดโว จากช่อง USA Volleyball
Jordan Larson
พูดถึงการเล่นของตัวเอง
ในแง่ของการเล่น คนมักจะรู้จักฉันในแง่เป็นผู้เล่นที่ต้องทำทุกอย่าง (all around player) หรือคนที่มีหน้าที่ต่อบอล คอยคุมบอลให้เพื่อนๆเล่นเสียมากกว่า คนมักไม่นึกถึงเกมบุกของฉัน ฉันเลยคิดว่า หากจะพัฒนาต่อไปเพื่อแข่งในระดับนานาชาติ ฉันต้องพยายามบุกให้มีประสิทธิภาพและได้ผลมากกว่าเดิม เรื่องนี้ฉันคิดว่าโค้ชฮิวจ์ (โค้ชคนเก่า) ช่วยฉันอย่างมาก ทั้งเรื่องการเคลื่อนไหวเท้า (footwork) การบุกให้หลากหลายและหนักขึ้น ทำอะไรหลายอย่างเช่นเวทเทรนนิ่ง เพื่อพัฒนาตัวเองให้ก้าวจากคนที่เด่นด้านเกมรับมาเป็นคนบุกได้ดีด้วย ตอนนี้ฉันก็ยังรู้สึกว่าตัวเองเป็น all around player อยู่นะคะ แต่คิดว่าการบุกก็พัฒนาขึ้นมาทัดเทียมกับทักษะด้านอื่นๆแล้ว มันไม่ง่ายเลยที่จะพัฒนาเรื่องนี้ มันสิ่งที่ไม่ได้เป็นจุดเด่นของฉันมาก่อนหนะ
พูดถึงคุณแม่
ฉันโตมาโดยสนิทกับคุณแม่มาก ตอนที่ฉันเรียนอยู่ม 5 หมอวินิจฉัยว่าแม่ฉันเป็นมะเร็งเต้านม แม่ฉันเป็นคนเอาจริง ทำอะไรต่างๆให้ถึงที่สุด แม่ฉันตัดสินใจตัดหน้าอกทิ้งตั้งแต่แรก แล้วก็รับการรักษาแบบคีโม ทั้งๆที่จริงๆหมอบอกว่าไม่ต้องทำแบบนั้นก็ได้ แค่เอาก้อนมะเร็งออกก็โอเคแล้ว แต่แม่ฉันก็จะทำทุกอย่างให้แน่ใจว่ามันจะไม่กลับมาอีก แม่ฉันพยายามรักษาตัวทุกอย่าง ตรวจทุกปี แต่หลังจากห้าปี มะเร็งก็กลับมาอีกแต่กลับมาที่ปอด ในตอนนั้นฉันก็กำลังอยู่ในช่วงแข่งขันวอลเลย์บอลระดับมหาวิทยาลัยซึ่งเป็นจุดเริ่มต้นอาชีพนักกีฬาวอลเลย์บอล แข่งนัดที่สำคัญๆใหญ่ๆมากมาย โรคมะเร็งไม่ได้ทำให้แม่ลดละติดตามสนับสนุนให้กำลังใจฉันเลย ฉันรู้สึกว่าแม่มีความกล้าหาญและต้องต่อสู้อย่างมากที่จะมีแรงมาสนับสนุนฉัน แม่คิดถึงฉันมากกว่าตัวแม่เอง แม่จากฉันไปเมื่อประมาณ 7 ปีที่แล้ว ฉันบรรยายความรู้สึกที่มีต่อเรื่องนี้ได้ลำบาก แต่ก็คิดถึงมันในแง่ดี การนึกถึงแม่เป็นสิ่งที่ทำให้ฉันมีความสุข อันที่จริงแล้วฉันเพิ่งไปสักรอยสักอันนี้มาเมื่อสองสัปดาห์ที่แล้ว เป็นรูปสัญลักษณ์การรณรงค์เรื่องมะเร็งเต้านม และอักษรตัวแรกของชื่อและนามสกุลของแม่ด้วย ฉันรู้สึกตื่นเต้นที่จะมีรอยสักนี้ไปตลอดชีวิต เพราะแม่เป็นส่วนสำคัญมากต่อชีวิตฉัน และจะอยู่กับฉันเสมอตลอดไป
พูดถึงการเป็นนักกีฬาทีมชาติ
เรื่องนี้ก็อธิบายยากนะคะ มันมีหลายอย่างมาก มันเป็นอะไรที่มากกว่าตัวฉันเอง มันเกี่ยวกับนักกีฬารุ่นพี่ที่มาก่อนฉัน รุ่นน้องที่จะมาสานต่อ และเด็กสาวมากมายที่ฝันอยากจะมาเป็นนักกีฬาวอลเลย์บอลทีมชาติสหรัฐ ฉันก็เคยเป็นหนึ่งในเด็กสาวเหล่านั้น ที่ฝันว่าอยากจะใส่เสื้อนักกีฬาทีมชาติ ฉันรู้สึกว่าฉันไม่ได้เป็นตัวแทนของสาวๆเหล่านี้อย่างเดียว แต่เป็นตัวแทนของประเทศในการแข่งขันใหญ่ๆ ฉันรู้สึกเป็นเกียรติมากๆที่ได้ทำสิ่งที่ทำอยู่ และได้แข่งร่วมไปกับคนที่น่าทึ่งมากมาย
Foluke Akinradewo
พูดถึงการเป็นนักกีฬาทีมชาติ
พ่อแม่ฉันเกิดและโตที่ประเทศไนจีเรีย ท่านแต่งงานกันที่นั่น จริงๆพี่ชายคนโตของฉันก็เกิดที่นั่นด้วย แต่ต่อมาท่านทั้งสองก็ย้ายมาที่แคนาดา พ่อฉันมาเรียนต่อปริญญาเอกที่นั่น หลังจากนั้นก็ย้ายมาแคลิฟอร์เนีย ท่านทั้งสองทิ้งทุกอย่างที่ไนจีเรีย อย่างแม่ฉันไม่ได้กลับไปที่นั่นมา 20 ปีแล้ว แต่ท่านทั้งสองก็ทำเพื่อให้ฉันและพี่ชายได้รับโอกาสที่ดีในชีวิตจากการอาศัยที่อเมริกาซึ่งเป็นดินแดนแห่งโอกาสและเสรีภาพ ท่านทั้งสองเสียสละเพื่อฉันอย่างมาก ดีงนั้นฉันจึงรู้สึกเป้นเกียรติมากๆที่ได้เป็นนักกีฬาทีมชาติสหรัฐ เพราะฉันรู้สึกว่าฉันได้ทำสิ่งที่ตอบแทนการเสียสละของท่านทั้งสอง ฉันรู้สึกว่าตัวเองได้เป็นตัวแทนของคนที่รูปร่างหน้าตาเหมือนฉัน คิดเหมือนฉัน มีความฝันและความมุ่งมั่นเหมือนฉัน มันเป็นความรับผิดชอบที่ใหญ่มากนะคะ แต่ก็เป็นสิ่งที่ฉันภูมิใจมาก
พูดถึงครอบครัว
โตขึ้นมาฉันเล่นกีฬามาหลายอย่าง ตอนอยู่มัธยมปลายฉันเล่นบาส กีฬาประเภทลู่ แล้วก็มาเล่นวอลเลย์บอล พ่อฉันจะตื่นตีสามเพื่อพยายามทำงานให้เสร็จเพื่อที่จะได้ไปดูฉันแข่งกีฬา พ่อแม่มาเชียร์ฉันเสมอเวลาแข่ง แม่ฉันเป็นพยาบาลค่ะ และท่านก็จะพยายามหากละเข้างานที่ทำให้ท่านมาเชียร์ได้ ตอนที่ฉันเรียนปีสี่และเป็นนักกีฬามหาวิทยาลัยสแตนฟอร์ด ท่านทั้งสองมาเชียร์ทุกนัดที่มีการแข่งแมทช์เหย้า บ้านเราอยู่ที่รัฐฟลอริด้า ส่วนแสตนฟอร์ดอยู่แคลิฟอร์เนีย (ไกลมาก) พี่ชายทั้งสองของฉันก็เป็นพี่ดัน พยายามผลักดันฉันพัฒนาตัวเองจนเป็นนักกีฬาได้แบบที่เป็นทุกวันนี้ ฉันจำได้ว่าตอนเด็กๆ น่าจะประมาณเก้าขวบ พี่ฉันไม่ยอมให้ฉันเข้าบ้านถ้าไม่สามารถ (ตรงนี้ฟังไม่ออก 55 ใครรู้เรื่องช่วยแปลด้วยครับ) ติดกันสิบครั้งถึงจะยอมให้เข้าบ้าน อะไรแบบนั้นหนะคะ พยายามทำให้ฉันผลักดันตัวเองให้ถึงที่สุด มีส่วนที่ทำให้ฉันเป็นแบบที่เป็นอยู่ในตอนนี้
พูดถึงบทบาทในทีม
ฉันเรียก Christa Dietzen เล่นๆว่าคุณแม่ นั่นชื่อเล่นเธอเลย เธอพยายามดูแลว่าทุกคนโอเคไหม เช่นว่าได้ของกินหรือยัง ส่วนคอร์ทนี่ ทอมสันเป็นคนที่ทุกคนอยู่ด้วยแล้วสนุกนะคะ เธอรู้จักทำให้ทุกคนหัวเราะ แต่ในขณะเดียวกันก็เป็นคนที่กระตุ้นเพื่อนๆได้อย่างดี เธอมีทั้งสองอย่าง ทั้งด้านเป็นคนสนุกและก็เป็นคนที่กระตุ้นเพื่อนๆในยามที่ต้องจริงจัง ยามที่ทุกคนต่องมีสมาธิมุ่งมั่น
ฉันเป็นคนเข้มแข็งนะคะ ฉันอยากให้ทุกคนรู้สึกว่าไม่ต้องเป็นห่วงฉันเวลาสถานการณ์คับขันหรือรู้สึกว่าฉันไปทำให้คนอื่นกังวลหรือสติแตก ฉันพยายามคุมอารณ์ตัวเองให้เหมือนเดิมตลอดเวลา แม้เวลาแข่งฉันดูเอาจริงมาก แต่ฉันก็ชอบทำให้ทุกคนหัวเราะนะ ฉันไม่ได้เป็นตลกอาชีพหรอก แต่ฉันรู้สึกว่าถ้าทำให้คนอื่นผ่อนคลายหรือหัวเราะได้มันเหมือนฉันประสบความสำเร็จอะไรอย่างหนึ่ง ฉันอยากให้คนอื่นๆจดจำฉันแบบนั้น ว่าเป็นคนที่คนอื่นๆอยู่ด้วยแล้วมีความสุข