Dเพื่อนๆชาวพันทิป ออกตัวก่อนเลยว่านี้เป็นกระทู้แรกของเรา หวังว่าจะเป็นประโยชน์สำหรับคนชอบเที่ยวแบบ adventure เหมือนกัน
ทริปครั้งนี้เกิดขึ้นเพราะความเบื่อหน่ายเมืองหลวงอันแสนวุ่นวาย ในช่วงวันหยุดเข้าพรรษาก็เลยตกลงกับแฟนแบบกระทันหันว่า "ไปเที่ยวกาญกัน" โดยมีเวลาแค่คืนเดียวเพื่อหาข้อมูล ก็อาศัยพันทิปตามเคย หลังจากนั่งหาอยู่หลายชั่วโมงก็ได้ความว่า
วันแรก นั่งรถไฟจากสถานี ธนบุรี-น้ำตก ไปลงที่กาญ แล้วต่อรถตู้จากกาญไปลงสังขละ ค้าง 1 คืน
วันที่สอง ขึ้นรถตู้ที่สังขละไปทองผาภูมิ ค้าง 1 คืน กลับ กทม.
(ข้อมูลที่เราได้มาจากการหาไม่ค่อยละเอียดเกียวกับการเดินทาง เลยทำให้มีปัญหาเยอะพอสมควรในทริปนี้ เลยทำให้เกิดรีวิวนี้ขึ้นมาอาจจะมีตัวหนังสือมากกว่าภาพ แต่น่าจะเป็นประโยชน์ได้มาก สำหรับคนที่อยากไปเที่ยวแต่ไม่มีรถส่วนตัว)
เริ่มต้นเดินทาง
วันแรก วันที่ 18/7/16 ล้อหมุนจากบ้าน 05.30 ถึงสถานีรถไฟธนบุรี 6.40 เป็นไปตามคาดวันหยุดยาวคนเยอะมาก รับตั๋วฟรี รอรถออก 07.50 ระหว่างรอเราไปนั่งกินโจ๊กฝั่งตรงข้ามสถานี ร้านนี้น่าจะเป็นเจ้าประจำที่สถานีรสชาติอร่อยใช้ได้เลย แนะนำๆ

ใกล้เวลาเดินรถ ก็จะเห็นหัวรถไฟเคลื่อนมาเพื่อจะมาต่อขบวน ความไม่มีระเบียบของคนก็เริ่มขึ้น เรายืนรอที่โบกี้แรกและตรงนี้มีแต่ต่างชาติเขาเลยไม่ค่อยเบียดสบายเลย หัวรถต่อเสร็จเขาก็อนุญาตให้ขึ้นรถได้ เอาละฮะทีนี้สิ่งที่ไม่คิดมาก่อนก็เกิดขึ้น คนก็ทยอยกันขึ้นเราก็ขึ้นมาแล้วเพราะอยู่ใกล้ทางขึ้นก็ได้ขึ้นก่อน แต่พอขึ้นไปปรากฏว่าที่นั่งทางด้านซ้ายเต็มไปด้วยกระเป๋าจองที่ของคนที่ยังไม่ได้ขึ้นและก็ยังมีโยนขึ้นมาเรื่อยๆ หึ หึ หึ ฝรั่งที่ตามเราขึ้นมาทำหน้างงเลย คนขึ้นก่อนไม่มีที่นั่งคนมาที่หลังนั่งสบายเลย พอมีคนยกออกก็มีท้วงด้วยแหละ 555 ก็ว่ากันไป
(ขออภัยไม่ได้ถ่ายภาพที่สถานีไว้ และอีกหลายที่ เพราะเป็นช่วงเวลาที่คนแน่นมากๆ จนไม่กล้าเอากล้องออกมาถ่ายกลัวเกิดอุบัติเหตุเพราะมัวแต่ถ่ายภาพ)
ก็อย่างที่บอกฮะ เราก็ได้นั่งขวาอาบแดดตลอดทางแต่ก็ยังดีกว่ายืนตลอดทาง 555+ ขบวนนี้เป็นแบบหันหน้าหากัน ตรงข้ามเราก็มีครอบครัวพาลูกไปเที่ยวกาญกันลงที่เดียวกันด้วย มีหนุ่มน้อยมาด้วยหนึ่งคนอาจจะด้วยความที่พึ่งเคยขี้นรถไฟครั้งแรกก็คงจะตื่นเต้น เลยยืนตากแดดดูวิวข้างหน้าต่างไม่ยอมนั่ง ก็น่ารักในแบบของเด็กละฮะ

ยิ่งเวลาผ่านไป คนก็แน่นขึ้นเรื่อยๆ

ภาพนี้ถ่ายตอนขึ้นแรกๆฮะ ขอเปลี่ยนสีภาพหน่อยละกัน
วิวธรรมชาติข้างทางทำให้เราคิดถึงอะไรๆได้หลายอย่างเลย เช่น บ้านนอกของเราเอง คิดถึงงงงงง

ระหว่างทางได้มาไม่กี่รูปฮะ คงเพราะเมื่อคืนนอนดึกด้วยและต้องตื่นเช้าอีกเลยทำให้เราหลับยาวเลย จนใกล้ถึงกาญเราก็ตื่น ถึงกับตกใจ หนุ่มน้อยของเรายังคงยืนมองข้างทางอยู่ที่เดิม สุดยอดดดด
เอาใจไปเลยคับน้อง เกือบสามชั่วโมง
ถึงจุดหมายแล้ว 10.50 พอลงรถเข้าห้องน้ำเสร็จก็ถามทางกับเจ้าหน้าที่แถวนั้นเลยฮะว่าไปสังขละไปยังไงต่อ เขาก็บอกว่ามีสองแบบ คือ
1 เดินออกไปแล้วข้ามฝั่งไปรอรถเมย์คันสีแดงที่เขียนว่าสังขละ
2 ขึ้นรถสองแถวปากทางสถานีไปลงบขส.และหารถต่อไปสังขละ
แนะนำให้เลือกไปขึ้นรถที่บขส.เพราะเราไม่ต้องยืนรอว่ารถจะมาไหม มาเมื่อไหร และมีสิทธิ์ได้เลือกที่นั่งด้วย และด้วยเหตูผลทั้งปวง เราก็เลือกไป บขส.กัน
ถึง บขส.ก็เดินหารถเลยฮะ ตอนแรกตั้งใจจะนั่งรถเมย์ 130.- ถามเขาบอกถึงห้าโมงกว่า

บร๊ะเจ้า

เราเลยเปลี่ยนใจนั่งรถตู้ดีกว่า 175.-
เรื่องของเรื่องคือยังไม่มีที่นอนฮะระหว่างรอเราก็เข้า 7-11 หาไรรองท้องกัน(คิวรถตู้ไปสังขละก็หาไม่ยากฮะ ถึง บขส.ให้เดินผ่านหน้าป้ายขึ้นไปจะมีซอยแรกขวามือเลี้ยวเลยเดินเข้าไปหน่อยก็เจอฮะหรือมองบนหน่อยป้ายสีแดง สังขละ-ทองผาภูมิ)ก็ถึงเร็วกว่ารถเมย์ประมาณ 40 นาที
พอถึงสังขละเราก็เดินไปที่วินมอไซต์บอกพี่เขาว่าให้ไปส่งใกล้ๆสะพาน เพื่อเราจะได้เดินหาที่พัก เริ่มกันตั้งแต่ซอยแรกเลยฮะหน้าสะพาน เจอเลยสามประสบรีสอร์ทเจ้าดัง มีป้ายเท่าบ้านบอก
เต็มค่ะ ถามไปได้10กว่าที่เริ่มใจออกและหิวด้วยเลยแวะพักร้าน coffee Berry เหมือนจะเคยเห็นแว๊บๆในพันทิป

อร่อยดีแฮะ

แนะนำอีกร้านฮะ พนักงานที่ร้านก็กันเองดี โอเครเลย

เดินหาอยู่นาน สรุปได้กางเต็นท์แบบวีไอพี (ลอยสูงจากพื้นเท่ากับตึกสองชั้น)

ก็ขอพี่เขากางบนบ้านที่สร้างยังไม่เสร็จชั้นสองวิวดีด้วย ที่พักเราชื่อ
"มันอยู่ที่ใจโฮม"เจ้าของชื่อ
พี่นะ ถ้าจะให้เล่าเรื่องมันก็ยาวไป เอาเป็นว่าเราได้พี่เขาช่วยทุกอย่างโดยที่เราไม่ต้องขอร้อง พี่เขาก็เต็มใจช่วยจนสุดๆเลย
แนะนำเลยที่นี้เจ้าของใจดีมากๆจนไม่คิดว่าจะมีคนแบบนี้อยู่ พี่เขารักบ้านเกิดเขาเต็มใจมากในการแนะนำที่เที่ยวให้กับนักท่องเที่ยว และยังพาไปเที่ยวด้วยตัวเองโดยไม่คิดค่าอะไรเลย ใครอยากไปเที่ยวคุ้มๆต้องลองไปหาที่นี้เลย"มันอยู่ที่ใจโฮม"ที่พักพี่เขามีสามห้อง แต่ถ้าเป็นช่วงเทศกาลจะมีลานกางเต็นท์เพิ่ม ห้องน้ำดีเวอร์ ไม่ได้เวอร์นะ ถ้าได้เจอพี่เขาจะพูดเป็นเสียงเดียวกันแน่ๆ
ต่อกันเลยดีกว่า ได้ที่นอนแล้ว

พร้อมออกไปเที่ยวเหลือเวลาก่อนมืดชั่วโมงครึ่ง รอไรละหยิบกล้องโลด

พอลงมาจากที่พักพี่นะก็มารออยู่แล้ว บอกเดี๋ยวพี่พาไปถ่ายรูป ก็จัดไปสิพี่ ที่แรกที่พี่เขาพาไป เป็นสะพานปูนข้ามไปฝั่งมอญที่สร้างให้รถยนต์วิ่งคู่กันกับสะพานไม้ละฮะ

วิวจากสะพานปูน

ช่วงนี้พี่นะบอกน้ำจะน้อย ถ้าใครอยากดูวัดกลางน้ำต้องมาช่วง ตุลาคม น้ำมาเยอะมาก ที่พักติดแม่น้ำนี้ แทบเอาขาหยอนเล่นน้ำจากที่พักได้เลย จากถาพก็คาดว่าน่าจะขึ้นมาอี 2-3 เมตรได้

หลังจากถ่ายรูปเป็นที่น่าพอใจแล้วเราก็วานพี่นะไปส่งที่สะพานไม้
ถึงสะพานไม้เป็นที่เรียบร้อย ก่อนไปพี่นะบอกว่าถ้าจะกลับก็โทรมานะเดี๋ยวพี่มารับ โอ้ยยยยพี่จะทำให้น้องเกรงใจมากไปไหน

(แต่เราก็ไม่ได้รบกวนพี่เขา)ถึงสะพานมอญแล้วก็ตรงเข้าไปถ่ายรูปกันเลย ตรงนี้ได้รูปเยะพอควรเลย
เสน่ห์ของที่นี้คือการนั่งเล่นบนสะพานยามเย็นนี้แหละ
บรรยากาศรอบๆดีมากเลย รู้สึกสงบและรับรู้ได้ว่าคนที่นี้โชคดีมาก

และช่วงที่เราไป มีการเล่นกระโดดสะพานโชว์ด้วยละ น่าหวาดเสียวดีนะ ตัดภาพมาให้ดูกัน
ข้ามไปดูอีกฝั่งกันฮะ

ไปเดินดูของฝากกัน
ข้ามมาถึงก็จะเต็มไปด้วยร้านขายเครื่องประดับเครื่องเงิน ของพื้นบ้าน ดูมีเสน่ห์ดี เป็นตลาดของชาวมอญ ราคาไม่แพงมาก สินค้าเนื้อคุณภาพ น่าซื้อไปเป็นของฝาก คนขายก็เป็นกันเองดี คนที่นี้และสังขละมีแต่คนใจดีแลย น่าชื่นชม เป็นมิตรดีฮะ
เดินกลับมาก็มืดพอดี หาอะไรกินที่ต้นสะพานกัน ก็ได้ร้านอาหารตามสั่ง(ลุ้นๆอยู่ว่ารสชาตจะออกมาแบบไหน)
รสชาตโอเครเลยอร่อย ราคาไม่แพง

อิ่มแล้วก็กลับบ้านนอน วันนี้จันทร์เต็มดวง พรุ่งนี้ วันอาสาฬหบูชา
วันที่สอง วันที่ 19/7/16 
ตื่นเต็มตา รีบอาบน้ำด่วนเสร็จสับเราก็ข้ามมารอใส่บาตรฝั่งมอญเลย ตามเทรนฮะมาฝั่งมอญก็ต้องเป็นมอญ

ใส่บาตรเสร็จก็เดินกลับกันเพราะต้องรีบไปต่อรถไปทองผาภูมิต่อ ระหว่างเดินข้ามสะพานก็เก็บภาพมาด้วยหลายภาพเลย อากาศตอนเช้าที่นี้ดีมากๆ

ข้ามฝั่งมาก็หาข้าวกินที่ร้านเดิมอิ่มแล้วก็เดินกลับ เราไม่มีเวลาไปเที่ยวไหนต่อเลย เพราะต้องเผื่อเวลาไปที่อื่นต่อ ทั้งที่พี่นะเขาก็อุตส่าห์เอารถเครื่องมาจอดรอให้เราขับไปเที่ยวตั้งแต่เช้าแล้ว เสียดาย พอมาถึงที่พักก็เก็บของลาพี่นะกลับเลย พี่เขาก็อาสาขับรถมาส่งที่คิวรถตู้อีกและยังบอกอีกว่ามารอบหน้าต้องอยู่เที่ยวให้คุ้นนะ(ไว้เจอกันรอบหน้าฮะ พี่นะ)

next station ทองผาภูมิ
ไว้มาต่อกันวันหลังฮะ
[CR] Adventure สังขละ ทองผาภูมิ 59
ทริปครั้งนี้เกิดขึ้นเพราะความเบื่อหน่ายเมืองหลวงอันแสนวุ่นวาย ในช่วงวันหยุดเข้าพรรษาก็เลยตกลงกับแฟนแบบกระทันหันว่า "ไปเที่ยวกาญกัน" โดยมีเวลาแค่คืนเดียวเพื่อหาข้อมูล ก็อาศัยพันทิปตามเคย หลังจากนั่งหาอยู่หลายชั่วโมงก็ได้ความว่า
วันแรก นั่งรถไฟจากสถานี ธนบุรี-น้ำตก ไปลงที่กาญ แล้วต่อรถตู้จากกาญไปลงสังขละ ค้าง 1 คืน
วันที่สอง ขึ้นรถตู้ที่สังขละไปทองผาภูมิ ค้าง 1 คืน กลับ กทม. (ข้อมูลที่เราได้มาจากการหาไม่ค่อยละเอียดเกียวกับการเดินทาง เลยทำให้มีปัญหาเยอะพอสมควรในทริปนี้ เลยทำให้เกิดรีวิวนี้ขึ้นมาอาจจะมีตัวหนังสือมากกว่าภาพ แต่น่าจะเป็นประโยชน์ได้มาก สำหรับคนที่อยากไปเที่ยวแต่ไม่มีรถส่วนตัว)
เริ่มต้นเดินทาง วันแรก วันที่ 18/7/16 ล้อหมุนจากบ้าน 05.30 ถึงสถานีรถไฟธนบุรี 6.40 เป็นไปตามคาดวันหยุดยาวคนเยอะมาก รับตั๋วฟรี รอรถออก 07.50 ระหว่างรอเราไปนั่งกินโจ๊กฝั่งตรงข้ามสถานี ร้านนี้น่าจะเป็นเจ้าประจำที่สถานีรสชาติอร่อยใช้ได้เลย แนะนำๆ
(ขออภัยไม่ได้ถ่ายภาพที่สถานีไว้ และอีกหลายที่ เพราะเป็นช่วงเวลาที่คนแน่นมากๆ จนไม่กล้าเอากล้องออกมาถ่ายกลัวเกิดอุบัติเหตุเพราะมัวแต่ถ่ายภาพ)
ก็อย่างที่บอกฮะ เราก็ได้นั่งขวาอาบแดดตลอดทางแต่ก็ยังดีกว่ายืนตลอดทาง 555+ ขบวนนี้เป็นแบบหันหน้าหากัน ตรงข้ามเราก็มีครอบครัวพาลูกไปเที่ยวกาญกันลงที่เดียวกันด้วย มีหนุ่มน้อยมาด้วยหนึ่งคนอาจจะด้วยความที่พึ่งเคยขี้นรถไฟครั้งแรกก็คงจะตื่นเต้น เลยยืนตากแดดดูวิวข้างหน้าต่างไม่ยอมนั่ง ก็น่ารักในแบบของเด็กละฮะ
ยิ่งเวลาผ่านไป คนก็แน่นขึ้นเรื่อยๆ
วิวธรรมชาติข้างทางทำให้เราคิดถึงอะไรๆได้หลายอย่างเลย เช่น บ้านนอกของเราเอง คิดถึงงงงงง
ระหว่างทางได้มาไม่กี่รูปฮะ คงเพราะเมื่อคืนนอนดึกด้วยและต้องตื่นเช้าอีกเลยทำให้เราหลับยาวเลย จนใกล้ถึงกาญเราก็ตื่น ถึงกับตกใจ หนุ่มน้อยของเรายังคงยืนมองข้างทางอยู่ที่เดิม สุดยอดดดด
ถึงจุดหมายแล้ว 10.50 พอลงรถเข้าห้องน้ำเสร็จก็ถามทางกับเจ้าหน้าที่แถวนั้นเลยฮะว่าไปสังขละไปยังไงต่อ เขาก็บอกว่ามีสองแบบ คือ
1 เดินออกไปแล้วข้ามฝั่งไปรอรถเมย์คันสีแดงที่เขียนว่าสังขละ
2 ขึ้นรถสองแถวปากทางสถานีไปลงบขส.และหารถต่อไปสังขละ แนะนำให้เลือกไปขึ้นรถที่บขส.เพราะเราไม่ต้องยืนรอว่ารถจะมาไหม มาเมื่อไหร และมีสิทธิ์ได้เลือกที่นั่งด้วย และด้วยเหตูผลทั้งปวง เราก็เลือกไป บขส.กัน
ถึง บขส.ก็เดินหารถเลยฮะ ตอนแรกตั้งใจจะนั่งรถเมย์ 130.- ถามเขาบอกถึงห้าโมงกว่า
พอถึงสังขละเราก็เดินไปที่วินมอไซต์บอกพี่เขาว่าให้ไปส่งใกล้ๆสะพาน เพื่อเราจะได้เดินหาที่พัก เริ่มกันตั้งแต่ซอยแรกเลยฮะหน้าสะพาน เจอเลยสามประสบรีสอร์ทเจ้าดัง มีป้ายเท่าบ้านบอก เต็มค่ะ ถามไปได้10กว่าที่เริ่มใจออกและหิวด้วยเลยแวะพักร้าน coffee Berry เหมือนจะเคยเห็นแว๊บๆในพันทิป
อร่อยดีแฮะ
เดินหาอยู่นาน สรุปได้กางเต็นท์แบบวีไอพี (ลอยสูงจากพื้นเท่ากับตึกสองชั้น)
ต่อกันเลยดีกว่า ได้ที่นอนแล้ว
วิวจากสะพานปูน
ช่วงนี้พี่นะบอกน้ำจะน้อย ถ้าใครอยากดูวัดกลางน้ำต้องมาช่วง ตุลาคม น้ำมาเยอะมาก ที่พักติดแม่น้ำนี้ แทบเอาขาหยอนเล่นน้ำจากที่พักได้เลย จากถาพก็คาดว่าน่าจะขึ้นมาอี 2-3 เมตรได้
หลังจากถ่ายรูปเป็นที่น่าพอใจแล้วเราก็วานพี่นะไปส่งที่สะพานไม้
ถึงสะพานไม้เป็นที่เรียบร้อย ก่อนไปพี่นะบอกว่าถ้าจะกลับก็โทรมานะเดี๋ยวพี่มารับ โอ้ยยยยพี่จะทำให้น้องเกรงใจมากไปไหน
และช่วงที่เราไป มีการเล่นกระโดดสะพานโชว์ด้วยละ น่าหวาดเสียวดีนะ ตัดภาพมาให้ดูกัน
ข้ามไปดูอีกฝั่งกันฮะ
ข้ามมาถึงก็จะเต็มไปด้วยร้านขายเครื่องประดับเครื่องเงิน ของพื้นบ้าน ดูมีเสน่ห์ดี เป็นตลาดของชาวมอญ ราคาไม่แพงมาก สินค้าเนื้อคุณภาพ น่าซื้อไปเป็นของฝาก คนขายก็เป็นกันเองดี คนที่นี้และสังขละมีแต่คนใจดีแลย น่าชื่นชม เป็นมิตรดีฮะ
เดินกลับมาก็มืดพอดี หาอะไรกินที่ต้นสะพานกัน ก็ได้ร้านอาหารตามสั่ง(ลุ้นๆอยู่ว่ารสชาตจะออกมาแบบไหน)
รสชาตโอเครเลยอร่อย ราคาไม่แพง
อิ่มแล้วก็กลับบ้านนอน วันนี้จันทร์เต็มดวง พรุ่งนี้ วันอาสาฬหบูชา
วันที่สอง วันที่ 19/7/16
ใส่บาตรเสร็จก็เดินกลับกันเพราะต้องรีบไปต่อรถไปทองผาภูมิต่อ ระหว่างเดินข้ามสะพานก็เก็บภาพมาด้วยหลายภาพเลย อากาศตอนเช้าที่นี้ดีมากๆ
ข้ามฝั่งมาก็หาข้าวกินที่ร้านเดิมอิ่มแล้วก็เดินกลับ เราไม่มีเวลาไปเที่ยวไหนต่อเลย เพราะต้องเผื่อเวลาไปที่อื่นต่อ ทั้งที่พี่นะเขาก็อุตส่าห์เอารถเครื่องมาจอดรอให้เราขับไปเที่ยวตั้งแต่เช้าแล้ว เสียดาย พอมาถึงที่พักก็เก็บของลาพี่นะกลับเลย พี่เขาก็อาสาขับรถมาส่งที่คิวรถตู้อีกและยังบอกอีกว่ามารอบหน้าต้องอยู่เที่ยวให้คุ้นนะ(ไว้เจอกันรอบหน้าฮะ พี่นะ)
next station ทองผาภูมิ
ไว้มาต่อกันวันหลังฮะ
ดูแผนที่ขนาดใหญ่ขึ้น