รัฐบาลนี้ทำได้แล้วค่ะ...แต่ขอให้ทำให้ยั่งยืยตลอดไปนะคะ
^^^^
เมื่อวันที่ 30 ก.ค. นายนพดล กรรณิกา ประธานชมรมขับเคลื่อนวิชาการเพื่อวิจัยความสุขชุมชนและ ผอ.สำนักวิจัยซูเปอร์โพล เปิดผลสำรวจเรื่อง "ทัศนคติอันตรายที่เปลี่ยนไปของสาธารณชน ยอมรับรัฐบาลคอรัปชั่น ถ้าตนเองได้ประโยชน์ด้วย" โดยสำรวจความคิดเห็นประชาชนผู้มีสิทธิเลือกตั้งทั้วประเทศจำนวน 1,452 คน ระหว่างวันที่ 10 - 29 ก.ค. 2559 พบว่า ประชาชนส่วนใหญ่หรือร้อยละ 63.0 ไม่ยอมรับ รัฐบาลทุจริตคอรัปชั่น แม้จะนำผลประโยชน์มาแบ่งให้ก็ตาม ขณะที่ร้อยละ 37.0 ยอมรับได้ ถ้ารัฐบาลคอรัปชั่น และนำผลประโยชน์มาแบ่งให้ โดยเมื่อเปรียบเทียบผลสำรวจช่วง ก่อนคสช.เข้ามา ประชาชนส่วนใหญ่หรือร้อยละ 69.8 ยอมรับรัฐบาลทุจรติคอรัปชั่น เมื่อเอาผลประโยชน์มาแบ่งให้ แต่ในช่วงระหว่างที่ คสช. และรัฐบาลกำลังแก้ปัญหาอยู่นี้ พบแนวโน้มการเปลี่ยนแปลงทัศนคติของประชาชนดีขึ้น นอกจากนี้ประชาชนส่วนใหญ่หรือร้อยละ 81.9 อยากเห็นการเปลี่ยนแปลงกับพฤติกรรมนักการเมือง เมื่อถามถึงการปฏิรูปก่อนการเลือกตั้ง พบว่า ส่วนใหญ่หรือร้อยละ 78.3 ระบุ ปฏิรูปก่อน ในขณะที่ร้อยละ 21.7 ระบุ เลือกตั้งก่อน
นายนพดล กล่าวด้วยว่า ในทางยุทธศาสตร์ถือได้ว่า การเข้ามาทำงานของ คสช. และรัฐบาลปัจจุบันกำลังได้รับผลลัพธ์ระยะยาวหรือที่เรียกว่า มีอิมแพคต่อสังคม เพราะทำให้เกิดการเปลี่ยนแปลงทัศนคติจากเดิมในอดีตที่เคยค้น พบว่า ประชาชนส่วนใหญ่ยอมรับได้ถ้ารัฐบาลทุจริตคอรัปชั่น แต่เอาผลประโยชน์มาแบ่งให้ เช่น พวกนักการเมืองที่เอาเงินทุจริตคอรัปชั่นเชิงนโยบายมาแจกมาทำประโยชน์ให้ชุมชน ชาวบ้านก็ยอมรับให้ความนิยมศรัทธานักการเมืองเหล่านั้น แต่ปัจจุบันจากการสำรวจช่วง รัฐบาลและ คสช. กำลังแก้ปัญหาอยู่นี้ พบประชาชนส่วนใหญ่ไม่ยอมรับรัฐบาลที่ทุจริตคอรัปชั่น ถึงแม้จะเอาผลประโยชน์มาแบ่งให้ก็ตาม แต่คำถามคือ ทัศนคติที่ดีของประชาชนเหล่านี้จะมั่นคงยั่งยืนต่อไปได้อย่างไร
http://www.dailynews.co.th/politics/512384
((มาลาริน))ปชช.ส่วนใหญ่เปลี่ยนทัศนคติไม่ยอมรับนักการเมืองทุจริตหลังคสช.เข้าบริหารประเทศ และอยากเห็นการเปลี่ยนแปลง
^^^^
เมื่อวันที่ 30 ก.ค. นายนพดล กรรณิกา ประธานชมรมขับเคลื่อนวิชาการเพื่อวิจัยความสุขชุมชนและ ผอ.สำนักวิจัยซูเปอร์โพล เปิดผลสำรวจเรื่อง "ทัศนคติอันตรายที่เปลี่ยนไปของสาธารณชน ยอมรับรัฐบาลคอรัปชั่น ถ้าตนเองได้ประโยชน์ด้วย" โดยสำรวจความคิดเห็นประชาชนผู้มีสิทธิเลือกตั้งทั้วประเทศจำนวน 1,452 คน ระหว่างวันที่ 10 - 29 ก.ค. 2559 พบว่า ประชาชนส่วนใหญ่หรือร้อยละ 63.0 ไม่ยอมรับ รัฐบาลทุจริตคอรัปชั่น แม้จะนำผลประโยชน์มาแบ่งให้ก็ตาม ขณะที่ร้อยละ 37.0 ยอมรับได้ ถ้ารัฐบาลคอรัปชั่น และนำผลประโยชน์มาแบ่งให้ โดยเมื่อเปรียบเทียบผลสำรวจช่วง ก่อนคสช.เข้ามา ประชาชนส่วนใหญ่หรือร้อยละ 69.8 ยอมรับรัฐบาลทุจรติคอรัปชั่น เมื่อเอาผลประโยชน์มาแบ่งให้ แต่ในช่วงระหว่างที่ คสช. และรัฐบาลกำลังแก้ปัญหาอยู่นี้ พบแนวโน้มการเปลี่ยนแปลงทัศนคติของประชาชนดีขึ้น นอกจากนี้ประชาชนส่วนใหญ่หรือร้อยละ 81.9 อยากเห็นการเปลี่ยนแปลงกับพฤติกรรมนักการเมือง เมื่อถามถึงการปฏิรูปก่อนการเลือกตั้ง พบว่า ส่วนใหญ่หรือร้อยละ 78.3 ระบุ ปฏิรูปก่อน ในขณะที่ร้อยละ 21.7 ระบุ เลือกตั้งก่อน
นายนพดล กล่าวด้วยว่า ในทางยุทธศาสตร์ถือได้ว่า การเข้ามาทำงานของ คสช. และรัฐบาลปัจจุบันกำลังได้รับผลลัพธ์ระยะยาวหรือที่เรียกว่า มีอิมแพคต่อสังคม เพราะทำให้เกิดการเปลี่ยนแปลงทัศนคติจากเดิมในอดีตที่เคยค้น พบว่า ประชาชนส่วนใหญ่ยอมรับได้ถ้ารัฐบาลทุจริตคอรัปชั่น แต่เอาผลประโยชน์มาแบ่งให้ เช่น พวกนักการเมืองที่เอาเงินทุจริตคอรัปชั่นเชิงนโยบายมาแจกมาทำประโยชน์ให้ชุมชน ชาวบ้านก็ยอมรับให้ความนิยมศรัทธานักการเมืองเหล่านั้น แต่ปัจจุบันจากการสำรวจช่วง รัฐบาลและ คสช. กำลังแก้ปัญหาอยู่นี้ พบประชาชนส่วนใหญ่ไม่ยอมรับรัฐบาลที่ทุจริตคอรัปชั่น ถึงแม้จะเอาผลประโยชน์มาแบ่งให้ก็ตาม แต่คำถามคือ ทัศนคติที่ดีของประชาชนเหล่านี้จะมั่นคงยั่งยืนต่อไปได้อย่างไร
http://www.dailynews.co.th/politics/512384