ขอสอบถามเพื่อนสมาชิกสักหน่อยครับ ผมรู้สึก เครียดกับเคส 2 3 เคสนี้ครับ
- ขออธิบายนิดนึง เพื่อความเข้าใจ
- ผมทำงานเกี่ยวกับ อู่ซ่อมสี ขนาดไม่ใหญ่มากนัก
- ดูแล งานประกันภัย รับงานซ่อมจากลูกค้า ตีราคาซ่อม ส่งงานซ่อมให้ ช่าง และดูแลจนส่งรถ
รับงานมา 2 เคสที่ มีปัญหาครับ
- เคส1 เป็นงานที่ลูกน้องเก่า ส่งมาให้ช่วยดูแลให้หน่อย เป็นการทำสีอะไหล่ กันชนหลัง ที่ แตก มานิดเดียว ผมเห็นว่าซ่อมได้ ก็เลย ตีราคาซ่อม และ ราคาทำสี งานซ่อมมีปัญหาเล็กน้อย คือช่างที่ซ่อมเก่งไม่ซ่อม ไอ้ซ่อมไม่เก่งเป็นคนซ่อม พอเก็บงานมันแตก เลยต้องให้คนที่เก่งซ่อม พอซ่อมเสร็จก็ไม่มีปัญหา และ สามารถส่งได้
** ป๊ญหา คือ เถ้าแก่บอกว่า ทำไมไม่ตีราคาเปลี่ยนไปเลย ไปซ่อมทำไม ซ่อมไปก็ไม่จบ (คืออาจจะแตกได้อีก) ผมรู้ว่างานนี้ซ่อมได้ เพราะช่างเก่ง ที่บอกไว้หนะ ซ่อมแตกยิ่งกว่านี้ ยังทำมาแล้ว และผมก็แจ้งให้ ลูกค้าทราบว่ามันกรอบนะ หากคราวหน้า ไปชนอะไร เบาๆ อาจจะแตกอีก จะซ่อมยากขึ้น ลูกค้าเข้าใจและด้วยงบไม่อยากเสียเงินมากกว่านี้ (เหนียว หน่อยตามภาวะ) คือซ่อมสีอยู่หลายชิ้น ก็พยายามซ่อมให้ก็ ซ่อมผ่าน
** ที่เป็นปัญหาคือ ถูกมองว่า รักษาผลประโยชน์ให้ลูกค้า ทำไมไม่แจ้งเปลี่ยน ***** ผมอึ้งไป แย้งอะไรไม่ออก เพราะ เจ้านายอ้าง ไม่รักษาผลประโยชน์ของบริษัท(คือ ตีราคาเปลี่ยน ได้กำไร ค่าอะไหล่) เครียดเลยครับ มุมมองผม บริษัทไม่มีชื่อเสียงอะไรในวงการนี้ คือ พูดง่ายๆ ไม่ดัง ผมทำเคสแบบนี้ เพื่อให้ได้ใจลูกค้าว่า เออ อู่นี้มันซ่อมได้ มันเก่งหากเปลี่ยน ผมว่าใครๆก็ เปลี่ยนได้นะ ทุกที่ก็ เปลี่ยนให้ได้ทั้งนั้น งานเปลี่ยนเป็นงาน หมู ไม่ใช่งานฝีมือ งานซ่อม สิ่งที่แตกหัก จวนเจียนจะไม่เยียวยาได้แล้ว ให้กลับ เหมือนเดิมใช้งานได้ ได้ใจลูกค้า มากกว่าที่ เปลี่ยน ครับ
คำถาม " ผมผิดหรอ "
- เคส 2 เหมือนกับ เคส 1 รับงานมาพร้อมกันในวันเดียวกัน ตีราคาเป็นซ่อมครับ เป็นลูกค้า หน้าร้าน ลูกค้าใหม่ครับ มีการส่งรูปมาให้ดูทางไลน์ก่อนเบื้องต้น เป็นความเสียหายสเกริต์กันชน ฉีกขาด ก็เชื่อมพลาสสติกใหม่ และมีงานซ่อมแซมอย่างอื่นเพิ่มเติมด้วย ถูกตำหนิเหมือนเคส 1 ครับ
คำถาม " ผมผิดหรอ "
- และมีเคส 3 ล่าสุด หนักใจสุด รับงานมาเป็นลูกค้าเก่าที่สนิทกันมากครับ รายละเอียด รถถูกชนกันชนหลังมา ต้องเปลี่ยน กันชนหลังและกาบกันชนหลัง รับงานในราคา .................. และรับปากว่าจะเปลี่ยนของแท้ให้ครับ ย้ำ ของแท้นะครับ
ที่อู่ มีกันชนหลัง เป็นของเก่าแท้ ของถอดป้ายแดง ประมาณนั้น ก่อนเปลี่ยนก็นำมาให้ลูกค้าดู ลูกค้า โอเค ส่วนกาบแจ้งว่า "เปลี่ยนใหม่ให้"
ปัญหาคือ ทางอู่จะเปลี่ยน กาบเป็น ของไต้หวันให้ ราคา 3500 บาท (ของแท้ 11,000 บาท ) ผมบอกไม่ได้ ผมรับงานมา ลูกค้าเป็นลูกค้าเก่าผม
ผมรับปากไว้ว่า เปลี่ยนใหม่ของแท้ครับ (คือถ้าไม่เปลี่ยนแท้ให้ ผมให้ลูกค้าเอารถกลับไปซ่อมที่อื่นดีกว่า ไม่งั้นผมเป็น สุนัข) รู้สึกเจ้านายไม่พอใจ
ีครับ มีคำพูดที่ไม่คิดว่า เขาจะพูดกับผมแบบนี้ครับ
เจ้านาย : " ถ้าเปลี่ยนของไต้หวันไป ซึ่งผมสอบถามมาแล้วว่าคุณภาพการใช้งานเหมือนกัน ก็ไม่น่าจะเสียหายอะไร แล้วพี่คิดว่าอย่างไร
ผม : ของไต้หวันใช้งานได้ไม่นานครับ ก็ เสื่อมสภาพ
เจ้านาย : ถ้าเปลี่ยนไต้หวัน แล้วพี่ ไม่บอก ลูกค้า ลูกค้าจะรู้ใหม ( ผ่ า ง ง ง ง ง ง ง ง ง )
ผม : ลูกค้าเป็นลูกค้าที่ผมรับมา สนิทกัน (เป็นผู้ใหญ่อายุ 60 กว่าแล้ว) และผมก็รับปากเขาแล้ว่าเปลี่ยนของใหม่ ให้ครับ
เจ้านาย : อันนี้เราคุยเล่นๆนะ ปรึกษากันเรื่องงานนะ (พูดไปยิ้มๆไปด้วย) ผมรู้สึกน้อยใจอะ ในอารมณ์แบบนี้ พี่เข้าใจใหม เหมือนพี่ รักษาผลประโยชน์ให้ คนอื่น ไม่รักษาผลประโยชน์ให้ บริษัท พี่ต้องเข้าใจนะผมรู้สึกน้อยใจ พูดเรื่อง เคส1 เคส 2
ผม ; ผมก็รู้สึกน้อยใจครับ ว่าถ้าบริษัท รู้สึกแบบนี้กับผม การสนทนาถูกขัดจังหวะครับ มีโทร ก็รอๆๆๆๆ แล้วมีคุยเรื่องงานอื่นนิดหน่อย สุดท้ายเขาก็ให้สั่งแท้ไป
งานนี้ ค่างาน 4X,XXXX บาท ที่ประกันต้องจ่ายให้ ผมคำนวณแบบ ขี้เหร่ บริษัท กำไร ครึ่งนึงครับ ได้ขายกันชนหลังซึ่งไม่รู้เมื่อไรจะขายได้
ผมไม่เอางานนี้ เข้าบริษัทก็ได้ ส่งไปให้ คนอื่นทำก็ได้ครับ ขอหัวคิวเขา แต่ผมไม่ทำ อยากทำเป็นผลงาน (เนี่ยอะนะไม่รักษาผลประโยชน์ของบริษัท)
คำถาม " ผม ผิด หรอ "
เจ้านายแบบนี้ ..... คิดกันอย่างไร
- ขออธิบายนิดนึง เพื่อความเข้าใจ
- ผมทำงานเกี่ยวกับ อู่ซ่อมสี ขนาดไม่ใหญ่มากนัก
- ดูแล งานประกันภัย รับงานซ่อมจากลูกค้า ตีราคาซ่อม ส่งงานซ่อมให้ ช่าง และดูแลจนส่งรถ
รับงานมา 2 เคสที่ มีปัญหาครับ
- เคส1 เป็นงานที่ลูกน้องเก่า ส่งมาให้ช่วยดูแลให้หน่อย เป็นการทำสีอะไหล่ กันชนหลัง ที่ แตก มานิดเดียว ผมเห็นว่าซ่อมได้ ก็เลย ตีราคาซ่อม และ ราคาทำสี งานซ่อมมีปัญหาเล็กน้อย คือช่างที่ซ่อมเก่งไม่ซ่อม ไอ้ซ่อมไม่เก่งเป็นคนซ่อม พอเก็บงานมันแตก เลยต้องให้คนที่เก่งซ่อม พอซ่อมเสร็จก็ไม่มีปัญหา และ สามารถส่งได้
** ป๊ญหา คือ เถ้าแก่บอกว่า ทำไมไม่ตีราคาเปลี่ยนไปเลย ไปซ่อมทำไม ซ่อมไปก็ไม่จบ (คืออาจจะแตกได้อีก) ผมรู้ว่างานนี้ซ่อมได้ เพราะช่างเก่ง ที่บอกไว้หนะ ซ่อมแตกยิ่งกว่านี้ ยังทำมาแล้ว และผมก็แจ้งให้ ลูกค้าทราบว่ามันกรอบนะ หากคราวหน้า ไปชนอะไร เบาๆ อาจจะแตกอีก จะซ่อมยากขึ้น ลูกค้าเข้าใจและด้วยงบไม่อยากเสียเงินมากกว่านี้ (เหนียว หน่อยตามภาวะ) คือซ่อมสีอยู่หลายชิ้น ก็พยายามซ่อมให้ก็ ซ่อมผ่าน
** ที่เป็นปัญหาคือ ถูกมองว่า รักษาผลประโยชน์ให้ลูกค้า ทำไมไม่แจ้งเปลี่ยน ***** ผมอึ้งไป แย้งอะไรไม่ออก เพราะ เจ้านายอ้าง ไม่รักษาผลประโยชน์ของบริษัท(คือ ตีราคาเปลี่ยน ได้กำไร ค่าอะไหล่) เครียดเลยครับ มุมมองผม บริษัทไม่มีชื่อเสียงอะไรในวงการนี้ คือ พูดง่ายๆ ไม่ดัง ผมทำเคสแบบนี้ เพื่อให้ได้ใจลูกค้าว่า เออ อู่นี้มันซ่อมได้ มันเก่งหากเปลี่ยน ผมว่าใครๆก็ เปลี่ยนได้นะ ทุกที่ก็ เปลี่ยนให้ได้ทั้งนั้น งานเปลี่ยนเป็นงาน หมู ไม่ใช่งานฝีมือ งานซ่อม สิ่งที่แตกหัก จวนเจียนจะไม่เยียวยาได้แล้ว ให้กลับ เหมือนเดิมใช้งานได้ ได้ใจลูกค้า มากกว่าที่ เปลี่ยน ครับ
คำถาม " ผมผิดหรอ "
- เคส 2 เหมือนกับ เคส 1 รับงานมาพร้อมกันในวันเดียวกัน ตีราคาเป็นซ่อมครับ เป็นลูกค้า หน้าร้าน ลูกค้าใหม่ครับ มีการส่งรูปมาให้ดูทางไลน์ก่อนเบื้องต้น เป็นความเสียหายสเกริต์กันชน ฉีกขาด ก็เชื่อมพลาสสติกใหม่ และมีงานซ่อมแซมอย่างอื่นเพิ่มเติมด้วย ถูกตำหนิเหมือนเคส 1 ครับ
คำถาม " ผมผิดหรอ "
- และมีเคส 3 ล่าสุด หนักใจสุด รับงานมาเป็นลูกค้าเก่าที่สนิทกันมากครับ รายละเอียด รถถูกชนกันชนหลังมา ต้องเปลี่ยน กันชนหลังและกาบกันชนหลัง รับงานในราคา .................. และรับปากว่าจะเปลี่ยนของแท้ให้ครับ ย้ำ ของแท้นะครับ
ที่อู่ มีกันชนหลัง เป็นของเก่าแท้ ของถอดป้ายแดง ประมาณนั้น ก่อนเปลี่ยนก็นำมาให้ลูกค้าดู ลูกค้า โอเค ส่วนกาบแจ้งว่า "เปลี่ยนใหม่ให้"
ปัญหาคือ ทางอู่จะเปลี่ยน กาบเป็น ของไต้หวันให้ ราคา 3500 บาท (ของแท้ 11,000 บาท ) ผมบอกไม่ได้ ผมรับงานมา ลูกค้าเป็นลูกค้าเก่าผม
ผมรับปากไว้ว่า เปลี่ยนใหม่ของแท้ครับ (คือถ้าไม่เปลี่ยนแท้ให้ ผมให้ลูกค้าเอารถกลับไปซ่อมที่อื่นดีกว่า ไม่งั้นผมเป็น สุนัข) รู้สึกเจ้านายไม่พอใจ
ีครับ มีคำพูดที่ไม่คิดว่า เขาจะพูดกับผมแบบนี้ครับ
เจ้านาย : " ถ้าเปลี่ยนของไต้หวันไป ซึ่งผมสอบถามมาแล้วว่าคุณภาพการใช้งานเหมือนกัน ก็ไม่น่าจะเสียหายอะไร แล้วพี่คิดว่าอย่างไร
ผม : ของไต้หวันใช้งานได้ไม่นานครับ ก็ เสื่อมสภาพ
เจ้านาย : ถ้าเปลี่ยนไต้หวัน แล้วพี่ ไม่บอก ลูกค้า ลูกค้าจะรู้ใหม ( ผ่ า ง ง ง ง ง ง ง ง ง )
ผม : ลูกค้าเป็นลูกค้าที่ผมรับมา สนิทกัน (เป็นผู้ใหญ่อายุ 60 กว่าแล้ว) และผมก็รับปากเขาแล้ว่าเปลี่ยนของใหม่ ให้ครับ
เจ้านาย : อันนี้เราคุยเล่นๆนะ ปรึกษากันเรื่องงานนะ (พูดไปยิ้มๆไปด้วย) ผมรู้สึกน้อยใจอะ ในอารมณ์แบบนี้ พี่เข้าใจใหม เหมือนพี่ รักษาผลประโยชน์ให้ คนอื่น ไม่รักษาผลประโยชน์ให้ บริษัท พี่ต้องเข้าใจนะผมรู้สึกน้อยใจ พูดเรื่อง เคส1 เคส 2
ผม ; ผมก็รู้สึกน้อยใจครับ ว่าถ้าบริษัท รู้สึกแบบนี้กับผม การสนทนาถูกขัดจังหวะครับ มีโทร ก็รอๆๆๆๆ แล้วมีคุยเรื่องงานอื่นนิดหน่อย สุดท้ายเขาก็ให้สั่งแท้ไป
งานนี้ ค่างาน 4X,XXXX บาท ที่ประกันต้องจ่ายให้ ผมคำนวณแบบ ขี้เหร่ บริษัท กำไร ครึ่งนึงครับ ได้ขายกันชนหลังซึ่งไม่รู้เมื่อไรจะขายได้
ผมไม่เอางานนี้ เข้าบริษัทก็ได้ ส่งไปให้ คนอื่นทำก็ได้ครับ ขอหัวคิวเขา แต่ผมไม่ทำ อยากทำเป็นผลงาน (เนี่ยอะนะไม่รักษาผลประโยชน์ของบริษัท)
คำถาม " ผม ผิด หรอ "