เมื่อวานผมขับรถเส้นพระราม 2 ด้วยความเร็วราว 120 กม/ชม
และแล้วการเดินทางต้องสะดุดเพราะมีรถขับชิดขวาสุดด้วยความเร็วประมาณ 100 กม/ชม
ผมให้สัญญาณไฟเลี้ยวขวาเพื่อขอทาง แต่ไม่หลบ!!
เปิดไฟสูงใส่ แต่เฉย!!
ผมจึงแซงซ้าย บีบแตรใส่ และก็พบว่าเขาคนนั้นใส่หูฟังขับรถอย่างสบายใจ
ผมเคยมีโอกาสเดินทางกับรถที่คนขับรถใส่หูฟังเพลง ทั้งรถตู้สาธารณะ หรือกระทั่งรถบริษัท
สำหรับท่านที่ใส่หูฟังเพลงขับรถ
อาจจะเป็นการฟังเพลงตึ๊บๆ โดยที่ไม่ต้องเอารถไปแต่งเครื่องเสียงแพงๆหรือเปล่าครับ?? หรือแค่ standby รอรับสาย??
คุณทราบหรือไม่ว่าประสาทสัมผัสทั้ง 5 (5 senses) ได้แก่ รูป รส กลิ่น เสียง สัมผัส เป็นสิ่งที่จำเป็น
ฉะนั้นการจะสังเกตุความผิดปกติของยานพาหนะ เกี่ยวกับเสียงดังผิดปกติอาจจะต้องถูกจำกัดไปเพียงเพราะการใส่หูฟัง ซึ่งถือเป็นความเสี่ยงส่วนบุคคล
ส่วนการสื่อสารจากเพื่อนร่วมทางเพื่อการบอกกล่าว ให้สัญญาณ ขอทาง หรือกระทั่งการแสดงอารมณ์ ไม่ว่าจะเป็นการบีบแตร สัญญาณไฟ การให้สัญญาณมือ หรือการะทั่งการปาดหน้าก็จะถูกจำกัดไป ซึ่งอาจทำให้เกิดความเดือดร้อน รำคาญ แก่เพื่อนร่วมทาง หรือการนำไปสู่อุบัติเหตุ
สำหรับท่านที่เป็นเพื่อนร่วมทาง หรือผู้โดยสาร รถที่มีคนขับใส่หูฟังเพลงโดยไม่สนใจโลกภายนอก เคยรู้สึกอย่างผมบ้างไหมครับ หรือว่าผมคิดมากไปเองครับ?
เพิ่มเติมครับ
ผมก็สังเกตุนะครับว่าพี่ๆที่ขับรถโดยสารสาธารณะทักจะทำกัน พี่ๆอาจจะไม่อยากให้เสียงไปรบกวนผู้โดยสาร แต่ผมเองก็สงสัยว่าถ้ารถเกิดมีปัญหา เกิดเสียงดัง พี่จะได้ยินได้อย่างไรครับ และความปลอดภัยของคนอีกกว่า 10 ชีวิตที่มาฝากไว้กับพี่ล่ะครับ??
เพิ่มเติม 2 ครับ
ขออภัยถ้าผมตั้งกระทู้ไม่ชัดเจนครับ
ถ้าจะตำหนิว่าผมขับเร็ว ก็ต้องน้อมรับครับ
คือผมไม่ได้มีเจตนาจะมาว่าพี่เขาเพราะถ้าผมอยากทำก็แค่ capture ภาพจากกล้องหน้ารถมาโพสในเฟสเหมือนที่เขาทำกัน จริงไหมครับ
เรื่องนั่งรถที่เขาใส่หูฟังเพลงดังๆ (แบบดังกระทั่งทะลุหูฟังออกมาจนเราได้ยิน) ก็อาจมีแค่ผมเคยเจอคนเดียวก็เป็นได้ครับ
พอเจอหลายอย่างจึงนำประสบการณ์มาผูกรวมกันและตั้งคำถามครับ
โดยสรุปครับ
เคยเจอแบบผมกันบ้างไหมครับ แล้วถ้าพฤติกรรมแบบนี้เป็นสิ่งที่หลายๆคนทำกัน พี่ๆคิดอย่างไรกันบ้างครับผมกับเรื่องนี้
คิดอย่างไรกับการใส่หูฟังฟังเพลงขณะขับรถครับ
และแล้วการเดินทางต้องสะดุดเพราะมีรถขับชิดขวาสุดด้วยความเร็วประมาณ 100 กม/ชม
ผมให้สัญญาณไฟเลี้ยวขวาเพื่อขอทาง แต่ไม่หลบ!!
เปิดไฟสูงใส่ แต่เฉย!!
ผมจึงแซงซ้าย บีบแตรใส่ และก็พบว่าเขาคนนั้นใส่หูฟังขับรถอย่างสบายใจ
ผมเคยมีโอกาสเดินทางกับรถที่คนขับรถใส่หูฟังเพลง ทั้งรถตู้สาธารณะ หรือกระทั่งรถบริษัท
สำหรับท่านที่ใส่หูฟังเพลงขับรถ
อาจจะเป็นการฟังเพลงตึ๊บๆ โดยที่ไม่ต้องเอารถไปแต่งเครื่องเสียงแพงๆหรือเปล่าครับ?? หรือแค่ standby รอรับสาย??
คุณทราบหรือไม่ว่าประสาทสัมผัสทั้ง 5 (5 senses) ได้แก่ รูป รส กลิ่น เสียง สัมผัส เป็นสิ่งที่จำเป็น
ฉะนั้นการจะสังเกตุความผิดปกติของยานพาหนะ เกี่ยวกับเสียงดังผิดปกติอาจจะต้องถูกจำกัดไปเพียงเพราะการใส่หูฟัง ซึ่งถือเป็นความเสี่ยงส่วนบุคคล
ส่วนการสื่อสารจากเพื่อนร่วมทางเพื่อการบอกกล่าว ให้สัญญาณ ขอทาง หรือกระทั่งการแสดงอารมณ์ ไม่ว่าจะเป็นการบีบแตร สัญญาณไฟ การให้สัญญาณมือ หรือการะทั่งการปาดหน้าก็จะถูกจำกัดไป ซึ่งอาจทำให้เกิดความเดือดร้อน รำคาญ แก่เพื่อนร่วมทาง หรือการนำไปสู่อุบัติเหตุ
สำหรับท่านที่เป็นเพื่อนร่วมทาง หรือผู้โดยสาร รถที่มีคนขับใส่หูฟังเพลงโดยไม่สนใจโลกภายนอก เคยรู้สึกอย่างผมบ้างไหมครับ หรือว่าผมคิดมากไปเองครับ?
เพิ่มเติมครับ
ผมก็สังเกตุนะครับว่าพี่ๆที่ขับรถโดยสารสาธารณะทักจะทำกัน พี่ๆอาจจะไม่อยากให้เสียงไปรบกวนผู้โดยสาร แต่ผมเองก็สงสัยว่าถ้ารถเกิดมีปัญหา เกิดเสียงดัง พี่จะได้ยินได้อย่างไรครับ และความปลอดภัยของคนอีกกว่า 10 ชีวิตที่มาฝากไว้กับพี่ล่ะครับ??
เพิ่มเติม 2 ครับ
ขออภัยถ้าผมตั้งกระทู้ไม่ชัดเจนครับ
ถ้าจะตำหนิว่าผมขับเร็ว ก็ต้องน้อมรับครับ
คือผมไม่ได้มีเจตนาจะมาว่าพี่เขาเพราะถ้าผมอยากทำก็แค่ capture ภาพจากกล้องหน้ารถมาโพสในเฟสเหมือนที่เขาทำกัน จริงไหมครับ
เรื่องนั่งรถที่เขาใส่หูฟังเพลงดังๆ (แบบดังกระทั่งทะลุหูฟังออกมาจนเราได้ยิน) ก็อาจมีแค่ผมเคยเจอคนเดียวก็เป็นได้ครับ
พอเจอหลายอย่างจึงนำประสบการณ์มาผูกรวมกันและตั้งคำถามครับ
โดยสรุปครับ
เคยเจอแบบผมกันบ้างไหมครับ แล้วถ้าพฤติกรรมแบบนี้เป็นสิ่งที่หลายๆคนทำกัน พี่ๆคิดอย่างไรกันบ้างครับผมกับเรื่องนี้