ว้นก่อนมีรีครูทเตอร์ที่เคยรู้จักกัน โทรมาขอความช่วยเหลือ เพราะบริษัทผม ไปขอให้เขาช่วยหาคนให้ แต่เขาหามากี่คนๆ ก็ตกหมด Hiring Manager ก็บอกแค่ว่าไปหามาใหม่ เขามาถามเสียงอ่อยๆว่าตกลงคุณอยากได้คนแบบไหนกันแน่ ฟังแล้วก็ขำปนสงสาร เพราะเราก็เรื่องมากจริงๆนั่นแหละ สถิติรับ/ตก ตอนนี้น่าจะเกิน 1:10 ไปแล้ว
ก็เลยมาเล่าให้ฟังครับ ว่าบริษัทข้ามชาติ(ในกรณีนี้คือบริษัทผม) อยากได้แบบไหน ส่วนใครจะร่วมกันแชร์ประสบการณ์ของบริษัทตัวเองด้วยก็ยินดี
อยากได้อะไรบ้าง มานึกๆดู อย่างแรกคือ ภาษาอังกฤษ Developer โดยทั่วไปน่าจะ "อ่านได้" แทบทุกคน เพราะตำราไทยไม่ค่อยมี แต่เนื่องจากบริษัทมีสัดส่วนชาวต่างชาติสูงเกือบๆครึ่งหนึ่ง ทักษะที่กลายเป็นสำคัญสุดๆเลยกลายเป็นฟังกับพูด เรียกว่าถ้าสื่อสารไม่ได้ ก็จบแล้วแน่นอน ไม่ต้องดูทักษะอื่นๆเลย ตัวภาษาไม่ต้องแม่นเป๊ะ (ผมเองก็ยังแกรมม่าผิดๆถูกๆ) แต่ต้องสื่อสารได้ เข้าประชุมแล้วเข้าใจ นำเสนอความเห็นหรือข้อโต้แย้งได้ น่าเสียดายว่ามีแคนดิเดตหลายคนตกไปด้วยประเด็นนี้
อ้อ ท่องมาเฉพาะบทแนะนำตัวไม่ช่วยนะครับ เพราะเราสัมภาษณ์อังกฤษตลอดตั้งแต่ต้นจนจบ แล้วถึงหลุดสัมภาษณ์ไปได้ พอทำงานจริงก็ไม่รอดอยู่ดี
อย่างที่สองคือพื้นฐาน เราเชื่อว่าภาษาและเฟรมเวิร์คเป็นแค่เครื่องมือ ดังนั้นสิ่งที่ตัดสินว่าคุณจะไปรอดได้หรือไม่ในระยะยาวจึงเป็นความแม่นยำในทางทฤษฏี ถ้าทฤษฏีแน่น การปรับตัวไปใช้เฟรมเวิร์คหรือภาษาใหม่ๆก็ไม่ยาก และหาทางประยุกต์แนวคิดมาใช้ได้เสมอ เราไม่ซีเรียสถ้าแคนดิเดตไม่เคยใช้ภาษาหรือเฟรมเวิร์คที่เราใช้มาก่อน หลายๆคนก็ไม่เคยใช้จนกระทั่งเข้ามาแล้ว แต่ถ้าแคนดิเดตตอบปัญหาทางทฤษฏีพื้นฐานไม่ได้ อันนี้จะได้คะแนนติดลบมาก ส่วนแค่ไหนจะพอ อันนี้ขึ้นกับเลเวล ยิ่งเลเวลสูงเราก็ยิ่งคาดหวังว่าจะรู้มาก แน่ละ เรายอมรับได้ถ้าแคนดิเดตจะตอบว่าเรื่องนี้เราไม่รู้(เพราะความรู้มันเยอะมาก ถ้าไม่ใช้ปกติก็ไม่มีใครรู้หรอก) แต่ประเด็นไหนที่บอกว่ารู้ หรือใช้อยู่ เราก็จะดูว่ารู้ลึกซึ้งแค่ไหน
อย่างที่สามคือวิธีการทำงาน อันนี้เราให้โจทย์ไปทำ แล้วมานั่งวิเคราะห์ด้วยกันกับคนสัมภาษณ์ เนื่องจากซอฟแวร์มีขนาดใหญ่ และเราต้องอยู่กับมันไปอีกนาน โค้ดคุณภาพต่ำ จะทำให้ชีวิตเราเองแย่ลงในระยะยาว อย่างเคย คุณภาพของโค้ดที่สอบผ่านก็ขึ้นกับเลเวล แต่สิ่งสำคัญอีกอย่างคือท่าทีในการรับการวิจารณ์ และการนำเสนอแนวคิด
คำวิจารณ์อาจถูกหรือผิดก็ได้ แต่ท่าทีในการดีเฟนต์ว่าทำไมดีไซน์ของคุณถึงถูก และ การพร้อมแก้ไขเมื่อโดนติติง ก็เป็นส่วนสำคัญในการพิจารณา
คำถามหนึ่งที่เราเคยใช้คือ คุณจะทำยังไงถ้าพบว่างานขนาดใหญ่มากๆ ทำไม่ทันแน่ๆ หรือเกิดเรื่องผิดคาดคิดว่างานจะเสร็จไม่ทันกำหนด วิธีการจัดการกับเหตุสุดวิสัยพวกนี้ ก็สำคัญครับ
อย่างที่สี่ โชคชะตา(ละมั้ง) ต่อให้คุณผ่านมาตรฐาน แต่บังเอิญ ดันมีคนเก่งกว่ามาให้เทียบในเวลาเดียวกัน คุณก็สอบตก....
ตอนนี้เราหาโปรแกรมเมอร์ในสเป็คกันมาเป็นเดือนแล้ว แล้วก็ยังต้องหาต่อไป
บริษัทข้ามชาติอยากได้โปรแกรมเมอร์แบบไหน
ก็เลยมาเล่าให้ฟังครับ ว่าบริษัทข้ามชาติ(ในกรณีนี้คือบริษัทผม) อยากได้แบบไหน ส่วนใครจะร่วมกันแชร์ประสบการณ์ของบริษัทตัวเองด้วยก็ยินดี
อยากได้อะไรบ้าง มานึกๆดู อย่างแรกคือ ภาษาอังกฤษ Developer โดยทั่วไปน่าจะ "อ่านได้" แทบทุกคน เพราะตำราไทยไม่ค่อยมี แต่เนื่องจากบริษัทมีสัดส่วนชาวต่างชาติสูงเกือบๆครึ่งหนึ่ง ทักษะที่กลายเป็นสำคัญสุดๆเลยกลายเป็นฟังกับพูด เรียกว่าถ้าสื่อสารไม่ได้ ก็จบแล้วแน่นอน ไม่ต้องดูทักษะอื่นๆเลย ตัวภาษาไม่ต้องแม่นเป๊ะ (ผมเองก็ยังแกรมม่าผิดๆถูกๆ) แต่ต้องสื่อสารได้ เข้าประชุมแล้วเข้าใจ นำเสนอความเห็นหรือข้อโต้แย้งได้ น่าเสียดายว่ามีแคนดิเดตหลายคนตกไปด้วยประเด็นนี้
อ้อ ท่องมาเฉพาะบทแนะนำตัวไม่ช่วยนะครับ เพราะเราสัมภาษณ์อังกฤษตลอดตั้งแต่ต้นจนจบ แล้วถึงหลุดสัมภาษณ์ไปได้ พอทำงานจริงก็ไม่รอดอยู่ดี
อย่างที่สองคือพื้นฐาน เราเชื่อว่าภาษาและเฟรมเวิร์คเป็นแค่เครื่องมือ ดังนั้นสิ่งที่ตัดสินว่าคุณจะไปรอดได้หรือไม่ในระยะยาวจึงเป็นความแม่นยำในทางทฤษฏี ถ้าทฤษฏีแน่น การปรับตัวไปใช้เฟรมเวิร์คหรือภาษาใหม่ๆก็ไม่ยาก และหาทางประยุกต์แนวคิดมาใช้ได้เสมอ เราไม่ซีเรียสถ้าแคนดิเดตไม่เคยใช้ภาษาหรือเฟรมเวิร์คที่เราใช้มาก่อน หลายๆคนก็ไม่เคยใช้จนกระทั่งเข้ามาแล้ว แต่ถ้าแคนดิเดตตอบปัญหาทางทฤษฏีพื้นฐานไม่ได้ อันนี้จะได้คะแนนติดลบมาก ส่วนแค่ไหนจะพอ อันนี้ขึ้นกับเลเวล ยิ่งเลเวลสูงเราก็ยิ่งคาดหวังว่าจะรู้มาก แน่ละ เรายอมรับได้ถ้าแคนดิเดตจะตอบว่าเรื่องนี้เราไม่รู้(เพราะความรู้มันเยอะมาก ถ้าไม่ใช้ปกติก็ไม่มีใครรู้หรอก) แต่ประเด็นไหนที่บอกว่ารู้ หรือใช้อยู่ เราก็จะดูว่ารู้ลึกซึ้งแค่ไหน
อย่างที่สามคือวิธีการทำงาน อันนี้เราให้โจทย์ไปทำ แล้วมานั่งวิเคราะห์ด้วยกันกับคนสัมภาษณ์ เนื่องจากซอฟแวร์มีขนาดใหญ่ และเราต้องอยู่กับมันไปอีกนาน โค้ดคุณภาพต่ำ จะทำให้ชีวิตเราเองแย่ลงในระยะยาว อย่างเคย คุณภาพของโค้ดที่สอบผ่านก็ขึ้นกับเลเวล แต่สิ่งสำคัญอีกอย่างคือท่าทีในการรับการวิจารณ์ และการนำเสนอแนวคิด
คำวิจารณ์อาจถูกหรือผิดก็ได้ แต่ท่าทีในการดีเฟนต์ว่าทำไมดีไซน์ของคุณถึงถูก และ การพร้อมแก้ไขเมื่อโดนติติง ก็เป็นส่วนสำคัญในการพิจารณา
คำถามหนึ่งที่เราเคยใช้คือ คุณจะทำยังไงถ้าพบว่างานขนาดใหญ่มากๆ ทำไม่ทันแน่ๆ หรือเกิดเรื่องผิดคาดคิดว่างานจะเสร็จไม่ทันกำหนด วิธีการจัดการกับเหตุสุดวิสัยพวกนี้ ก็สำคัญครับ
อย่างที่สี่ โชคชะตา(ละมั้ง) ต่อให้คุณผ่านมาตรฐาน แต่บังเอิญ ดันมีคนเก่งกว่ามาให้เทียบในเวลาเดียวกัน คุณก็สอบตก....
ตอนนี้เราหาโปรแกรมเมอร์ในสเป็คกันมาเป็นเดือนแล้ว แล้วก็ยังต้องหาต่อไป