หลังจากนัดที่แล้วเสมอกับโปแลนด์แบบไร้สกอร์ นัดที่สามของรอบแบ่งกลุ่มซึ่งต้องพบกับไอร์แลนด์เหนือนั้น เทรนเนอร์โยอัคคิม เลิฟเปลี่ยนแลงทีมสองตำแหน่ง นั่นคือ ส่งโยชัว คิมมิชลงสนามเป็นตัวจริงแทนที่เบเนดิคท์ เฮอเวเดสในตำแหน่งแบ๊กขวา และส่งมาริโอ โกเมซลงแทนที่ยูเลี่ยน ดรักซ์เลอร์ โดยให้เป็นกองหน้าตัวเป้าและปรับมาริโอ เกิทเซ่อเป็นมิดฟิลด์ตัวรุกฝั่งซ้าย นอกนั้นใช้นำเตะชุดเดิมจากนัดที่แล้วทั้งหมด
เกมในครึ่งแรกเป็นเยอรมันบุกใส่ไอร์แลนด์เหนือข้างเดียว โดยอาศัยการต่อบอลที่แน่นอนและการเข้าทำที่หลากหลายกว่านัดก่อน โดยทั้งโธมัส มมึลเลอร์และมาริโอ เกิทเซ่อมีโอกาสหลายครั้งแต่ยิงพลาดไปหมด พอมาถึงนาทีที่ 29 เยอรมันก็ได้ประตูออกนำ 1-0 และเป็นประตูเดียวในเกมนี้โดยเมซุท โอซิลจ่ายทะลุช่องมาให้กับโธมัส มึลเลอร์หลุดเข้ามาในเขตโทษแต่ไม่สามารถหาจังหวะยิงได้เนื่องจากกองหลังไอร์แลนด์เหนือยืนแน่นไปหมดเลยป้ายคืนมาให้มาริโอ โกเมซยิงเข้าประตูไป หลังจากนั้นเยอรมันมีจังหวะบุกอย่างต่อเนื่องพอสมควร แต่ยังทำอะไรไม่ได้ จนมาถึงครึ่งหลังเกมของเยอรมันเริ่มผ่อนลงไปทำให้ไอร์แลนด์เหนือเริ่มครองเกมเพื่อหาจังหวะตีเสมอแต่ไม่สามารถเจาะแนวรับของเยอรมันได้ ในเกมนี้ บาสเตียน ชไวน์สไตเกอร์ มิดฟิลด์กัปตันทีมได้รับโอกาสลงเล่นแทนที่ซามี่ เคดิร่า ถือเป็นนัดที่ 117 ในทีมชาติแทนที่ฟิลิปป์ ลาห์มเรียบร้อยแล้ว จบเกม เยอรมันชนะไป 1-0 เข้ารอบ 16 ทีมสุดท้ายไปพบกับสโลวะเกียต่อไป
รูปเกมในนัดนี้ดีกว่านัดก่อนพอสมควร มีการต่อบอลอย่างไหลลื่นต่อเนื่องมากขึ้น เกมรุกเล่นได้แน่นอนและเสียบอลยาก อีกทั้งมีมิติที่หลากหลายขึ้น โดยมึลเลอร์ โอซิล และเกิทเซ่อสามารถสลับตำแหน่งกันเล่นได้อย่างอิสระกว่าเดิม ทั้งนี้ต้องยกความดีให้กับโยชัว คิมมิชที่ลงเล่นในตำแหน่งแบ๊กขวาและถือเป็นนัดที่สองของเขาเท่านั้นในทีมชาติ คิมมิชเติมเกมรุกได้น่ากลัว การครอสบอลเข้ากลางมีความแม่นยำมากเมื่อเทียบกับเฮอเวเดส การประสานงานกับมึลเลอร์เป็นไปอย่างรู้ใจ ทำให้มึลเลอร์สามารถเพิ่มมิติการเล่นได้มากขึ้น อีกทั้งในเกมรับก็มีความทุ่มเท ความคล่องตัว และมีความเร็วพอสมควร ถือว่าเป็นการแจ้งเกิดอย่างแท้จริงในทีมชาติ นอกจากนี้ มาริโอ โกเมซก็ได้พิสูจน์ให้เห็นแล้วว่ากองหน้าที่ดีต้องยืนถูกที่ ถูกเวลา สามารถทำประตูสำคัญให้กับเยอรมันได้เข้ารอบในฐานะที่ 1 ของกลุ่มซี อีกทั้งเป็นการชี้ให้เห็นว่าศูนย์หน้าพันธุ์แท้ ยังคงมีความสำคัญกับทีมชาติอยู่เหมือนเดิม
อย่างไรก็ตาม เกมนัดนี้ เยอรมันก็ยังมีข้อบกพร่องให้ต้องแก้ไข
จุดแรก เริ่มจากเกมรุก ที่ยังไม่สามารถใช้ประโยชน์จากจังหวะฉาบฉวยได้อย่างเต็มที่ อาจเป็นเพราะการส่งมาริโอ โกเมซซึ่งเป็นศูนย์หน้าสไตล์โบราณที่ช้า เน้นความแข็งแกร่งเบียดปะทะกองหลังฝ่ายตรงข้ามและรอเข้าฮอสเป็นหลัก ต่างจากมิโรสลาฟ โคลเซ่ที่มีความคล่องตัวและสร้างสรรค์โอกาสให้เพื่อนร่วมทีมได้ ทำให้จังหวะการวิ่งทำทางส่ายไปมาเพื่อหลอกล่อกองหลังไอร์แลนด์เหนือให้เกิดช่องโหว่จึงทำได้ไม่ดีนัก ไม่อย่างนั้นอาจมีสกอร์เพิ่มมากกว่านี้ก็เป็นได้ นอกจากนี้ทั้งมึลเลอร์ โอซิล และเกิทเซ่อยังขาดความมั่นใจทำให้ยิงพลาดบ่อยอย่างไม่ควรจะเป็น ควรนิ่ง เยือกเย็น และเลือดเย็นกว่านี้ จึงจะเป็นประโยชน์ต่อเกมรุกยิ่งขึ้น
จุดที่สอง แดนกลางเล่นพลาดบ่อยกว่าเดิม ไม่ว่าจะเป็นโทนี่ โครส หรือซามี่ เคดิร่า ที่ปล่อยให้นักเตะไอร์แลนด์เหนือฉกบอลไปเล่นได้ แสดงถึงความประมาทในการเล่น จุดนี้เลิฟต้องแก้ไขโดยด่วน
จุดที่สาม แบ๊กซ้ายอย่างโยนาส เฮคเตอร์ยังไม่สามารถแสดงความสามารถในฐานะตัวแทนของรุ่นพี่ในทีมชาติอย่างฟิลิปป์ ลาห์มได้เลย ไม่ว่าจะเป็นการเปิดบอลเข้ากลางที่ไม่แม่นยำและการหนุนเกมรุกที่ติดๆขัดๆหลายจังหวะ อีกทั้งเกมรับยังขาดความแน่นอน เป็นปัญหาตลอดมา ทำให้ผมนึกถึงมาร์เซล ชเมลเซอร์ของฝั่งดอร์ทมุนด์ขึ้นมาทันใด รายหลังควรติดทีมชาติมากกว่าเฮคเตอร์ด้วยซ้ำ
จุดที่สี่ แม้คิมมิชจะเล่นดี แต่ยังรักษาตำแหน่งได้ไม่ดีนัก ขึ้นแล้วลงไม่ทัน ถ้าเลิฟปรับตรงจดนี้ได้ อนาคตจะไกลทีเดียว
นัดหน้าเยอรมันต้องไปเจอกับสโลวะเกียซึ่งเคยอุ่นเครื่องแพ้มาก่อน 1-3 ในบ้านตัวเอง สโลวะเกียเป็นทีมที่เทคนิคดี มีเกมรับที่เหนียวแน่นพอใช้ได้ และมีเพลย์เมกเกอร์อันตรายอย่างมาเร็ค ฮัมซิกซึ่งเล่นให้สโมสรนาโปลีในลีกกัลโช่ เซเรีย อา ของอิตาลี ถือเป็นอีกทีมที่ไม่อาจประมาทได้เลย อีกทั้งเยโรม บัวเต็ง ยังไม่หายจากอาการบาดเจ็บ ไม่แน่ว่าจะลงสนามได้หรือไม่ ถ้าลงไม่ได้ คนที่มาแทนไม่แน่อาจจะเป็นเบเนดิคท์ เฮอเวเดส ซึ่งเล่นตำแหน่งเซนเตอร์ฮาล์ฟได้ดีกว่าฟูลแบ๊ก แต่กระนั้นก็ใช่ว่าจะมาแทนบัวเต็งได้เต็มที่แต่อย่างใด หวังว่าบัวเต็งคงไม่มีปัญหาอาการบาดเจ็บมากมายนัก และกลับมาลงสนามได้เหมือนเดิม มาลุ้นกันครับ
คะแนนความสามารถ (6 = ยอดแย่ , 0 = สุดยอด)
มานูเอล นอยเออร์ (3) – ไม่ค่อยมีงานยาให้เซฟเท่าไหร่เพราะกองหลังรับกินหมด
โยชัว คิมมิช (2.5) – เปิดตัวได้สวยงามในทัวร์นาเมนท์นี้ กล้าเล่น กล้าลุย หนุนเกมรุกได้น่ากลัว ประสานงานกับมึลเลอร์ได้อย่างน่าชื่นชม เกมรับเหนีนวแน่น มีความเร็วและคล่องตัว แต่ยังมีปัญหาการรักษาตำแหน่ง หวังว่าจะแก้ไขปัญหาเหล่านี้ให้ดียิ่งขึ้นในนัดต่อไป
โยนาส เฮคเตอร์ (4) – ยังเล่นเก้ๆกังๆเหมือนเดิมไม่เปลี่ยนแปลง เปิดบอลไม่แม่น เล่นกั๊กจังหวะ
เยโรม บัวเต็ง (3) – ไม่เจองานยากเท่าไหร่ เล่นได้เหนียวแน่นมั่นคงตามเดิม แต่เจ็บจนต้องเปลี่ยนตัวออกไปพัก หวังว่าคงไม่ร้ายแรง
มัทส์ ฮุมเมิ่ลส์ (3) – ถึงจะพลาดบางจังหวะแต่ก็ไม่ร้ายแรง โดยภาพรวมยังถือว่านิ่ง ไว้ใจได้ และช่วยหนุนเกมรุกได้ดี
โทนี่ โครส (3) – มีบทบาทในเกมพอสมควร เป็นห้องเครื่องจ่ายบอลชั้นยอด ทำหน้าที่ได้ดี แต่ยังไม่เด่นมาก ปิดทองหลังพระ
ซามี่ เคดิร่า (3.5) – ปล่อยให้โดนฉกบอลในบางจังวะอย่างไม่ควรจะเป็น ไม่ค่อยมีบทบาทขับเคลื่อนเกมเท่าไหร่ แต่โดยภาพรวมยังทำหน้าที่ได้ดี
มาริโอ เกิทเซ่อ (4) – เล่นดีขึ้นเรื่อย ๆ แต่ยังไม่เพียงพอสำหรับนัดนี้ วอลเลย์ลูกเปิดของคิมมิชพลาดถูกเซฟไว้ได้ การเข้าทำยังไม่เฉียบคม
โธมัส มึลเลอร์ (3) – มีอิสระและมิติการเล่นมากกว่าเดิมเพราะการเติมเกมของคิมมิช ป้อนให้โกเมซยิงประตูโทน แต่จังหวะที่ต้องยิงเองกลับขาดความเฉียบคม ต้องเพิ่มความมั่นใจให้มากกว่านี้
เมซุท โอซิล (2) – แมน ออฟ เดอะ แมทช์ สำหรับนัดนี้ เป็นหัวใจในเกมรุก ประตูชัยเริ่มจากการจ่ายปลิดวิญญาณของเขาให้มึลเลอร์หลุดทะลุขึ้นมาป้ายคืนให้โกเมซ พลิกบอลสวย ๆ ได้หลายจังหวะ การเล่นดูมีชีวิตชีวา ทุ่มเทในตลอดเกม แต่การยิงประตูยังขาดความเด็ดขาด
มาริโอ โกเมซ (3) – ผู้ยิงประตูตัดสินเกม คอยหาพื้นที่ทำประตูตลอดเวลาแม้จะโดนประกบติด เป็นศูนย์หน้าพันธุ์แท้ที่เยอรมันยังต้องการ
ตัวสำรอง
บาสเตียน ชไวน์สไตเกอร์ (4.5) – ลงมาแทนเคดิร่าในครึ่งหลัง เชื่อมเกมได้ดี ความผิดพลาดน้อย แม้จะมีบทบาทน้อยไปนิดก็ตาม
อันเดร ชือร์เล่อ (5) – ลงมาแทนเกิทเซ่อแต่ก็ไม่มีผลงานเป็นชิ้นเป็นอัน หายไปจากเกม
เบเนดิคท์ เฮอเวเดส (-) ลงมาแทนบัวเต็งที่บาดเจ็บ ไม่มีจังหวะเด่นๆที่ต้องป้องกันเท่าไหร่นัก
รีวิวแมทช์ฟุตบอลยูโร 2016 รอบแรกระหว่างเยอรมันกับไอร์แลนด์เหนือ : เริ่มเข้าที่เข้าทางมากขึ้น แต่ยังพัฒนาได้อีก
เกมในครึ่งแรกเป็นเยอรมันบุกใส่ไอร์แลนด์เหนือข้างเดียว โดยอาศัยการต่อบอลที่แน่นอนและการเข้าทำที่หลากหลายกว่านัดก่อน โดยทั้งโธมัส มมึลเลอร์และมาริโอ เกิทเซ่อมีโอกาสหลายครั้งแต่ยิงพลาดไปหมด พอมาถึงนาทีที่ 29 เยอรมันก็ได้ประตูออกนำ 1-0 และเป็นประตูเดียวในเกมนี้โดยเมซุท โอซิลจ่ายทะลุช่องมาให้กับโธมัส มึลเลอร์หลุดเข้ามาในเขตโทษแต่ไม่สามารถหาจังหวะยิงได้เนื่องจากกองหลังไอร์แลนด์เหนือยืนแน่นไปหมดเลยป้ายคืนมาให้มาริโอ โกเมซยิงเข้าประตูไป หลังจากนั้นเยอรมันมีจังหวะบุกอย่างต่อเนื่องพอสมควร แต่ยังทำอะไรไม่ได้ จนมาถึงครึ่งหลังเกมของเยอรมันเริ่มผ่อนลงไปทำให้ไอร์แลนด์เหนือเริ่มครองเกมเพื่อหาจังหวะตีเสมอแต่ไม่สามารถเจาะแนวรับของเยอรมันได้ ในเกมนี้ บาสเตียน ชไวน์สไตเกอร์ มิดฟิลด์กัปตันทีมได้รับโอกาสลงเล่นแทนที่ซามี่ เคดิร่า ถือเป็นนัดที่ 117 ในทีมชาติแทนที่ฟิลิปป์ ลาห์มเรียบร้อยแล้ว จบเกม เยอรมันชนะไป 1-0 เข้ารอบ 16 ทีมสุดท้ายไปพบกับสโลวะเกียต่อไป
รูปเกมในนัดนี้ดีกว่านัดก่อนพอสมควร มีการต่อบอลอย่างไหลลื่นต่อเนื่องมากขึ้น เกมรุกเล่นได้แน่นอนและเสียบอลยาก อีกทั้งมีมิติที่หลากหลายขึ้น โดยมึลเลอร์ โอซิล และเกิทเซ่อสามารถสลับตำแหน่งกันเล่นได้อย่างอิสระกว่าเดิม ทั้งนี้ต้องยกความดีให้กับโยชัว คิมมิชที่ลงเล่นในตำแหน่งแบ๊กขวาและถือเป็นนัดที่สองของเขาเท่านั้นในทีมชาติ คิมมิชเติมเกมรุกได้น่ากลัว การครอสบอลเข้ากลางมีความแม่นยำมากเมื่อเทียบกับเฮอเวเดส การประสานงานกับมึลเลอร์เป็นไปอย่างรู้ใจ ทำให้มึลเลอร์สามารถเพิ่มมิติการเล่นได้มากขึ้น อีกทั้งในเกมรับก็มีความทุ่มเท ความคล่องตัว และมีความเร็วพอสมควร ถือว่าเป็นการแจ้งเกิดอย่างแท้จริงในทีมชาติ นอกจากนี้ มาริโอ โกเมซก็ได้พิสูจน์ให้เห็นแล้วว่ากองหน้าที่ดีต้องยืนถูกที่ ถูกเวลา สามารถทำประตูสำคัญให้กับเยอรมันได้เข้ารอบในฐานะที่ 1 ของกลุ่มซี อีกทั้งเป็นการชี้ให้เห็นว่าศูนย์หน้าพันธุ์แท้ ยังคงมีความสำคัญกับทีมชาติอยู่เหมือนเดิม
อย่างไรก็ตาม เกมนัดนี้ เยอรมันก็ยังมีข้อบกพร่องให้ต้องแก้ไข
จุดแรก เริ่มจากเกมรุก ที่ยังไม่สามารถใช้ประโยชน์จากจังหวะฉาบฉวยได้อย่างเต็มที่ อาจเป็นเพราะการส่งมาริโอ โกเมซซึ่งเป็นศูนย์หน้าสไตล์โบราณที่ช้า เน้นความแข็งแกร่งเบียดปะทะกองหลังฝ่ายตรงข้ามและรอเข้าฮอสเป็นหลัก ต่างจากมิโรสลาฟ โคลเซ่ที่มีความคล่องตัวและสร้างสรรค์โอกาสให้เพื่อนร่วมทีมได้ ทำให้จังหวะการวิ่งทำทางส่ายไปมาเพื่อหลอกล่อกองหลังไอร์แลนด์เหนือให้เกิดช่องโหว่จึงทำได้ไม่ดีนัก ไม่อย่างนั้นอาจมีสกอร์เพิ่มมากกว่านี้ก็เป็นได้ นอกจากนี้ทั้งมึลเลอร์ โอซิล และเกิทเซ่อยังขาดความมั่นใจทำให้ยิงพลาดบ่อยอย่างไม่ควรจะเป็น ควรนิ่ง เยือกเย็น และเลือดเย็นกว่านี้ จึงจะเป็นประโยชน์ต่อเกมรุกยิ่งขึ้น
จุดที่สอง แดนกลางเล่นพลาดบ่อยกว่าเดิม ไม่ว่าจะเป็นโทนี่ โครส หรือซามี่ เคดิร่า ที่ปล่อยให้นักเตะไอร์แลนด์เหนือฉกบอลไปเล่นได้ แสดงถึงความประมาทในการเล่น จุดนี้เลิฟต้องแก้ไขโดยด่วน
จุดที่สาม แบ๊กซ้ายอย่างโยนาส เฮคเตอร์ยังไม่สามารถแสดงความสามารถในฐานะตัวแทนของรุ่นพี่ในทีมชาติอย่างฟิลิปป์ ลาห์มได้เลย ไม่ว่าจะเป็นการเปิดบอลเข้ากลางที่ไม่แม่นยำและการหนุนเกมรุกที่ติดๆขัดๆหลายจังหวะ อีกทั้งเกมรับยังขาดความแน่นอน เป็นปัญหาตลอดมา ทำให้ผมนึกถึงมาร์เซล ชเมลเซอร์ของฝั่งดอร์ทมุนด์ขึ้นมาทันใด รายหลังควรติดทีมชาติมากกว่าเฮคเตอร์ด้วยซ้ำ
จุดที่สี่ แม้คิมมิชจะเล่นดี แต่ยังรักษาตำแหน่งได้ไม่ดีนัก ขึ้นแล้วลงไม่ทัน ถ้าเลิฟปรับตรงจดนี้ได้ อนาคตจะไกลทีเดียว
นัดหน้าเยอรมันต้องไปเจอกับสโลวะเกียซึ่งเคยอุ่นเครื่องแพ้มาก่อน 1-3 ในบ้านตัวเอง สโลวะเกียเป็นทีมที่เทคนิคดี มีเกมรับที่เหนียวแน่นพอใช้ได้ และมีเพลย์เมกเกอร์อันตรายอย่างมาเร็ค ฮัมซิกซึ่งเล่นให้สโมสรนาโปลีในลีกกัลโช่ เซเรีย อา ของอิตาลี ถือเป็นอีกทีมที่ไม่อาจประมาทได้เลย อีกทั้งเยโรม บัวเต็ง ยังไม่หายจากอาการบาดเจ็บ ไม่แน่ว่าจะลงสนามได้หรือไม่ ถ้าลงไม่ได้ คนที่มาแทนไม่แน่อาจจะเป็นเบเนดิคท์ เฮอเวเดส ซึ่งเล่นตำแหน่งเซนเตอร์ฮาล์ฟได้ดีกว่าฟูลแบ๊ก แต่กระนั้นก็ใช่ว่าจะมาแทนบัวเต็งได้เต็มที่แต่อย่างใด หวังว่าบัวเต็งคงไม่มีปัญหาอาการบาดเจ็บมากมายนัก และกลับมาลงสนามได้เหมือนเดิม มาลุ้นกันครับ
คะแนนความสามารถ (6 = ยอดแย่ , 0 = สุดยอด)
มานูเอล นอยเออร์ (3) – ไม่ค่อยมีงานยาให้เซฟเท่าไหร่เพราะกองหลังรับกินหมด
โยชัว คิมมิช (2.5) – เปิดตัวได้สวยงามในทัวร์นาเมนท์นี้ กล้าเล่น กล้าลุย หนุนเกมรุกได้น่ากลัว ประสานงานกับมึลเลอร์ได้อย่างน่าชื่นชม เกมรับเหนีนวแน่น มีความเร็วและคล่องตัว แต่ยังมีปัญหาการรักษาตำแหน่ง หวังว่าจะแก้ไขปัญหาเหล่านี้ให้ดียิ่งขึ้นในนัดต่อไป
โยนาส เฮคเตอร์ (4) – ยังเล่นเก้ๆกังๆเหมือนเดิมไม่เปลี่ยนแปลง เปิดบอลไม่แม่น เล่นกั๊กจังหวะ
เยโรม บัวเต็ง (3) – ไม่เจองานยากเท่าไหร่ เล่นได้เหนียวแน่นมั่นคงตามเดิม แต่เจ็บจนต้องเปลี่ยนตัวออกไปพัก หวังว่าคงไม่ร้ายแรง
มัทส์ ฮุมเมิ่ลส์ (3) – ถึงจะพลาดบางจังหวะแต่ก็ไม่ร้ายแรง โดยภาพรวมยังถือว่านิ่ง ไว้ใจได้ และช่วยหนุนเกมรุกได้ดี
โทนี่ โครส (3) – มีบทบาทในเกมพอสมควร เป็นห้องเครื่องจ่ายบอลชั้นยอด ทำหน้าที่ได้ดี แต่ยังไม่เด่นมาก ปิดทองหลังพระ
ซามี่ เคดิร่า (3.5) – ปล่อยให้โดนฉกบอลในบางจังวะอย่างไม่ควรจะเป็น ไม่ค่อยมีบทบาทขับเคลื่อนเกมเท่าไหร่ แต่โดยภาพรวมยังทำหน้าที่ได้ดี
มาริโอ เกิทเซ่อ (4) – เล่นดีขึ้นเรื่อย ๆ แต่ยังไม่เพียงพอสำหรับนัดนี้ วอลเลย์ลูกเปิดของคิมมิชพลาดถูกเซฟไว้ได้ การเข้าทำยังไม่เฉียบคม
โธมัส มึลเลอร์ (3) – มีอิสระและมิติการเล่นมากกว่าเดิมเพราะการเติมเกมของคิมมิช ป้อนให้โกเมซยิงประตูโทน แต่จังหวะที่ต้องยิงเองกลับขาดความเฉียบคม ต้องเพิ่มความมั่นใจให้มากกว่านี้
เมซุท โอซิล (2) – แมน ออฟ เดอะ แมทช์ สำหรับนัดนี้ เป็นหัวใจในเกมรุก ประตูชัยเริ่มจากการจ่ายปลิดวิญญาณของเขาให้มึลเลอร์หลุดทะลุขึ้นมาป้ายคืนให้โกเมซ พลิกบอลสวย ๆ ได้หลายจังหวะ การเล่นดูมีชีวิตชีวา ทุ่มเทในตลอดเกม แต่การยิงประตูยังขาดความเด็ดขาด
มาริโอ โกเมซ (3) – ผู้ยิงประตูตัดสินเกม คอยหาพื้นที่ทำประตูตลอดเวลาแม้จะโดนประกบติด เป็นศูนย์หน้าพันธุ์แท้ที่เยอรมันยังต้องการ
ตัวสำรอง
บาสเตียน ชไวน์สไตเกอร์ (4.5) – ลงมาแทนเคดิร่าในครึ่งหลัง เชื่อมเกมได้ดี ความผิดพลาดน้อย แม้จะมีบทบาทน้อยไปนิดก็ตาม
อันเดร ชือร์เล่อ (5) – ลงมาแทนเกิทเซ่อแต่ก็ไม่มีผลงานเป็นชิ้นเป็นอัน หายไปจากเกม
เบเนดิคท์ เฮอเวเดส (-) ลงมาแทนบัวเต็งที่บาดเจ็บ ไม่มีจังหวะเด่นๆที่ต้องป้องกันเท่าไหร่นัก