ท้อง 7 เดือน แต่เราทนสามีไม่ไหวแล้ว อยากหย่า

เราไม่รู้ว่าคิดถูกมั้ย แต่ความคิดนี้ผุดมาหลายรอบ จนคิดว่าไม่ใช่ฮอร์โมน หรืออารมณ์ชั่ววูบแน่ๆ แต่ตอนนี้เราพึ่งลาออกจากงาน มีรถต้องผ่อน (ซึ่งสามีออกปากว่าเดือนหน้าจะผ่อนให้) เราไม่กล้าหย่าเพราะภาระ ที่แบกรับอยู่ และทางบ้านเราเอง ก็คงไม่สามารถช่วยเหลือเราตรงนี้ได้

แบ็คกราวของเราสองคนโดยย่อนะคะ เป็นเพื่อนกันแต่ไม่สนิท เพิ่งมาคบกันหลังเรียนจบได้ 4 ปีค่ะ รักนะคะ แต่ก็ระหองระแหงเพราะเรื่องผู้หญิงอื่นมาตลอด หลังๆเค้าก็ลดลงแต่ก็ไม่ได้หายไปหมด จนต้นปีที่ผ่านมา รู้ว่าท้อง ที่บ้านเลยบอกว่าแต่งเถอะ ไหนๆก็คบกันมานาน รักกันด้วย ที่บ้านทั้งสองรับรู้ว่าคบกัน งานแต่งงานจึงเกิดขึ้น

หลังจากแต่งงานมาก็ย้ายมาอยู่ที่คอนโดเราค่ะ จากที่เคยไปเที่ยวเล่นด้วยกัน เราก็หยุด เพราะต้องดูแลตัวเองและลูกในท้อง แต่สามีเองไม่ได้หยุด หลายครั้งที่ทะเลาะกันเรื่องไปเที่ยวกลางคืน กินเหล้า กลับบ้าน ตีสองตีสาม ตอนแรกเราก็บ่น ขอเค้าดีๆว่า ช่วงนี้เราท้อง เราอาจดูแลตัวเองไม่ได้เต็มร้อยเหมือนเดิม อยากให้คุณอยู่บ้านเยอะขึ้นหน่อย อีกอย่างตอนนี้มีหนี้สิน เงินก็ไม่ค่อยมี อยากให้ชาวยกันประหยัดๆ (เราเป็นคนออกค่าใช้จ่ายในบ้านทุกอย่าง - กินข้าวนอกบ้านจะแชร์กัน - ทำกับข้าวในบ้านเราทำและออกเองทั้งหมด)

เค้าก็ลดค่ะ จากอาทิตย์ละ 3 ครั้ง เป็น อาทิตย์ละครั้ง ไปทุกครั้งกลับมาก็จะทะเลาะกันทุกครั้ง เพราะทุกครั้งเค้าบอกจะกลับ ตี 1 แต่สุดท้ายเรารอเค้าถึง ตี 3 เราว่าเค้าว่าทำไมไม่รักษาคำพูดเลย อย่างงี้ถ้าลูกออกมาแล้วจะทำยังไง เค้าก็ด่าเราจู้จี้ น่ารำคาญ ขึ้นกู บางครั้งก็ตบเรา และทำร้ายเรา ทั้งๆที่รู้ว่าเราท้อง บางครั้งเราปวดท้องแทบตรงนั้น เค้าก็ด่าว่าเราสำออย หาเรื่องเอง เก่งนักก้ไป รพ.เองเถอะ แล้วตัวเองก็ไปนอน ตื่นเช้ามาเรานอนตัวงอ เค้ามาขอโทษ เราให้อภัย ทุกอย่างเหมือนไม่มีอะไรเกิดขึ้น เพราะเราคิดว่าเค้าจะไม่ทำอีก สุดท้าย ตั้งแต่แต่งงานมา เราโดนทำร้ายไปประมาณ 7-8 รอบได้

อีกเรื่องคือเรื่องการเงินภายในบ้านค่ะ ก่อนเราจะลาออกจากงาน เรามีเงินเดือนค่อนข้างโอเค พอเราออกจากงาน(ตัวงานเครียดมาก เคยเครียดจนเป็นโรคกระเพาะ เลือดออกและไปหาจิตแพทย์ว่าเป็นโรคเครียดแล้ว ) การเงินก็เริ่มฝืดเคือง ซึ่งก่อนออก เราคุยถึงสภาพคล่องตรงนี้แล้ว สามีเงินเดือน 25K เราสัญญากันว่าจะประหยัดให้มากขึ้น ค่ารถที่ต้องผ่อน 10K เหลือกิน-ใช้ 12K เก็บอีก 3K ตอนนั้นมองกันว่าอยู่ได้นะ อีกอย่างเรามีขายของทางอินเติอร์เน็ตเล็กๆน้อยๆ เพิ่งเริ่มทำ รายได้ไม่เยอะ แต่ก็สามารถจ่ายค่าน้ำ-ไฟ-อินเตอร์เน็ต และค่ากินส่วนตัวของเราได้

แต่พอเราลาออกจากงานและทดลองใช้ชีวิตอย่างที่คิดไว้ คือ เราไม่ได้คิดหักลบ เงินเที่ยวกินดื่มของเค้า ซึ่งจะประมาณ 4000 บาท(อย่างน้อย) ค่าเดินทางไปทำงาน ค่านู้นค่านี่ จิปาถะ ตอนนั้นก็ให้กำลังใจกันว่า ไม่เป็นไร เน้นทำกินเอง ประหยัดๆเอา เราอยู่ได้ ตอนนั้นเริ่มมองธุรกิจเล็กสักอย่างทำเหมือน drop ship ไม่ต้องลงทุนอะไรมาก เค้าก็โอเค

สุดท้ายทุกวันนี้ เรากลายเป็นว่าเราทำเองทั้งหมด ทั้งขายของทางอินเตอร์เน็ต ทั้งธุรกิจที่เพิ่งเริ่ม มันเหนื่อยมากค่ะ ตอนแรกเราไม่ได้บ่น เพราะคิดว่าเราต้องอดทน เพื่อลูก เราอยากมีบ้าน ให้ลูกมีพื้นที่ เราวาดฝันอะไรเยอะมาก ในขณะที่นั่งมองสามี กลับบ้านช้า(อย่างไม่มีสาเหตุ) กลับมานั่งแช่ดูทีวี เล่นเกมส์ ดูบอล เราถามว่าเค้าทุกวัน ตัวเองวันนี้เหนื่อยมั้ย ที่ทำงานเป็นไงบ้าง เค้าบอกว่าว่างมาก ตอนแรกเราคิดว่าเค้าพูดขำๆ แต่ก็มารู้ทีหลังว่า คือจริง คือว่างมาก เราเลยสงสัยว่า เอ้ย ถ้ามันไม่ได้เหนื่อยขนาดนั้น กลับมาน่าจะช่วยแพ็คของ หรืออะไรบ้าง (เคยเรียกให้ช่วย ตัดกระดาษ 1 แผ่น ใช้เวลา 1ชม. เพราะเล่นเกมส์ไปด้วย เราเลยคิดว่าทำเองดีกว่า)

ทุกวันนี้เวลาพูดเรื่องการทำธุรกิจ หรือเรื่องเงินในบ้าน ก็จะเป็นอีกเรื่องที่ต้องทะเลาะกัน คือเค้าไม่ทำไม่เอาจริงๆ พอเราบอกว่า คุณ เอาจริงๆเรามีความฝันว่าอยากมีบ้าน เราไม่อยากให้ลูกอยู่คอนโดห้องเล็กๆแบบนี้ เค้าก็บอกว่าโอ้ยไม่มีปัญญาหรอก เราแอบช็อค  เค้าไม่เคยคิดถึงอนาคตของครอบครัวเลยหรอ สิ่งที่เรารู้สึกได้แน่ๆ คือเค้าไม่คิดพัฒนาตัวเอง ทุกครั้งที่ทะเลาะกัน เค้าจะด่าว่าเราอยู่บ้านทำงานสบายๆ เค้าต้องออกไปทำงาน (ซึ่งงานเค้าว่างมาก ส่วนเราต้องแบกของเป็นสิบๆโลทุกวันไปส่งที่ไปรษณีย์ทุกวัน) วันไหนที่เค้าอารมณ์ดี ก็จะมานั่งทำ นั่งหาด้วย แต่สุดท้ายก็เหมือนมานั่งเล่นเฟสบุ๊ค ไม่มีอะไรคืบหน้าอยู่ดี พอเราพูดว่าเอ้ย ถึงไหนแล้ว เค้าก็จะหาว่าเรากดดัน บีบบังคับ จู้จี้ คืออออออออออออออ?????....

ทุกครั้งที่ทะเลาะกัน แน่นอนเราจะร้องไห้ทุกครั้ง เพราะเค่าจะพูดแรงมาก พูดแบบไม่ถนอมน้ำใจ แขวะเราทุกเรื่องในอดีต ขุดมาทุกอย่าง หนี้บุญคุณเมื่อชาติที่แล้วเอามาพูดหมด เรื่องที่เคยพลาดเล็กๆน้อยๆ เอามาพูดจนสุดท้ายเราคิดว่า เห้ย เราพูดถึงปัญหา ณ ตรงนี้ ทำไมต้องโยง ทำไมต้องพาลด้วย พอเราพยายามย้อนกลับมาประเด็นเดิม ก็จะโดนตะคอกบ้าง ทำท่าล้อเลียน คือเราไม่ชอบเลย เรารู้สึกว่าตัวเองไม่มีค่าเลย ทั้งๆที่เราไม่ผิดอะไรเลย แถมปัญหาก็ไม่เคยจบ และเป็นเหมือนเดิมทุกครั้ง

ตอนนี้ท้องแก่ อยู่ดีๆก็รู้สึกว่า เหมือนอยู่กับคนไม่มีอนาคต ไม่มีอนาคตในที่นี้หมายถึง ไม่พยายามจะเรียนรู้ พัฒนาตัวเอง ไม่มีความก้าวหน้า เราไม่เคยบอกว่าคุณต้องรวยๆๆๆๆ เราไม่ใช่คนเห็นแก่เงิน เรากินง่าย ของลดราคาที่จะหมดอายุก็กินได้ เราขอแค่คนที่ร่วมทุกข์ ร่วมสุขกับเราพอ เรายอมลำบากกับคนที่เรารักได้จริงๆ แต่กับสามีเรา เค้าไม่เอาอะไรเลย เค้าเห็นเพื่อนที่ประสบความสำเร็จ แล้วมักจะหงุดหงิด สุดท้ายก็ฮึดอยู่ 1 วัน แล้วก็เป็นเหมือนเดิม ยิ่งเรื่องการดูแลเรา เค้าไม่เคยหาอะไรอ่านที่เป็นเรื่องลูกหรือคนท้อง เราเห็นแม่ๆหลายคนแล้วอิจฉา หลายคนได้รับการดูแลอย่างดี ต่างจากเราโดยสิ้นเชิง

ทุกวันนี้อยากหย่ามากๆ เรารักเค้านะ แต่คิดว่าลูกสำคัญกว่า เราปรับความเข้าใจกันหลายรอบแล้วแต่ผลลัพธ์คือเหมือนเดิม เราอยากให้พ่อเป็นตัวอย่างที่ดี ถ้าดีไม่ได้ ก็อย่ามีเลยดีกว่า เราไม่อยากให้ลูกออกมาเห็นพ่อแม่ทะเลาะกัน เห็นพ่อขี้เมาสูบบุหรี่กินเหล้า กลับมาบ้านเป็นอันธพาล วันๆติดมือถือ เล่นเกมส์ ดูแต่ไลฟ์พริตตี้ เราว่ามันไม่เวิคจริงๆ

อย่างที่บอกไว้ข้างต้น เราไม่รู้เรากำลังตัดสินใจถูกมั้ย ด้วยภาระต่างๆที่มี ทั้งรถ ทั้งค่าคลอด (หมอบอกให้ผ่าคลอดซึ่งยังไม่มีเงินพอ) ทั้งของใช้ของลูก ใครที่พอมีประสบการณ์การหย่าในลักษณะนี้พอจะมีข้อแนะนำบ้างมั้ยคะ หรือใครคิดว่าเราใจร้อนไปมั้ยค่ะ ด่วนสรุปไปรึเปล่า เราต้องรอดูอะไรอีกมั้ย ในมุมของผู้ชาย ถ้าลูกออกมาแล้วคนเป็นพ่อจะเปลี่ยนแปลงในทางที่ดีกว่านี้อีกได้มั้ยคะ
แสดงความคิดเห็น
โปรดศึกษาและยอมรับนโยบายข้อมูลส่วนบุคคลก่อนเริ่มใช้งาน อ่านเพิ่มเติมได้ที่นี่