สุดยอดความคิดเห็น
ความคิดเห็นที่ 7
พี่ลองเบิกเนตรดูสภาพดินฟ้าอากาศและสภาพแวดล้อมของประเทศเราดูบ้าง ว่ามันน่าเดินไหม
ทำเหมือนว่าไม่เคยอยู่เมืองไทยไปได้ ผมเคยอยู่ต่างประเทศมาสมัยเรียน ผมก็เดินจากหอพัก-
ไปยังอาคารเรียน ทั้ง ๆ ที่มันห่างกันเกือบ 5 กม. ปกติเขาจะมีรถบัสรับส่ง แต่อยากเดินชมบรร-
ยากาศ เพราะอากาศมันเย็นสบายประมาณ 15-20 องศา ต้นไม้ร่มรื่น เดินไปเหมือนออกกำลัง-
กาย เหงื่อไคลไม่ได้ไหลย้อยโทรมหน้าโทรมกาย หน้ามันจนทอดไข่ได้เหมือนเดินท่ามกลาง
แสงแดดเปรี้ยงแบบประเทศเขตร้อนที่มีอุณหภูมิกลางวันอาจสูงได้ถึง 40 องศา
เข้าเมืองผมก็เดิน เพราะประเทศเขาปลอดภัย คุณจะเดินกลับหอตอนไหน ห้าทุ่มเที่ยงคืน ไม่มี
โจรมาคอยดักปล้นคุณ ไม่มีวินมอเตอร์ไซค์มาคอยดักคุณไปข่มขืน ไม่มีแว๊นสก๊อยส์คอยปิดถนน
โดยไม่รู้ว่าจะโดนลูกหลงตายเมื่อไหร่
อากาศมันน่าเดินเข้าใจไหม ทางเท้าใหญ่โต เดินสะดวกสบาย ข้ามถนนก็ไม่ต้องกลัวตาย ไม่ใช่
บ้านป่าเมืองเถื่อนประเทศด้อยพัฒนาล้าหลังทั้งด้านจิตสำนึกและศีลธรรมต่ำตมแบบเมืองไทย
ที่เดินไป 7-11 หน้าปากซอยก็เหงื่อท่วมตัวแล้ว หรือจะเดินกลับจากห้องสมุดตอนเที่ยงคืน ก็คง
ตายก่อนถึงหอพัก เพราะโดนปล้นฆ่าไปแล้ว
โลกสวยจังเลยนะครับคุณ จขกท
ทำเหมือนว่าไม่เคยอยู่เมืองไทยไปได้ ผมเคยอยู่ต่างประเทศมาสมัยเรียน ผมก็เดินจากหอพัก-
ไปยังอาคารเรียน ทั้ง ๆ ที่มันห่างกันเกือบ 5 กม. ปกติเขาจะมีรถบัสรับส่ง แต่อยากเดินชมบรร-
ยากาศ เพราะอากาศมันเย็นสบายประมาณ 15-20 องศา ต้นไม้ร่มรื่น เดินไปเหมือนออกกำลัง-
กาย เหงื่อไคลไม่ได้ไหลย้อยโทรมหน้าโทรมกาย หน้ามันจนทอดไข่ได้เหมือนเดินท่ามกลาง
แสงแดดเปรี้ยงแบบประเทศเขตร้อนที่มีอุณหภูมิกลางวันอาจสูงได้ถึง 40 องศา
เข้าเมืองผมก็เดิน เพราะประเทศเขาปลอดภัย คุณจะเดินกลับหอตอนไหน ห้าทุ่มเที่ยงคืน ไม่มี
โจรมาคอยดักปล้นคุณ ไม่มีวินมอเตอร์ไซค์มาคอยดักคุณไปข่มขืน ไม่มีแว๊นสก๊อยส์คอยปิดถนน
โดยไม่รู้ว่าจะโดนลูกหลงตายเมื่อไหร่
อากาศมันน่าเดินเข้าใจไหม ทางเท้าใหญ่โต เดินสะดวกสบาย ข้ามถนนก็ไม่ต้องกลัวตาย ไม่ใช่
บ้านป่าเมืองเถื่อนประเทศด้อยพัฒนาล้าหลังทั้งด้านจิตสำนึกและศีลธรรมต่ำตมแบบเมืองไทย
ที่เดินไป 7-11 หน้าปากซอยก็เหงื่อท่วมตัวแล้ว หรือจะเดินกลับจากห้องสมุดตอนเที่ยงคืน ก็คง
ตายก่อนถึงหอพัก เพราะโดนปล้นฆ่าไปแล้ว
โลกสวยจังเลยนะครับคุณ จขกท
สมาชิกหมายเลข 2553532 ขำกลิ้ง, ญาติอิทแห่งอาดัมแฟมิลี่ ถูกใจ, สมาชิกหมายเลข 1100831 ขำกลิ้ง, สมาชิกหมายเลข 1863843 ถูกใจ, แรกอรุณ ถูกใจ, geejanravee ถูกใจ, profess79 ถูกใจ, อะไรก็ได้เอาเหอะ ถูกใจ, วัวลายจุดหยุดคุยกับแมวสีฟ้า ถูกใจ, ครับผมครับ ขำกลิ้งรวมถึงอีก 353 คน ร่วมแสดงความรู้สึก
ความคิดเห็นที่ 3
ความรักสบาย
ค่านิยมที่เจ้าของกระทู้ถามมานั้น เป็นค่านิยมในยุคใหม่นี่เอง ในยุคที่เรียกว่าเจริญก้าวหน้าทางวัตถุ
หากย้อนกลับไปดูในสมัยก่อนไม่ไกลมานี้ คนไทยก็ยังเดินเป็นหลัก การโดยสารรถไม่ว่าจะเป็น รถม้า รถลาก รถราง รถไฟ รถเมล์ รถแท๊กซี่ รถส่วนตัว จะใช้ในกรณีที่จำเป็น เนื่องจากการโดยสารรถต่างๆเหล่านั้นมีราคาแพง หากเคยอ่านหนังสือเก่าๆที่เล่าเรื่องราวเก่าๆของคนในยุคเก่า จะพบการเดินนี่แหละเป็นสุดยอดของการเดินทางที่คนไทยใช้กัน
ในยุคที่ค่ารถรางมีราคา 25 สตางค์ เงินจำนวนเดียวกันนี้กินข้าวราดแกงได้หนึ่งจาน วันนี้ค่ารถเมล์ 8-10 บาท ซื้อกาแฟเย็นข้างถนนกินยังไม่ได้เลย
แต่ในปัจจุบันการโดยสารพาหนะต่างๆทำได้ง่ายและราคาถูกลงเมื่อเทียบกับค่าครองชีพอื่นๆ คนจึงซื้อความสะดวกสบาย และละทิ้งโอกาสออกกำลังกายพื้นฐานคือการเดินไปอย่างน่าเสียดาย ทั้งหมดนี้ก็มาจากความรักสบายและความขี้เกียจผสมกัน
ผู้ตอบเกิดในยุคที่คนไทยส่วนใหญ่นั่งรถเมล์ ทุกวันนี้ก็ยังเลือกที่จะขึ้นรถเมล์ถ้าทำได้ และเคยนึกพิศวงเด็กวัยรุ่น ที่เลือกการเดินทางเพียงระยะหนึ่งสถานีรถไฟฟ้าด้วยรถไฟฟ้า ทั้งๆที่เดินไปก็แป๊บเดียวถึง นั่งรถเมล์ไปก็ถูกสตางค์กว่า บางทีก็นึกจินตนาการความคิดของเขาเหล่านั้นไม่ออก อาจจะด้วยคนรุ่นเก่านั้นมักโง่กว่าคนรุ่นใหม่ ตามมติของคนรุ่นใหม่ที่ชอบเห็นคนโบราณโง่เขลากระมัง
ค่านิยมที่เจ้าของกระทู้ถามมานั้น เป็นค่านิยมในยุคใหม่นี่เอง ในยุคที่เรียกว่าเจริญก้าวหน้าทางวัตถุ
หากย้อนกลับไปดูในสมัยก่อนไม่ไกลมานี้ คนไทยก็ยังเดินเป็นหลัก การโดยสารรถไม่ว่าจะเป็น รถม้า รถลาก รถราง รถไฟ รถเมล์ รถแท๊กซี่ รถส่วนตัว จะใช้ในกรณีที่จำเป็น เนื่องจากการโดยสารรถต่างๆเหล่านั้นมีราคาแพง หากเคยอ่านหนังสือเก่าๆที่เล่าเรื่องราวเก่าๆของคนในยุคเก่า จะพบการเดินนี่แหละเป็นสุดยอดของการเดินทางที่คนไทยใช้กัน
ในยุคที่ค่ารถรางมีราคา 25 สตางค์ เงินจำนวนเดียวกันนี้กินข้าวราดแกงได้หนึ่งจาน วันนี้ค่ารถเมล์ 8-10 บาท ซื้อกาแฟเย็นข้างถนนกินยังไม่ได้เลย
แต่ในปัจจุบันการโดยสารพาหนะต่างๆทำได้ง่ายและราคาถูกลงเมื่อเทียบกับค่าครองชีพอื่นๆ คนจึงซื้อความสะดวกสบาย และละทิ้งโอกาสออกกำลังกายพื้นฐานคือการเดินไปอย่างน่าเสียดาย ทั้งหมดนี้ก็มาจากความรักสบายและความขี้เกียจผสมกัน
ผู้ตอบเกิดในยุคที่คนไทยส่วนใหญ่นั่งรถเมล์ ทุกวันนี้ก็ยังเลือกที่จะขึ้นรถเมล์ถ้าทำได้ และเคยนึกพิศวงเด็กวัยรุ่น ที่เลือกการเดินทางเพียงระยะหนึ่งสถานีรถไฟฟ้าด้วยรถไฟฟ้า ทั้งๆที่เดินไปก็แป๊บเดียวถึง นั่งรถเมล์ไปก็ถูกสตางค์กว่า บางทีก็นึกจินตนาการความคิดของเขาเหล่านั้นไม่ออก อาจจะด้วยคนรุ่นเก่านั้นมักโง่กว่าคนรุ่นใหม่ ตามมติของคนรุ่นใหม่ที่ชอบเห็นคนโบราณโง่เขลากระมัง
สมาชิกหมายเลข 1477485 ถูกใจ, สมาชิกหมายเลข 6377120 ถูกใจ, Dermalogica ถูกใจ, สมาชิกหมายเลข 2553532 สยอง, เออก็ใช่ สยอง, สมาชิกหมายเลข 997586 สยอง, สมาชิกหมายเลข 2281523 สยอง, ฟอฟันสระโอนอหนู สยอง, Last night Good night สยอง, Wildstocks สยองรวมถึงอีก 15 คน ร่วมแสดงความรู้สึก
▼ กำลังโหลดข้อมูล... ▼
แสดงความคิดเห็น
คุณสามารถแสดงความคิดเห็นกับกระทู้นี้ได้ด้วยการเข้าสู่ระบบ
กระทู้ที่คุณอาจสนใจ
อ่านกระทู้อื่นที่พูดคุยเกี่ยวกับ
ประเทศไทย
ปัญหาสังคม
ถามค่ะ ทำไมคนไทยไม่ชอบเดินทั้งๆที่ระยะทางไม่ไกล?
"เหตุผลที่ทำให้เราเลือกใช้รถแทนที่จะเดินในระยะทางไม่ไกล เป็นเพราะอะไรหรอคะ ?"
ทำไมคนไทยไม่ค่อยชอบเดิน นิดหน่อยก็นั่งแท๊กซี่ ขับรถ ขับมอร์เตอร์ไซต์กัน บางทีระยะทางแค่ 500 เมตรหรือแค่ 1-2ป้ายรถเมล์เอง แถมการเดินยังเป็นการออกกำลังกายที่ง่ายที่สุดด้วย เหตุผลเป็นเพราะอะไรคะ