ถือเป็นข่าวดีสำหรับนักช้อปออนไลน์ เมื่อค่ายยักษ์ใหญ่ แอปเปิล ประกาศนำเอาระบบชำระเงิน Apple Pay ของตน เข้าสู่การใช้งานบนเว็บไซต์เป็นที่เรียบร้อยแล้ว
แอปเปิล ประกาศเมื่อวันจันทร์ที่ผ่านมาในงาน Worldwide Developers Conference (WWDC) ณ เมืองซานฟรานซิสโก ว่า ได้มีการทำงานร่วมกับอีกหลาย ๆ บริษัท เพื่อเพิ่มไอคอนสำหรับระบบชำระเงิน Apple Pay ไว้ในเว็บไซต์ที่เกี่ยวข้องกับการซื้อของออนไลน์ โดยเมื่อคุณกดปุ่มจ่ายเงินบนเว็บไซต์ คุณสามารถตรวจสอบสิทธิ์การซื้อผ่านการสแกนลายนิ้วมือบน Touch ID ของ iPhone, iPad หรือ Apple Watch และใช้ Apple Pay ที่เชื่อมต่อเข้ากับบัตรเครดิตในการชำระเงินเพื่อซื้อสินค้าได้
ในจุดนี้ แอปเปิล ได้เสนอช่องทางการใช้งาน Apple Pay ด้วยกัน 2 วิธี ซึ่งทั้งสองวิธีต้องพึ่งพาการใช้ระบบ Touch ID วิธีการแรก ผู้ใช้จำเป็นต้องโหลดข้อมูลบัตรเครดิตของตนไปยังโทรศัพท์ของพวกเขา และใช้โทรศัพท์ในการชำระเงินผ่านอุปกรณ์ที่รองรับ ทั้งนี้ อุปกรณ์ทั้งหมด จะต้องรองรับระบบการทำงานแบบไร้สายด้วย วิธีการที่ 2 คือ ใช้แอปพลิเคชัน Apple Pay บน iPhone ซึ่งจะทำให้ใช้งานได้ง่าย โดยไม่ต้องป้อนข้อมูลบัตรเครดิตหรือข้อมูลในการจัดส่งใหม่
ด้วยฟังก์ชั่นการทำงานใหม่นี้ จะทำให้ แอปเปิล เป็นคู่แข่งกับ Paypal โดยตรง ซึ่งปัจจุบันเคลมไว้ว่า มีผู้ใช้งานถึง 179 ล้านคนทั่วโลก นอกเหนือจากนี้ กูเกิลเองยังมีการประชุมในเดือนพฤษภาคมว่าด้วยเรื่องการพัฒนาระบบ Android Pay ให้ใช้งานได้บนเว็บไซต์เช่นกัน
Apple Pay สำหรับเว็บไซต์ จะเริ่มให้บริการในฤดูใบไม้ร่วงนี้ โดยเริ่มต้นจากแบรนด์ Etsy, Target, Expedia, United Airlines, Lululemon, The North Face, The New York Times และ Wall Street Journal ซึ่งได้ลงนามเซ็นสัญญาให้ Apple Pay ไปอยู่บนเว็บไซต์ของเขาเป็นที่เรียบร้อยแล้ว โดยแบรนด์อื่น ๆ จะทยอยตามมา
แอปเปิล ยังนำเอาระบบชำระเงิน Apple Pay เข้ามาใช้งานบน Apple Watch ด้วย เพื่อให้สามารถเรียกใช้งาน Uber หรือ Lyft ได้ เพียงแค่ดับเบิลคลิกบนปุ่มบน Apple Watch ของพวกเขา แอปเปิล ยังพัฒนาคุณสมบัติใหม่ ๆ เพื่อสร้าง iMessage และแอปฯที่สามารถทำงานร่วมกับ Siri, SiriKit และ Maps ได้ นั่นหมายความว่า ถ้าเป็นไปได้ เราจะสามารถซื้อตั๋วหนังจาก Fandango ผ่านการพูดคุย iMessage หรือ เลือกใช้บริการ Uber ผ่าน Maps ก็เป็นได้
Apple Pay สามารถใช้งานได้ใน 6 ประเทศทั่วโลก และจะเปิดตัวในอีก 3 ประเทศในช่วงซัมเมอร์นี้ ได้แก่ ประเทศสวิสเซอร์แลนด์ ฝรั่งเศส และ ฮ่องกง
ที่มา
CNET
ข่าวดี! Apple Pay สามารถใช้ซื้อของออนไลน์ได้แล้ว
ถือเป็นข่าวดีสำหรับนักช้อปออนไลน์ เมื่อค่ายยักษ์ใหญ่ แอปเปิล ประกาศนำเอาระบบชำระเงิน Apple Pay ของตน เข้าสู่การใช้งานบนเว็บไซต์เป็นที่เรียบร้อยแล้ว
แอปเปิล ประกาศเมื่อวันจันทร์ที่ผ่านมาในงาน Worldwide Developers Conference (WWDC) ณ เมืองซานฟรานซิสโก ว่า ได้มีการทำงานร่วมกับอีกหลาย ๆ บริษัท เพื่อเพิ่มไอคอนสำหรับระบบชำระเงิน Apple Pay ไว้ในเว็บไซต์ที่เกี่ยวข้องกับการซื้อของออนไลน์ โดยเมื่อคุณกดปุ่มจ่ายเงินบนเว็บไซต์ คุณสามารถตรวจสอบสิทธิ์การซื้อผ่านการสแกนลายนิ้วมือบน Touch ID ของ iPhone, iPad หรือ Apple Watch และใช้ Apple Pay ที่เชื่อมต่อเข้ากับบัตรเครดิตในการชำระเงินเพื่อซื้อสินค้าได้
ในจุดนี้ แอปเปิล ได้เสนอช่องทางการใช้งาน Apple Pay ด้วยกัน 2 วิธี ซึ่งทั้งสองวิธีต้องพึ่งพาการใช้ระบบ Touch ID วิธีการแรก ผู้ใช้จำเป็นต้องโหลดข้อมูลบัตรเครดิตของตนไปยังโทรศัพท์ของพวกเขา และใช้โทรศัพท์ในการชำระเงินผ่านอุปกรณ์ที่รองรับ ทั้งนี้ อุปกรณ์ทั้งหมด จะต้องรองรับระบบการทำงานแบบไร้สายด้วย วิธีการที่ 2 คือ ใช้แอปพลิเคชัน Apple Pay บน iPhone ซึ่งจะทำให้ใช้งานได้ง่าย โดยไม่ต้องป้อนข้อมูลบัตรเครดิตหรือข้อมูลในการจัดส่งใหม่
ด้วยฟังก์ชั่นการทำงานใหม่นี้ จะทำให้ แอปเปิล เป็นคู่แข่งกับ Paypal โดยตรง ซึ่งปัจจุบันเคลมไว้ว่า มีผู้ใช้งานถึง 179 ล้านคนทั่วโลก นอกเหนือจากนี้ กูเกิลเองยังมีการประชุมในเดือนพฤษภาคมว่าด้วยเรื่องการพัฒนาระบบ Android Pay ให้ใช้งานได้บนเว็บไซต์เช่นกัน
Apple Pay สำหรับเว็บไซต์ จะเริ่มให้บริการในฤดูใบไม้ร่วงนี้ โดยเริ่มต้นจากแบรนด์ Etsy, Target, Expedia, United Airlines, Lululemon, The North Face, The New York Times และ Wall Street Journal ซึ่งได้ลงนามเซ็นสัญญาให้ Apple Pay ไปอยู่บนเว็บไซต์ของเขาเป็นที่เรียบร้อยแล้ว โดยแบรนด์อื่น ๆ จะทยอยตามมา
แอปเปิล ยังนำเอาระบบชำระเงิน Apple Pay เข้ามาใช้งานบน Apple Watch ด้วย เพื่อให้สามารถเรียกใช้งาน Uber หรือ Lyft ได้ เพียงแค่ดับเบิลคลิกบนปุ่มบน Apple Watch ของพวกเขา แอปเปิล ยังพัฒนาคุณสมบัติใหม่ ๆ เพื่อสร้าง iMessage และแอปฯที่สามารถทำงานร่วมกับ Siri, SiriKit และ Maps ได้ นั่นหมายความว่า ถ้าเป็นไปได้ เราจะสามารถซื้อตั๋วหนังจาก Fandango ผ่านการพูดคุย iMessage หรือ เลือกใช้บริการ Uber ผ่าน Maps ก็เป็นได้
Apple Pay สามารถใช้งานได้ใน 6 ประเทศทั่วโลก และจะเปิดตัวในอีก 3 ประเทศในช่วงซัมเมอร์นี้ ได้แก่ ประเทศสวิสเซอร์แลนด์ ฝรั่งเศส และ ฮ่องกง
ที่มา CNET