สวัสดีครับ
รบกวนปรึกษาหน่อยนะครับ
3-4 ปีที่ผ่านมา ผมมีอาการชาที่ใบหน้าด้านขวา อาการจะไล่ตั้งแต่ปาก โหนกแก้ม ไปจนถึงเบ้าตาขวา ซึ่งที่โหนกแก้มและเบ้าตาขวาจะปวดมาก ตอนเป็นครั้งแรกคือ ตอนทานอาหารจีน ทีแรกนึกว่าแพ้กุ้งหรือปูเหมือนที่เคยเป็น แต่คุณหมอบอกว่า น่าจะแพ้ผงชูรส ก็นอน รพ. ให้น้ำเกลือซักพักราว 1 ชม. ก็หายเป็นปกติ
หลังจากนั้นเป็นต้นมาก็มีอาการอยู่เรื่อยๆ ครับ รวมแล้วในช่วง 3-4 ปีน่าจะราว 15-20 ครั้ง ซึ่งก็ไม่เคยไปหาหมออีกเลย โดยส่วนใหญ่แล้ว รอซัก 1-2 ชม. ก็จะหายเป็นปกติ (แต่ทรมานสุดๆ เหมือนมีคนเอาคีมมาบีบกระดูกด้านในใบหน้าและศีรษะ)
ครั้งล่าสุดคือเมื่อสัปดาห์ก่อน ครั้งนี้ทานข้าวที่ทำเอง (มีใส่คนอร์ก้อนในต้มยำ ซึ่งก็ทานตั้งแต่วานเย็นไม่มีอาการ พอทานอีกรอบตอนเช้า ไม่ได้ปรุงเพิ่ม กลับมีอาการ ส่วนอาหารอื่นๆ ไม่มีผงชูรสแน่นอน) ทานยังไม่ทันหมดก็มีอาการ แต่ครั้งนี้นานครับ รวมเวลาประมาณ 3.5 ชม. กว่าจะหาย ซึ่งก็ไปถึง รพ. เรียบร้อยแล้ว
คำถามคือ
1. ครั้งล่าสุด (และครั้งก่อนๆ) พอจะจำได้ว่า มีกรณีที่จามระหว่างทานข้าว แล้วผมเอามือบีบจมูกไว้ เพื่อจามแบบไม่ถูกต้องแต่ข้าวไม่กระเด็นออกจากปาก พอจามปุ๊บ อีกราว 2 นาทีก็มีอาการที่ว่าทันที -- เป็นไปได้มั้ยครับว่า อาการดังกล่าวจะเกิดจากการจาม (ความทรงจำเลือนลาง แต่คุ้นๆ ว่าก่อนหน้านี้ก็เคยเป็นตอนจาม)
2. คิดว่าผมน่าจะแพ้ผงชูรสหรือเพราะสาเหตุอื่นครับ บางร้านที่ทานประจำไม่เคยเป็นเลย เพราะรู้กันว่าไม่ใส่ผงชูรส (แต่ที่ร้านเค้ามีผงชูรส) อยู่ๆ วันนึงทานก็มีอาการ พอตรวจสอบกลับไปเค้าก็แจ้งว่าไม่ได้ใส่ผงชูรส
3. ถ้ามีอาการที่ว่า ทำอย่างไรเพื่อบรรเทาอาการปวดได้บ้างมั้ยครับ? และจำเป็นต้องไปพบแพทย์ทุกครั้งหรือไม่? (ครั้งล่าสุดที่เป็นนานๆ ผมยก Espresso ซดไปหนึ่งช็อต จากนั้นอีกซัก 20 นาทีก็หาย -- แต่ไม่รู้ว่ามันเกี่ยวกันรึเปล่า ; ส่วนน้ำเปล่านั้นก็พยายามทานให้เยอะๆ อยู่แล้วครับตอนเป็น)
4. หากแนะนำว่าให้ไปพบแพทย์ ครั้งล่าสุดไปพบแพทย์มาแล้วครับ แต่ไม่มั่นใจแพทย์เท่าไร ถามแล้วไม่ได้คำตอบอะไรเลย และหากดูจากสมมติฐานการรักษาครั้งแรกที่ว่าน่าจะเป็นอาการจากการต้องสารพิษของผงชูรส -- การที่แพทย์ รพ. (ครั้งล่าสุด - ขอสงวนนาม) จ่ายยา "แก้แพ้" (loratadine) และ "วิตามิน B1" ถือว่า สมเหตุสมผลหรือไม่ครับ? พอดีผมอ่านบทความหลายๆ อัน ไม่มีใครพูดถึงเรื่องนี้เลย
ขอบคุณล่วงหน้าครับ
ปล. ผมแพ้กุ้งและปูเป็นปกติ - ทานแล้วเมื่อก่อนปากบวม แต่อยู่ดีๆ ช่วงหลัง 3-4 ปีนี้ไม่ค่อยเป็นครับ ทานได้เป็นโลๆ หรือหากเป็นก็ไม่กี่นาทีก็หาย เช่น 5-10 นาที (ปากบวมเล็กน้อย)
ปล. 2 - แท็กหว้ากอด้วย เพราะอยากได้ความเห็นในมุมนักวิทยาศาสตร์เพิ่มเติม เพราะก่อนหน้านี้มีการถกเถียงกันเรื่องผงชูรสในห้องนี้หลายครั้ง
สงสัยเรื่องแพ้ผงชูรสครับ ขอเชิญคุณหมอและผู้มีประสบการณ์ช่วยชี้แนะ
รบกวนปรึกษาหน่อยนะครับ
3-4 ปีที่ผ่านมา ผมมีอาการชาที่ใบหน้าด้านขวา อาการจะไล่ตั้งแต่ปาก โหนกแก้ม ไปจนถึงเบ้าตาขวา ซึ่งที่โหนกแก้มและเบ้าตาขวาจะปวดมาก ตอนเป็นครั้งแรกคือ ตอนทานอาหารจีน ทีแรกนึกว่าแพ้กุ้งหรือปูเหมือนที่เคยเป็น แต่คุณหมอบอกว่า น่าจะแพ้ผงชูรส ก็นอน รพ. ให้น้ำเกลือซักพักราว 1 ชม. ก็หายเป็นปกติ
หลังจากนั้นเป็นต้นมาก็มีอาการอยู่เรื่อยๆ ครับ รวมแล้วในช่วง 3-4 ปีน่าจะราว 15-20 ครั้ง ซึ่งก็ไม่เคยไปหาหมออีกเลย โดยส่วนใหญ่แล้ว รอซัก 1-2 ชม. ก็จะหายเป็นปกติ (แต่ทรมานสุดๆ เหมือนมีคนเอาคีมมาบีบกระดูกด้านในใบหน้าและศีรษะ)
ครั้งล่าสุดคือเมื่อสัปดาห์ก่อน ครั้งนี้ทานข้าวที่ทำเอง (มีใส่คนอร์ก้อนในต้มยำ ซึ่งก็ทานตั้งแต่วานเย็นไม่มีอาการ พอทานอีกรอบตอนเช้า ไม่ได้ปรุงเพิ่ม กลับมีอาการ ส่วนอาหารอื่นๆ ไม่มีผงชูรสแน่นอน) ทานยังไม่ทันหมดก็มีอาการ แต่ครั้งนี้นานครับ รวมเวลาประมาณ 3.5 ชม. กว่าจะหาย ซึ่งก็ไปถึง รพ. เรียบร้อยแล้ว
คำถามคือ
1. ครั้งล่าสุด (และครั้งก่อนๆ) พอจะจำได้ว่า มีกรณีที่จามระหว่างทานข้าว แล้วผมเอามือบีบจมูกไว้ เพื่อจามแบบไม่ถูกต้องแต่ข้าวไม่กระเด็นออกจากปาก พอจามปุ๊บ อีกราว 2 นาทีก็มีอาการที่ว่าทันที -- เป็นไปได้มั้ยครับว่า อาการดังกล่าวจะเกิดจากการจาม (ความทรงจำเลือนลาง แต่คุ้นๆ ว่าก่อนหน้านี้ก็เคยเป็นตอนจาม)
2. คิดว่าผมน่าจะแพ้ผงชูรสหรือเพราะสาเหตุอื่นครับ บางร้านที่ทานประจำไม่เคยเป็นเลย เพราะรู้กันว่าไม่ใส่ผงชูรส (แต่ที่ร้านเค้ามีผงชูรส) อยู่ๆ วันนึงทานก็มีอาการ พอตรวจสอบกลับไปเค้าก็แจ้งว่าไม่ได้ใส่ผงชูรส
3. ถ้ามีอาการที่ว่า ทำอย่างไรเพื่อบรรเทาอาการปวดได้บ้างมั้ยครับ? และจำเป็นต้องไปพบแพทย์ทุกครั้งหรือไม่? (ครั้งล่าสุดที่เป็นนานๆ ผมยก Espresso ซดไปหนึ่งช็อต จากนั้นอีกซัก 20 นาทีก็หาย -- แต่ไม่รู้ว่ามันเกี่ยวกันรึเปล่า ; ส่วนน้ำเปล่านั้นก็พยายามทานให้เยอะๆ อยู่แล้วครับตอนเป็น)
4. หากแนะนำว่าให้ไปพบแพทย์ ครั้งล่าสุดไปพบแพทย์มาแล้วครับ แต่ไม่มั่นใจแพทย์เท่าไร ถามแล้วไม่ได้คำตอบอะไรเลย และหากดูจากสมมติฐานการรักษาครั้งแรกที่ว่าน่าจะเป็นอาการจากการต้องสารพิษของผงชูรส -- การที่แพทย์ รพ. (ครั้งล่าสุด - ขอสงวนนาม) จ่ายยา "แก้แพ้" (loratadine) และ "วิตามิน B1" ถือว่า สมเหตุสมผลหรือไม่ครับ? พอดีผมอ่านบทความหลายๆ อัน ไม่มีใครพูดถึงเรื่องนี้เลย
ขอบคุณล่วงหน้าครับ
ปล. ผมแพ้กุ้งและปูเป็นปกติ - ทานแล้วเมื่อก่อนปากบวม แต่อยู่ดีๆ ช่วงหลัง 3-4 ปีนี้ไม่ค่อยเป็นครับ ทานได้เป็นโลๆ หรือหากเป็นก็ไม่กี่นาทีก็หาย เช่น 5-10 นาที (ปากบวมเล็กน้อย)
ปล. 2 - แท็กหว้ากอด้วย เพราะอยากได้ความเห็นในมุมนักวิทยาศาสตร์เพิ่มเติม เพราะก่อนหน้านี้มีการถกเถียงกันเรื่องผงชูรสในห้องนี้หลายครั้ง