เมื่อวันก่อนออกไปข้างนอกโดยลืมพกแบตสำรองไป
ผลคือแบตหมดเอากลางอากาศตอนช่วงเดินทางกลับบ้าน และปรับโหมดเข้าสู่สังคมไม่ก้มหน้าไปโดยปริยาย
ข้อดีอย่างยิ่งของสังคมเงยหน้าทำให้เรามีเวลาสังเกตสังกาสิ่งที่อยู่รอบตัวได้อย่างสบายๆ และพบว่าร้อยละ 90 ของผู้คน จะต้องมีโทรศัพท์อยู่ในมือ บ้างก็คุยสาย มากก็แชตไลน์ ส่วนใหญ่ก็ดูเรื่องราวของคนอื่นในโลกโซเชียล อินดี้หน่อยก็ฟังเพลง
แต่ที่แน่ๆ คือไม่มีใครที่ให้ความสนใจกับช่วงเวลาปัจจุบันเลยสักคน
เลยเกิดความสงสัยว่า คนเรามีเหตุผลอะไรในการเสพติดอุปกรณ์สื่อสารเป็นอวัยวะชิ้นที่ 33 ขนาดนี้ โทรศัพท์มันมีดีอะไร? เท่าที่สำรวจตัวเองและคนรอบข้างดู ส่วนใหญ่คนเรามักใช้โทรศัพท์เพื่อสื่อสารกับคนที่อยู่ไกลตัวทั้งสิ้น
ทั้งการคุยสายกับเพื่อนที่ไม่ได้นั่งหัวโด่อยู่ตรงนั้น
การแชตกลุ่มกับเพื่อนที่ไม่เคยเห็นหน้ากันเป็นชาติ
หรือว่ายเวียนอยู่ในโลกออนไลน์ที่เหมือนจะเป็นอิสระ
แต่กลับถูกตีกรอบด้วยคำว่าภาพพจน์และมารยาท
ไม่ก็สร้างเกราะกำแพงขึ้นป้องกันตัวเองจากสิ่งที่อยู่รอบกาย
โดยการใส่หูฟังเพื่ออยู่ในโลกส่วนตัวที่เราสร้างขึ้นเท่านั้น
เอาจริงๆ แล้ว มันแปลกดีเหมือนกันนะ มันอาจเป็นเพราะความเหงา การปกป้องตัวเอง หรือการรักษาคุณค่าของตนก็ได้ แต่ก็เถียงไม่ได้อีกเหมือนกันว่านี่คือสิ่งที่เกือบทุกคนในโลกปัจจุบันนี้เค้าทำกัน
แต่มันไม่ได้หมายความว่าสิ่งที่ทุกคนทำกันจะเป็นเรื่องดีเสมอไป
โชคดีที่วันนี้โทรศัพท์แบตหมดเลยมีโอกาสได้เงยหน้าหายใจบ้าง ได้แบ่งปันรอยยิ้มและพูดคุยเรื่องดินฟ้าอากาศกับคนข้างๆ ถึงแม้จะดูกระอักกระอ่วนหน่อย เพราะทุกวันนี้ดูเหมือนคนเราไม่ค่อยเปิดปากพูดจากับคนแปลกหน้าอีกต่อไปแล้ว
เราพูดกับโทรศัพท์มากกว่าพูดกับคนที่อยู่ตรงหน้า
อย่าว่าแต่คนแปลกหน้าเลย บางครั้งที่ได้อยู่กับคนคุ้นเคยเรากลับเลือกที่จะก้มหน้าใส่สิ่งไม่มีชีวิตซะงั้น
แต่จะบอกอะไรให้นะ การพูดกับสิ่งมีชีวิตที่กระพริบตา มองตอบ ยิ้มให้และหัวเราะไปกับเราได้
มันดีกว่าเยอะเลย
และมันคงน่าเสียดายถ้าสิ่งเหล่านี้จะลดน้อยถอยลงไปทุกที
บางทีนะ บางที คราวหน้าอาจจะลืมแบตสำรองให้บ่อยกว่านี้
ปิดโทรศัพท์แล้วเงยหน้าสบตากันบ้าง ยิ้มให้กันอีกสักหน่อย
อาจจะดูประหลาดสำหรับคนสมัยนี้ไปนิด
แต่ไม่รู้สิ...มันอาจจะเป็นเรื่องดีก็ได้.
(จบ)
.....
สวัสดีค่ะ วันนี้มาในแนวความเรียงบ้าง 55 ปกติป่านจะชอบเขียนเล่าประสบการณ์หรือสิ่งที่คิดหรือเห็นจากชีวิตประจำวันลงเว็บไซต์ส่วนตัวอยู่บ่อยๆ วันนี้เลยลองเอามาลงที่นี่ดู ถ้าไม่ถูกห้อง ผิดกฏหรืออย่างไรบอกได้นะคะ หรือถ้าจะพูดคุยแสดงความคิดเห็นกันได้ก็ยินดีมากเลยค่ะ ถือว่าแลกเปลี่ยนประสบการณ์กันสนุกๆ เนอะ
สังคมเงยหน้า (เรื่องเล่าประสบการณ์)
เมื่อวันก่อนออกไปข้างนอกโดยลืมพกแบตสำรองไป
ผลคือแบตหมดเอากลางอากาศตอนช่วงเดินทางกลับบ้าน และปรับโหมดเข้าสู่สังคมไม่ก้มหน้าไปโดยปริยาย
ข้อดีอย่างยิ่งของสังคมเงยหน้าทำให้เรามีเวลาสังเกตสังกาสิ่งที่อยู่รอบตัวได้อย่างสบายๆ และพบว่าร้อยละ 90 ของผู้คน จะต้องมีโทรศัพท์อยู่ในมือ บ้างก็คุยสาย มากก็แชตไลน์ ส่วนใหญ่ก็ดูเรื่องราวของคนอื่นในโลกโซเชียล อินดี้หน่อยก็ฟังเพลง
แต่ที่แน่ๆ คือไม่มีใครที่ให้ความสนใจกับช่วงเวลาปัจจุบันเลยสักคน
เลยเกิดความสงสัยว่า คนเรามีเหตุผลอะไรในการเสพติดอุปกรณ์สื่อสารเป็นอวัยวะชิ้นที่ 33 ขนาดนี้ โทรศัพท์มันมีดีอะไร? เท่าที่สำรวจตัวเองและคนรอบข้างดู ส่วนใหญ่คนเรามักใช้โทรศัพท์เพื่อสื่อสารกับคนที่อยู่ไกลตัวทั้งสิ้น
ทั้งการคุยสายกับเพื่อนที่ไม่ได้นั่งหัวโด่อยู่ตรงนั้น
การแชตกลุ่มกับเพื่อนที่ไม่เคยเห็นหน้ากันเป็นชาติ
หรือว่ายเวียนอยู่ในโลกออนไลน์ที่เหมือนจะเป็นอิสระ
แต่กลับถูกตีกรอบด้วยคำว่าภาพพจน์และมารยาท
ไม่ก็สร้างเกราะกำแพงขึ้นป้องกันตัวเองจากสิ่งที่อยู่รอบกาย
โดยการใส่หูฟังเพื่ออยู่ในโลกส่วนตัวที่เราสร้างขึ้นเท่านั้น
เอาจริงๆ แล้ว มันแปลกดีเหมือนกันนะ มันอาจเป็นเพราะความเหงา การปกป้องตัวเอง หรือการรักษาคุณค่าของตนก็ได้ แต่ก็เถียงไม่ได้อีกเหมือนกันว่านี่คือสิ่งที่เกือบทุกคนในโลกปัจจุบันนี้เค้าทำกัน
แต่มันไม่ได้หมายความว่าสิ่งที่ทุกคนทำกันจะเป็นเรื่องดีเสมอไป
โชคดีที่วันนี้โทรศัพท์แบตหมดเลยมีโอกาสได้เงยหน้าหายใจบ้าง ได้แบ่งปันรอยยิ้มและพูดคุยเรื่องดินฟ้าอากาศกับคนข้างๆ ถึงแม้จะดูกระอักกระอ่วนหน่อย เพราะทุกวันนี้ดูเหมือนคนเราไม่ค่อยเปิดปากพูดจากับคนแปลกหน้าอีกต่อไปแล้ว
เราพูดกับโทรศัพท์มากกว่าพูดกับคนที่อยู่ตรงหน้า
อย่าว่าแต่คนแปลกหน้าเลย บางครั้งที่ได้อยู่กับคนคุ้นเคยเรากลับเลือกที่จะก้มหน้าใส่สิ่งไม่มีชีวิตซะงั้น
แต่จะบอกอะไรให้นะ การพูดกับสิ่งมีชีวิตที่กระพริบตา มองตอบ ยิ้มให้และหัวเราะไปกับเราได้
มันดีกว่าเยอะเลย
และมันคงน่าเสียดายถ้าสิ่งเหล่านี้จะลดน้อยถอยลงไปทุกที
บางทีนะ บางที คราวหน้าอาจจะลืมแบตสำรองให้บ่อยกว่านี้
ปิดโทรศัพท์แล้วเงยหน้าสบตากันบ้าง ยิ้มให้กันอีกสักหน่อย
อาจจะดูประหลาดสำหรับคนสมัยนี้ไปนิด
แต่ไม่รู้สิ...มันอาจจะเป็นเรื่องดีก็ได้.
(จบ)
.....
สวัสดีค่ะ วันนี้มาในแนวความเรียงบ้าง 55 ปกติป่านจะชอบเขียนเล่าประสบการณ์หรือสิ่งที่คิดหรือเห็นจากชีวิตประจำวันลงเว็บไซต์ส่วนตัวอยู่บ่อยๆ วันนี้เลยลองเอามาลงที่นี่ดู ถ้าไม่ถูกห้อง ผิดกฏหรืออย่างไรบอกได้นะคะ หรือถ้าจะพูดคุยแสดงความคิดเห็นกันได้ก็ยินดีมากเลยค่ะ ถือว่าแลกเปลี่ยนประสบการณ์กันสนุกๆ เนอะ