สวัสดีค่ะเพื่อนๆ

อยากมีกระทู้เป็นของตัวเองบ้าง ก็ขอหยิบยื่นเรื่องราวดีๆมาแบ่งบันไว้ให้เพื่อนๆอ่านกันนะคะ
อยากจะเล่าเรื่องนี้มานานแล้ว เพราะเห็นคนชอบแชร์ๆกันว่าผู้ชายแบบเบื้องต้นนั้น..หายาก หรือ แทบไม่มีอยู่เลย
*ผิดพลาดประการใด..เว้นเก๊าไว้คนนึงน้า 555
ก่อนอื่นขอบอกก่อนว่า เรื่องที่จะแชร์ต่อจากนี้เป็นเรื่องจริงทุกประการนะคะ และก็ยังเชื่อว่า ผู้ชายดีๆอย่างนี้ยังมีอยู่เต็มโลกค่ะ
เรื่องมีอยู่ว่า...
เรามาเรียนอยู่ที่ต่างประเทศตั้งแต่อายุ15 (ปัจจุบันก็ยังอยู่นะคะ) ตอนนี้ก็จะ24แล้วค่ะ เรียนจบแล้วหางานทำที่นี้แล้ว
ย้อนเวลากลับไปช่วงอายุ 16-17 ช่วงYear 9 เราได้ไปเดินห้างหลังเลิกเรียนและก็ได้เจอกับรุ่นพี่คนไทยที่อยู่ที่นี้ด้วย รุ่นพี่คนนั้นพาเพื่อนผู้ชายคนไทยมาด้วยคนนึง อายุห่างจากเรา4ปี..คนที่ดูซึมๆนิ่งๆแต่งตัวธรรมดา ระหว่างที่พวกเราเดินเที่ยวห้างกัน เค้าก็พูดคำ ถามคำตอบคำ ยิ้มบ้างไม่ยิ้มบ้าง ดูไม่มีอะไรน่าสนใจเอาสะเลย ไม่ถามอะไรเราเลย (คนไทยเจอคนไทยด้วยกันส่วนมากจะถามนู้นนี้ มาที่นี้นานยัง, เรียนอะไรอยู่, ชอบที่นี้มั้ย?) เราก็แปลกใจนิดหน่อย เพราะคนไทยที่นี้ส่วนมาก อิสระ ทำอะไรก็ได้ ไม่มีใครสนใจ..แต่กลับไม่ใช่เค้าคนนี้ .... หลังจากนั้นก็แยกย้ายกันกลับบ้านโดยที่ไม่มีใครเอาความรู้สึกใดๆกลับไปด้วย555
หลังจากนั้นสองวันเป็นวันเกิดเพื่อนเรา ซึ่งเราต้องไปอยู่แล้วแน่นอน รุ่นพี่ก็ไป..เค้าคนนั้นก็ต้องไปด้วย เรียกแทนเค้าคนนั้นว่า 'พี่พอล' ละกันนะคะ
กินเลี้ยงกันเสร็จปุบก็ถึงเวลากลับ อายุตอนนั้นเพื่อนๆเราและเรายังไม่มีรถกัน ก็เลยต้องแบ่งๆกันกลับไปกับพวกรุ่นพี่ เราและเพื่อนญ อีก2คน ได้ไปรถพี่พอล แต่ระหว่างทางกลับบ้าน รุ่นพี่เค้าต้องไปหาเพื่อนเค้าอีกคนที่หมู่บ้านหนึ่ง เราทุกคนก็เลยต้องไปด้วยกันหมดเลย ระหว่างที่นั่งเงียบๆกันนั้น สาวๆในรถก็จะห้าวๆกันหน่อย บอกให้พี่พอลเปิดเพลงแบบตื้ดๆให้เต้นในรถหน่อย พี่พอลก็เปิด แต่เปิดแบบพอได้ยินปกติ สาวๆหลังรถก็ถามขึ้นมาเลยว่า ขอดังๆได้มั้ยคะพี่พอล? พี่พอลเค้าก็ตอบเสียงเรียบๆกลับมาว่า 'มันดึกแล้ว เราอยู่ในหมู่บ้านด้วย'

เราแบบ!!!!!! (คิดในใจ) หะ! ว่าไงนะ?! เรานี้หันควับมองหน้าเค้าเลย แล้วก็แอบยิ้มในใจ..มีด้วยหรอ ผู้ชายวัยรุ่นมีรถพร้อมกับสาวๆ3คน แต่ไม่อยากโชว์ของตัวเอง? แล้วเรายังได้มารู้ที่หลังด้วยอีกว่าเค้ามีเครื่องเสียงในรถที่ซื้อมาแพงกมากและซื้อมาด้วยตัวเอง..แต่ก็ยังเลือกที่จะใช้มันเป็นบางเวลา.. นั้นคือความประทับใจแรกของเราค่ะ
หลังจากนั้นก็ได้เจอพี่พอลบ่อยขึ้นด้วยความที่เป็นเพื่อนกันในกลุ่มไปแล้ว ไปงานเทศกาลไหนๆก็เจอ เราก็ไม่ได้คิดอะไรกับพี่เค้าเลย เพราะคิดไว้อยุ่เสมอว่าจะไม่มีแฟนเป็นคนไทยที่อยู่ที่ประเทศนี้ เพราะมีแต่คนไม่จริงใจ เที่ยวไม่เอาไหนใช้ชีวิตเปะปะ (เคยเจอ) .. จนวันนึง.. (ขอเล่าแบบย่อๆนะคะ) เราได้คุยกันและตกลงคบกันในที่สุด.. ตอนแรกเพื่อนๆก็โอเคเพราะพี่เค้าเป็นคนดีสุภาพเรียบร้อย จนยิ่งคบกันไป หลังๆเพื่อนๆยิ่งบ่นอิจฉาเราขึ้นทุกวัน5555 ความรักจากเราอาจจะไม่ได้เริ่มจากร้อยเลย แต่มันมากขึ้นมากขึ้นเรื่อยๆเพราะความดีของเค้าจริงๆ
เค้าไปเที่ยวกับกลุ่มเราทีไร กินแต่ Lemon Lime bitter ที่รสชาตหวานๆซ่าๆไม่มีแอลกอฮอล หรือไม่ก็ดื่มแต่โค้ก แล้วเค้าก็ไม่อายด้วยที่บางทีก็ดื่มน้ำส้มตอนไปผับ 555 เราก็ยิ่งชอบเค้าเข้าไปอีก เพราะเราก็ไม่ดื่มเลยแม้แต่นิดเดียวจนถึงทุกวันนี้ อันที่จริงเราเป็นคนเรื่องมาก สร้างสเป็กผู้ชายในฝันเอาไว้สูงมาก เหมือนกับสร้างไปงั้นๆแหละ ได้เจอก็เรื่องแปลก ไม่ได้เจอก็เรื่องธรรมดาอยู่แล้ว 5555 คนๆนั้นต้อง ไม่ดื่มไม่สูบ รักเดียวรักครอบครัว ฐานะปานกลาง และอายุห่างจากเรา4ปีด้วยนะ 5555 ดีใจตรงที่รู้ว่าพี่พอลห่างจากเรา4ปีพอดีเลยนี้แหละ
ตอนคบกันแรกๆพี่เค้าไม่ค่อยเผยอะไรเกี่ยวกับตัวเค้าเลย นอกจากว่าเราจะถาม อะไรที่ผุ้ชายเค้ามีกันที่ควรจะอวด พี่เค้าก็ไม่อวด จนเราไปเจอเองเค้าถึงจะบอก เช่น นั่งกันอยู่ในรถ เราเปิดไปเจอ PS4 (ยุคนั้นใครมีถือว่าเจ๋งมากเพราะที่นี้แพงเหลือเกิน) เราก็ถามเค้าด้วยความตื่นเต้น ว่าพี่มีด้วยหรอ!? พี่เค้าก็ตอบมาสั้นๆด้วยคำว่า 'อืม' 555... สิ่งหนึ่งที่เรามารู้ที่หลังอีก ก็เรื่องรถเค้า ที่เค้าซื้อเองเก็บตังเองจากการเป็นแคชเชียร์อยู่ในSupermarket
คบกันพี่เค้าไม่เคยไปเที่ยวเลย เพราะเป็นคนไม่ดื่ม บวกกับเราก็ไม่ดื่ม ก็ไม่รู้เหมือนกันว่าจะไปทำไม555 ....
จนพี่เค้าเรียนจบใบป.ที่2 และเราก็จบตามมา... พี่พอลทำงานหนักมาก แต่ยังแบ่งเวลาให้เราได้ดีเสมอ กลับบ้านตรงเวลาตลอด ไปไหนรายงานตลอดโดยที่ไม่ต้องถาม เราไว้ใจพี่เค้า ไม่เคยโทรตามไม่เคยห้ามไปไหน เค้าก็ตอบแทนเราด้วยการเป็นเด็กดี รายงานตลอด.. พี่พอลทำงานจนซื้อบ้านเป็นของตัวเองได้ เค้าทั้งต้องเลี้ยงดูพ่อแม่ เลี้ยงดูเรา และน้องชายของเค้าที่ไม่เคยคิดจะออกไปหางานทำ โดยที่เค้าไม่เคยบ่นเลยสักนิด
พี่พอลเป็นคนขยันมากกกกก อัพเดทตัวเองตลอดเวลา ไปสอบ ไปเรียนเพิ่มเติม ไปเอาใบประกาศ จนพี่เค้าได้เลื่อนขั้นแล้วเลื่อนขั้นอีก แล้วก็ถึงเวลาได้ซื้อรถที่เค้าชอบซะที.. พี่พอลออกรถ BMW สปอตไลน์ รุ่นใหม่ล่าสุดของปีนั้นมา ดูแลรถอย่างดี เวลาขับไปทำงาน ก็จอดไกลๆที่ต้องเดินไกลมากกว่าจะถึงตึกเพราะไม่อยากให้ใครรู้ว่าตัวเองขับอะไร (จริงๆแล้วเค้าก็ห่วงรถใหม่อะแหละไม่อยากจอดใกล้กับใครเลยต้องไปจอดไกลแต่ก็ไม่ได้ห่วงว่าจะอวดใครเหมือนกัน) พี่พอลไม่ได้มีนิสัยขี้อวดเลยแม้สักนิดเดียว เพื่อนพี่เค้ามีรถที่ผลิตแค่500คันในโลก ก็อวดดดดนักหนา ขับบึ้นๆๆๆเร็วๆต่อหน้าสาวเปิดเพลงดังๆ แล้วพอมานั่งรถพี่พอลก็อยากให้พี่พอลทำอย่างนั้นบ้าง แต่พี่พอลก็เลือกขับช้าๆถนอมรถดีกว่าไปโชว์ใครต่อใคร ... บางทีเราให้พี่พอลไปแวะบ้านเพื่อนที่พี่พอลไม่รู้จัก เอาของไปคืน ไอเราก็รู้เพื่อนมันจะเปิดประตูต้อนรับอยุหน้าบ้าน เราก็คิดในใจว่าเด๋วพี่พอลก็ขับไปจอดหน้าบ้าน กะให้เพื่อนเรากรี๊ดกร๊าดกับรถซะหน่อย พอไปถึงหน้าบ้านเพื่อนจะมีที่จอดได้สองคันกว้างๆ ไม่จอด..พี่พอลเค้าก็ดันไปจอดข้างๆบ้านซะงั้นอะ555 ไอเราก็แบบ55555ไรวะ สรุปเพื่อนก็ไม่ได้เห็น55
พี่พอลชอบสัตว์มากกกก สนใจทุกชนิด ว่างก็เปิดสารคดีดู ชอบธรรมชาติ ชอบเที่ยว ชวนเที่ยวชวนหาเวลาพักผ่อนกันสองคนตลอดเวลา ค่อนข้างรักเด็กนะ..เวลาเจอเด็กฝรั่งน่ารักก็จะสกิดเราเรียกให้เราดูตลอดเลย

รู้สึกดีใจที่เค้ามีความสนใจในเรื่องเล็กๆน้อยๆ เค้าเป็นคนหาความสุขใส่ตัวได้ง่ายมาก เป็นคนร่าเริง ขำง่าย เข้ากับใครบนโลกนี้ได้หมด เค้าเป็นคนที่ใจๆมาก สปอตกับเพื่อนมากๆ และก็ให้เกียรติผุ้หญิงคนแก่เด็กทุกคนที่เค้ารู้จัก โดยเฉพาะเรา..เรื่องให้เกียรติกันเป็นอะไรที่เราประทับใจมาก ตั้งแต่วันแรกที่ได้รู้จักถึงวันนี้ ไม่ว่าจะเรื่องอะไร เค้าจะให้เกียรติเราต่อหน้าเราและต่อหน้าทุกคนเสมอ มีอะไรที่เค้าอยากได้เค้าก็ปรึกษาเรา ขอความคิดเห็นจากเรา ให้เกียรติความคิดเรา และฟังเหตผลของเรามากๆ
เมื่อปลายปีที่แล้วได้มีโอกาสกลับไทย พี่พอลก็ได้กลับไปเจอพ่อกับแม่เราเป็นครั้งที่3-4แล้ว ทุกคนชอบพี่พอลมาก ทั้งพ่อแม่พี่น้อง ญาติๆฝั่งพ่อฝั่งแม่ เพราะการที่ยิ้มง่าย หัวเราะง่าย คุยง่าย แล้วยิ่งพ่อลุงน้าอาชวนดื่มแล้วพี่พอลไม่ดื่ม เป็นอะไรที่ประทับใจทุกคนอยู่แล้ว คุยกันในหมู่ญาติ มันก็จะมีสักคนนึงแหละที่อวดร่ำอวดรวย คุยโอ้อวดกับพี่พอลว่าเค้าเนี้ยทำงานสบายมีกินมีเก็บ ได้เงินเดือนเป็นแสน... เท่านั้นแหละ เราก็หันไปมองพี่เค้า พี่เค้าก็ 'คับ หรอคับ โหดีจังเลย' แล้วก็ยิ้มกว้างๆ แล้วก็ชวนคุยต่อ คุยต่อโดยที่ก็ไม่ได้บอกญาติเราว่า ตัวเองได้เดือนละ4แสน 5555 ญาติเราก็คุยเรื่องรถต่อ เอารถเค้ามาโชว์นู้นนี้ บอกแต่งตรงนี้เพิ่มตรงนี้ (ในใจเราก็อยากจะให้พี่พอลเค้าบอกๆไปซะว่าพี่เค้าก็ได้ขับรถในฝันของเค้าเหมือนกันนะ ไม่ได้อยากจะอวดกับญาติตัวเองนะ แต่ลำคาญ จะได้หยุดๆพูดไป555) แล้วพี่เค้าก็สไตล์เดิม ไม่พูด ไม่บอกไม่อวดอะไรทั้งนั้น สักพัก..ญาติก็คุยต่อเรื่องบ้าน เรื่องที่ดินที่เค้ามี พูดอะไรก็ได้ที่โชว์พาวของตัวเอง55 ที่จริงบ้านญาติเราคนนี้3-4ล้าน แต่ก็เอามาพูดว่าทำนู้นทำนี้ไปเยอะ มีนู้นมีนี้ราคาเท่านั้นเท่านี้.. พี่พอลก็คุยด้วยโดยที่ก็ไม่ได้บอกอีกว่าบ้านที่เค้าซื้อตีเป็นเงินไทย25-30ล้าน 55555 เรานั่งฟังเค้าคุยกันก็ขำ ขำทั้งคู่เลย อีกคนก็พูดๆๆๆ อีกคนก็เออ ออ 5555555 มันตลกตรงที่เรามองคนเสมอภาคกันอยู่แล้ว ไม่เคยเอาเรื่องเงินมาพูดกับใครกับอะไรเลยทั้งนั้น มีแต่คนอื่นจะมาเสนอไรให้พวกเราฟัง55 คนบางคน เงินมันช่างมีอิทธิพลต่อเค้ามากเนอะ 5555 แต่ก็น่ารักดี คุยกันได้ก็คุยกันไป5555 น่ารักตรงที่พี่พอลไม่เคยถือเลย ไม่เคยมองว่าญาติเราอวดหรือพูดมากเลย คุยกันหลังไมค์ก็ขอโทษพี่พอลเค้า บอกคุยๆกับแกหน่อยเนอะ พี่เค้าก็บอกไม่เป็นไรเลย แลกเปลี่ยนประสบการณ์กัน พี่เค้าดันรู้สึกดีซะอีกที่ได้รู้อะไรมากมายเกี่ยวกับการใช้ชีวิตที่ไทย

พี่พอลไม่เคยบอกพ่อกับแม่เราเลยว่าบ้านเค้าราคาเท่าไหร่ขับรถอะไรยังไงเงินเดือนเท่าไหร่ มีแต่เราจะไปบอกพ่อกับแม่เอง555 พี่พอลได้แต่คุยเรื่องเรียนเรื่องงานเรื่องเที่ยวกินทั่วๆไป และก็แค่พูดสั้นๆกับพ่อแม่เราว่า..ไม่ต้องห่วงครับ เค้าจะดูแลเราอย่างดี
พี่พอลน่ารักกับเรามาก.. น่ารักอย่างนี้มาตลอดเวลา7ปีแล้ว มีแต่ดีขึ้นๆ ไม่เคยใจร้อน ไม่เคยชวนทะเลาะ ไม่เคยขึ้นเสียง ไม่มีคำหยาบหลุดออกจากปากชายคนนี้เลย ไม่เคยให้คำสัญญาใดๆ แต่ทำทุกอย่างออกมาได้อย่างชัดเจนมาก ไม่เคยตะคอก ไม่เคยไร้เหตุผล ผลักดันเราไปในทางที่ดีตลอด พากินข้าวดูหนังทุกศุกร์ ไม่เคยสปอยเราด้วย แล้วเราก็ไม่เคยขออะไรจากเค้าเลย อยู่เมืองนอกค่าใช้จ่ายเยอะมาก เค้าเป็นคนที่ประหยัดมากแต่เค้าก็ยังดูแลเราอย่างดี ไม่เคยทำให้เราเอะใจอะไรเลย และก็ไม่อยากให้เราทำงานด้วย แต่ก็นะ..เราก็อยากทำงานที่เรารักอยู่ ต่อให้ทำงานที่ไม่ได้รัก ก็ไม่คิดจะอยู่บ้านสบายๆเป็นภาระใครอยู่แล้ว แหมๆ..เราก็อยากสร้างอณาจักรของเราบ้างเนอะๆ
มีอะไรหลายๆอย่างที่น่ารักในตัวเค้า อยากจะขอบคุณเค้าทั้งหมดนี้ แต่กลัวบอกหมดนี้แล้วจะลอยไปไหนต่อไหนเอา5555
ขอบคุณมากนะคะ ที่ทำให้ความสัมพันธ์ตลอดเวลาเกือบ7ปีมีแต่ความสมบูรณ์ มีแต่ความลงตัว มีแต่ความหนักแน่น ขอบคุณที่พี่มีแต่ให้กับให้ ขอบคุณในความดีและรักเดียวใจเดียวของพี่นะคะ
เรามีแพลนว่าจะแต่งงานกันอีก2ปีค่ะ พี่เค้ารอเก็บตังมาแต่งที่ไทย ไม่อยากใช้ตังของพ่อแม่เค้า แล้วก็รอเราหางานประจำทำด้วย
ลืมบอกไป ว่าพี่เค้ามาขอเรากับพ่อแม่ตั้งแต่2ปีที่แล้วแล้ว พ่อแม่เราทั้งคู่ดีใจกับเรามาก แล้วเราก็อาศัยอยู่ที่บ้านพ่อแม่พี่พอลมา4ปีแล้วค่ะ เหมือนใช้ชีวิตสามีภรรยาไปแล้ว พ่อแม่พี่พอลรักเรามาก อาจจะเป็นเพราะว่าเราอยู่ติดบ้าน แล้วก็แน่นอน เป็นแม่บ้านที่ดีด้วยนะคะ อิอิ พ่อแม่พี่พอลไม่ถือเรื่องมาอยู่ด้วยกันก่อนแต่งเลยค่ะ เราเคยเช่าบ้านอยู่ข้างนอกมาก่อน เช่าเดือนละ3หมื่น เค้าก็รักเราเหมือนลูกเลยแล้วตอนนั้นเราก็คบกันมานานแล้ว พ่อแม่พี่พอลก็เลยเห็นด้วยที่จะให้เรามาอยู่ด้วยกัน เป็นครอบครัวใหญ่ จะได้ประหยัดไป... ใช้ชีวิตแบบนี้ก่อนแต่งก็ดีนะคะ ผ่านการเป็นแม่บ้านมาแล้ว ซักผ้ารีดผ้า ทำกับข้าว ดูแลบ้าน ผ่านการใช้ชีวิตแบบสามีภรรยามาแล้ว.. เพราะถ้ามันwork มันก็ไปได้นาน แต่ถ้าอยู่ด้วยกันแล้วเรารับกันไม่ได้ด้วยการที่ต้องเห็นหน้ากันทุกวันแล้วทะเลาะกัน ก็ย้ายออกไป.. แต่ถ้าผ่านตรงนี้มาได้ เราก็หวังว่า ชีวิตหลังแต่งงานก็คงเรียบง่ายเหมือนวันนี้นะคะ
เพื่อนๆคนไหนมีแฟนน่ารักๆอย่างงี้ก็มาเล่าให้ฟังบ้างนะคะ
ผู้ชายน่ารักอบอุ่น ไม่ดื่ม ไม่เที่ยว รักเดียว รักครอบครัว ฐานะดี ไม่ขี้อวด มีเวลาให้ จบนอก..ยังมีอยู่ในโลกนะคะ
อยากจะเล่าเรื่องนี้มานานแล้ว เพราะเห็นคนชอบแชร์ๆกันว่าผู้ชายแบบเบื้องต้นนั้น..หายาก หรือ แทบไม่มีอยู่เลย
*ผิดพลาดประการใด..เว้นเก๊าไว้คนนึงน้า 555
ก่อนอื่นขอบอกก่อนว่า เรื่องที่จะแชร์ต่อจากนี้เป็นเรื่องจริงทุกประการนะคะ และก็ยังเชื่อว่า ผู้ชายดีๆอย่างนี้ยังมีอยู่เต็มโลกค่ะ
เรื่องมีอยู่ว่า...
เรามาเรียนอยู่ที่ต่างประเทศตั้งแต่อายุ15 (ปัจจุบันก็ยังอยู่นะคะ) ตอนนี้ก็จะ24แล้วค่ะ เรียนจบแล้วหางานทำที่นี้แล้ว
ย้อนเวลากลับไปช่วงอายุ 16-17 ช่วงYear 9 เราได้ไปเดินห้างหลังเลิกเรียนและก็ได้เจอกับรุ่นพี่คนไทยที่อยู่ที่นี้ด้วย รุ่นพี่คนนั้นพาเพื่อนผู้ชายคนไทยมาด้วยคนนึง อายุห่างจากเรา4ปี..คนที่ดูซึมๆนิ่งๆแต่งตัวธรรมดา ระหว่างที่พวกเราเดินเที่ยวห้างกัน เค้าก็พูดคำ ถามคำตอบคำ ยิ้มบ้างไม่ยิ้มบ้าง ดูไม่มีอะไรน่าสนใจเอาสะเลย ไม่ถามอะไรเราเลย (คนไทยเจอคนไทยด้วยกันส่วนมากจะถามนู้นนี้ มาที่นี้นานยัง, เรียนอะไรอยู่, ชอบที่นี้มั้ย?) เราก็แปลกใจนิดหน่อย เพราะคนไทยที่นี้ส่วนมาก อิสระ ทำอะไรก็ได้ ไม่มีใครสนใจ..แต่กลับไม่ใช่เค้าคนนี้ .... หลังจากนั้นก็แยกย้ายกันกลับบ้านโดยที่ไม่มีใครเอาความรู้สึกใดๆกลับไปด้วย555
หลังจากนั้นสองวันเป็นวันเกิดเพื่อนเรา ซึ่งเราต้องไปอยู่แล้วแน่นอน รุ่นพี่ก็ไป..เค้าคนนั้นก็ต้องไปด้วย เรียกแทนเค้าคนนั้นว่า 'พี่พอล' ละกันนะคะ
กินเลี้ยงกันเสร็จปุบก็ถึงเวลากลับ อายุตอนนั้นเพื่อนๆเราและเรายังไม่มีรถกัน ก็เลยต้องแบ่งๆกันกลับไปกับพวกรุ่นพี่ เราและเพื่อนญ อีก2คน ได้ไปรถพี่พอล แต่ระหว่างทางกลับบ้าน รุ่นพี่เค้าต้องไปหาเพื่อนเค้าอีกคนที่หมู่บ้านหนึ่ง เราทุกคนก็เลยต้องไปด้วยกันหมดเลย ระหว่างที่นั่งเงียบๆกันนั้น สาวๆในรถก็จะห้าวๆกันหน่อย บอกให้พี่พอลเปิดเพลงแบบตื้ดๆให้เต้นในรถหน่อย พี่พอลก็เปิด แต่เปิดแบบพอได้ยินปกติ สาวๆหลังรถก็ถามขึ้นมาเลยว่า ขอดังๆได้มั้ยคะพี่พอล? พี่พอลเค้าก็ตอบเสียงเรียบๆกลับมาว่า 'มันดึกแล้ว เราอยู่ในหมู่บ้านด้วย'
หลังจากนั้นก็ได้เจอพี่พอลบ่อยขึ้นด้วยความที่เป็นเพื่อนกันในกลุ่มไปแล้ว ไปงานเทศกาลไหนๆก็เจอ เราก็ไม่ได้คิดอะไรกับพี่เค้าเลย เพราะคิดไว้อยุ่เสมอว่าจะไม่มีแฟนเป็นคนไทยที่อยู่ที่ประเทศนี้ เพราะมีแต่คนไม่จริงใจ เที่ยวไม่เอาไหนใช้ชีวิตเปะปะ (เคยเจอ) .. จนวันนึง.. (ขอเล่าแบบย่อๆนะคะ) เราได้คุยกันและตกลงคบกันในที่สุด.. ตอนแรกเพื่อนๆก็โอเคเพราะพี่เค้าเป็นคนดีสุภาพเรียบร้อย จนยิ่งคบกันไป หลังๆเพื่อนๆยิ่งบ่นอิจฉาเราขึ้นทุกวัน5555 ความรักจากเราอาจจะไม่ได้เริ่มจากร้อยเลย แต่มันมากขึ้นมากขึ้นเรื่อยๆเพราะความดีของเค้าจริงๆ
เค้าไปเที่ยวกับกลุ่มเราทีไร กินแต่ Lemon Lime bitter ที่รสชาตหวานๆซ่าๆไม่มีแอลกอฮอล หรือไม่ก็ดื่มแต่โค้ก แล้วเค้าก็ไม่อายด้วยที่บางทีก็ดื่มน้ำส้มตอนไปผับ 555 เราก็ยิ่งชอบเค้าเข้าไปอีก เพราะเราก็ไม่ดื่มเลยแม้แต่นิดเดียวจนถึงทุกวันนี้ อันที่จริงเราเป็นคนเรื่องมาก สร้างสเป็กผู้ชายในฝันเอาไว้สูงมาก เหมือนกับสร้างไปงั้นๆแหละ ได้เจอก็เรื่องแปลก ไม่ได้เจอก็เรื่องธรรมดาอยู่แล้ว 5555 คนๆนั้นต้อง ไม่ดื่มไม่สูบ รักเดียวรักครอบครัว ฐานะปานกลาง และอายุห่างจากเรา4ปีด้วยนะ 5555 ดีใจตรงที่รู้ว่าพี่พอลห่างจากเรา4ปีพอดีเลยนี้แหละ
ตอนคบกันแรกๆพี่เค้าไม่ค่อยเผยอะไรเกี่ยวกับตัวเค้าเลย นอกจากว่าเราจะถาม อะไรที่ผุ้ชายเค้ามีกันที่ควรจะอวด พี่เค้าก็ไม่อวด จนเราไปเจอเองเค้าถึงจะบอก เช่น นั่งกันอยู่ในรถ เราเปิดไปเจอ PS4 (ยุคนั้นใครมีถือว่าเจ๋งมากเพราะที่นี้แพงเหลือเกิน) เราก็ถามเค้าด้วยความตื่นเต้น ว่าพี่มีด้วยหรอ!? พี่เค้าก็ตอบมาสั้นๆด้วยคำว่า 'อืม' 555... สิ่งหนึ่งที่เรามารู้ที่หลังอีก ก็เรื่องรถเค้า ที่เค้าซื้อเองเก็บตังเองจากการเป็นแคชเชียร์อยู่ในSupermarket
คบกันพี่เค้าไม่เคยไปเที่ยวเลย เพราะเป็นคนไม่ดื่ม บวกกับเราก็ไม่ดื่ม ก็ไม่รู้เหมือนกันว่าจะไปทำไม555 ....
จนพี่เค้าเรียนจบใบป.ที่2 และเราก็จบตามมา... พี่พอลทำงานหนักมาก แต่ยังแบ่งเวลาให้เราได้ดีเสมอ กลับบ้านตรงเวลาตลอด ไปไหนรายงานตลอดโดยที่ไม่ต้องถาม เราไว้ใจพี่เค้า ไม่เคยโทรตามไม่เคยห้ามไปไหน เค้าก็ตอบแทนเราด้วยการเป็นเด็กดี รายงานตลอด.. พี่พอลทำงานจนซื้อบ้านเป็นของตัวเองได้ เค้าทั้งต้องเลี้ยงดูพ่อแม่ เลี้ยงดูเรา และน้องชายของเค้าที่ไม่เคยคิดจะออกไปหางานทำ โดยที่เค้าไม่เคยบ่นเลยสักนิด
พี่พอลเป็นคนขยันมากกกกก อัพเดทตัวเองตลอดเวลา ไปสอบ ไปเรียนเพิ่มเติม ไปเอาใบประกาศ จนพี่เค้าได้เลื่อนขั้นแล้วเลื่อนขั้นอีก แล้วก็ถึงเวลาได้ซื้อรถที่เค้าชอบซะที.. พี่พอลออกรถ BMW สปอตไลน์ รุ่นใหม่ล่าสุดของปีนั้นมา ดูแลรถอย่างดี เวลาขับไปทำงาน ก็จอดไกลๆที่ต้องเดินไกลมากกว่าจะถึงตึกเพราะไม่อยากให้ใครรู้ว่าตัวเองขับอะไร (จริงๆแล้วเค้าก็ห่วงรถใหม่อะแหละไม่อยากจอดใกล้กับใครเลยต้องไปจอดไกลแต่ก็ไม่ได้ห่วงว่าจะอวดใครเหมือนกัน) พี่พอลไม่ได้มีนิสัยขี้อวดเลยแม้สักนิดเดียว เพื่อนพี่เค้ามีรถที่ผลิตแค่500คันในโลก ก็อวดดดดนักหนา ขับบึ้นๆๆๆเร็วๆต่อหน้าสาวเปิดเพลงดังๆ แล้วพอมานั่งรถพี่พอลก็อยากให้พี่พอลทำอย่างนั้นบ้าง แต่พี่พอลก็เลือกขับช้าๆถนอมรถดีกว่าไปโชว์ใครต่อใคร ... บางทีเราให้พี่พอลไปแวะบ้านเพื่อนที่พี่พอลไม่รู้จัก เอาของไปคืน ไอเราก็รู้เพื่อนมันจะเปิดประตูต้อนรับอยุหน้าบ้าน เราก็คิดในใจว่าเด๋วพี่พอลก็ขับไปจอดหน้าบ้าน กะให้เพื่อนเรากรี๊ดกร๊าดกับรถซะหน่อย พอไปถึงหน้าบ้านเพื่อนจะมีที่จอดได้สองคันกว้างๆ ไม่จอด..พี่พอลเค้าก็ดันไปจอดข้างๆบ้านซะงั้นอะ555 ไอเราก็แบบ55555ไรวะ สรุปเพื่อนก็ไม่ได้เห็น55
พี่พอลชอบสัตว์มากกกก สนใจทุกชนิด ว่างก็เปิดสารคดีดู ชอบธรรมชาติ ชอบเที่ยว ชวนเที่ยวชวนหาเวลาพักผ่อนกันสองคนตลอดเวลา ค่อนข้างรักเด็กนะ..เวลาเจอเด็กฝรั่งน่ารักก็จะสกิดเราเรียกให้เราดูตลอดเลย
เมื่อปลายปีที่แล้วได้มีโอกาสกลับไทย พี่พอลก็ได้กลับไปเจอพ่อกับแม่เราเป็นครั้งที่3-4แล้ว ทุกคนชอบพี่พอลมาก ทั้งพ่อแม่พี่น้อง ญาติๆฝั่งพ่อฝั่งแม่ เพราะการที่ยิ้มง่าย หัวเราะง่าย คุยง่าย แล้วยิ่งพ่อลุงน้าอาชวนดื่มแล้วพี่พอลไม่ดื่ม เป็นอะไรที่ประทับใจทุกคนอยู่แล้ว คุยกันในหมู่ญาติ มันก็จะมีสักคนนึงแหละที่อวดร่ำอวดรวย คุยโอ้อวดกับพี่พอลว่าเค้าเนี้ยทำงานสบายมีกินมีเก็บ ได้เงินเดือนเป็นแสน... เท่านั้นแหละ เราก็หันไปมองพี่เค้า พี่เค้าก็ 'คับ หรอคับ โหดีจังเลย' แล้วก็ยิ้มกว้างๆ แล้วก็ชวนคุยต่อ คุยต่อโดยที่ก็ไม่ได้บอกญาติเราว่า ตัวเองได้เดือนละ4แสน 5555 ญาติเราก็คุยเรื่องรถต่อ เอารถเค้ามาโชว์นู้นนี้ บอกแต่งตรงนี้เพิ่มตรงนี้ (ในใจเราก็อยากจะให้พี่พอลเค้าบอกๆไปซะว่าพี่เค้าก็ได้ขับรถในฝันของเค้าเหมือนกันนะ ไม่ได้อยากจะอวดกับญาติตัวเองนะ แต่ลำคาญ จะได้หยุดๆพูดไป555) แล้วพี่เค้าก็สไตล์เดิม ไม่พูด ไม่บอกไม่อวดอะไรทั้งนั้น สักพัก..ญาติก็คุยต่อเรื่องบ้าน เรื่องที่ดินที่เค้ามี พูดอะไรก็ได้ที่โชว์พาวของตัวเอง55 ที่จริงบ้านญาติเราคนนี้3-4ล้าน แต่ก็เอามาพูดว่าทำนู้นทำนี้ไปเยอะ มีนู้นมีนี้ราคาเท่านั้นเท่านี้.. พี่พอลก็คุยด้วยโดยที่ก็ไม่ได้บอกอีกว่าบ้านที่เค้าซื้อตีเป็นเงินไทย25-30ล้าน 55555 เรานั่งฟังเค้าคุยกันก็ขำ ขำทั้งคู่เลย อีกคนก็พูดๆๆๆ อีกคนก็เออ ออ 5555555 มันตลกตรงที่เรามองคนเสมอภาคกันอยู่แล้ว ไม่เคยเอาเรื่องเงินมาพูดกับใครกับอะไรเลยทั้งนั้น มีแต่คนอื่นจะมาเสนอไรให้พวกเราฟัง55 คนบางคน เงินมันช่างมีอิทธิพลต่อเค้ามากเนอะ 5555 แต่ก็น่ารักดี คุยกันได้ก็คุยกันไป5555 น่ารักตรงที่พี่พอลไม่เคยถือเลย ไม่เคยมองว่าญาติเราอวดหรือพูดมากเลย คุยกันหลังไมค์ก็ขอโทษพี่พอลเค้า บอกคุยๆกับแกหน่อยเนอะ พี่เค้าก็บอกไม่เป็นไรเลย แลกเปลี่ยนประสบการณ์กัน พี่เค้าดันรู้สึกดีซะอีกที่ได้รู้อะไรมากมายเกี่ยวกับการใช้ชีวิตที่ไทย
พี่พอลน่ารักกับเรามาก.. น่ารักอย่างนี้มาตลอดเวลา7ปีแล้ว มีแต่ดีขึ้นๆ ไม่เคยใจร้อน ไม่เคยชวนทะเลาะ ไม่เคยขึ้นเสียง ไม่มีคำหยาบหลุดออกจากปากชายคนนี้เลย ไม่เคยให้คำสัญญาใดๆ แต่ทำทุกอย่างออกมาได้อย่างชัดเจนมาก ไม่เคยตะคอก ไม่เคยไร้เหตุผล ผลักดันเราไปในทางที่ดีตลอด พากินข้าวดูหนังทุกศุกร์ ไม่เคยสปอยเราด้วย แล้วเราก็ไม่เคยขออะไรจากเค้าเลย อยู่เมืองนอกค่าใช้จ่ายเยอะมาก เค้าเป็นคนที่ประหยัดมากแต่เค้าก็ยังดูแลเราอย่างดี ไม่เคยทำให้เราเอะใจอะไรเลย และก็ไม่อยากให้เราทำงานด้วย แต่ก็นะ..เราก็อยากทำงานที่เรารักอยู่ ต่อให้ทำงานที่ไม่ได้รัก ก็ไม่คิดจะอยู่บ้านสบายๆเป็นภาระใครอยู่แล้ว แหมๆ..เราก็อยากสร้างอณาจักรของเราบ้างเนอะๆ
มีอะไรหลายๆอย่างที่น่ารักในตัวเค้า อยากจะขอบคุณเค้าทั้งหมดนี้ แต่กลัวบอกหมดนี้แล้วจะลอยไปไหนต่อไหนเอา5555
ขอบคุณมากนะคะ ที่ทำให้ความสัมพันธ์ตลอดเวลาเกือบ7ปีมีแต่ความสมบูรณ์ มีแต่ความลงตัว มีแต่ความหนักแน่น ขอบคุณที่พี่มีแต่ให้กับให้ ขอบคุณในความดีและรักเดียวใจเดียวของพี่นะคะ
เรามีแพลนว่าจะแต่งงานกันอีก2ปีค่ะ พี่เค้ารอเก็บตังมาแต่งที่ไทย ไม่อยากใช้ตังของพ่อแม่เค้า แล้วก็รอเราหางานประจำทำด้วย
ลืมบอกไป ว่าพี่เค้ามาขอเรากับพ่อแม่ตั้งแต่2ปีที่แล้วแล้ว พ่อแม่เราทั้งคู่ดีใจกับเรามาก แล้วเราก็อาศัยอยู่ที่บ้านพ่อแม่พี่พอลมา4ปีแล้วค่ะ เหมือนใช้ชีวิตสามีภรรยาไปแล้ว พ่อแม่พี่พอลรักเรามาก อาจจะเป็นเพราะว่าเราอยู่ติดบ้าน แล้วก็แน่นอน เป็นแม่บ้านที่ดีด้วยนะคะ อิอิ พ่อแม่พี่พอลไม่ถือเรื่องมาอยู่ด้วยกันก่อนแต่งเลยค่ะ เราเคยเช่าบ้านอยู่ข้างนอกมาก่อน เช่าเดือนละ3หมื่น เค้าก็รักเราเหมือนลูกเลยแล้วตอนนั้นเราก็คบกันมานานแล้ว พ่อแม่พี่พอลก็เลยเห็นด้วยที่จะให้เรามาอยู่ด้วยกัน เป็นครอบครัวใหญ่ จะได้ประหยัดไป... ใช้ชีวิตแบบนี้ก่อนแต่งก็ดีนะคะ ผ่านการเป็นแม่บ้านมาแล้ว ซักผ้ารีดผ้า ทำกับข้าว ดูแลบ้าน ผ่านการใช้ชีวิตแบบสามีภรรยามาแล้ว.. เพราะถ้ามันwork มันก็ไปได้นาน แต่ถ้าอยู่ด้วยกันแล้วเรารับกันไม่ได้ด้วยการที่ต้องเห็นหน้ากันทุกวันแล้วทะเลาะกัน ก็ย้ายออกไป.. แต่ถ้าผ่านตรงนี้มาได้ เราก็หวังว่า ชีวิตหลังแต่งงานก็คงเรียบง่ายเหมือนวันนี้นะคะ
เพื่อนๆคนไหนมีแฟนน่ารักๆอย่างงี้ก็มาเล่าให้ฟังบ้างนะคะ