จะถามคำถามเกี่ยวกับน้ำ และสุขภาพ กับใคร ที่ไหนดีครับ

ผมเคยตั้งกระทู้มาแล้วครั้งหนึ่ง แต่ก็ยังไม่ได้คำตอบที่ทำให้ใจสงบได้ เลยพยายามจะเปลี่ยนคำถามเพื่อถามอีกรอบครับ

ประเด็นที่ผมสงสัยคือ
  1. หากน้ำประปาที่เราใช้ทุกวันนี้ไม่สามารถดื่มได้ ทำไมผมถึงเคยเห็นกรมอนามัยแนะนำให้ล้างจานชามด้วยน้ำประปาแล้วรอแห้ง (คือสงสัยว่า น้ำที่ดื่มไม่ได้ แต่ใช้ล้างจาน ช้อนส้อม แล้วเอามาตักอาหารเข้าปาก มันก็ทานเข้าไปอยู่ดี หรือหากมันเป็นปริมาณที่น้อยเกินไปจะไม่มีอันตราย? แบบนั้นหรือเปล่าครับ และหากเป็นแบบนั้น ปริมาณมากขนาดไหนถึงเรียกว่าอันตราย (การล้างมือเอง ขั้นตอนสุดท้ายก็ใช้น้ำประปาเหมือนกัน สุดท้ายก็หยิบของเข้าปาก)

  2. เวลาอาบน้ำถูสบู่เสร็จแล้ว แน่นอนว่าสะอาดได้พอๆกับประเทศที่น้ำประปาดื่มได้ แต่เมื่อล้างออก มันก็ต้องใช้น้ำประปา โดนผิวหนังเป็นขั้นสุดท้ายอยู่ดี ส่วนที่ดื่มกินไม่ได้ของน้ำประปาไม่เป็นอันตรายต่อผิว แต่หากมี Oral Sex (ขออนุญาติ) ล่ะครับ จะมีผลต่อสุขภาพรึปล่าว นั่นหมายความว่า สมมุติมีเพศสัมพันธุ์กับคนหลายๆคน ในประเทศที่น้ำประปาดื่มไม่ได้ กับ ดื่มได้เทียบกัน (สมมุติว่าทุกคนรักษาสุขอนามัยดีเท่ากันหมด แต่ใช้น้ำอาบตัวคนละแบบกัน)จะให้ผลกับสุขภาพต่างกันไหมครับ

  3. สมมุติฐานของผมมี 2 ความเป็นไปได้ คือ
        3.1 ความสะอาดของร่างกายหลังอาบน้ำเสร็จ ระหว่างน้ำดื่มได้กับไม่ได้ อาจเทียบได้กับ น้ำที่ดื่มได้คนละยี่ห้อ(คือมีปริมาณแบคทีเรียหรือสิ่งสกปรกต่างกัน แต่ยังอยู่ในเกณฑ์มาตรฐาน) เพราะเท่าที่ดูอายุขัยเฉลี่ยของแต่ละเมืองในโลกแล้ว แทบไม่น่ามีความเกี่ยวพันธุ์กับเรื่องนี้ แสดงว่า "การมีเพศสัมพันธุ์แบบ Oral กับกลุ่มคนที่ใช้น้ำอีกประเภทอาบ หรือใช้ในการประกอบอาหารและใช้ชีวิตประจำวัน มันก็ไม่น่าจะมีผลต่อสุขภาพ" เมืองที่น้ำประปาดื่มไม่ได้อย่างเซี่ยงไฮ้ ฮ่องกง ไทเป อายุขัยเฉลี่ยสูงเท่าสวิส เยอรมัน ญี่ปุ่น (ใกล้เคียง ลดหลั่นกันมากๆ)  
        3.2 ไม่มีมูลเลย น้ำที่ใช้ ไม่ว่าดื่มได้หรือไม่ เมื่อแห้งแล้วก็ถือว่าสะอาดเท่าเทียม(รึปล่าว)/ถ้างั้น สิ่งสกปรก หรือ ส่วนที่ดื่มกินไม่ได้ในน้ำนั่น หายไปไหน หมดเมื่อน้ำแห้งไป หรือมันหมดฤทธิ์หรือไม่ ผมลองศึกษาจุลินทรีย์และไวรัสหลายๆตัว พบว่าส่วนใหญ่ ไวรัสจะตายเร็วภายในไม่กี่นาที ส่วนแบคทีเรียนั้นแล้วแต่สายพันธุ์ บางพันธุ์อยู่ได้เป็นร้อยปีด้วยซ้ำ โดยเฉพาะตัวทำท้องร่วงอยู่ได้เป็นวันในที่แห้ง ส่วนสสารอื่นๆผมไม่ค่อยสนใจ อย่างเหล็ก หรือสนิม หรือสารอินทรีย์ ผมมองว่ามันมีให้สัมผัสง่ายๆอยู่แล้ว ทั้งพื้นผิววัตถุ เสื้อผ้า เครื่องหนัง เป็นต้น  

เหตุผลที่ผมมานั่งคิดคำถามพวกนี้ มันก็เหมือนตกหลุมพรางความคิดตัวเองครับ ออกไม่ได้ อันเดียวกับที่ผมเคยบอกไว้เมื่อกระทู้ที่แล้ว เหมือนเป็นโรคจิตอ่อนๆ รู้สึกว่า "ถ้าไม่รู้แล้วจะอยู่เป็นสุขไม่ได้" มีแรงขับเคลื่อนในตัวเองให้พยายามหา ทั้งๆที่อยากเอาสมองไปคิดเรื่องอื่น หรือพักเต็มทน มันจิตตก ไม่ว่าจะทำอะไร ดูสื่ออะไร ก็มีเรื่องน้ำเข้ามาเกี่ยวพันธุ์ได้ซะทุกอย่าง ผมรักษาตัวเองอยู่ทั้งทางจิตวิทยา ธรรมมะ และวิทยาศาสตร์ คำถามเหล่านี้คือต้นตอปัญหาของผมครับ ไม่รู้สิ มันเหมือนว่า ถ้าไม่รู้แล้ว การตีความในสมองจะบอกผมว่า "เราอยู่ในจุดที่วิกฤติ หรือไม่" "สิ่งที่เราเห็น สังคมที่เราเป็น จะทำยังไงให้มันดี เหมือนๆหรือเท่าเทียมกับประเทศอื่นๆที่ดี" "พวกเราเหมือนบุคคลชั้น 2 รึปล่าว ที่ยังไงๆก็ตัวสกปรกกว่า(เหมือนในหนังแฟนตาซีเลย)" รู้สึกเหมือน ถ้าเป็นแบบนั้นจริง คงโดนดูถูกตัวเอง จนกลัวมาก ไม่มีความหวังกับชีวิต นอกจากจะคิดหรือได้ข้อมูลเรื่องพวกนี้ ซึ่งก็ไม่ง่ายเลย ผมว่าคำถามพวกนี้ใกล้ตัวนะ แต่มันไม่มีให้หาได้ง่ายๆในเน็ต ทั้งภาษาอังกฤษ ไทย และญี่ปุ่น (ผมอ่านได้ 3 ภาษา) ส่วนใหญ่ไม่ลงลึกขนาดนี้ ยิ่งสืบไปเจอว่า การจัดอันดับ"คุณภาพชีวิต"สากล ยังรวมเรื่องน้ำประปาเข้าไปด้วยยิ่งหน้าเขียว จิตตกมากๆ เหมือนสิ่งที่กลัวเป็นจริง จะต้องย้ายไปอยู่ที่อื่น ซึ่งอันที่จริงผมก็รู้แหละว่ามันไม่ใช่ แต่ไม่มีหลักฐานหรือแนวคิดอะไรมายืนยันตรงนั้น ถ้าเลิกคิดอาจยอมรับ หรือเข้าใจความจริงเหมือนที่อยู่มาตั้งแต่เกิดได้อิสระเหมือนคนอื่นๆ แต่ก็ยังไม่เคยให้สมองได้พักได้เกิน 2 วัน มันทนไม่ได้จนต้องกลับมาวนเวียน กรรมหรือเปล่าไม่รู้ครับ
  หากว่ามีใคร ท่านไหน พอจะมีวิชา หรือสถานที่แนะนำให้ได้ข้อูล บุคคลไหนก็ได้ นักเคมี ผู้เชี่ยวชาญเรื่องน้ำ หรือนักจิตวิทยาก็ได้(ผมยอมรับว่าตัวเองประสาทนิดๆ) รบกวนแบ่งปันเป็นวิทยาทานด้วยนะครับ ขอบคุณครับผม
แสดงความคิดเห็น
โปรดศึกษาและยอมรับนโยบายข้อมูลส่วนบุคคลก่อนเริ่มใช้งาน อ่านเพิ่มเติมได้ที่นี่