มีคนบอกว่า " ถ้าหากเรารักกันมากพอ ระยะทางก็ไม่ใช่ปัญหาหรอก " ประโยคนี้อาจจะจริงสำหรับใครบางคน และก็อาจจะไม่จริงสำหรับใครอีกหลายคนเหมือนกัน
มันเริ่มต้นตั้งแต่สมัยผมกำลังจะเรียนจบ ปวช.3 แล้วกำลังเข้าเรียนวิศวะอยู่ที่มหาลัยแห่งหนึ่ง ที่ติดทะเล มีเขาที่มีลิงอยู่มากมาย 5555 ไม่รู้เล๊ยว่าที่ไหน ผมได้รู้จักผู้หญิงคนนึง อาจบอกได้เลยว่าเธอผมชอบเธอตั้งแต่ผมได้เจอเธอครั้งแรก แบบเห็นหน้าแล้วอึ้งไป 5 วินาที เธออายุมากกว่าผม 1 ปี เป็นคนหน้ารักสเปคผมเลย สไตล์เด็กเรียน หมวยๆ ตาชั้นเดียว ผิวขาว ตัวเล็ก ผมยาว เอิ่มมม.. แต่ตอนเจอเธอครั้งแรกนั้นผมมีแฟนอยู่แล้วนะครับ (อดไปมึ...) แต่ผมก็ไม่ได้จะคิดนอกใจแฟนเลยนะ ผมไปรู้จักกับเธอได้เพราะแฟนผมในตอนนั้นนี้แหละแนะนำหลังจากนั้นผมก็ไม่ค่อยได้เจอกับเธออีก จนมันเกิดเรื่องๆ นึงขึ้น เพื่อนสนิทของผมที่รู้จักกันมาตั้งแต่ ม.1 (ถ้ามันมาอ่านมันจะรู้ไหมเนี้ยว่าเป็นมัน ฮ่าๆๆ) มันแอบไปคุยกับแฟนของผม ผมรู้ตัวจากการสังเกตุพฤติกรรมของแฟนผมที่ค่อยๆเปลี่ยนไป จนจับได้ในที่สุด ไม่อยากพูดถึงมาก เอาเป็นว่าก็ร้องไห้ฟูมฟายสิครับ เสียทั้งเพื่อนและแฟน พยายามทำทุกอย่างให้ตัวเองดีขึ้น พยายามใช้เวลาอยู่กับเพื่อน อยู่กับแม่ แต่เรื่องทั้งหมดจะเกิดขึ้นต่อจากนี้แหละ
ผมมีโอกาสได้เจอและได้คุยกับเธออีก เธอเป็นคนใจดี ช่วงที่ผมเอาแต่เสียใจก็มีแต่เธอนี้แหละที่ชวนผมออกไปโน่นไปนี้ (ไม่ได้ไปกันสองคนนะครับ มีเพื่อนของเธออีก 2-3 คนตลอด) ทำให้ผมรู้สึกดีขึ้นเพราะการอยู่คนเดียวเป็นอะไรที่ยากมาก สำหรับตอนนั้น ก็คนพึ้งอกหักเป็นครั้งแรกเนอะะ ช่วงที่เป็นช่วงก่อนมหาลัยเปิดพอดี ผมก็เลยมีเวลาว่างมาก ตอนนี้เราเป็นเพื่อนที่ดีต่อกันมีอะไรก็ช่วยแก้ปัญหาให้ตลอด ด้วยความที่ผมเรียน ปวช.ช่างไฟมาและด้วยความรู้ด้านคอมพิวเตอร์ที่เรียนรู้เองแบบงูๆปลาๆ มา ผมก็กลายเป็นช่างประจำตัวและช่างประจำบ้านเธอไปโดยปริยาย เธอเช่าเป็นบ้านพักอยู่กับเพื่อนครับ เวลาผ่านไปหลายเดือนอาการของผมก็เริ่มดีขึ้น พร้อมกับความรู้สึกชอบเธอที่มากขึ้นเรื่อยๆ จนผมตัดสินใจบอกชอบเธอออกไป ด้วยความกล้าๆกลัวๆ เธอตอบว่า " ก็ลองดูๆกันไปก่อน " แค่คำนี้ก็ทำให้ผมดีใจมาก ถึงมากที่สุดแล้วครับ 55555 แล้วเราก็เริ่มขยับความสัมพันธ์จากเพื่อน ก็เริ่มสนิทขึ้น แล้วก็เริ่มที่จะพิเศษขึ้นมา เราทำอะไรร่วมกันหลายอย่าง ชวนกันไปใส่บาตรตอนเช้า ไปวิ่งด้วยกันตอนเย็น ไปนั่งชายทะเลด้วยกันตอนค่ำๆ ไม่ว่าอะไรเราก็จะไปทำด้วยกันตลอด ตามประสาเด็กมหาลัย เมื่อผมเปิดเทอมกลายเป็นเฟรชชี่ใสๆ ปี 1 เธอก็ให้คำแนะนำหลายๆอย่างในฐานะรุ่นพี่ ยิ่งเวลาผ่านไป เราก็ยิ่งสนิทกันมากขึ้น จนผ่านมา 1 ปี ด้วยสถานะที่ลองดูๆกันไป จนเธอยอมที่จะเป็นแฟนของผม เวลาผ่านไป ผมเริ่มมีปัญหาเรื่องเรียนไม่ทันเพราะไม่ได้ผ่านมัธยมมาเหมือนคนอื่นๆ พื้นฐานเลยไม่แน่นพอ หลังจากที่ลองพยายามดูแล้วผมเลยตัดสินใจที่จะซิ่ว ตอนนั้นเป็นอะไรที่เคว้งคว้างมากไม่รู้จะไปเรียนอะไรต่อดี ผมจึงตัดสินใจเปลี่ยนแนวไปเลย ผมสนใจคณะนิเทศแล้วผมเห็นว่าคณะนิเทศที่ ม.กรุงเทพ ดีมาก ประกอบกับแม่ของผมที่สนับสนุน ผมจึงตัดสินใจมาเข้าที่นี้แหละ
ตอนนี้ผมก็เริ่มมาไกลบ้าน จากคนที่ไม่เคยได้ไปอยู่ที่ไหนไกลๆบ้านเลย ช่วงแรกๆที่ผมมาอยู่หอพัก ผมกับแฟนเราก็คุยกันดีโทรหากันตลอด เวลาผ่านไปเราเริ่มคุยกันน้อยลง ผมเจอเพื่อนใหม่ ได้อยู่ในสถานที่ใหม่ๆ มีคนน่ารักมากมาย ผมบอกเลิกเธอไปผ่านทางโทรศัพท์อย่างเห็นแก่ตัว แต่...เสียงเธอไม่ได้โกรธผมเลย เหมือนเธอรู้อยู่แล้วว่าวันนี้ผมโทรมาทำไม เธอบอกเธอเข้าใจ แล้วก็วางสายไป วันต่อมา ผมได้เปิดดู Instagrams ขอเธอ ผมตกใจมาก! เธอตัดผมยาวๆ ของเธอออกจนสั้น ทำให้ผมรู้สึกผิดมากๆ แต่ว่า..ผมไม่กล้าจะโทรไปหาเธออีกแล้ว ผ่านมา 3 เดือน ผมรวบรวมความกล้าทักเธอผ่านเฟสบุ๊คไป ผมพยายามง้อเธอทุกอย่าง พยายามขอโอกาส จนตอนนี้ผมรู้สึก ว่าผมทำผู้หญิงที่ดีที่สุดหลุดมือไปแล้ว ผมเป็นฝ่ายลืมเธอไม่ได้เอง เราถอยกลับมาเป็นเพื่อนกัน ผมพยายามง้อเธอมาตลอด 1 ปี แต่ก็แห้ววว เธอไม่ได้สนใจผมแล้ว เมื่อผมขึ้นปีสอง ผมก็พยายามคบกับคนอื่นโดยที่อยากจะลืมเค้าไปให้ได้ ช่วงนี้ผมคบกับใครหลายคนมากๆ คบๆ เลิกๆ ส่วนมากก็คบกันได้ไม่นาน ตอนนี้ผมไม่ได้คุยกับเธออีกแล้ว ไม่ได้ติดตามทางเฟสบุ๊ค หรือ อินสตาแกรม อีกเลย
จนเวลาผ่านมาผมอยู่ ปี 3 ปลายๆ เธอทักมาหาผมทางเฟสบุ๊ค ตอนนี้เธอกำลังจะรับปริญญาแล้ว แล้วผมเคยสัญญาไว้ว่าจะไปถ่ายรูปให้ (ผมเคยรับงานเป็นช่างภาพอยู่ครับ) เราเลยโทรคุยกันเรื่องวันเวลา เมื่อผมได้ยินเสียง ตอนนี้ความรู้สึกทุกอย่างกลับมาหาผมหมดเลยครับ ทุกอย่างที่ผมพยายามจะลืมมันไป ผมจำมันได้ผ่านเสียงที่น่ารักของเธอ เราคุยกันหลายเรื่องมากตามประสาคนที่ไม่ได้คุยกันนาน แต่มันอดไม่ได้จริงๆที่จะถาม ว่าเธอมีใครแล้วหรือยัง เมื่อเธอบอกว่า "ยัง" ความหวังลมๆแล้งๆของผมมันเริ่มเป็นจริงขึ้นมาครับ เธอให้โอกาสผมอีกครั้ง ผมดีใจมาก ดีใจสุดๆ จนผมไปถ่ายรูปรับปริญญาให้เธอเสร็จ ความสัมพันธ์ของเราก็เริ่มกลับมาดีขึ้นเรื่อยๆ ตอนนี้เรากลับมาเป็นแฟนกันเหมือนเดิม ไปเที่ยวด้วยกัน ใช้เวลาทำอะไรๆด้วยกันเหมือนเดิม ผมไม่มีทางปล่อยมือจากเธออีกแล้วครับ
ผมกลายเป็นผู้ชายที่มีความสุขที่สุดในโลกไปแล้ว
ใครที่กำลังจะเลิกกับแฟนเพียงเพราะแค่ไกลกัน ลองคิดดูใหม่อีกทีนะครับ อาจไม่ใช่ตัวเลือกที่ดีก็ได้นะ
จากประสบการณ์ของคนที่ทำสิ่งสำคัญที่สุดหายไป.....
มันเริ่มต้นตั้งแต่สมัยผมกำลังจะเรียนจบ ปวช.3 แล้วกำลังเข้าเรียนวิศวะอยู่ที่มหาลัยแห่งหนึ่ง ที่ติดทะเล มีเขาที่มีลิงอยู่มากมาย 5555 ไม่รู้เล๊ยว่าที่ไหน ผมได้รู้จักผู้หญิงคนนึง อาจบอกได้เลยว่าเธอผมชอบเธอตั้งแต่ผมได้เจอเธอครั้งแรก แบบเห็นหน้าแล้วอึ้งไป 5 วินาที เธออายุมากกว่าผม 1 ปี เป็นคนหน้ารักสเปคผมเลย สไตล์เด็กเรียน หมวยๆ ตาชั้นเดียว ผิวขาว ตัวเล็ก ผมยาว เอิ่มมม.. แต่ตอนเจอเธอครั้งแรกนั้นผมมีแฟนอยู่แล้วนะครับ (อดไปมึ...) แต่ผมก็ไม่ได้จะคิดนอกใจแฟนเลยนะ ผมไปรู้จักกับเธอได้เพราะแฟนผมในตอนนั้นนี้แหละแนะนำหลังจากนั้นผมก็ไม่ค่อยได้เจอกับเธออีก จนมันเกิดเรื่องๆ นึงขึ้น เพื่อนสนิทของผมที่รู้จักกันมาตั้งแต่ ม.1 (ถ้ามันมาอ่านมันจะรู้ไหมเนี้ยว่าเป็นมัน ฮ่าๆๆ) มันแอบไปคุยกับแฟนของผม ผมรู้ตัวจากการสังเกตุพฤติกรรมของแฟนผมที่ค่อยๆเปลี่ยนไป จนจับได้ในที่สุด ไม่อยากพูดถึงมาก เอาเป็นว่าก็ร้องไห้ฟูมฟายสิครับ เสียทั้งเพื่อนและแฟน พยายามทำทุกอย่างให้ตัวเองดีขึ้น พยายามใช้เวลาอยู่กับเพื่อน อยู่กับแม่ แต่เรื่องทั้งหมดจะเกิดขึ้นต่อจากนี้แหละ
ผมมีโอกาสได้เจอและได้คุยกับเธออีก เธอเป็นคนใจดี ช่วงที่ผมเอาแต่เสียใจก็มีแต่เธอนี้แหละที่ชวนผมออกไปโน่นไปนี้ (ไม่ได้ไปกันสองคนนะครับ มีเพื่อนของเธออีก 2-3 คนตลอด) ทำให้ผมรู้สึกดีขึ้นเพราะการอยู่คนเดียวเป็นอะไรที่ยากมาก สำหรับตอนนั้น ก็คนพึ้งอกหักเป็นครั้งแรกเนอะะ ช่วงที่เป็นช่วงก่อนมหาลัยเปิดพอดี ผมก็เลยมีเวลาว่างมาก ตอนนี้เราเป็นเพื่อนที่ดีต่อกันมีอะไรก็ช่วยแก้ปัญหาให้ตลอด ด้วยความที่ผมเรียน ปวช.ช่างไฟมาและด้วยความรู้ด้านคอมพิวเตอร์ที่เรียนรู้เองแบบงูๆปลาๆ มา ผมก็กลายเป็นช่างประจำตัวและช่างประจำบ้านเธอไปโดยปริยาย เธอเช่าเป็นบ้านพักอยู่กับเพื่อนครับ เวลาผ่านไปหลายเดือนอาการของผมก็เริ่มดีขึ้น พร้อมกับความรู้สึกชอบเธอที่มากขึ้นเรื่อยๆ จนผมตัดสินใจบอกชอบเธอออกไป ด้วยความกล้าๆกลัวๆ เธอตอบว่า " ก็ลองดูๆกันไปก่อน " แค่คำนี้ก็ทำให้ผมดีใจมาก ถึงมากที่สุดแล้วครับ 55555 แล้วเราก็เริ่มขยับความสัมพันธ์จากเพื่อน ก็เริ่มสนิทขึ้น แล้วก็เริ่มที่จะพิเศษขึ้นมา เราทำอะไรร่วมกันหลายอย่าง ชวนกันไปใส่บาตรตอนเช้า ไปวิ่งด้วยกันตอนเย็น ไปนั่งชายทะเลด้วยกันตอนค่ำๆ ไม่ว่าอะไรเราก็จะไปทำด้วยกันตลอด ตามประสาเด็กมหาลัย เมื่อผมเปิดเทอมกลายเป็นเฟรชชี่ใสๆ ปี 1 เธอก็ให้คำแนะนำหลายๆอย่างในฐานะรุ่นพี่ ยิ่งเวลาผ่านไป เราก็ยิ่งสนิทกันมากขึ้น จนผ่านมา 1 ปี ด้วยสถานะที่ลองดูๆกันไป จนเธอยอมที่จะเป็นแฟนของผม เวลาผ่านไป ผมเริ่มมีปัญหาเรื่องเรียนไม่ทันเพราะไม่ได้ผ่านมัธยมมาเหมือนคนอื่นๆ พื้นฐานเลยไม่แน่นพอ หลังจากที่ลองพยายามดูแล้วผมเลยตัดสินใจที่จะซิ่ว ตอนนั้นเป็นอะไรที่เคว้งคว้างมากไม่รู้จะไปเรียนอะไรต่อดี ผมจึงตัดสินใจเปลี่ยนแนวไปเลย ผมสนใจคณะนิเทศแล้วผมเห็นว่าคณะนิเทศที่ ม.กรุงเทพ ดีมาก ประกอบกับแม่ของผมที่สนับสนุน ผมจึงตัดสินใจมาเข้าที่นี้แหละ
ตอนนี้ผมก็เริ่มมาไกลบ้าน จากคนที่ไม่เคยได้ไปอยู่ที่ไหนไกลๆบ้านเลย ช่วงแรกๆที่ผมมาอยู่หอพัก ผมกับแฟนเราก็คุยกันดีโทรหากันตลอด เวลาผ่านไปเราเริ่มคุยกันน้อยลง ผมเจอเพื่อนใหม่ ได้อยู่ในสถานที่ใหม่ๆ มีคนน่ารักมากมาย ผมบอกเลิกเธอไปผ่านทางโทรศัพท์อย่างเห็นแก่ตัว แต่...เสียงเธอไม่ได้โกรธผมเลย เหมือนเธอรู้อยู่แล้วว่าวันนี้ผมโทรมาทำไม เธอบอกเธอเข้าใจ แล้วก็วางสายไป วันต่อมา ผมได้เปิดดู Instagrams ขอเธอ ผมตกใจมาก! เธอตัดผมยาวๆ ของเธอออกจนสั้น ทำให้ผมรู้สึกผิดมากๆ แต่ว่า..ผมไม่กล้าจะโทรไปหาเธออีกแล้ว ผ่านมา 3 เดือน ผมรวบรวมความกล้าทักเธอผ่านเฟสบุ๊คไป ผมพยายามง้อเธอทุกอย่าง พยายามขอโอกาส จนตอนนี้ผมรู้สึก ว่าผมทำผู้หญิงที่ดีที่สุดหลุดมือไปแล้ว ผมเป็นฝ่ายลืมเธอไม่ได้เอง เราถอยกลับมาเป็นเพื่อนกัน ผมพยายามง้อเธอมาตลอด 1 ปี แต่ก็แห้ววว เธอไม่ได้สนใจผมแล้ว เมื่อผมขึ้นปีสอง ผมก็พยายามคบกับคนอื่นโดยที่อยากจะลืมเค้าไปให้ได้ ช่วงนี้ผมคบกับใครหลายคนมากๆ คบๆ เลิกๆ ส่วนมากก็คบกันได้ไม่นาน ตอนนี้ผมไม่ได้คุยกับเธออีกแล้ว ไม่ได้ติดตามทางเฟสบุ๊ค หรือ อินสตาแกรม อีกเลย
จนเวลาผ่านมาผมอยู่ ปี 3 ปลายๆ เธอทักมาหาผมทางเฟสบุ๊ค ตอนนี้เธอกำลังจะรับปริญญาแล้ว แล้วผมเคยสัญญาไว้ว่าจะไปถ่ายรูปให้ (ผมเคยรับงานเป็นช่างภาพอยู่ครับ) เราเลยโทรคุยกันเรื่องวันเวลา เมื่อผมได้ยินเสียง ตอนนี้ความรู้สึกทุกอย่างกลับมาหาผมหมดเลยครับ ทุกอย่างที่ผมพยายามจะลืมมันไป ผมจำมันได้ผ่านเสียงที่น่ารักของเธอ เราคุยกันหลายเรื่องมากตามประสาคนที่ไม่ได้คุยกันนาน แต่มันอดไม่ได้จริงๆที่จะถาม ว่าเธอมีใครแล้วหรือยัง เมื่อเธอบอกว่า "ยัง" ความหวังลมๆแล้งๆของผมมันเริ่มเป็นจริงขึ้นมาครับ เธอให้โอกาสผมอีกครั้ง ผมดีใจมาก ดีใจสุดๆ จนผมไปถ่ายรูปรับปริญญาให้เธอเสร็จ ความสัมพันธ์ของเราก็เริ่มกลับมาดีขึ้นเรื่อยๆ ตอนนี้เรากลับมาเป็นแฟนกันเหมือนเดิม ไปเที่ยวด้วยกัน ใช้เวลาทำอะไรๆด้วยกันเหมือนเดิม ผมไม่มีทางปล่อยมือจากเธออีกแล้วครับ
ใครที่กำลังจะเลิกกับแฟนเพียงเพราะแค่ไกลกัน ลองคิดดูใหม่อีกทีนะครับ อาจไม่ใช่ตัวเลือกที่ดีก็ได้นะ