ฉันไม่ได้บ้า แค่กล้าออกมาทำตามความฝัน กับเกษตรพอเพียง 180 ตารางวา

สวัสดีค่ะ
จริงๆ เราเล่นพันทิปมานานมาก แต่ส่วนมากจะเข้ามาอ่านมากกว่า
ช่วงนี้ได้ออกมาทำตามความฝัน 4 เดือนแล้ว ก็เลยอยากมาแชร์ประสบการณ์ให้เพื่อนๆ อ่านกันค่ะ

ที่ขึ้นจั่วหัวเรื่องแบบเปิดประเด็นแบบนี้ แปลว่ามันต้องมีที่มาที่ไปแน่นอน
ให้คนลองพิจารณาเอาเองแล้วกัน ว่าเราบ้าอย่างที่เขาว่ากันหรือเปล่า

มาเริ่มเรื่องเลยดีกว่าค่ะ ตอนแรกเรากับสามีก็เป็นคนปกติ ที่ไปทำงานในบริษัทเหมือนคนอื่นๆ
เป็นบริษัทรับทำคลังสินค้าและขนส่งขนาดใหญ่ มีหลายสาขา
ชื่อบริษัทเป็นภาษาอังกฤษสามตัว ขึ้นต้นด้วยตัว D (แบบว่าเดายากมากเลย)
เราเป็นซุปเปอร์ไวเซอร์แผนกขนส่ง ส่วนแฟนเป็นซุปเปอร์ไวเซอร์แผนกปฏิบัติการ
คนปกติจะเข้างานแปดโมงเช้า เลิกงานห้าโมงเย็น หรือถ้ามีโอทีทำก็เลิกสองทุ่ม
หรือถ้าวันไหนเข้ากะดึก ก็เข้าสองทุ่ม เลิกงานตีห้า ถ้ามีโอทีทำก็เลิกแปดโมงเช้า
เงินเดือนออกทุกวันที่ 28 ของทุกเดือน เดือนไหนตรงวันเสาร์ อาทิตย์ ก็เลื่อนมาออกวันศุกร์
เงินเดือนสองคนรวมโอทีก็เกินครึ่งแสน บางเดือนขยันมากๆ ก็เกือบแสน เราใช้ชีวิตแบบคนปกติวนเวียนอยู่แบบนี้ห้าปี

เราเริ่มเป็นคนไม่ปกติตอนมาสนใจเรื่องการทำเกษตร อยากทำสวน ปลูกผัก เลี้ยงปลา เลี้ยงไก่
หนังสือที่ซื้อก็เปลี่ยนจากหนังสือแฟชั่นหัวนอก มาเป็นนิตยสารเกษตร เคล็ดลับการปลูกผักปลูกผลไม้ การทำเกษตรอินทรีย์ การทำน้ำหมักไว้ใช้เอง
และบริโภคข้อมูลจากอินเตอร์เน็ตทุกเรื่องที่เกี่ยวกับเกษตร
เงินที่ซื้อกระเป๋ารองเท้าแพงๆ ก็เปลี่ยนเป็นซื้อต้นไม้ พันธ์ไม้ เมล็ดผักผลไม้มาสะสม

และตอนที่เรากลายเป็นคนบ้าก็คือ
ตอนที่เราสองคนยื่นใบลาออกจากบริษัทเพื่อมาทำศูนย์เรียนรู้เกษตรพอเพียง ที่จังหวัดขอนแก่น
ตอนนั้นใครได้รู้ก็พูดเป็นเสียงเดียวกันเลยว่าเราบ้าแน่ๆ บ้าแบบกู่ไม่กลับ
คนที่ห่วงที่สุดก็คือพ่อแม่และครอบครัว เพราะรู้ว่าพวกเราไม่เคยลำบาก
เคยทำงานในห้องแอร์สบายๆ วันๆ จับแต่ปากกาเซ็นต์เอกสาร จับคอมพิวเตอร์พิมพ์รายงานนิดๆ หน่อยๆ
แต่จะไปจับจอบจับเสียม จะทำได้ยังไง มีแต่จะไปไม่รอดตั้งแต่เริ่มคิดแล้ว แต่เราสองคนก็ไม่เปลี่ยนใจ เพราะความตั้งใจเกินร้อยแล้ว

โลโก้ที่คิดเอง ระหว่างที่ความตั้งใจพลุ่งพล่าน 555
แสดงความคิดเห็น
Preview