รู้สึกเหมือนกำลังจะโดนเกย์ที่เป็นเพื่อนสนิทแย่งแฟนคะ

สวัสดีคะ ขอแทนนามสมมุติของตัวเองว่าแอนนะคะ ก่อนอื่นต้องบอกก่อนว่าการที่แอนมาตั้งกระทู้ในครั้งนี้ไม่ได้ต้องการพาดพิงใคร หรือทำให้ใครเสียชื่อเสียง เรื่องทั้งหมดเกิดขึ้นจากชีวิตของแอนจริงๆ และอยากแชร์ให้คนอื่นๆได้รับรู้ ถ้าใครสามารถช่วยให้คำแนะนพได้ก็จะเป็นประโยชน์มากเลยคะ เรื่องเกิดขึ้นเมื่อ สี่ปีก่อน แอนมีเพื่อนอยู่อยู่คนนึงคะ เราไม่ได้สนิทกันมากมาย แต่ก็คุยกันเรื่อยๆ แลกเปลี่ยนเรื่องราวชีวิตกันบ้างนานๆครั้ง ขอแทนนามสมมุติว่าคุณ พี นะคะ พีเป็นเกย์คนนึงที่หน้าตาดีบุคลิกดีคะ เมื่อสี่ปีที่แล้วตอนเราคุยกันบ้าง ไปไหนด้วยกันบ้าง แอนก็พอรู้คะว่าเขาเป็นคนที่รู้จักคนเยอะ และคนนอกก็รู้จักเขาเยอะ มีคนติดตามเขาในสื่อโซเชียลเยอะพอสมควร แล้ววันนึงคุณพีชวนแอนไปทานข้าวที่ร้านนึงโดยที่คุณพีบอกว่าเดี๋ยวจะมีเพื่อนผู้ชายมาอีกคนนึง จะแนะนำให้รู้จัก พอเราองคนไปถึงที่ร้านไม่นานคนๆนั้นก็มาตามนัดคะ พีแนะนำให้เราสองคนรู้จักกัน ขออนุญาตแทนนามสมมุติว่าคุณ เอ นะคะ บอกตามตรงคะว่าครั้งแรกที่เจอก็รู้สึกประทับใจในตัวคุณเอมาก เป็นผู้ชายที่มีเสน่ห์สุภาพ โดยรวมก็ดูดีเลยทีเดียวคะ ตอนนั้นแอนก็โสดอยู่นะคะ ในใจก็คิดว่าเราน่าจะพัฒนาความสัมพันธ์กันได้ แต่ติดอยู่ตรงที่ว่า ตัวแอนเองรู้สึกไม่แน่ใจในความสัมพันธ์ของคุณพี และคุณเอ แม้คุณพีจะบอกว่าเป็นแค่เพื่อน แต่เท่ารู้คุยแอนทราบว่าทั้งสองคนรู้จักกันมาประมาณ สี่ถึงห้าปี โดยที่คุณเอจะไปกลับต่างประเทศอยู่บ่อยๆเพราะเขายังเรียนอยู่ เรามีการแลกไลน์กันเพราะคืนนั้นมีการถ่ายรูปกันจากหลายๆเครื่อง เป็นโชคดีของแอนคะที่จะได้สานต่อความสัมพันธ์แม้ในใจก็ยังหวั่นๆว่าเขาจะเป็นผู้ชายแท้ๆหรือไม่ หลังจากคืนวันนั้นแอนก็คอยส่งไลน์คุยกับคุณเอเรื่อยๆ รู้สึกได้ว่าเขาเป็นคนน่ารักมาก คุยด้วยแล้วสบายใจ แต่ก็บ่อยครั้งเขามักจะพูดถึงคุณพีอยู่เรื่อยๆ ดูเขาชื่นชมคุณพีมาก ก็ทำให้แอนหวั่นๆอยู่บ้าง
    พอคุยกันมากขึ้นเรื่อยๆ แอนกับคุณเอก็มีโอกาสได้ออกมาเจอกัน ไปดูหนังทานข้าวกัน เขาก็ดูเป็นผู้ชายปกตินะคะ ไม่ได้มีอาการตุ้งติ้ง แต่เป็นผู้ชายที่เนี๊ยบและแต่งตัวดีมาก  แต่มีเรื่องที่แอนแปลกใจคะ เพราะครั้งแรกที่แอนออกมาเจอกับคุณเอ แอนได้โทรไปเล่าให้คุณพีฟัง สิ่งที่แอนแปลกใจคือน้ำเสียงของคุณพีดูแปลกๆไปหลังจากรู้ว่าแอนออกมากับคุณเอ เสียงดูเหมือนจะไม่พอใจแต่ก็ไม่ได้ต่อว่าอะไรแอนนะคะ แอนเพียงแค่โทรไปถาม ให้คุณพีแนะนำร้านอาหาร เพราะตอนนั้นแอนกับคุณเอเลือกไปถูกจริงๆว่าจะไปทานข้าวที่ไหนกัน แอนเจอกับคุณเอได้ครั้งสองครั้ง คุณเอก็มีอาการแปลกๆไปแล้วบ่นว่าคุณพีหายไป ติดต่อไม่ได้เลย ส่งไลน์ไปก็ไม่อ่าน  เขาดูเครียดมากๆ แล้วหลังจากนั้นแอนก็ได้เจอกับคุณเอน้อยลงคะ จนแทบไม่ได้เจอกันเลย ไลน์คุยกันก็ไม่ค่อยได้คุยเยอะเหมือนที่เคย ตอนนั้นแอนก็คิดไปต่างๆนาๆคะว่าแอนทำอะไรผิดหรือทำอะไรให้ไม่ถูกใจเขารึเปล่า แอนลองปรึกษาเพื่อนสนิท เพื่อนสนิทแอนก็บอกว่าเขาสองคน (คุณพีกับคุณเอ) อาจมีความสัมพันธ์บางอย่างที่ปิดไว้ ซึ่งในใจแอนลึกๆก็แอบคิดแบบนั้นเหมือนกันคะ พอเพื่อนบอกแอนเลยตัดสินใจทดลองอะไรบางอย่าง แอนลองโทรไปหาคุณพีคะ ชวนคุยเรื่องทั่วไปและพยายามทำเสียงเบาๆจนคุณพีถามแอนว่าอยู่ไหนทำไมถึงคุยกระซิบจัง แอนเลยบอกไปว่าบ้านคุณเอคะ (ซึ่งจริงๆแล้วไม่ได้อยู่นะคะ แค่อยากลองใจ)...  ทันใดนั้นเสียงคุณพีก็เปลี่ยนไปเหมือนครั้งก่อนไม่มีผิดเลยคะ น้ำเสียงดูไม่พอใจและเย็นชา พยายามจะตัดบทและวางสาย  หลังจากวางสาย แอนมานั่งทบทวนทุกอย่างก็เริ่มมีความเชื่อเรื่องที่เคยคาดเดาไว้บ้างแล้ว  หลังจากนั้นไม่นาน คุณพีและคุณเอก็ลงรูปคู่กันในสถานที่ต่างๆ ไปเที่ยวด้วยกันในหลายๆที่ ไปดูคอนเสิร์ต วันเกิดของคุณเอ เขาก็ไปทะเลกันสองคน และอีกหลายๆอย่าง ซึ่งไปกันเพียงสองคน คงมี หลายๆคนที่คิดเหมือนแอน เพราะเท่าที่ดูรูปผ่าน Instagram ของคุณพีซึ่งมีคนติดตามเยอะมาก คนก็จะเข้ามาแซวกันหลายคนรวมถึงเพื่อนๆที่เขาสนิทด้วย และทั้งสองคนก็ไม่ได้ติดต่ออะไรมาหาแอนเลย แอนอาจเป็นคนไม่ดีนะคะที่รู้สึกอิจฉาเพื่อนเล็กๆ ว่าทำไมเขาถึงได้คนดีๆแบบคุณเอไป ทุกครั้งที่คุณพีลงรูปมักจะลงหลังจากที่แอนลงรูปต่างๆใน Instagram ของแอนเอง จนแอนอดคิดไม่ได้ว่าหรือเขาพยายามจะตอกย้ำ หรือให้แอนเห็นรึเปล่า
    จนถึงวันที่คุณเอจะกลับไปเรียนต่อ แอนเห็นเพียงภาพผ่านทาง Instagram คะ มีเพื่อนสนิทของคุณเอไปส่งที่สนามบินมากมาย ทุกคนถ่ายรูปรวมกันเป็นหมู่ แต่น่าแปลกที่อีกรูปเป็นรูปคุณพีและคุณเอคู่กันแค่สองคน แอนเริ่มมั่นใจแล้วคะว่าสองคนนี้ต้องมีอะไรบางอย่างแน่ๆ
ระหว่างคุณเอกลับไปเรียน แอนก็ส่งไลน์ไปคุยบ้างเป็นครั้งคราว แต่เรื่องเดียวที่อยู่ในใจก็คือ อยากทราบว่าคุณเอ เป็นผู้ชายแท้ๆหรือเป็นเกย์กันแน่  แอนใช้เวลาอยู่นานคะกว่าจะกล้าส่งไปถาม แต่พอแอนส่งไปถามคำตอบที่ได้กลับเป็นความว่างเปล่า ไม่รู้ว่าเขาโกรธแอนรึเปล่านะคะ แต่เขาเงียบหายไปเลยตั้งแต่วันนั้น ตอนนี้แอนเชื่อสนิทใจว่าเขาคงไม่ใช่ชายแท้แน่ๆ แม้จะเคยได้ยินเรื่องราวที่เขาเคยคบกับผู้หญิงมาก็ตาม
เวลาผ่านไปหนึ่งปีไวมา คุณเอเดินทางกลับมาเมืองไทยอีกครั้ง ไม่แปลกใจเลยคะว่าวันแรกที่เขาถึงไทยเขาจะต้องไปเจอใคร เย็นวันนั้นคุณพีอัพรูปภาพใน Instagram ว่าไปทานข้าวกับคุณเอที่ถึงไทยได้ไม่กี่ชั่วโมง  แอนเองก็เกือบๆจะลืมเรื่องนี้ไปแล้วจนกระทั้งได้เห็นรูปนี้  แอนเลยทักไลน์คุณเอไปว่ากลับมาไทยแล้วให้นัดทานข้าวกัน ชวนคุณพีมาด้วยกัน เขาเองก็ตอบตกลงคะ  หนึ่งปีที่คุณเอกลับไปเรียน แอนกับคุณพีไม่ได้ติดต่อกันเลยคะ และดูเหมือนคุณเอก็จะไม่ทราบเรื่องนี้ด้วย เพียงไม่กี่วันเราสามคนก็ได้เมานั่งทานข่าวด้วยกันตามที่นัดไว้ แอนเป็นคนเลือกร้านเองคะ เป็นร้านที่คุณเอกับแอนเคยมาทานด้วยกันปีที่แล้ว  แอนไปถึงที่ร้านก่อนส่วนคุณเอและคุณพีเข้ามาในร้านพร้อมกันคะ ทั้งสองคนดูสดใสมาก ดูมีความสุขมากจริงๆ แต่สิ่งที่แปลกไปก็คือแววตาที่คุณพีมองมาที่แอนมันไม่เหมือนเพื่อนคนเดิมที่เคยมอง  ถ้าคุณพีมีความสัมพันธ์เกินเพื่อนกับคุณเอจริงคงจะรู้แล้วว่าแอนเองก็ชอบคุณเออยู่เหมือนกัน  แอนคุยกับคุณเอย้อนความหลังไปถึงปีที่แล้วที่แล้วที่เราเคยมาทานอาหารกันที่นี่  ระหว่างนั้นแอนก็เช็คสีหน้าของคุณพีไปด้วย แทบไม่ต้องสังเกตเลยคะว่าคุณพีดูไม่พอใจอย่างมาก แม้เขาจะไม่ได้พูดอะไรแต่แววตาก็พอดูออก หลังจากทานอาหารเสร็จแอนก็เลยถามว่าทั้งสองคนจะไปไหนกันต่อ ก็เลยทราบว่าคืนนี้เขาจะไปหาร้านนั่งฟังเพลงกัน คุณเอก็ออกปากชวนแอนไปด้วยนะคะ แอนเลยถือเป็นโอกาสดีที่จะได้ศึกษาอะไรมากขึ้น แต่ไม่ทันไรคุณพีก็เสนอไอเดียให้ชวนกลุ่มเพื่อนสนิทของคุณเอไปด้วย โดยให้เหตุผลว่าไปกันหลายๆคนน่าจะสนุกดีเพราะคุณพีก็สนิทกับเพื่อนของคุณเอหลายๆคน  ทันทีที่ได้ยินแอนก็รู้สึกว่านี่คงเป็นแผนของคุณพีที่ไม่ได้ให้เราอยู่กันแค่สามคน แต่คุณเอก็ไม่ขัดข้องอะไร ตกลงทุกอย่างเป็นไปตามนั้น
ตกดึกทุกคนก็มาถึงร้านคะโดยที่คุณเอเป็นคนไปรับคุณมีเหมือนเคย และมีเพื่อนคุณเอมาด้วยอีกสองคน ระหว่างที่นั่งฟังเพลงก็มีการดื่มแอลกอฮอลกันนิดหน่อยคะ จนถึงจุดที่แอนรู้สึกว่าคุณเอเริ่มมีอาการขาดสติเล็กน้อย แต่คุณพียังดูมีสติครบ แอนเลยใช้ช่วงเวลานี้เปิดประเด็น แอนถามกลางโต๊ะว่า “ตกลงเอเป็นเกย์ปะเนี่ย ตอนที่อยู่โน่นแอนส่งไปถามเอก็ไม่ตอบ” เพียงเท่านั้นทั้งโต๊ะที่กำลังเฮฮาก็เงียบลง ใจแอนเต้นแรงมาก อยากรู้คำตอบจากปากเขา ในขณะเดียวกันที่คุณพีหันมามองที่แอนเหมือนด้วยสายตาที่ไม่พอใจสุดๆ สักพักเพื่อนๆของคุณเอก็หยอกล้อกันว่า คุณเอเป็นเกย์ตั้งนานแล้วไม่รู้เหรอ พวกเรารับได้ แล้วหัวเราะกันยกใหญ่ แต่แอนดูออกคะว่านี่เป็นเพียงการกลบเกลื่อนให้สถาณการณ์ดูไม่เครียด แต่คุณเอก็ยังเงียบไม่ตอบอะไรอยู่ดี ไม่นานคุณเอก็ชวนเพื่อนๆเขาไปเข้าห้องน้ำ  ตอนนี้ก็เหลือเพียงแอนและคุณพีสองคน  เราสองคนก็ต่างเหมือนผีเห็นผีที่แค่มองตาก็เข้าใจกัน ณเวลานี้  แอนไม่อยากอ้อมค้อมคะ เคยเริ่มถามคุณพีไปตรงๆ ว่าทำไมถึงไม่คบกับคุณเอให้เป็นเรื่องเป็นราว เปิดตัวไปเลยก็ได้  เห็นตัวติดกันขนาดนี้ทำไมไม่บอกทุกคนไปเลย ทันทีที่แอนถามออกไป สิ่งที่แอนคาดหวังคือการปฏิเสธจากเขา อยากให้เขาบอกว่าไม่ได้มีอะไรกัน แต่สิ่งที่ได้รับมีแค่รอยยิ้ม ไม่ใช่ยิ้มที่จริงใจแต่เป็นยิ้มคล้ายๆการหัวเราะเยาะ สักพักก็ตอบกลับมาว่า “ทำไมถามแบบนั้น” ในใจแอนทั้งโกรธทั้งรู้สึกเสียหน้า ยิ่งเขายิ้มมากเท่าไหร่เหมือนเยาะเย้ยมากเท่านั้น  “เมื่อกี้เอเขาก็ไม่ได้ตอบซะหน่อยว่าเป็นเกย์  แล้วจะถามแบบนี้ทำไม” คุณพีถามต่อเหมือนอยากจะกวนประสาทแอน แต่เขาก็ยังยิ้มไม่หยุด แอนนิ่งไปไม่ได้ตอบอะไร ไม่นานคุณเอกับเพื่อนๆก็กลับมาที่โต๊ะ ทันใดนั้นสีหน้าของคุณพีก็ปรับเป็นใบหน้าที่ดูเศร้าทันที น่าตกใจมากที่เขาปรับอาการได้เร็วขนาดนี้ แต่แล้วสิ่งที่เขาทำก็เป็นผล เพราะดูเหมือนว่าคุณเอจะดูกังวลที่คุณพีสีหน้าไม่ดี ในที่สุดเขาก็ชวนทุกคนกลับ ตอนนี้มีคุณเอเอารถมาแค่คนเดียวเพราะแอนเองก็กลัวเจอด่านตอนขับรถกลับ เลยให้เพื่อนมาส่งตอนขามา สรุปคือทุกคนต้องกลับรถคุณเอ ทุกคนค่อยๆเดินออกจากร้านเหลือคุณพีที่ยังใส่รองเท้าไม่เสร็จ (ร้านที่ไปมีโต๊ะนั่งแบบสไตล์อินเดียจึงต้องถอดรองเท้าได้แล้วขึ้นไปนั่งบนแท่นไม้) แม้ทุกคนจะเดินไปแล้วแต่แอนเห็นว่าคุณเอเองก็ยังยืนรอให้คุณพีใส่รองเท้าให้เสร็จ เห็นได้ชัดว่าสองคนดูมีอะไรบางอย่างในใจ โดยปกติแล้วคุณพีจะต้องนั่งหน้าข้างๆคุณเอ แต่คราวนี้คุณพีกลับบอกให้แอนไปนั่งหน้าข้างคุณเอ เพราะคุณพีอยากนั่งข้างหลังกับเพื่อนอีกสองคน เหมือนว่าเขากำลังคิดอะไรบางอย่างซึ่งแอนเดาไม่ออก แต่สิ่งที่เขาทำก็ยิ่งทำให้คุณเอดูมีอาการวิตกกังวลมากขึ้น คุณเอขับรถไวมากพร้อมกับมีอาการฉุนเฉียว ทุกคนในรถนิ่งเงียบไม่มีใครพูดอะไร คุณเอขับไปส่งเพื่อนๆทีละคนโดยส่งคุณพีคนแรกเพราะบ้านของคุณพีอยู่ใกล้ร้านที่สุด หลังจากส่งเพื่อนและส่งแอนแล้ว แอนก็ส่งไลน์ไปถามคุณเอว่าเป็นอะไรรึเปล่า เขาก็บอกว่าไม่เป็นอะไรแค่มึนจากการดื่ม แต่โดยส่วนตัวคิดว่าน่าจะมีอะไรข้องใจเกี่ยวกับเรื่องที่เกิดขึ้นที่ร้านอาหาร

..มีต่อนะคะ
v
v
v
แก้ไขข้อความเมื่อ
สุดยอดความคิดเห็น
ความคิดเห็นที่ 4
ทำไมอ่านแล้วรู้สึกว่าคุณพีต่างหาก ที่ถูกคุณแย่งแฟน
ความคิดเห็นที่ 19
แอนคะ  ตื่นค่ะ
คุณนะร้ายที่สุดแล้ว  อ่อยเขาทุกทาง  เขาเลิกคุยก็ตามไลน์ไปคุยกะเขา
ถ้าเรื่องนี้เป็นเรื่องแต่งจะรู้สึกดีมากนะ  เพราะถ้าเป็นเรื่องจริง
คงแบบรับไม่ได้  ถ้านี่เป็น P  นี่คงตบคุณจนลงไปกองบนพื้นตั้งแต่วันที่อยู่ในผับแล้ว
คนอะไร ทุกวันนี้มีความสุขมั้ย  กินอิ่มนอนหลับรึเปล่า
เขียนใบประกาศติดข้างฝาไว้ซะนะ ว่าคุณเก่งมาก  
ที่แย่งผู้ชายมาจากเกย์คนหนึ่งได้  คุณเก่งมากจริงๆ  
เผื่อใครมาเห็นจะได้ร่วมชื่นชม
ความคิดเห็นที่ 218
โอมเหนื่อยไหม เรื่องที่เขียนในกระทู้ทั้งหมดมีเพียงคน2คนที่รู้ละเอียดขนาดนี้
คือ โอมและอร เจตนาของผู้เขียนกระทู้คือ ดิสเครดิตผู้หญิงคนหนึ่ง
ใครล่ะที่จะทำ ฝากให้ทุกคนที่เข้ามาอ่านให้ลองคิดดีๆ
ป่านเลือกที่จะอยู่กับอร ป่านปกป้องอร และเชื่อในตัวแฟนของเขาที่อยู่ด้วยกัน
ไม่ใช่แค่ป่านที่เชื่อ คนที่เกี่ยวข้องและรู้เรื่องนี้ทราบดีว่า ใคร เป็นคนตั้งกระทู้

อรกับป่านอาจทำให้โอมแค้นด้วยเหตุผลอะไรก็ตามที่เขาไม่เลือกโอม
แต่ใครทำอะไรไว้ย่อมได้รับผลกรรม

โอมกลับเลือกที่จะสร้างกรรมเสียเอง โดยการประจานทั้ง2คน
ทำให้อรดูเลว และประจานตัวเองแบบโง่ๆ (ไม่ใช่เด็กประถมอ่อนต่อโลกกันแล้ว)
หากเพื่อความสะใจ โอมคงสะใจแล้ว

แต่หากเพื่อจะให้คนมองอรไม่ดี คงมีคนหมู่มากที่มองแบบนั้น
แต่มี1คน ที่ยังคงเห็นและรักในตัวตนที่แท้จริงของอร คือ ป่าน
และคนที่เกี่ยวข้องกับเรื่องนี้อีกหลายคน ที่รู้ว่าความจริงเป็นอย่างไร

หากความคิดเห็นนี้ปลิว ก็ไม่ต้องสงสัย เพราะมันอาจไปจี้จุดคนสร้างกระทู้เสียเอง
ความคิดเห็นที่ 202
edit เพิ่ม
สำหรับคนที่ขอไอจี ตามด่า ตามมโน คุณแอน อยากถามว่าคุณแน่ใจจากตรงไหนว่าเป็นคนนี้ๆๆๆ ชัวร์ไหม
อยากบอกว่า คนที่คุณตามด่าอยู่กับจขกท.นี้ไม่ใช่คนเดียวกันค่ะ!!!
ผญที่โดนเค้าโดนด่าแบบไม่รู้ว่ามาจากไหน จู่ๆโดนใครก็ไม่รู้ด่าเละทั้งวัน เพิ่งตามหาต้นตอเจอว่า มาจากเพจหมวกกับกระทู้นี้ตอน 5 โมงเอง
ถึงได้เพิ่งมาตามบอกเมื่อตอน 200กว่าเม้นแบบนี้
และปัจจุบันนี้ยังไม่มีการติดต่อจากจขกท.มา หายต๋อม...
ส่วนตัวพี่ผญ.เค้าไม่รู้ว่าใครตั้ง และเค้าก็ไม่คิดว่าเป็นคุณP ตั้งมาดิสเครดิตนะ ส่วนเรื่องอีกฝั่งจะเล่าจะพูดยังไง อันนี้ไว้รอพี่ผญ.เค้าตัดสินใจเล่าอีกมุมเอง แต่ จขกท.นี้ไม่ใช่พี่ผญ. โอเคนะ
---------------------------------------------------------------------
ใครก็ได้ช่วยดันความเห็นของเราขึ้นหน่อย
คือตอนนี้มันเกิดสถานการณ์ที่ว่า คนที่คุณคิดว่าเป็นคนนี้ๆ เค้าถูกถล่มและไม่ใช่คุณแอนในเรื่อง ชาวพันทิปตามไปถล่มเค้าเละแบบเค้าไม่รู้เรื่อง
และตอนนี้อยากขอคุยกับจขกท.ที่สร้างเรื่องขึ้นมาจนกลายเป็นประเด็น ว่าคุณเป็นใคร
เราหลังไมค์ไปหาคุณแล้วให้คุณส่งไอจีหลังไมค์มาคุยด้วย เพราะเค้าไม่รู้จักว่าคุณคือใคร ยังไงตอบกลับหลังไมค์ด้วย
เพราะคุณทำให้คนที่เค้าไม่รู้เรื่องอะไร ทะเลาะกัน มีปัญหา

สำหรับใครที่กำลังตามด่า เราขอร้องให้หยุดเถอะ เพราะคนที่คุณตามด่าอยู่ตอนนี้กับ จขกท.ไม่ใช่คนเดียวกันเป็นใครก็ไม่รู้ โอเคนะ ซึ่งคนที่โดนด่าขอให้เรามาขอทางติดต่อกับจขกท. เพราะไม่มีไอดีพันทิป
ยังไงจขกท.ช่วยติดต่อกลับด้วย เพราะไม่รู้จะติดต่อทางไหน

สิ่งที่คุณทำ สร้างปัญหาให้ คุณแอนตัวปลอมที่ถูกใส่ความ จนตอนนี้เค้าเครียดมากนอนร้องไห้ ไม่มีทางออก และมันหนักมาก จนเค้าจะแจ้งความละนะ แต่ถ้าจะคุยกันก่อนหลังไมค์มาหาเราเลย

ช่วยดันให้ถึงจขกท.ด้วย

คนที่คุณด่าอยู่ตอนนี้ไม่ใช่คุณแอนและเค้าไม่มีไอดีพันทิปค่ะ และเค้าไม่ใช่จขกท.ด้วย ถ้าจขกท.อ่านเม้นเราตอบกลับหรือหลังไมค์ช่องทางติดต่อมาคุยกันค่ะ
ความคิดเห็นที่ 269
ไม่เข้าใจคนที่มาเห็นใจคุณโอม ว่าสู้ๆ นะ ยังไงก็เข้าข้าง #ทีมคุณพี
แต่เดี๋ยวนะกระทู้นี้เป็นการดิสเครดิท ทำให้ผู้อื่นเสียหาย ให้ผู้อื่นถูกเกลียดชัง มีการวางแผนเป็นอย่างดีตั้งแต่กระทู้แรกที่ตั้ง "ผู้ชายที่เป็นไบ มีสิทธิ์เป็นชายแท้มั้ย" คือผิดทั้ง พรบ. คอม ทั้งหมิ่นประมาทผู้อื่น สมควรถูกดำเนินคดี

ทำไมมั่นใจละว่าโอมทำแน่นอน?  เพราะกระทู้แรกที่ว่านางมีการแชร์ไปเฟซบุคด้วย กระทู้ก็มีตั้งเยอะ แต่มาแชร์กระทู้ที่มีคนคอมเม้นไม่ถึง10คน...คือโป๊ะค่ะ!! การออกมายอมรับผิดในครั้งนี้ คงคิดดีแล้วว่า "เป็นทางรอดที่ดีที่สุด" ดูเป็นคนกล้าทำกล้ารับ สังคมให้อภัยได้ แถมเห็นใจด้วย (ซึ่งก็ได้ผลมีแต่คนเห็นใจจริงๆ) โอมคงรู้ดีว่าหากยิ่งแถว่าไม่ได้ทำ สุดท้ายบานปลายอาจโดนแอดมินพันทิปขุด ip มาตบกลางสี่แยก แบบนั้นคือพังกับพัง ยิ่งแถยิ่งถลอก  สังคมเราเกลียดคนทอแหลค่ะ

อีกอย่างนะคะ การเห็นใจในครั้งนี้ก็ "เหมือน" การสนับสนุนให้คนทำผิด... แอนสมควรแล้วที่โดน...แบบนี้ถ้าใครทำผิด ไม่ถูกใจก็เอาปืนยิงทิ้งเลยค่ะ
ไม่ต้องสนกฎหมายแล้ว หรือถ้าจนก็ลักทรัพย์ ค้ายาเลย เพราะจน ไม่มีทางเลือก น่าสนสาร สังคมเข้าใจ... คือมันไม่ใช่แล้วค่ะ!! ใครทำสิ่งใดเดี๋ยวเค้าก็ได้รับผลการกระทำของเค้าเอง เรื่องความรักไม่มีใครผิดใครถูก และกระทู้นี้ก็เป็นเรื่องราวความคิดเห็นของฝ่ายเดียวเท่านั้น..อนึ่ง หากคุณโอมหน้าตาไม่ดี กระแสสังคมหลังรู้เรื่องคดีพลิกครั้งนี้ คงไม่ไปในทิศทางเช่นนี้ค่ะ
แสดงความคิดเห็น
โปรดศึกษาและยอมรับนโยบายข้อมูลส่วนบุคคลก่อนเริ่มใช้งาน อ่านเพิ่มเติมได้ที่นี่