ตอนนี้หลายสิ่งรุมเร้าค่ะ อาจไม่ใช่ปัญหาระดับชาติ
แต่เวลามันเกิดขึ้น มันทำให้หมดเรียวแรง หมดกำลังใจ
เราจำเป็นต้องมาอยู่หอพัก มาทำงาน และเรียน ป.ตรีควบคู่กัน ทำให้เราต้องห่างกับพ่อแม่
และเลิกงานดึก นั่นก็ทำให้เราไม่มีแรงใจอยู่แล้ว เราไม่มีเพื่อนที่นี่เลย จึงขอให้แฟนมาอยู่ด้วย และเค้าก็ทำงานของเค้า
ตอนนี้เราเครียดเรื่องเรียนมากด้วยเหตุผลบางสิ่ง ที่ทำงานของเราเนื่องจากพี่ที่ทำงานเค้าเป็นแฟนกัน เมื่อเกิดปัญหากับ
เจ้านาย เค้าจึงออกไปทั้งสองคน และยังหาพนักงานใหม่ไม่ได้ ทำให้เราต้องทำงานหนักเพิ่มขึ้นไปอีก แต่ก็ไม่ได้เครียดมาก
แต่ก็ท้อใจ
พ่อ แม่เราอยู่กับพี่สาวที่เป็นหม้ายอยู่กับลูกชาย หนึ่งคน และพี่ชายเราซึ่งมีครอบครัวแล้ว แต่ก็ยังอยู่ภายในบ้าน ตอนนี้แม่
เราทะเลาะกับพี่สาวเพราะไม่อยากไห้พี่สาวซื้อรถ(ที่บ้านมีรถอยู่แล้ว2คัน) แต่ประเด็นคือพี่สาวเป็นคนใจร้อน เคยขับรถไปชน
คนสติไม่ดี แม่ไม่อยากให้พี่สาวขับรถ พี่สาวจึงบอกว่า ถ้าเค้าซื้อรถแล้ว ถ้าแม่ป่วยเค้าก็จะไม่ให้แม่มานั่งรถคันนี้ และจะไม่ดูแล
ก่อนหน้าคงทะเลาะกันรุนแรงเหมือนกัน พี่สาวถึงพูดคำนี้ จากวันนั้นแม่กับพี่สาวก็ไม่คุยกันเลยเป็นอาทิตย์แล้ว
ส่วนพี่ชายเรา เค้าแพลนชีวิตว่าถ้าแฟนเค้า(พี่สะไภ้) กลับมาจากญี่ปุ่น เค้าจะไปปลูกบ้านที่บ้านแม่ยายเค้าอีกอำเภอซึ่งห่างออกไปเยอะ
ก็ทำให้แม่เราเครียด อยากได้กำลังใจ เค้าว้าเหว่ ไม่มีใครคุยด้วย พี่น้องคนอื่นๆจึงอยากให้เรากลับไปอยู่กับแม่ เราอยากกลับ
แต่เรื่องคาราคาซังที่นี่มันไม่เคลียร์ เรายังไม่พร้อมกลับไป
ชีวิตเราตอนนี้ทั้งห่วงแม่ทั้งเครียด กับทุกสิ่ง เราไม่สามารถคุยหรือบอกกับใคร แม้แต่แฟนเรา เวลาเราเล่า ระบายอะไรไห้เค้าฟัง
มันเหมือนเค้าไม่ฟังไม่สนใจ เค้ากำลังทุ่มเทกับงาน กลับมาจากทำงานก็เล่นเกมส์ ทุกสิ่งมันเรื้อรังไปหมด เราขอให้เค้าหันกลับมามองเราบ้าง
เค้าเอาแต่หันหลังไม่มองเราด้วยซ้ำเวลาที่เราร้องให้ เหมือนเค้ามีโลกของเค้า แต่ตอนนี้เรากำลังจะบ้า มาทำงานพอคิดถึงปัญหาต่างๆน้ำตาก็ไหลออกมาเอง แต่ชีวิตแฟนกับดูปกติ เค้าไม่เคยเห็มว่าเรากำลังทุกข์ใจแค่ไหน ไม่เคยปลอบใจ เราอยากเลิกกับเค้า แต่เราเองที่ไม่เด็ดขาด
เราอยากหาที่พึ่ง กำลังใจ อยากหาคำแนะนำ ว่าเราควรทำไงกับชีวิตดี
ขอวิธีตัดใจ ทำใจ กำลังใจ
แต่เวลามันเกิดขึ้น มันทำให้หมดเรียวแรง หมดกำลังใจ
เราจำเป็นต้องมาอยู่หอพัก มาทำงาน และเรียน ป.ตรีควบคู่กัน ทำให้เราต้องห่างกับพ่อแม่
และเลิกงานดึก นั่นก็ทำให้เราไม่มีแรงใจอยู่แล้ว เราไม่มีเพื่อนที่นี่เลย จึงขอให้แฟนมาอยู่ด้วย และเค้าก็ทำงานของเค้า
ตอนนี้เราเครียดเรื่องเรียนมากด้วยเหตุผลบางสิ่ง ที่ทำงานของเราเนื่องจากพี่ที่ทำงานเค้าเป็นแฟนกัน เมื่อเกิดปัญหากับ
เจ้านาย เค้าจึงออกไปทั้งสองคน และยังหาพนักงานใหม่ไม่ได้ ทำให้เราต้องทำงานหนักเพิ่มขึ้นไปอีก แต่ก็ไม่ได้เครียดมาก
แต่ก็ท้อใจ
พ่อ แม่เราอยู่กับพี่สาวที่เป็นหม้ายอยู่กับลูกชาย หนึ่งคน และพี่ชายเราซึ่งมีครอบครัวแล้ว แต่ก็ยังอยู่ภายในบ้าน ตอนนี้แม่
เราทะเลาะกับพี่สาวเพราะไม่อยากไห้พี่สาวซื้อรถ(ที่บ้านมีรถอยู่แล้ว2คัน) แต่ประเด็นคือพี่สาวเป็นคนใจร้อน เคยขับรถไปชน
คนสติไม่ดี แม่ไม่อยากให้พี่สาวขับรถ พี่สาวจึงบอกว่า ถ้าเค้าซื้อรถแล้ว ถ้าแม่ป่วยเค้าก็จะไม่ให้แม่มานั่งรถคันนี้ และจะไม่ดูแล
ก่อนหน้าคงทะเลาะกันรุนแรงเหมือนกัน พี่สาวถึงพูดคำนี้ จากวันนั้นแม่กับพี่สาวก็ไม่คุยกันเลยเป็นอาทิตย์แล้ว
ส่วนพี่ชายเรา เค้าแพลนชีวิตว่าถ้าแฟนเค้า(พี่สะไภ้) กลับมาจากญี่ปุ่น เค้าจะไปปลูกบ้านที่บ้านแม่ยายเค้าอีกอำเภอซึ่งห่างออกไปเยอะ
ก็ทำให้แม่เราเครียด อยากได้กำลังใจ เค้าว้าเหว่ ไม่มีใครคุยด้วย พี่น้องคนอื่นๆจึงอยากให้เรากลับไปอยู่กับแม่ เราอยากกลับ
แต่เรื่องคาราคาซังที่นี่มันไม่เคลียร์ เรายังไม่พร้อมกลับไป
ชีวิตเราตอนนี้ทั้งห่วงแม่ทั้งเครียด กับทุกสิ่ง เราไม่สามารถคุยหรือบอกกับใคร แม้แต่แฟนเรา เวลาเราเล่า ระบายอะไรไห้เค้าฟัง
มันเหมือนเค้าไม่ฟังไม่สนใจ เค้ากำลังทุ่มเทกับงาน กลับมาจากทำงานก็เล่นเกมส์ ทุกสิ่งมันเรื้อรังไปหมด เราขอให้เค้าหันกลับมามองเราบ้าง
เค้าเอาแต่หันหลังไม่มองเราด้วยซ้ำเวลาที่เราร้องให้ เหมือนเค้ามีโลกของเค้า แต่ตอนนี้เรากำลังจะบ้า มาทำงานพอคิดถึงปัญหาต่างๆน้ำตาก็ไหลออกมาเอง แต่ชีวิตแฟนกับดูปกติ เค้าไม่เคยเห็มว่าเรากำลังทุกข์ใจแค่ไหน ไม่เคยปลอบใจ เราอยากเลิกกับเค้า แต่เราเองที่ไม่เด็ดขาด
เราอยากหาที่พึ่ง กำลังใจ อยากหาคำแนะนำ ว่าเราควรทำไงกับชีวิตดี