เรื่องของผมมันก็คงเหมือนหรือคล้ายๆกับเรื่องของใครๆหลายๆคนที่แอบชอบเพื่อนตัวเองครับ แต่ผมอยากเขียนเรื่องนี้เล่าเรื่องนี้ขึ้นมา เพราะอีกไม่กี่วันไอ้เพื่อนผมคนนี้จะแต่งงานแล้ว ซึ่งมันก็ให้ผมไปเดินเป็นเพื่อนเจ้าบ่าวซะด้วย มันขอเอ่ยปากขนาดนี้ ผมจะไม่ได้ยังไง บอกตรงๆว่าตอนนี้ก็ยังทำใจไม่ได้นะครับที่จะเห็นมันไปกับใคร แต่อีกใจก็ตีกันว่า มันมีความสุขผมก็มีความสุขมากกว่ามันเสียอีกครับ ที่อยากมาเขียนก็อยากเก็บความทรงจำดีๆไว้ในรูปแบบของข้อความนะครับ
ที่จริงเหตุการณ์นี้มันเกิดมาตั้งนานแล้วหละครับ (ทำไมต้องมีเกริ่นยังกะเรื่องเล่าผี -*- 555+ ) ย้อนกลับไปตอน ม.3 ขึ้น ม.4 ซึ่งมันก็หลายปีแล้วหละ คิดเอาว่าตอนนี้พวกผมอายุ 28 แล้ว เอาแบบนี้อันที่จริงผมก็ไม่รู้ว่า ผมไปเจอมันครั้งแรกที่ไหน เลือนๆลางๆว่า จะเจอกันตอนเล่นตะกร้อวงนะ เพราะผมชอบกลับบ้านเย็นๆ ขอติดรถเพื่อนบ้านใกล้กับด้วย ไอ้คนที่ผมชอบบ้านมันอยู่ใกล้โรงเรียนปั่นจักรยานไปกลับโรงเรียน มันเลยกลับบ้านเย็นๆแล้วก็เล่นตะกร้อตามภาษาเด็กผู้ชาย เนี่ยแหละครับ มันเลยเป็นจุดที่ผมกับมันได้เจอกันครับ
เอาจริงๆนะผมจำไม่ได้ว่ายังไงทำไมถึงมาเป็นเพื่อนสนิทกันได้ ผมอยู่ห้อง 2 มันอยู่ห้อง 7 แต่ผมเป็นคนรู้จักคนเยอะแยะเพราะนิสัยผมเป็นคนชอบโดดเรียนเบื่อๆเรียนในห้องเลยไปเรียนกับห้องอื่น ผมเป็นคนที่ออกกระตุ้งกระติ้งเลยทีเดียว คนอื่นเห็นก็แน่เลยว่าไอ้นี่ใช่ แต่ผมตัวดำคล้ำๆไง ถ้าผมอาการไม่ออกก็ไม่มีใครกล้าเดาว่าผมใช่ป่าว เพราะผมหน้าออกจะแมนมาก ฮาๆๆ แต่รู้อย่างเดียวผมเจอมันแล้วผมชอบมันอะ หน้าตามันออกตี๋ๆ ตอนประมาณ ม.3 ขึ้น ม.4 ตัวเรากำลังเริ่มยืด ส่วนสูงก็สูงขึ้น ผมก็ไม่ค่อยสูงไปกว่านี้แล้วแต่มันสูงขึ้นเยอะกว่าเดิมเยอะเลย กลายเป็นไอ้ตี๋รูปหล่อเล่นตะกร้อเก่งไปโดยปริยาย ที่เล่นตะกร้อก็เพราะมันเนี่ยหละ อยากเล่นด้วยเพราะจะได้เล่นด้วยกัน มันก็คอยสอนวิธีการเดาะ เล่นตะกร้อกับผม จนผมเล่นได้ในวงเพื่อนๆผู้ชาย จนวันเวลาผ่านไป เราก็กลายเป็นเพื่อนที่สนิทกันมากๆ ผมก็ไปเที่ยวที่บ้านมันบ่อยมาก รู้จักกับป๋า แม่ และญาติๆของมันทุกคน อาม่ามันรักผมมาก และมันก็มาบ้านผมบ่อยๆ แม่ผมก็ชอบมันมากเหมือนกัน เพราะมันชอบมาช่วยงานที่บ้านนะ ซึ่งความสนิทกันของเรามันอยู่ฐานะของเพื่อนสนิทกัน แต่ผมแมร่งไม่ซื่อตั้งแต่แรกกับมันครับ
วันเวลามันผ่านไปทำให้ใจของคนมันยิ่งถลำลึกเข้าไป มันไม่เคยถามผมเลยนะว่าผมเป็นผู้ชายจริงๆรึเปล่า แต่ผมก็ทำนิสัยของผมแบบนี้นะเป็นตุ๊ดเป็นแต๋ว มันก็ไม่ว่าอะไรเลย ยิ่งมันทำให้มันเข้ามาใกล้ผมมากขึ้น ชอบมากอดผมตอนหน้าหนาว ปั่นจักรยานกลับบ้านผมก็ซ้อนมันกลับบ้านของมันกอดเอวมัน แต่มันไม่ชอบให้กอดเอวครับ มันเป็นคนบ้าจี้ วันนึงผมก็บอกว่า กรูไม่นั่งนะซ้อนมืง ก็กระโดนลงจักรยานเลย มันก็บอกว่ากรูจั๊กจี้อะ งั้นมานั่งหน้าแล้วกัน นั่งหน้า???? จักรยานแบบผู้ชายมันจะมีโครงเหล็กที่มันทอดจากเบาะไปกับโครงเหล็กแฮนด์หน้า ซึ่งมันสามารถนั่งได้ แต่ต้องนั่งแบบไพ่ขานะครับ มันถึงจะนั่งได้ไม่งั้น นั่งค่อมมีหวังไข่แตกก่อนถึงบ้านแน่ๆ ซึ่งถ้าผมข้างหน้าแล้วมันก็ต้องเป็นคนขี่ (ขี่จักรยานนะครับ อย่าเข้าใจผิด ฮาๆ) มันก็ต้องจับแฮนด์ใช่ป่ะ? นั่นคือมันต้องมาโอบผม แล้วหน้าเราก็จะใกล้กัน แต่ผมไม่กล้าหันหน้าไปหามันนะ คือเขิลโคตร มันชอบล้อว่า ผมของผมเหม็น ทำไมไม่สระผมบ้าง ที่จริงผมใจเต้นแรงนะผมขอบอกเลย ไอ้จะมาดมผมกรูเพื่อ??? ที่จริงปากับผมมันก็ขัดกับความรู้สึกอย่างงี้หละครับ แต่ในใจแมร่งโคตรมีความสุข จนถึงสะพานสูงๆผมเลยต้องลงจากจักรยานเพราะว่ามันสูงขี่ขึ้นไม่ไหวกัน
จบแค่นี้ก่อนครับเดี๋ยวมาต่อใหม่ครับ เซ็งกับวอลเลย์บอลอยู่ T_T (ใครดูอยู่บ้างเนี่ย???)
ผิดไหมที่ยังจะรักมัน ตลอดไป...
ที่จริงเหตุการณ์นี้มันเกิดมาตั้งนานแล้วหละครับ (ทำไมต้องมีเกริ่นยังกะเรื่องเล่าผี -*- 555+ ) ย้อนกลับไปตอน ม.3 ขึ้น ม.4 ซึ่งมันก็หลายปีแล้วหละ คิดเอาว่าตอนนี้พวกผมอายุ 28 แล้ว เอาแบบนี้อันที่จริงผมก็ไม่รู้ว่า ผมไปเจอมันครั้งแรกที่ไหน เลือนๆลางๆว่า จะเจอกันตอนเล่นตะกร้อวงนะ เพราะผมชอบกลับบ้านเย็นๆ ขอติดรถเพื่อนบ้านใกล้กับด้วย ไอ้คนที่ผมชอบบ้านมันอยู่ใกล้โรงเรียนปั่นจักรยานไปกลับโรงเรียน มันเลยกลับบ้านเย็นๆแล้วก็เล่นตะกร้อตามภาษาเด็กผู้ชาย เนี่ยแหละครับ มันเลยเป็นจุดที่ผมกับมันได้เจอกันครับ
เอาจริงๆนะผมจำไม่ได้ว่ายังไงทำไมถึงมาเป็นเพื่อนสนิทกันได้ ผมอยู่ห้อง 2 มันอยู่ห้อง 7 แต่ผมเป็นคนรู้จักคนเยอะแยะเพราะนิสัยผมเป็นคนชอบโดดเรียนเบื่อๆเรียนในห้องเลยไปเรียนกับห้องอื่น ผมเป็นคนที่ออกกระตุ้งกระติ้งเลยทีเดียว คนอื่นเห็นก็แน่เลยว่าไอ้นี่ใช่ แต่ผมตัวดำคล้ำๆไง ถ้าผมอาการไม่ออกก็ไม่มีใครกล้าเดาว่าผมใช่ป่าว เพราะผมหน้าออกจะแมนมาก ฮาๆๆ แต่รู้อย่างเดียวผมเจอมันแล้วผมชอบมันอะ หน้าตามันออกตี๋ๆ ตอนประมาณ ม.3 ขึ้น ม.4 ตัวเรากำลังเริ่มยืด ส่วนสูงก็สูงขึ้น ผมก็ไม่ค่อยสูงไปกว่านี้แล้วแต่มันสูงขึ้นเยอะกว่าเดิมเยอะเลย กลายเป็นไอ้ตี๋รูปหล่อเล่นตะกร้อเก่งไปโดยปริยาย ที่เล่นตะกร้อก็เพราะมันเนี่ยหละ อยากเล่นด้วยเพราะจะได้เล่นด้วยกัน มันก็คอยสอนวิธีการเดาะ เล่นตะกร้อกับผม จนผมเล่นได้ในวงเพื่อนๆผู้ชาย จนวันเวลาผ่านไป เราก็กลายเป็นเพื่อนที่สนิทกันมากๆ ผมก็ไปเที่ยวที่บ้านมันบ่อยมาก รู้จักกับป๋า แม่ และญาติๆของมันทุกคน อาม่ามันรักผมมาก และมันก็มาบ้านผมบ่อยๆ แม่ผมก็ชอบมันมากเหมือนกัน เพราะมันชอบมาช่วยงานที่บ้านนะ ซึ่งความสนิทกันของเรามันอยู่ฐานะของเพื่อนสนิทกัน แต่ผมแมร่งไม่ซื่อตั้งแต่แรกกับมันครับ
วันเวลามันผ่านไปทำให้ใจของคนมันยิ่งถลำลึกเข้าไป มันไม่เคยถามผมเลยนะว่าผมเป็นผู้ชายจริงๆรึเปล่า แต่ผมก็ทำนิสัยของผมแบบนี้นะเป็นตุ๊ดเป็นแต๋ว มันก็ไม่ว่าอะไรเลย ยิ่งมันทำให้มันเข้ามาใกล้ผมมากขึ้น ชอบมากอดผมตอนหน้าหนาว ปั่นจักรยานกลับบ้านผมก็ซ้อนมันกลับบ้านของมันกอดเอวมัน แต่มันไม่ชอบให้กอดเอวครับ มันเป็นคนบ้าจี้ วันนึงผมก็บอกว่า กรูไม่นั่งนะซ้อนมืง ก็กระโดนลงจักรยานเลย มันก็บอกว่ากรูจั๊กจี้อะ งั้นมานั่งหน้าแล้วกัน นั่งหน้า???? จักรยานแบบผู้ชายมันจะมีโครงเหล็กที่มันทอดจากเบาะไปกับโครงเหล็กแฮนด์หน้า ซึ่งมันสามารถนั่งได้ แต่ต้องนั่งแบบไพ่ขานะครับ มันถึงจะนั่งได้ไม่งั้น นั่งค่อมมีหวังไข่แตกก่อนถึงบ้านแน่ๆ ซึ่งถ้าผมข้างหน้าแล้วมันก็ต้องเป็นคนขี่ (ขี่จักรยานนะครับ อย่าเข้าใจผิด ฮาๆ) มันก็ต้องจับแฮนด์ใช่ป่ะ? นั่นคือมันต้องมาโอบผม แล้วหน้าเราก็จะใกล้กัน แต่ผมไม่กล้าหันหน้าไปหามันนะ คือเขิลโคตร มันชอบล้อว่า ผมของผมเหม็น ทำไมไม่สระผมบ้าง ที่จริงผมใจเต้นแรงนะผมขอบอกเลย ไอ้จะมาดมผมกรูเพื่อ??? ที่จริงปากับผมมันก็ขัดกับความรู้สึกอย่างงี้หละครับ แต่ในใจแมร่งโคตรมีความสุข จนถึงสะพานสูงๆผมเลยต้องลงจากจักรยานเพราะว่ามันสูงขี่ขึ้นไม่ไหวกัน
จบแค่นี้ก่อนครับเดี๋ยวมาต่อใหม่ครับ เซ็งกับวอลเลย์บอลอยู่ T_T (ใครดูอยู่บ้างเนี่ย???)