คำตอบที่ได้รับเลือกจากเจ้าของกระทู้
ความคิดเห็นที่ 21
เมื่อกลางวันพิมพ์ในมือถือ เลยตอบที่ 13-1 สั้นๆ เสริมของ 13 นิดหน่อย
ตอนนี้มาตอบแบบละเอียดให้ครับ
คำถามของจขกท. คำตอบคือมีทั้ง "เท่า" และ "ไม่เท่า" ครับ โดยจะสิ่งที่จะทำให้แตกต่างกันก็คือ
- วิธีการเข้ารหัสไฟล์
โดยต้องเริ่มต้นจาก concept ของภาพเคลื่อนไหวก่อนครับ
ภาพเคลื่อนไหว ก็ตามชื่อ เป็นการเอาภาพหลายๆภาพมาเรียงต่อกัน อย่างที่ไฟล์วีดีโอจะมีหน่วยหนึ่งที่เรียกว่า FPS (Frame Per Second)
ซึ่งก็คือตัวบอกว่าใน 1 วินาทีภาพจะเปลี่ยนไปทั้งหมดกี่ภาพ (Frame)
ฉะนั้นไฟล์วีดีโอ (เฉพาะส่วนของภาพ) ก็คือไฟล์ภาพหลายๆไฟล์มาเรียงต่อกันครับ
จากนั้นลองนึกภาพตามนะครับ ไฟล์รูปภาพ 1 ภาพ ขนาดไฟล์สามารถเป็นได้ทั้ง "เท่า" หรือ "ไม่เท่า" กันในทุกๆไฟล์
โดยขึ้นอยู่กับวิธีการเก็บข้อมูลไฟล์ภาพซึ่งจะแบ่งใหญ่ๆเป็น
- Compressed : วิธีนี้จะมีการบีบอัดขนาดไฟล์ ซึ่งอาจจะมีผลกับคุณภาพของภาพด้วย โดยแบ่งเป็น 2 วิธีย่อยๆคือบีบอัดแบบไม่เสียคุณภาพ (Lossless) กับบีบอัดแบบเสียคุณภาพ (Lossy) โดยให้นึกถึงการ zip ไฟล์เทียบครับ concept จะเหมือนกันคือใช้วิธีต่างๆลดพื้นที่ในการเก็บข้อมูล แล้วเวลา unzip (หรือแสดงผล) ก็ค่อยเอาออกมาถอดรหัสให้กลับมาเป็นข้อมูลจริง
- Uncompressed : วิธีนี้จะไม่มีการบีบอัดขนาดไฟล์ ขนาดของไฟล์จะเท่ากันตลอดบนพื้นฐานที่ว่าขนาดของภาพ (pixel กว้าง*ยาว) เท่ากัน เพราะเป็นการเก็บข้อมูลที่ตรงไปตรงมา 1 pixel ก็ใช้พื้นที่ 1 หน่วย มี 100 pixel ก็ใช้พื้นที่ 100 หน่วย
ฉะนั้นถ้าเราเลือกเข้ารหัสไฟล์วีดีโอแบบ compressed ซึ่ง 99% ของไฟล์วีดีโอที่เราเห็นกันในชีวิตประจำวัน ก็เป็นแบบ compressed ครับ
ก็จะทำให้ขนาดของไฟล์วีดีโอนั้นๆมีขนาด "ไม่เท่ากัน" ครับ ต่อให้ resolution (กว้าง*ยาว) เท่ากัน และเวลา (Frame) เท่ากันก็ตาม
ส่วนไฟล์วีดีโอแบบ uncompressed นั้นยากที่จะพบเห็นในชีวิตประจำวันครับ เพราะมันใหญ่มาก และกินพื้นที่ในการเก็บมาก
ส่วนใหญ่จะอยู่ในงานสตูดิโอตัดต่อวีดีโอซะมากกว่าครับ
อยากแนะนำให้ลองด้วยตัวเองด้วยครับ
โดยเปิด Microsoft Paint ขึ้นมาแล้วสร้างไฟล์ใหม่ 1 ภาพโดยไม่ต้องทำอะไร ให้เป็นภาพขาวล้วนๆแบบนั้นเลย จากนั้น
1. save เป็นไฟล์ .BMP (Bitmap) ซึ่งเป็นไฟล์แบบ uncompressed
2. save ภาพเดียวกันเป็นไฟล์ .JPG หรือ .PNG ก็ได้ ซึ่งเป็นไฟล์แบบ compressed
แล้วลองเทียบขนาดของไฟล์ทั้ง 2 ไฟล์ดูครับ จะพบว่าไฟล์ .BMP ขนาดใหญ่แบบเวอร์วังมากในขณะที่ไฟล์ .JPG หรือ .PNG ขนาดเล็กกว่ามาก
จากนั้นลองสร้างใหม่อีก 1 ภาพเอาดินสอ/Brushขีดเส้นมั่วๆลงไปในภาพแล้วก็ save ตาม step 1, 2 อีกครั้ง แล้วเทียบขนาดไฟล์ครับ
จะพบว่าไฟล์ .BMP ก็ยังขนาดเท่าเดิม แต่ไฟล์ .JPG หรือ .PNG ขนาดจะเปลี่ยนไปจากภาพแรกครับ
เพราะกระบวนการบีบอัดข้อมูลมันเอาข้อมูลในภาพมาประมวลผลใหม่ ทำให้ขนาดของไฟล์ขึ้นอยู่กับเนื้อหาของภาพด้วย
ซึ่งทั้งหมดนี้เป็นแค่ concept กว้างๆของของภาพแค่ "1 ภาพ" นะครับ แค่ภาพเดียวขนาดไฟล์ก็ต่างกันแล้ว
ยังไม่รวมเรื่องของ image quality ที่ต้องเลือกในไฟล์แบบ compressed อีก
จากนั้นพอเอาภาพหลายๆภาพมาต่อกันเป็นวีดีโอ ก็ยังมีวิธีการบีบอัดเข้ารหัสที่ซ้อนเข้ามาอีกไม่ว่าจะเป็น Encoding Algorithm (H.264 265 etc.), Bitrate แบบ Constant กับ Variable (CBR,VBR) ซึ่งทำให้มีผลกับขนาดของไฟล์อีกเช่นกันครับ
ตอนนี้มาตอบแบบละเอียดให้ครับ
คำถามของจขกท. คำตอบคือมีทั้ง "เท่า" และ "ไม่เท่า" ครับ โดยจะสิ่งที่จะทำให้แตกต่างกันก็คือ
- วิธีการเข้ารหัสไฟล์
โดยต้องเริ่มต้นจาก concept ของภาพเคลื่อนไหวก่อนครับ
ภาพเคลื่อนไหว ก็ตามชื่อ เป็นการเอาภาพหลายๆภาพมาเรียงต่อกัน อย่างที่ไฟล์วีดีโอจะมีหน่วยหนึ่งที่เรียกว่า FPS (Frame Per Second)
ซึ่งก็คือตัวบอกว่าใน 1 วินาทีภาพจะเปลี่ยนไปทั้งหมดกี่ภาพ (Frame)
ฉะนั้นไฟล์วีดีโอ (เฉพาะส่วนของภาพ) ก็คือไฟล์ภาพหลายๆไฟล์มาเรียงต่อกันครับ
จากนั้นลองนึกภาพตามนะครับ ไฟล์รูปภาพ 1 ภาพ ขนาดไฟล์สามารถเป็นได้ทั้ง "เท่า" หรือ "ไม่เท่า" กันในทุกๆไฟล์
โดยขึ้นอยู่กับวิธีการเก็บข้อมูลไฟล์ภาพซึ่งจะแบ่งใหญ่ๆเป็น
- Compressed : วิธีนี้จะมีการบีบอัดขนาดไฟล์ ซึ่งอาจจะมีผลกับคุณภาพของภาพด้วย โดยแบ่งเป็น 2 วิธีย่อยๆคือบีบอัดแบบไม่เสียคุณภาพ (Lossless) กับบีบอัดแบบเสียคุณภาพ (Lossy) โดยให้นึกถึงการ zip ไฟล์เทียบครับ concept จะเหมือนกันคือใช้วิธีต่างๆลดพื้นที่ในการเก็บข้อมูล แล้วเวลา unzip (หรือแสดงผล) ก็ค่อยเอาออกมาถอดรหัสให้กลับมาเป็นข้อมูลจริง
- Uncompressed : วิธีนี้จะไม่มีการบีบอัดขนาดไฟล์ ขนาดของไฟล์จะเท่ากันตลอดบนพื้นฐานที่ว่าขนาดของภาพ (pixel กว้าง*ยาว) เท่ากัน เพราะเป็นการเก็บข้อมูลที่ตรงไปตรงมา 1 pixel ก็ใช้พื้นที่ 1 หน่วย มี 100 pixel ก็ใช้พื้นที่ 100 หน่วย
ฉะนั้นถ้าเราเลือกเข้ารหัสไฟล์วีดีโอแบบ compressed ซึ่ง 99% ของไฟล์วีดีโอที่เราเห็นกันในชีวิตประจำวัน ก็เป็นแบบ compressed ครับ
ก็จะทำให้ขนาดของไฟล์วีดีโอนั้นๆมีขนาด "ไม่เท่ากัน" ครับ ต่อให้ resolution (กว้าง*ยาว) เท่ากัน และเวลา (Frame) เท่ากันก็ตาม
ส่วนไฟล์วีดีโอแบบ uncompressed นั้นยากที่จะพบเห็นในชีวิตประจำวันครับ เพราะมันใหญ่มาก และกินพื้นที่ในการเก็บมาก
ส่วนใหญ่จะอยู่ในงานสตูดิโอตัดต่อวีดีโอซะมากกว่าครับ
อยากแนะนำให้ลองด้วยตัวเองด้วยครับ
โดยเปิด Microsoft Paint ขึ้นมาแล้วสร้างไฟล์ใหม่ 1 ภาพโดยไม่ต้องทำอะไร ให้เป็นภาพขาวล้วนๆแบบนั้นเลย จากนั้น
1. save เป็นไฟล์ .BMP (Bitmap) ซึ่งเป็นไฟล์แบบ uncompressed
2. save ภาพเดียวกันเป็นไฟล์ .JPG หรือ .PNG ก็ได้ ซึ่งเป็นไฟล์แบบ compressed
แล้วลองเทียบขนาดของไฟล์ทั้ง 2 ไฟล์ดูครับ จะพบว่าไฟล์ .BMP ขนาดใหญ่แบบเวอร์วังมากในขณะที่ไฟล์ .JPG หรือ .PNG ขนาดเล็กกว่ามาก
จากนั้นลองสร้างใหม่อีก 1 ภาพเอาดินสอ/Brushขีดเส้นมั่วๆลงไปในภาพแล้วก็ save ตาม step 1, 2 อีกครั้ง แล้วเทียบขนาดไฟล์ครับ
จะพบว่าไฟล์ .BMP ก็ยังขนาดเท่าเดิม แต่ไฟล์ .JPG หรือ .PNG ขนาดจะเปลี่ยนไปจากภาพแรกครับ
เพราะกระบวนการบีบอัดข้อมูลมันเอาข้อมูลในภาพมาประมวลผลใหม่ ทำให้ขนาดของไฟล์ขึ้นอยู่กับเนื้อหาของภาพด้วย
ซึ่งทั้งหมดนี้เป็นแค่ concept กว้างๆของของภาพแค่ "1 ภาพ" นะครับ แค่ภาพเดียวขนาดไฟล์ก็ต่างกันแล้ว
ยังไม่รวมเรื่องของ image quality ที่ต้องเลือกในไฟล์แบบ compressed อีก
จากนั้นพอเอาภาพหลายๆภาพมาต่อกันเป็นวีดีโอ ก็ยังมีวิธีการบีบอัดเข้ารหัสที่ซ้อนเข้ามาอีกไม่ว่าจะเป็น Encoding Algorithm (H.264 265 etc.), Bitrate แบบ Constant กับ Variable (CBR,VBR) ซึ่งทำให้มีผลกับขนาดของไฟล์อีกเช่นกันครับ
แสดงความคิดเห็น
ไฟล์วีดิโอความยาวเท่ากัน ความละเอียดเท่ากัน ขนาดไฟล์จะเท่ากันไหม
ขนาดไฟล์ทั้งสองจะเท่ากันไหม ถ้าไม่เท่ากัน เพราะอะไร