เมื่อสัปดาห์ที่ผ่านผมได้มีโอกาศเข้าฟัง Lecture Dr. Greg Rose แบบตัวเป็น ๆ อีกครั้งหนึ่ง ยิ่งฟังแกบรรยายผมยิ่งทึ่งในความสามารถของคน ๆ นี้ ในความรู้เกี่ยวกับ Biomechanics ในวงสวิงกอล์ฟที่แตกฉานของคน ๆ นี้
สิ่งหนึ่งที่ผมจำได้แม่นที่สุด หรือถ้าจะพูดอีกมุมหนึ่งคือ ถ้าจะให้บอกว่าใน workshop 3 วันที่ได้ฟังแกบรรยายสิ่งไหนที่ผมชอบมากที่สุดก็จะคงจะหนีไม่พ้นเรื่องมุมมองใน Biomechanics ที่แกบรรยายสรุปในวันสุดท้าย
ผมติดตามการบรรยายของ Dr. Greg มาอยู่หลาย Session เนื้อหาที่ผมจำได้แม่นที่สุดนั่นก็คือแกมักจะพูดย้ำอยู่เสมอว่า "วงสวิงของนักกอล์ฟมีอยู่มากมาย และวงสวิงที่ดีที่สุดคือวงสวิงที่ร่างกายของนักกอล์ฟคนนั้นสามารถทำได้" ถ้าติดตามใน VDO Clip ใน MyTpi.com แกจะพูดเน้นย้ำอยู่เสมอว่า หาให้เจอว่าสาเหตุปัญหาในวงสวิงกอล์ฟของนักกีฬาเกิดจากเทคนิคไม่ดี หรือปัญหาทางร่างกาย
ผมได้มุมมองเพิ่มเติมจากในคลาสนี้ซึ่งมีความน่าสนใจดังนี้ครับ
ในคำนิยามของ Biomechanics จะมี นิยามศัพท์อยู่ 2 ตัว
- Allowed Range of Motion หมายถึง ขอบเขต, ขีดความสามารถของร่างกายในการ พับ, ยืด, หมุน ที่ร่างกายของเราสามารถทำได้
- Possible Range of Motion หมายถึง ขอบเขตที่คนปกติควรทำได้
โดยปกติ Range of Motion ของคนเราจะไม่เท่ากัน โดยจะมีเกณฑ์มาตราฐาน (Mean), มากกว่ามาตราฐาน (+1 Standard) หรือ ต่ำกว่ามาตราฐาน (-1 Standard)
ซึ่งกลไกวงสวิงกอล์ฟใช้ข้อต่อ จุดหมุน กล้ามเนื้อ ทุกส่วนของร่างกาย (Body Swing) ดังนั้นแทบจะเป็นไปไม่ได้เลยว่า Range of Motion ของทุก ๆ คนจะมีขีดความสามารถเท่ากัน และด้วยข้อเท็จจริงข้อนี้ วงสวิงของคนทุกคนจึงไม่สามารถเหมือนกันได้
ดังนั้นจึงเป็นที่มาของการเคลื่อนไหวของร่างกายของนักกีฬาตามสิ่งที่ร่างกายทำได้ ซึ่งเราเรียกสิ่งนี้ว่า Motor Control แต่ยังคงเป็นแบบแยกชิ้นแล้ว จนกว่าเมื่อเรานำเอาทุก ๆ ส่วนมาประกอบกัน เราเรียนสิ่งนี้ว่า Motrol Control Pattern หรือพฤติกรรมการเคลื่อนไหว
และการชี้วัดว่าวงสวิงของนักกอล์ฟเกิดขึ้นอย่างถูกต้อง เราจึงไม่สามารถใช้การชี้วัดเชิงมุม หรือระนาบได้ เช่น แขนขวาต้องทำมุม 90 องศาในขณะขึ้น Top Swing (เพราะ Range of Motion ที่ไม่เท่ากัน ซึ่งนำไปสู่ Motor Control Pattern ที่ไม่เหมือนกัน) Dr. Greg ให้มุมมองที่น่าสนใจในการพิจารณาถึง Motor Control Pattern ในลักษณะการพิจารณาจากรูปแบบการเคลื่อนไหวเชิงกราฟที่เกิดขึ้นแทน
จากในรูปประกอบจะเห็นว่า Pelvic Bend หรือการพับสะโพก จะเห็นว่าค่ากราฟสีสามเส้น ระหว่างค่ามาตราฐาน ค่าสูงกว่ามาตราฐาน หรือค่าต่ำกว่ามาตราฐาน จะมีจุดหรือตำแหน่งที่ไม่ได้เป็นค่าเดียวกัน แต่ทั้งสามค่า มีรูปแบบการโค้งและความสัมพันธ์ในการเคลื่อนไหวที่เหมือนกัน พฤติกรรมการเคลื่อนไหวของร่างกายจุดนี้ เรียกว่า Motrol Control Pattern
แกยกตัวอย่างรูปนี้เปรียบเทียบกับ สไลเดอร์ลงสระน้ำ ที่จะลงแล้วขึ้นเล็กน้อยแล้วลงลึกจนสุด ดังนั้นถ้า Motrol Control Pattern ของ Pelvic หรือสะโพกมีการพับ คลายน้อย พับ คลายมาก ตามลำดับ ถือว่าเป็นการเคลื่อนไหวที่ถูกต้อง แกได้ยกตัวอย่างนักกอล์ฟที่มีอาการเจ็บหลังมักจะมีกราฟช่วงกลางที่ชันกว่ากราฟปกติ
แกเน้นย้ำว่าการสอนกอล์ฟที่ดี ผู้สอนควรจะต้องจินตนาการภาพกราฟของร่างกายในส่วนต่าง ๆ ได้อย่างแม่นยำ (เป็นการบ้านสำหรับพวกผมที่ต้องมาทำต่อ) และมองออกว่าวงสวิงที่เกิดขึ้นเมื่อเทียบกับกราฟแล้วส่วนไหนถูกต้อง ส่วนไหนที่ยังไม่ถูกต้อง (ถึงแม้จะไม่ได้มี Sensor 3D ก็ตาม)
และนี้คือความประทับใจที่สุดในคลาสนี้สำหรับผมครับ เลยนำมาแบ่งปันและบันทึกไว้ก่อนที่เวลาผ่านไปแล้วจะลืมมันไปเสียก่อน
ความสำคัญของ Motor Control Plattern ในวงสวิงกอล์ฟ
สิ่งหนึ่งที่ผมจำได้แม่นที่สุด หรือถ้าจะพูดอีกมุมหนึ่งคือ ถ้าจะให้บอกว่าใน workshop 3 วันที่ได้ฟังแกบรรยายสิ่งไหนที่ผมชอบมากที่สุดก็จะคงจะหนีไม่พ้นเรื่องมุมมองใน Biomechanics ที่แกบรรยายสรุปในวันสุดท้าย
ผมติดตามการบรรยายของ Dr. Greg มาอยู่หลาย Session เนื้อหาที่ผมจำได้แม่นที่สุดนั่นก็คือแกมักจะพูดย้ำอยู่เสมอว่า "วงสวิงของนักกอล์ฟมีอยู่มากมาย และวงสวิงที่ดีที่สุดคือวงสวิงที่ร่างกายของนักกอล์ฟคนนั้นสามารถทำได้" ถ้าติดตามใน VDO Clip ใน MyTpi.com แกจะพูดเน้นย้ำอยู่เสมอว่า หาให้เจอว่าสาเหตุปัญหาในวงสวิงกอล์ฟของนักกีฬาเกิดจากเทคนิคไม่ดี หรือปัญหาทางร่างกาย
ผมได้มุมมองเพิ่มเติมจากในคลาสนี้ซึ่งมีความน่าสนใจดังนี้ครับ
ในคำนิยามของ Biomechanics จะมี นิยามศัพท์อยู่ 2 ตัว
- Allowed Range of Motion หมายถึง ขอบเขต, ขีดความสามารถของร่างกายในการ พับ, ยืด, หมุน ที่ร่างกายของเราสามารถทำได้
- Possible Range of Motion หมายถึง ขอบเขตที่คนปกติควรทำได้
โดยปกติ Range of Motion ของคนเราจะไม่เท่ากัน โดยจะมีเกณฑ์มาตราฐาน (Mean), มากกว่ามาตราฐาน (+1 Standard) หรือ ต่ำกว่ามาตราฐาน (-1 Standard)
ซึ่งกลไกวงสวิงกอล์ฟใช้ข้อต่อ จุดหมุน กล้ามเนื้อ ทุกส่วนของร่างกาย (Body Swing) ดังนั้นแทบจะเป็นไปไม่ได้เลยว่า Range of Motion ของทุก ๆ คนจะมีขีดความสามารถเท่ากัน และด้วยข้อเท็จจริงข้อนี้ วงสวิงของคนทุกคนจึงไม่สามารถเหมือนกันได้
ดังนั้นจึงเป็นที่มาของการเคลื่อนไหวของร่างกายของนักกีฬาตามสิ่งที่ร่างกายทำได้ ซึ่งเราเรียกสิ่งนี้ว่า Motor Control แต่ยังคงเป็นแบบแยกชิ้นแล้ว จนกว่าเมื่อเรานำเอาทุก ๆ ส่วนมาประกอบกัน เราเรียนสิ่งนี้ว่า Motrol Control Pattern หรือพฤติกรรมการเคลื่อนไหว
และการชี้วัดว่าวงสวิงของนักกอล์ฟเกิดขึ้นอย่างถูกต้อง เราจึงไม่สามารถใช้การชี้วัดเชิงมุม หรือระนาบได้ เช่น แขนขวาต้องทำมุม 90 องศาในขณะขึ้น Top Swing (เพราะ Range of Motion ที่ไม่เท่ากัน ซึ่งนำไปสู่ Motor Control Pattern ที่ไม่เหมือนกัน) Dr. Greg ให้มุมมองที่น่าสนใจในการพิจารณาถึง Motor Control Pattern ในลักษณะการพิจารณาจากรูปแบบการเคลื่อนไหวเชิงกราฟที่เกิดขึ้นแทน
จากในรูปประกอบจะเห็นว่า Pelvic Bend หรือการพับสะโพก จะเห็นว่าค่ากราฟสีสามเส้น ระหว่างค่ามาตราฐาน ค่าสูงกว่ามาตราฐาน หรือค่าต่ำกว่ามาตราฐาน จะมีจุดหรือตำแหน่งที่ไม่ได้เป็นค่าเดียวกัน แต่ทั้งสามค่า มีรูปแบบการโค้งและความสัมพันธ์ในการเคลื่อนไหวที่เหมือนกัน พฤติกรรมการเคลื่อนไหวของร่างกายจุดนี้ เรียกว่า Motrol Control Pattern
แกยกตัวอย่างรูปนี้เปรียบเทียบกับ สไลเดอร์ลงสระน้ำ ที่จะลงแล้วขึ้นเล็กน้อยแล้วลงลึกจนสุด ดังนั้นถ้า Motrol Control Pattern ของ Pelvic หรือสะโพกมีการพับ คลายน้อย พับ คลายมาก ตามลำดับ ถือว่าเป็นการเคลื่อนไหวที่ถูกต้อง แกได้ยกตัวอย่างนักกอล์ฟที่มีอาการเจ็บหลังมักจะมีกราฟช่วงกลางที่ชันกว่ากราฟปกติ
แกเน้นย้ำว่าการสอนกอล์ฟที่ดี ผู้สอนควรจะต้องจินตนาการภาพกราฟของร่างกายในส่วนต่าง ๆ ได้อย่างแม่นยำ (เป็นการบ้านสำหรับพวกผมที่ต้องมาทำต่อ) และมองออกว่าวงสวิงที่เกิดขึ้นเมื่อเทียบกับกราฟแล้วส่วนไหนถูกต้อง ส่วนไหนที่ยังไม่ถูกต้อง (ถึงแม้จะไม่ได้มี Sensor 3D ก็ตาม)
และนี้คือความประทับใจที่สุดในคลาสนี้สำหรับผมครับ เลยนำมาแบ่งปันและบันทึกไว้ก่อนที่เวลาผ่านไปแล้วจะลืมมันไปเสียก่อน