ขออนุญาตเข้าเรื่องเลยนะครับ...
เมื่อ ธันวา 58 ผมซื้อ Macbook Air 13" มาใช้ จากตัวแทนจำหน่ายในห้างสรรพสินค้าแห่งหนึ่ง
ช่วงเจ็ดวันแรกเปิดใช้ไปสามครั้ง ก็ปกติดีไม่มีปัญหาอะไร
จนกระทั่งประมาณกลางเดือนธันวา เปิดใช้เป็นครั้งที่ 4 เท่านั้นล่ะครับ เกิดอาการ keyboard ฝั่งซ้ายกดไม่ติดเลยซักปุ่ม เลยได้นำไปซ่อม
ซึ่งแน่นอนครับ เลย 7 วันแล้ว ไม่สามารถเปลี่ยนเครื่องใหม่ได้ ต้องซ่อมเท่านั้น (ตอนนั้นก็ยังคิดนะ ว่าโชคร้ายอะไรแบบนี้)
ปกติผมใช้คอมไม่หนักครับ ดูหนัง ฟังเพลง เล่นเนท ทำงานเอกสาร แค่นั้น
ผ่านเลยไปร่วมสองอาทิตย์กับการได้แต่รอ ในที่สุดก็ซ่อมเสร็จ
หลังจากนั้นใช้งานได้ไม่ถึงเดือน keyboard ทั้งแผงกดไม่ติดเลย ครั้งนี้แย่มากตรงที่เป็นตอนปิดเครื่อง พอเปิดเข้ามา keyboard กดไม่ติด เลยไม่สามารถใส่ password log in ได้ ผลคือเอกสาร งานทุกอย่างติดอยู่ข้างใน (ปกติผม back up อาทิตย์ละครั้งครับ)
ไม่ต้องพูดถึงหนังสือ ebook งานวิจัย งานที่ต้อง present โดนอาจารย์ว่าจนหูชา ต้องมานั่งพิมพ์ใหม่หมด
หลังจากเสียถึงสองครั้งภายในระยะเวลาหลังซื้อแค่สองเดือน ผมรู้สึกไม่โอเคมาก ผมเองใช้ mac มาตั้งแต่ iphone3 เรารู้ว่ามาตรฐานแบรนด์เป็นยังไง Macbook pro ตัวแรกที่ใช้ หล่นมาจากโต๊ะยังไม่พังเลย
ผมเลือก mac เพราะคุณภาพ เพราะความเสถียร แต่กลายเป็นว่าได้คอมที่คุณภาพแย่ยิ่งกว่าคอมประกอบเองที่ประตูน้ำ
แต่ผมเองก็เข้าใจว่า ทุกอย่างมี error เกิดขึ้นได้ คอมผมอาจจะเป็นเครื่องที่มีความผิดพลาดจากการผลิต ไม่งั้นคงไม่เสียแล้วเสียอีก
ผมจึงลองคุยกับทางศูนย์ที่สิงคโปร์ดู คำตอบที่ได้คือ...
"เข้าใจความรู้สึกค่ะ แต่อยากให้อดทนอีกนิดนึง ถ้าเสียรอบที่สาม เราจะพิจารณาเปลี่ยนให้ค่ะ"
ซึ่งผมเองก็ทำใจยอมรับ และคิดว่าคอมแบรนด์ระดับโลกขนาดนี้ แพงขนาดนี้ มันก็คงไม่เสียอีก....
หลังจากซ่อมรอบที่สองเสร็จ เอากลับมาใช้ได้ไม่ถึงสัปดาห์ keyboard ก็กดไม่ติดอีกครับ คราวนี้เป็นบ้างไม่เป็นบ้าง นอกจากนี้ยังกด power ไม่ติดอีก พอร์ท USB ก็ใช้ไม่ได้ จึงส่งซ่อมอีกเป็นครั้งที่สาม
ได้โทรไปทวงสัญญาจากศูนย์ที่สิงคโปร์ คำตอบที่ได้คือ ..
"อยากให้อดทนอีกนิดนึงค่ะ ที่บอกว่า ถ้าเสียรอบที่สาม เราจะพิจารณาเปลี่ยนให้ หมายถึงว่าเสียครั้งที่สามค่ะ ตอนนี้เครื่องถูกส่งเข้ามาเป็นครั้งที่สาม เราจะนับว่าเป็นการส่งซ่อมครั้งที่สามค่ะ ต้องรอทางช่างซ่อมเสร็จแล้วเราถึงจะนับว่าเป็นการซ่อมครั้งที่สามค่ะ"
พูดให้ชัดๆเลยคือ ผมต้องรอซ่อม เอากลับไปใช้ แล้วรอให้มันเสียครั้งที่สี่ ถึงจะหมายความว่า “เสียครบสามครั้ง” แล้วจึงพิจารณาเรื่องเปลี่ยนเครื่องให้
พูดตรงๆถึงตอนนี้ผมไม่โอเคอย่างมากแล้วครับ ถ้าคอมผมใช้มาแล้วสองสามปีค่อยเสีย ผมจะไม่ว่าอะไรเลย
นี่ภายในสองเดือน เสียไปสามรอบ แย่กว่าคอมมือสองห่วยๆอีกครับ
ผมรู้สึกว่าเจ้าหน้าที่ไม่จริงใจกับการบริการลูกค้ามากๆ ทั้งๆที่กรณีนี้ก็เห็นชัดเจนว่ามันเป็นข้อผิดพลาดจากตัวเครื่อง ถ้าผมซื้อจากบริษัทห่วยๆ จะโดนปัดความรับผิดชอบก็ยังพอทำใจได้ แต่นี่แบรนด์ระดับโลก แต่ไม่แสดงความรับผิดชอบอะไรเลย
ผมลองค้นกระทู้เก่าๆในพันทิปดู ก็พบว่ามีคนเคยเมลล์ไปหา ทิม คุก แล้วได้เปลี่ยนเครื่อง iphone ใหม่ เลยลองเมลล์ไปดูบ้าง
ผมไม่รู้ว่า ทิม คุก ได้อ่านหรือเปล่านะครับ แต่ทางนั้นได้ให้หนึ่งในเจ้าหน้าที่ตอบกลับมาครับ ขอเรียกว่า A นะครับ
A ได้รับทราบเรื่องและแสดงความเห็นใจ ยืนยันว่าตามนโยบายจะเป็นการซ่อม ไม่ได้เปลี่ยนเครื่องให้
ผมก็ได้ยืนยันไปว่าผมต้องการเปลี่ยนเครื่องใหม่ เพราะ เครื่องนี้มันต่ำกว่ามาตรฐานของแอปเปิ้ลจริงๆ ผมเข้าใจนโยบายดี แต่นโยบาบนั่นถูกคิดขึ้นมารองรับเครื่องที่ผลิตได้ "มาตรฐาน" ไม่ใช่เครื่องที่มีความผิดพลาดจนต้องซ่อมแล้วซ่อมอีกขนาดนี้ พร้อมกันนี้ผมยังได้ยกตัวอย่าง กรณีมีคนไทยซื้อ iphone มาแล้วจอไม่สนิท ก็เปลี่ยนได้ อีกกรณีใช้ไปนานแล้ว แบตบวม ก็เปลี่ยนได้ หรือแม้กระทั่งเพื่อนผมเองซื้อ iMac แล้วเจอว่าจอเหลืองไม่เท่ากันทั้งจอ ทั้งๆที่พอตรวจแล้วพบว่ามันเป็นเรื่องปกติ แต่เค้าก็เปลี่ยนให้เพื่อความสบายใจของลูกค้า แต่กรณีของผมที่เห็นชัดๆว่ามันเสียแล้วเสียอีก กลับได้แต่บอกให้อดทน ทั้งๆที่จริงๆมันควรจะเปลี่ยนให้แต่แรกแล้วด้วยซ้ำ
A ก็ได้แต่บอกว่าเข้าใจ แต่ก็ยังบอกว่าเดี๋ยวรอช่างซ่อมครั้งที่สามเสร็จ แล้วถ้ายังมีปัญหาอะไรให้ติดต่อทาง A โดยตรงได้เลย
พอซ่อมครั้งที่สามเสร็จ เอากลับมาใช้ได้ 2 วัน ปรากฏว่าเครื่องแฮ้ง กดอะไรไม่ได้เลย ไฟล์หาย ช่อง USB ด้านขวาใช้ไม่ได้ จนต้อง force shut down ไป แล้วก็เป็นๆหายๆแบบนี้อีก
โทรไปแจ้ง A เค้าก็รับเรื่องไว้ แล้วบอกให้เอาไปเข้า iservice เพราะเค้าต้องการรู้ว่าเป็นที่ hardware รึเปล่า ถ้าเป็นที่ hardware เค้าจะพิจารณาเรื่องเครื่องใหม่ให้ (คำว่าพิจารณาเรื่องเครื่องใหม่ของ A คือ "พิจารณา" จริงๆครับ คือเอาเข้าที่ประชุม แต่ไม่รับปากว่าจะเปลี่ยนให้)
ทางช่าง iservice ได้ทำการล้างเครื่องลง OSX เก่าให้ (Yosemite) เพิ่งได้คืนมาวันก่อน จนถึงตอนนี้ (ผ่านมา 2 วัน) ยังไม่มีปัญหาอะไร
แต่จากการสอบถามคือ โดยปกติเวลาซ่อม ช่างจะลองแก้ปัญหาที่ software ก่อน พอหายก็จบ แต่ถ้าไม่หาย ก็จะดูในส่วนของ hardware ต่อไป
ในกรณีของผมช่างลง OSX เวอร์ชั่นเก่าแล้วไม่เจอปัญหา เลยไม่ได้ตรวจ hardware ต่อ (แต่ปัญหาที่ผมเล่ามามันเป็นๆหายๆน่ะครับ ไม่ได้เป็นอยู่ตลอด)
อย่างนี้ก็เลยกลายเป็นว่าไม่ได้เช็ค hardware เลยไม่ตรงกับข้อตกลงที่จะพิจารณาเรื่องการเปลี่ยนเครื่อง
คือโดยส่วนตัวผมคิดว่านี่มันต่ำกว่ามาตรฐานตามปกติของ apple แล้วน่ะครับ มันก็ค่อนข้างชัดเจนว่ามีปัญหาที่ตัวเครื่องแน่ๆ ทำไม apple ถึงยังนิ่งนอนใจ ไม่ทำอะไรเลย กลายเป็นว่าลูกค้าต้องมารับผิดชอบเอง
จริงๆมันควรจะต้องเปลี่ยนเครื่องให้ตั้งแต่ซื้อมาเดือนนึง เสียสองครั้ง แล้วซ่อมแล้วเสียอีกรึเปล่าครับ
ผมเองไม่ได้รวยอะไร แต่ยอมควักตังค์ซื้อเพราะเชื่อใจในประสิทธิภาพ คอมเครื่องละครึ่งแสน กว่าจะเก็บเงินซื้อได้ ลำบากนะครับ
ผมควรทำยังไงดีครับ ตอนนี้ติดต่อ A ไม่ได้เลย เมลล์ไปก็เงียบ โทรหาที่ต่างประเทศก็ไม่รับสาย ได้แต่ฝากข้อความ โทรไปหาศูนย์ที่สิงคโปร์ก็รับเรื่องไว้ แต่ก็ไม่ได้มีอะไรคืบหน้า บอกตามตรงว่าผมไม่เหลือความไว้ใจอะไรกับเครื่องนี้อีกแล้ว ต้อง back up ทุกครั้งที่ทำงานเสร็จ เวลาจะพกไปทำงาน หรือ present งานอะไร ก็ต้องเอาไปหมดทั้ง macbook, ipad โหลดขึ้น icloud เซฟลง USB แล้วต้องขอยืม tablet ยี่ห้ออื่นของพ่อติดไปด้วยอีกเครื่อง กลายเป็นว่าต้องมาหวาดระแวง ประสาทเสียกับการใช้คอมแบรนด์ระดับโลกที่โฆษณาว่าดีที่สุด และยังรู้สึกเหมือนไม่มีเจ้าหน้าที่คนไหนใส่ใจอย่างจริงจัง เหมือนโดนลอยแพยังไงไม่รู้
ล่าสุดที่คอมแฮ้ง นี่คือกำลังจะนำเสนองานวิจัยให้อาจารย์ โชคดีว่าเป็นการนำเสนอกลุ่มเล็ก ยังขอโทษและขอเวลาเตรียมตัวใหม่ได้
เห็นข่าวเคยบอกว่า สมัย สตีฟ จอบส์ นี่เค้านั่งอ่านเมลล์ลูกค้าด้วยตัวเอง ไม่รู้ว่า ทิม คุก จะได้อ่านมั๊ย คิดแล้วเศร้าา
สรุปความเสียหายที่เกิดขึ้น
- ซื้อมาสามเดือน ส่งซ่อมสี่ครั้ง
- ผมเลิกงานสองทุ่ม แต่ละครั้งที่ไป iservice คือต้องลางานออกไป (โชคดีหัวหน้าเข้าใจ และผมเอางานกลับไปเคลียร์ต่อที่บ้านเสร็จทัน ไม่เกิดปัญหา) ตั้งแต่ซื้อมา ไป iservice ทั้งหมด 7 ครั้งแล้ว ในสามเดือน
- ค่าใช้จ่าย และเวลาที่เสียไป
- ไฟล์งานหาย รวมถึงเอกสารที่ต้องส่งบางอย่าง วิทยานิพนธ์ 1 บท และเอกสารอ้างอิงที่ต้องมาเรียบเรียงใหม่
- ความเสียหายจากการใช้งานไม่ได้ เช่น โดนอาจารย์ว่าว่าไม่พร้อม ต้องเอาทุกอย่างมาพิมพ์ใน ipad (ลำบากมากครับ งานผมพิมพ์เยอะ)
- ประสาทเสีย
- และสำคัญที่สุด คือ หมดความไว้ใจไปแล้วครับ ใครจะรู้ว่าเวลาที่ต้องนำเสนองานสำคัญ วิทยานิพนธ์ เครื่องจะค้าง keyboard จะกดไม่ติด จะเปิดเครื่องไม่ได้อีกตอนไหน ไฟล์ที่เก็บไว้จะหายอีกรึเปล่า
เรียกได้ว่า การซื้อ Macbook Air ครั้งนี้ เป็นประสบการณ์ที่เลวร้ายสำหรับผมจริงๆครับ
พยายามติดต่อเจ้าหน้าที่แล้ว แต่ก็ไม่มีอะไรเกิดขึ้นเลย สรุปก็คงต้องทนใช้ไปเรื่อยๆ ไม่รู้ว่าเมื่อไหร่จะแจ็คพอตอีก ได้แต่ภาวนาให้ไม่เสียครั้งที่ห้าหกเจ็ดอีก
ก็ขอแชร์เป็นประสบการณ์แย่ๆให้เพื่อนๆได้รับรู้ไว้ครับ และก็ขอแนะนำว่าไฟล์ที่ต้องใช้ พิมพ์เสร็จก็ควรสำรองไว้ในพวก USB หรือ cloud ทุกครั้งนะครับ จะได้ไม่ต้องมานั่งพิมพ์ใหม่เหมือนผม
ลำพังแค่นั่งเรียบเรียงวิทยานิพนธ์ใหม่บทเดียว ก็รากเลือดละครับ
ซื้อ Macbook มา 3 เดือน เสียไป 4 ครั้ง พนักงานบอกให้อดทน :(
เมื่อ ธันวา 58 ผมซื้อ Macbook Air 13" มาใช้ จากตัวแทนจำหน่ายในห้างสรรพสินค้าแห่งหนึ่ง
ช่วงเจ็ดวันแรกเปิดใช้ไปสามครั้ง ก็ปกติดีไม่มีปัญหาอะไร
จนกระทั่งประมาณกลางเดือนธันวา เปิดใช้เป็นครั้งที่ 4 เท่านั้นล่ะครับ เกิดอาการ keyboard ฝั่งซ้ายกดไม่ติดเลยซักปุ่ม เลยได้นำไปซ่อม
ซึ่งแน่นอนครับ เลย 7 วันแล้ว ไม่สามารถเปลี่ยนเครื่องใหม่ได้ ต้องซ่อมเท่านั้น (ตอนนั้นก็ยังคิดนะ ว่าโชคร้ายอะไรแบบนี้)
ปกติผมใช้คอมไม่หนักครับ ดูหนัง ฟังเพลง เล่นเนท ทำงานเอกสาร แค่นั้น
ผ่านเลยไปร่วมสองอาทิตย์กับการได้แต่รอ ในที่สุดก็ซ่อมเสร็จ
หลังจากนั้นใช้งานได้ไม่ถึงเดือน keyboard ทั้งแผงกดไม่ติดเลย ครั้งนี้แย่มากตรงที่เป็นตอนปิดเครื่อง พอเปิดเข้ามา keyboard กดไม่ติด เลยไม่สามารถใส่ password log in ได้ ผลคือเอกสาร งานทุกอย่างติดอยู่ข้างใน (ปกติผม back up อาทิตย์ละครั้งครับ)
ไม่ต้องพูดถึงหนังสือ ebook งานวิจัย งานที่ต้อง present โดนอาจารย์ว่าจนหูชา ต้องมานั่งพิมพ์ใหม่หมด
หลังจากเสียถึงสองครั้งภายในระยะเวลาหลังซื้อแค่สองเดือน ผมรู้สึกไม่โอเคมาก ผมเองใช้ mac มาตั้งแต่ iphone3 เรารู้ว่ามาตรฐานแบรนด์เป็นยังไง Macbook pro ตัวแรกที่ใช้ หล่นมาจากโต๊ะยังไม่พังเลย
ผมเลือก mac เพราะคุณภาพ เพราะความเสถียร แต่กลายเป็นว่าได้คอมที่คุณภาพแย่ยิ่งกว่าคอมประกอบเองที่ประตูน้ำ
แต่ผมเองก็เข้าใจว่า ทุกอย่างมี error เกิดขึ้นได้ คอมผมอาจจะเป็นเครื่องที่มีความผิดพลาดจากการผลิต ไม่งั้นคงไม่เสียแล้วเสียอีก
ผมจึงลองคุยกับทางศูนย์ที่สิงคโปร์ดู คำตอบที่ได้คือ...
"เข้าใจความรู้สึกค่ะ แต่อยากให้อดทนอีกนิดนึง ถ้าเสียรอบที่สาม เราจะพิจารณาเปลี่ยนให้ค่ะ"
ซึ่งผมเองก็ทำใจยอมรับ และคิดว่าคอมแบรนด์ระดับโลกขนาดนี้ แพงขนาดนี้ มันก็คงไม่เสียอีก....
หลังจากซ่อมรอบที่สองเสร็จ เอากลับมาใช้ได้ไม่ถึงสัปดาห์ keyboard ก็กดไม่ติดอีกครับ คราวนี้เป็นบ้างไม่เป็นบ้าง นอกจากนี้ยังกด power ไม่ติดอีก พอร์ท USB ก็ใช้ไม่ได้ จึงส่งซ่อมอีกเป็นครั้งที่สาม
ได้โทรไปทวงสัญญาจากศูนย์ที่สิงคโปร์ คำตอบที่ได้คือ ..
"อยากให้อดทนอีกนิดนึงค่ะ ที่บอกว่า ถ้าเสียรอบที่สาม เราจะพิจารณาเปลี่ยนให้ หมายถึงว่าเสียครั้งที่สามค่ะ ตอนนี้เครื่องถูกส่งเข้ามาเป็นครั้งที่สาม เราจะนับว่าเป็นการส่งซ่อมครั้งที่สามค่ะ ต้องรอทางช่างซ่อมเสร็จแล้วเราถึงจะนับว่าเป็นการซ่อมครั้งที่สามค่ะ"
พูดให้ชัดๆเลยคือ ผมต้องรอซ่อม เอากลับไปใช้ แล้วรอให้มันเสียครั้งที่สี่ ถึงจะหมายความว่า “เสียครบสามครั้ง” แล้วจึงพิจารณาเรื่องเปลี่ยนเครื่องให้
พูดตรงๆถึงตอนนี้ผมไม่โอเคอย่างมากแล้วครับ ถ้าคอมผมใช้มาแล้วสองสามปีค่อยเสีย ผมจะไม่ว่าอะไรเลย
นี่ภายในสองเดือน เสียไปสามรอบ แย่กว่าคอมมือสองห่วยๆอีกครับ
ผมรู้สึกว่าเจ้าหน้าที่ไม่จริงใจกับการบริการลูกค้ามากๆ ทั้งๆที่กรณีนี้ก็เห็นชัดเจนว่ามันเป็นข้อผิดพลาดจากตัวเครื่อง ถ้าผมซื้อจากบริษัทห่วยๆ จะโดนปัดความรับผิดชอบก็ยังพอทำใจได้ แต่นี่แบรนด์ระดับโลก แต่ไม่แสดงความรับผิดชอบอะไรเลย
ผมลองค้นกระทู้เก่าๆในพันทิปดู ก็พบว่ามีคนเคยเมลล์ไปหา ทิม คุก แล้วได้เปลี่ยนเครื่อง iphone ใหม่ เลยลองเมลล์ไปดูบ้าง
ผมไม่รู้ว่า ทิม คุก ได้อ่านหรือเปล่านะครับ แต่ทางนั้นได้ให้หนึ่งในเจ้าหน้าที่ตอบกลับมาครับ ขอเรียกว่า A นะครับ
A ได้รับทราบเรื่องและแสดงความเห็นใจ ยืนยันว่าตามนโยบายจะเป็นการซ่อม ไม่ได้เปลี่ยนเครื่องให้
ผมก็ได้ยืนยันไปว่าผมต้องการเปลี่ยนเครื่องใหม่ เพราะ เครื่องนี้มันต่ำกว่ามาตรฐานของแอปเปิ้ลจริงๆ ผมเข้าใจนโยบายดี แต่นโยบาบนั่นถูกคิดขึ้นมารองรับเครื่องที่ผลิตได้ "มาตรฐาน" ไม่ใช่เครื่องที่มีความผิดพลาดจนต้องซ่อมแล้วซ่อมอีกขนาดนี้ พร้อมกันนี้ผมยังได้ยกตัวอย่าง กรณีมีคนไทยซื้อ iphone มาแล้วจอไม่สนิท ก็เปลี่ยนได้ อีกกรณีใช้ไปนานแล้ว แบตบวม ก็เปลี่ยนได้ หรือแม้กระทั่งเพื่อนผมเองซื้อ iMac แล้วเจอว่าจอเหลืองไม่เท่ากันทั้งจอ ทั้งๆที่พอตรวจแล้วพบว่ามันเป็นเรื่องปกติ แต่เค้าก็เปลี่ยนให้เพื่อความสบายใจของลูกค้า แต่กรณีของผมที่เห็นชัดๆว่ามันเสียแล้วเสียอีก กลับได้แต่บอกให้อดทน ทั้งๆที่จริงๆมันควรจะเปลี่ยนให้แต่แรกแล้วด้วยซ้ำ
A ก็ได้แต่บอกว่าเข้าใจ แต่ก็ยังบอกว่าเดี๋ยวรอช่างซ่อมครั้งที่สามเสร็จ แล้วถ้ายังมีปัญหาอะไรให้ติดต่อทาง A โดยตรงได้เลย
พอซ่อมครั้งที่สามเสร็จ เอากลับมาใช้ได้ 2 วัน ปรากฏว่าเครื่องแฮ้ง กดอะไรไม่ได้เลย ไฟล์หาย ช่อง USB ด้านขวาใช้ไม่ได้ จนต้อง force shut down ไป แล้วก็เป็นๆหายๆแบบนี้อีก
โทรไปแจ้ง A เค้าก็รับเรื่องไว้ แล้วบอกให้เอาไปเข้า iservice เพราะเค้าต้องการรู้ว่าเป็นที่ hardware รึเปล่า ถ้าเป็นที่ hardware เค้าจะพิจารณาเรื่องเครื่องใหม่ให้ (คำว่าพิจารณาเรื่องเครื่องใหม่ของ A คือ "พิจารณา" จริงๆครับ คือเอาเข้าที่ประชุม แต่ไม่รับปากว่าจะเปลี่ยนให้)
ทางช่าง iservice ได้ทำการล้างเครื่องลง OSX เก่าให้ (Yosemite) เพิ่งได้คืนมาวันก่อน จนถึงตอนนี้ (ผ่านมา 2 วัน) ยังไม่มีปัญหาอะไร
แต่จากการสอบถามคือ โดยปกติเวลาซ่อม ช่างจะลองแก้ปัญหาที่ software ก่อน พอหายก็จบ แต่ถ้าไม่หาย ก็จะดูในส่วนของ hardware ต่อไป
ในกรณีของผมช่างลง OSX เวอร์ชั่นเก่าแล้วไม่เจอปัญหา เลยไม่ได้ตรวจ hardware ต่อ (แต่ปัญหาที่ผมเล่ามามันเป็นๆหายๆน่ะครับ ไม่ได้เป็นอยู่ตลอด)
อย่างนี้ก็เลยกลายเป็นว่าไม่ได้เช็ค hardware เลยไม่ตรงกับข้อตกลงที่จะพิจารณาเรื่องการเปลี่ยนเครื่อง
คือโดยส่วนตัวผมคิดว่านี่มันต่ำกว่ามาตรฐานตามปกติของ apple แล้วน่ะครับ มันก็ค่อนข้างชัดเจนว่ามีปัญหาที่ตัวเครื่องแน่ๆ ทำไม apple ถึงยังนิ่งนอนใจ ไม่ทำอะไรเลย กลายเป็นว่าลูกค้าต้องมารับผิดชอบเอง
จริงๆมันควรจะต้องเปลี่ยนเครื่องให้ตั้งแต่ซื้อมาเดือนนึง เสียสองครั้ง แล้วซ่อมแล้วเสียอีกรึเปล่าครับ
ผมเองไม่ได้รวยอะไร แต่ยอมควักตังค์ซื้อเพราะเชื่อใจในประสิทธิภาพ คอมเครื่องละครึ่งแสน กว่าจะเก็บเงินซื้อได้ ลำบากนะครับ
ผมควรทำยังไงดีครับ ตอนนี้ติดต่อ A ไม่ได้เลย เมลล์ไปก็เงียบ โทรหาที่ต่างประเทศก็ไม่รับสาย ได้แต่ฝากข้อความ โทรไปหาศูนย์ที่สิงคโปร์ก็รับเรื่องไว้ แต่ก็ไม่ได้มีอะไรคืบหน้า บอกตามตรงว่าผมไม่เหลือความไว้ใจอะไรกับเครื่องนี้อีกแล้ว ต้อง back up ทุกครั้งที่ทำงานเสร็จ เวลาจะพกไปทำงาน หรือ present งานอะไร ก็ต้องเอาไปหมดทั้ง macbook, ipad โหลดขึ้น icloud เซฟลง USB แล้วต้องขอยืม tablet ยี่ห้ออื่นของพ่อติดไปด้วยอีกเครื่อง กลายเป็นว่าต้องมาหวาดระแวง ประสาทเสียกับการใช้คอมแบรนด์ระดับโลกที่โฆษณาว่าดีที่สุด และยังรู้สึกเหมือนไม่มีเจ้าหน้าที่คนไหนใส่ใจอย่างจริงจัง เหมือนโดนลอยแพยังไงไม่รู้
ล่าสุดที่คอมแฮ้ง นี่คือกำลังจะนำเสนองานวิจัยให้อาจารย์ โชคดีว่าเป็นการนำเสนอกลุ่มเล็ก ยังขอโทษและขอเวลาเตรียมตัวใหม่ได้
เห็นข่าวเคยบอกว่า สมัย สตีฟ จอบส์ นี่เค้านั่งอ่านเมลล์ลูกค้าด้วยตัวเอง ไม่รู้ว่า ทิม คุก จะได้อ่านมั๊ย คิดแล้วเศร้าา
สรุปความเสียหายที่เกิดขึ้น
- ซื้อมาสามเดือน ส่งซ่อมสี่ครั้ง
- ผมเลิกงานสองทุ่ม แต่ละครั้งที่ไป iservice คือต้องลางานออกไป (โชคดีหัวหน้าเข้าใจ และผมเอางานกลับไปเคลียร์ต่อที่บ้านเสร็จทัน ไม่เกิดปัญหา) ตั้งแต่ซื้อมา ไป iservice ทั้งหมด 7 ครั้งแล้ว ในสามเดือน
- ค่าใช้จ่าย และเวลาที่เสียไป
- ไฟล์งานหาย รวมถึงเอกสารที่ต้องส่งบางอย่าง วิทยานิพนธ์ 1 บท และเอกสารอ้างอิงที่ต้องมาเรียบเรียงใหม่
- ความเสียหายจากการใช้งานไม่ได้ เช่น โดนอาจารย์ว่าว่าไม่พร้อม ต้องเอาทุกอย่างมาพิมพ์ใน ipad (ลำบากมากครับ งานผมพิมพ์เยอะ)
- ประสาทเสีย
- และสำคัญที่สุด คือ หมดความไว้ใจไปแล้วครับ ใครจะรู้ว่าเวลาที่ต้องนำเสนองานสำคัญ วิทยานิพนธ์ เครื่องจะค้าง keyboard จะกดไม่ติด จะเปิดเครื่องไม่ได้อีกตอนไหน ไฟล์ที่เก็บไว้จะหายอีกรึเปล่า
เรียกได้ว่า การซื้อ Macbook Air ครั้งนี้ เป็นประสบการณ์ที่เลวร้ายสำหรับผมจริงๆครับ
พยายามติดต่อเจ้าหน้าที่แล้ว แต่ก็ไม่มีอะไรเกิดขึ้นเลย สรุปก็คงต้องทนใช้ไปเรื่อยๆ ไม่รู้ว่าเมื่อไหร่จะแจ็คพอตอีก ได้แต่ภาวนาให้ไม่เสียครั้งที่ห้าหกเจ็ดอีก
ก็ขอแชร์เป็นประสบการณ์แย่ๆให้เพื่อนๆได้รับรู้ไว้ครับ และก็ขอแนะนำว่าไฟล์ที่ต้องใช้ พิมพ์เสร็จก็ควรสำรองไว้ในพวก USB หรือ cloud ทุกครั้งนะครับ จะได้ไม่ต้องมานั่งพิมพ์ใหม่เหมือนผม
ลำพังแค่นั่งเรียบเรียงวิทยานิพนธ์ใหม่บทเดียว ก็รากเลือดละครับ