ก่อนอื่นเลยต้องบอกว่าเป็นคนไม่มีตังแต่ชอบเที่ยวชอบออกไปเปิดหูเปิดตาข้างนอกแต่การจะไปคนเดียวมันก็กระไรอยู่...เลยต้องพกเพื่อนไปด้วย...พอมีเพื่อนไปด้วยก็เลยต้องมีการวางแผน...ก็พันทิพเนี้ยละอ่านรีวิวไปเรื่อยๆได้ข้อมูลเยอะมากเหมือนได้ไปมาแล้วจริงๆ555+ ก็เลยอยากจะทำรีวิวเผื่อคนที่อยากไปวังเวียงช่วงวันสงกรานต์บ้างจะได้มีแนวทาง ( ป.ล. จะเขียนที่ตัวเองได้ประสบและตัวเลือกที่คนอื่นๆอาจเลือกไปนะครับ )
.
.
.
อะ
มา
เริ่ม
.
.
.
เริ่มต้นเดินทางด้วยรถบัสช่องการเดินทางที่ 85 ชานชาลาที่ 4 หมอชิต 2 เวลารถออก 20.00 น. ต้นทาง กทม. ปลายทาง หนองคาย (ใช้บริการของบขส.999 ) ผู้คนไม่ต้องบรรยาย...เยอะยิ่งกว่าเพลียแป้งที่เกาะอยู่อยู่บนน้อยหน่า555+ (ใครไม่รู้จักถามอากู๊ ) รถเลทไม่มากนักก็ออกเดินทางผมจองด้านล่างสุดได้กันทั้งหมด 10 ชีวิตจึงเป็นที่ส่วนตัวมากๆมากจนเกินพอดีไปบ้าง555+ ระหว่างอยู่บนรถก็วางแผนว่าจะเที่ยวไหนและจะไปไหนกันบ้างส่วนรถบัสก็วิ่งตามเส้นทางจอดรับผู้คนจากจุดรับต่างๆ คนด้านบนแน่นขึ้นตามเวลาที่ผ่านไป แล้วเราก็พากันผอยหลับไป... ... ... เวลาผ่านไปเท่าไรไม่รู้ ... ... ... เสียงพี่ผู้ชายหรือหญิงไม่แน่ใจแต่ที่แน่ๆคือหนักแน่นและดังประหนึ่งเสียงอ๊อดตอนเลิกเรียน
พี่พนักงาน : ถึงแล้วครับๆปลายทางข่อนแก่น ใครจะลงข่อนแก่นเชิญลงเลยนะครับ !!!!
พวกเราจึงหันมองนาฬิกา ขุ่นพระ ตี 3 กว่า!!!!!!!!! ( ตามกำหนดการที่เขียนคือ ถึงหนองคายตี 3 ) แต่ก็ทำอะไรมิได้มากบวกกับความง่วงนอนจึงพร้อมใจกันเอนตัวลงและหลับไปในที่สุด z_Z ...
*** วิธีการเดินทางจะมีหลายแบบหลายราคา
1. นั้งรถบัส มีทั้งธรรมดา และ ไฮคลาสอย่างนครชัฯ
2. นั้งรถไฟ ไปตามเส้นอิสานมีทั้งแบบฟรีและไม่ฟรี
3. นั้งเครื่อง ราคาแล้วแต่จะลง
พอออกจากกทม. มาแล้วจะมีตัวเลือกให้เลือกว่าจะได้ลงไหน 1. อุดร หรือ 2. หนองคาย ( ผมเลือกไปลงหนองคาย เพราะอยากจะประหยัดตังประมาณคนละ 40 บาท เพราะรถที่จะเข้ามุ่งตรงไปวังเวียงนั้นจะออกจากอุดรเวลา 07.30 น. ราคา 320 บาท และจะมารับคนที่หนองคาย 08.30 น. ราคา 270 บาทซึ่งราคาต่างกันประมาณ 50 บาท ซึ่งถ้าบวกค่ารถทัวร์ที่จะลงอุดรมาลงหนองคายต่างกันแค่ 10 บาท เลยตัดสินใจมาลงหนองคาย ) ป.ล. ตั๋วไปวังเวียงไม่รับจองนะครับให้ไปหน้างานเอาเลยคือแล้วแต่ดวงเลย555ไปก่อนได้ก่อน
หรือ
ถ้าใครนิยมเที่ยวไปชิลๆก็ไปเองโดน นั้งรถจาก บขส. ไปลงตลาดเช้า 55 บาท แล้วค่อยนั้งรถบัสไปที่ บขส.ใหม่ของลาว 20 บาท แล้วนั้งบขส.ลาวไปวังเวียงคนละ 208 บาท
เด้ง ตัว สะ ดุ้ง โหย่ง ขึ้นมา เพราะเสียงเดิมตะโกนว่า หนองคายแล้วจ๋าๆ พวกเรารีบเก็บของและลงมาที่ท่ารถหนองคายทันที เวลาขณะนั้นประมาณได้ 08.00 น. เหมือนทุกครั้งที่ออก ตจว. เวลาลงจากรถบัสจะมีคนเข้ามารุมเหมือนเราเป็นดาราก็มิปาน555+แต่เราก็ปฏิเสธอย่างสุภาพว่า " ขอพักแปปนึงนะครับ " แล้วเราก็รีบรวมกลุ่มมองไปรอบๆหาช่องขายตั๋วที่จะไปวังเวียง และ ... นั้นไงพบแล้ววิ่งไปทันทีสอบถามได้ความว่า
พี่ขายตั๋ว : ไปไหนจ๊ะ
ผม : ไปวังเวียงครับ
พี่ขายตั๋ว : เต็มแล้วค่ะ มีแต่ไปเวียงจันทน์
ผม : ( หน้าเสียเล็กน้อย555+) แล้วไปเวียงจันทน์เท่าไรครับ
พี่ขายตั๋ว : คนละ 55 บาท พร้อมพาสปอร์ตของทุกคนค่ะ
ผม : รีบวิ่งไปในทันใดและมาซื้อก่อนเลยเพราะกลัวที่เต็ม
ระหว่างนั้นผมก็ไปกินข้าวและเดินหารถทัวร์ที่จะกลับบ้านและดำเนินการซื้อตั๋ว บลาๆๆๆ
เวลา 09.30 น. รถมินิบัสเก่าๆมีแอร์มาจอดเทียบท่าคนแน่นขนาด แต่สิ่งที่ทำให้ตกใจสุดๆคือ ในตารางที่แปะไว้หน้าช่องขายตั๋วเขียนว่า รถที่จะไปวังเวียงรอบ 8.30 ซึ่ง พี่คนขายบอกว่าเต็ม...แต่ ดันมีเสียงประกาศจากพี่ขายตั๋วว่า " รถที่จะตรงไปวังเวียงรอบ 11.30 ให้รออยู่ข้างล่างนะคะ !!! "แล้วตอนแรกทำไมไม่บอกฟร๊ะว่ามันมีรอบเที่ยงด้วย ( ถ้าใครไปก็ลองถามดูละกันว่ามีรอบอื่นไหม555+ ) เหมือนโดนหลอกแต่เพื่อนบอกว่าซื้อเวลามาได้ 2 ชม.555+...ระหว่างอยู่บนรถไม่อยากจะเอ่ยคือมันแน่นมากแน่จนไม่รู้สึกถึงแอร์ไม่รู้ด้วยว่าเชื้อชาติไหนบ้างบนรถ ( ราดซอสมะเขือเทศมานี้ใช่เลยเลย ปลากระป๋อง!! )
นั้งไปได้ประมาณ 40 นาที วนไปวนมาทางมีแต่ฝุ่นเต็มไปหมดแล้วก็มาถึงที่ ตม. ฝั่งไทยไกด์ทัวร์ชาวลาวรีบเร่งให้เราลงจากรถและไปทำเรื่องทุกคนแห่ลงมาเหมือนมดแตกรังเดินเข้าไปต่อคิวเฉย ( ความจริงบนรถเข้าจะมีใบที่ให้เขียน (กระดาษมาเป็นคู่นะ) และพอลงมาข้างล่างก็จะต้องไปรับอีกใบ (กระดาษมาเป็นคู่นะ) แล้วเขียนให้เรียบร้อยก่อนจึงเข้าไปต่อคิวทำเรื่องได้ ) ดีนะเราถามก่อนเขาจึงชี้ให้ไปเอาที่ช่องรับใบเข้าประเทศเรารีบไปตะโกนเรียกเพื่อนที่ยืนต่อคิวอยู่ตอนให้ออกมาเขียนกันก่อน555+...พอเขียนเสร็จก็ทำไปยืนต่อคิวถึงคิวเราก็ไม่มีอะไรเลยแค่ยื่นพาสปอร์ตกับใบที่เขียนๆกันให้เขาไปแล้วพี่เขาก็จะปั้มตรามา 1 ดอก ผ่านมาอีกฝั่งต้องรีบวิ่งไปขึ้นรถเพราะรถคันนั้นเขาจอดรอเราอยู่
นั้งไปได้อีกสักพักประมาณ 15 นาที ก็มาถึง ตม. ลาว ลงมาปั๊ปก็จัดเลยจร้า เข้าคิวๆตรวจพาสปอร์ต เพื่อปั๊มตรา และพอปั๊มตราเสร็จก็ออกมา เหมือนเดิมต่อคิวเพื่อจ่ายค่านผ่านด่าน วันที่ผมไปผมไปวันที่ 11 เช้า เป็นวันจันทร์จึงเสียตรงนั้นทั้งสิ้น 5 บาทต่อคนซึ่งไม่ตรงกับสำนักไหนในพันดิพเลย55+ อาจจะด้วยเหตุผลหลายประการแต่ก็ดีนะ 5 บาทเอง และจ่ายตังไปก็จะได้เป็น การ์ด มา 1 ใบเอาไปเสียบเข้าเครื่องอัตโนมัติ แค่นี้ก็เป็นอันเรียบร้อย เพอร์เฟ็กส์555+ หยอดเสร็จก็แอบมองธนาคารว่าเลทการแลกอยู่ที่เท่าไรวันนั้นิอยู๋ที่ 231 ซึ่งไม่ค่อยตรงกับข้อมูลในพันดิพเช่นกันเลยตัดสินใจไปแลกในเวียงจันทน์ เราก็แอบมองๆว่าเอาไปต่อก็ขึ้นรถสิครับ รออะไร !!! นั้งเป็นข้าวแช่อยู่ในรถที่มีแอร์แต่ไม่รู้สึกไปอีกประมาณ 30 - 40 นาทีก็มาถึงสถานที่ที่เข้าเรียกกันว่า " ตลาดเช้า " ลงมาจากรถก็เจอแบบเดิมเลยเต็มไปหมดเราก็เสต๊ปเดิมเลยครับ ปฏิเสธๆๆๆๆๆ แล้วรวมกลุ่มก่อนๆ แล้วรอคนน้อยลงแล้วก็เหมือนแค่ไม่กี่คนที่จะไปวังเวียงตอนนั้นมีพี่ที่เขามาคนเดียวก็แอ๊บรวมเขาไปด้วยเพราะเวลาต่อรองจะได้เลทที่ดีกว่า ( ถ้าคิดว่าจะนั้งรถตู้ไปนะครับ ) คือข้อมูลในพันดิพบอกว่าโดนฟันแน่ๆให้ต่อราคาไปเลยเยอะๆ ผมก็จัดไป
พี่รถตู้ : 400 ต่อคนครับ
พวกเรา : หันมามองหน้ากัน ทำหน้าแบบ เอิ่บแพงไปไหม
พี่รถตู้ : ไปไหมไปเลยเดี๋ยวพาไปปลกตังพาหาที่พักพานู้นนี้นั้น บลาๆๆๆๆๆๆๆๆๆ
พวกเรา : ลดได้ไหมครับ
พี่รถตู้ : 350 บาทต่อคนครับ
พวกเรา : ( ประชุมกัน ) จะด้วยฟ้าที่ไม่เป็นใจที่ส่งแดดอันแรงกล้ามาหรือจะเป็นพสุธาที่สะท้อนความร้อนผ่านหยาดเหงื่อกลับเข้ามาในตัวเราเองและด้วยการพูดจาหว่านล้อมที่ทำให้รู้สึกว่าการนั้งรถไป บขส. ใหม่ของลาว เป็นเสมือนการพาตัวเองลงไปสู่ขุมนรกอันร้อนระอุ ทำให้ตกลงกันว่าถ้าลดเหลือ 320 ก็ไปเลย !!! สรุป ได้ 320 ต่อคน จริงๆ ( อันที่จริงต่อไปเถอะครับ 280 ก็ยังได้เลยเพราะยังไงซะถ้านั้ง บขส. ไปเองก็เสียไปเกิน 250 อยู่แล้ว ) เราจัดการสิ่งแรกคือไปแลกตังเราไปตังไปทั้งสิ้น 20,000 บาท (กองกลางของทริป ) ที่ธนาคารในเวียงจันทน์ ได้ตังมารวยเลยครับ สิริรวม 4,600,000 กีบ โดยประมาณ ยัดใส่กระเป๋าแทบไม่เข้าแต่ก็ยังดีที่แบงค์ที่ได้มาเป็นแบงค์ใบละ 100,000 แต่ก็ยังเยอะอยู่ดี 555+
นั้งรถไปตามทางวิวก็สวยใช่ได้ครับแต่ที่น่าหงุดหงิดคือเป็นรถตู้ติดแอร์แต่ไม่เย็น!!!!! ( เชื่อผมๆไปเองนะนั้งไปบขส.ลาวใหม่เถอะครับ เป็นรถบัสที่ดูใหม่และดูเย็นอาจจะไม่เป็นส่วนตัวแต่ดีกว่ารถตู้แน่นอนครับ...วิวข้างทางที่ขาดการชมมิได้ในช่วงหน้าร้อนเยี่ยงนี้คือ ภูเขาสุดลูกหูลูกตา พระอาทิตย์ และ ใบไม้เปลี่ยนสีครับ เราเดินทางการมาประมาณได้ 4 ชม. ท่ามกลางทางลุกรังมากมาย ถึง วังเวียงแบบโคตรเหมือนโคตรร้อนโคตรหิวโคตรรวยโคตรทุกอย่าง ประมาณ 16.00 น. แต่เรายังหยุดพักไม่ได้ !!!!!!!!!!!!!!!!!!!!!!!!!!!!!!!!!!!!!!!!!! เพราะเรายังไม่มีที่พักเลย5555+ เช่นเดิมครับในพันดิพเข้าว่ากันว่าว๊อคอินมาจะได้ราคาถูกกว่า ก็ถูกกว่าจริงๆอันนี้คอนเฟริมเพราะร้านที่ถูกๆจะไม่ลงเว็ปแต่ก็ไม่ได้ถูกจนเหมือนขี้เพราะร้านที่ถูกแบบนั้นก็ไม่ไหวจะเคลียร์เหมือนกัน555+ เราเดินตามหาอยู่นานแนะนำว่าให้เดินไปตรงถนนเมนหลักของวังเวียงเนี้ยละแล้วเดินหาเลยไปทาง " ตลาดเก่า " แล้วถามไปเรื่อยๆก็จะมีร้านที่ถูกใจเองนั้นละครับ ผมได้นอนที่โดมครับจำชื่อไม่ได้แต่เป็นแบบนอนรวมกันห้องละ 12-14 คนรวมกับคนอื่นๆผม ok นะครับ ราคาอยู๋ที่ 40,000 กีบ (173 บาท ) แต่ที่เลือกที่นี้ไม่ใช่เพราะราคาถูกกว่าชาวบ้านแต่ถูกใจตรงฝรั่ง เอ้ยไม่ใช่ มันฟรีอาอาหารเช้าครับ ( ราคาอาหารอยู่ที่ต่ำสุด 60 บาท ) เลยเลือกที่นี้เลยครับ ฟรีไวไฟด้วย ฟรีออมเลต และบาเก็ต นอนที่นี้ 3 วันประหยัดได้เยอะเลยครับ...เมื่อได้ที่พักแล้วอันดับต่อไปหาที่เที่ยวครับ!
***วิธีการเลือกหาที่พัก
1. ให้เดินเลือกเลยครับได้ราคาที่ถูกแน่นอนแต่อาจจะเหนื่อยนิดหน่อย
2. ที่พักทั่วไปราคาอยู่ที่ 50,000 กีบต่อคน ( 200 บาท )
3. ที่พักถ้าจะไปแบบอลังๆหน่อยก็แนะนำจองผ่านอโกดาจะได้ส่วนลดเยอะกว่าว๊อคอิน ราคาอยู่ที่ประมาณ 120,000 กีบต่อคน ( 500 บาท )
4. ในส่วนของที่พักราคาถูกแนะนำว่าดีเบตกันตรง ไวไฟ และ อาหารเช้า ครับ
ป.ล. ที่นี้ไม่มีเตียงเสริมนะครับ (ในที่พักราคาถูก ) จะเป็นเตียงไปเลยไม่มีเตียงเสริมให้อาจจะตกลงนอนเพิ่มคนในห้องได้เพิ่มคนได้แต่ก็ไม่มีฟูกหรืออะไรมาปูให้นะครับ
และเราก็เดินหาซื้อวันเดย์ทริปเลยครับ เดินไปตามทางถามเขาว่าจะไป " ซากุระบาร์ " ไปทางไหน เข้าซอยนั้นเลยครับ เพราะร้านนี้ได้พี่คนไทยที่เคยใช้แนะนำมา ( เดินไปหาร้านกินข้าวเลยเจอเห็นว่าเป็นคนไทยเลยถามข้อมูลมาซะเยอะเลย555 พี่เขาก็แนะนำร้านอาหารแล้วก็ร้านซื้อทริปเนี้ยละครับ ) เราเดินกันไปตามทางผ่านใต้อากาศที่ค่อนข้างร้อน แต่ก็พอทนได้...เราเดินในซอยนั้นไปเรื่อยๆไม่ไกลมากแต่ก็ระบมไม่น้อยสักพักก็เจอร้านอาหารที่พี่เขาแนะนำมาซึ่งก็แน่นอนละเรารีบเข้าไปสอบถามราคาและนั้งในทันที!!!! ระหว่างนั้นเราก็แบ่งคนไปตามหาร้านขายทริปในซอยนั้นเอง และแล้วเราก็เจอร้านนั้นเป็นร้านเล๊กกกกกกกกกกเล็กมากกกกกกกกกมีอุปกรณ์ปีนเขาอยู่ด้านหลังเต็มไปหมด เรารีบเข้าไปสอบถามราคาในทันที ได้ราคาน่าพอใจแต่ก็ไม่ได้ถูกมากขนาดนั้น ราคาอยู๋ที่ 90,000 กีบ ต่อคน ( 390 บาท ) สำหรับทริปที่ไปนั้งห่วงยางรอดถ้ำและพายคายัค ( มีข้าวกลางวันให้ ) และ เราก็จัดต่อเลยครับกับอีกทริป 30,000 กีบ ( 130 บาท ) สำหรับทริปครึ่งวันที่บลูลากูล ... วันนี้จบแล้วครับสำหรับ วันที่ 11 เมษา รีบเข้านอนจะได้ตื่นมากินออมเล็ตฟรี555+
***รีวิวร้านอาหาร
1. รีวิวร้านอาหารครัวไท => ร้านนี้รสชาติ ok ราคาก็ ok อยู่ครับ แต่ด้วยวันนั้นอาจจะมีลูกค้าเยอะเป็นพิเศษหรือเหตุอื่นๆก็ตาม จึงทำให้รออาหารนานมากกกกกกกกกกกกกกกกกกกกกกกกกกก รวมกับร้อนด้วย555+ ราคาอาหารจานเดี่ยวอยู่ที่ 9,000 - 20,000 กีบ ( 35 - 86 บาท ) เวลาในการรอ 2.30 ชม.
2. รีวิวร้านอาหาร pizza => ไม่แน่ใจชื่อร้านแต่คือมีอยู่ร้านเดียวในระแวกนั้น เป็นร้านที่ติดกระจกมีแอร์และหน้าร้านเขียนว่า Pizza นั้นละครับ ผมเข้าไปกินเค้กและน้ำปั่นเพราะอยากจะเป็นฮิปสะเตอร์ สั่งไป 4 จาน มีชูครีม ชีสเค้ก ทีรามิซู เค้กหน้าช๊อค และไอติม รสชาติ ไม่ค่อยถูกปากสักเท่าไร ผมเลยกินชูครีมอย่างเดียวที่เหลือก็ช่วยๆกันไป ส่วนน้ำปั่นก็อยู๋ในระดับกลางครับไม่แย่มาก ที่สั่งไปมี สตอร์เบอรรี่สูทตี้ ชาเขียว และ โกโก้ กินไปกินมา ให้เขาใส่แก้วกลับที่พักดีกว่า555 เพราะมันไม่ค่อยจะฮิปสะเตอร์เท่าไรเลย ส่วนราคา ขนมอยู๋ที่ชิ้นละ 15,000 อัพ++++ ( 65 บาท ) และน้ำอยู๋ที่ 20,000 อัพ++++ ( 85 บาท ) แต่สตอร์แอบแพงแตะที่ 28,000 กีบ ( 120 บาท ) ---------------- และอีกวันที่ได้ไปกินคือเพื่อนผมไปกินพิสซ่าราคาไม่แน่ใจแต่เขียนว่า 300 บาทต่อถาด ได้แอบกินนิดนึง รสชาติ ok เลยครับผมชอบนะ แต่แป้งจะมีเอกลักษณ์มากๆ
เดี๋ยวต่อนะครับจะครบ10000ตัวอักษรละ
ป.ล. คือต้องขอโทษล่วงหน้าไว้ด้วยนะครับถ้าพิมพ์ไม่ค่อยเข้าใจหรือใช่คำที่ไม่เหมาะสมสามารถบอกได้นะครับ
ยามเช้าจากบนรถทัวร์
[CR] 4 วัน 3 คืน วังเวียง ( ฉบับสงกรานต์ )
.
.
.
อะ
มา
เริ่ม
.
.
.
เริ่มต้นเดินทางด้วยรถบัสช่องการเดินทางที่ 85 ชานชาลาที่ 4 หมอชิต 2 เวลารถออก 20.00 น. ต้นทาง กทม. ปลายทาง หนองคาย (ใช้บริการของบขส.999 ) ผู้คนไม่ต้องบรรยาย...เยอะยิ่งกว่าเพลียแป้งที่เกาะอยู่อยู่บนน้อยหน่า555+ (ใครไม่รู้จักถามอากู๊ ) รถเลทไม่มากนักก็ออกเดินทางผมจองด้านล่างสุดได้กันทั้งหมด 10 ชีวิตจึงเป็นที่ส่วนตัวมากๆมากจนเกินพอดีไปบ้าง555+ ระหว่างอยู่บนรถก็วางแผนว่าจะเที่ยวไหนและจะไปไหนกันบ้างส่วนรถบัสก็วิ่งตามเส้นทางจอดรับผู้คนจากจุดรับต่างๆ คนด้านบนแน่นขึ้นตามเวลาที่ผ่านไป แล้วเราก็พากันผอยหลับไป... ... ... เวลาผ่านไปเท่าไรไม่รู้ ... ... ... เสียงพี่ผู้ชายหรือหญิงไม่แน่ใจแต่ที่แน่ๆคือหนักแน่นและดังประหนึ่งเสียงอ๊อดตอนเลิกเรียน
พี่พนักงาน : ถึงแล้วครับๆปลายทางข่อนแก่น ใครจะลงข่อนแก่นเชิญลงเลยนะครับ !!!!
พวกเราจึงหันมองนาฬิกา ขุ่นพระ ตี 3 กว่า!!!!!!!!! ( ตามกำหนดการที่เขียนคือ ถึงหนองคายตี 3 ) แต่ก็ทำอะไรมิได้มากบวกกับความง่วงนอนจึงพร้อมใจกันเอนตัวลงและหลับไปในที่สุด z_Z ...
*** วิธีการเดินทางจะมีหลายแบบหลายราคา
1. นั้งรถบัส มีทั้งธรรมดา และ ไฮคลาสอย่างนครชัฯ
2. นั้งรถไฟ ไปตามเส้นอิสานมีทั้งแบบฟรีและไม่ฟรี
3. นั้งเครื่อง ราคาแล้วแต่จะลง
พอออกจากกทม. มาแล้วจะมีตัวเลือกให้เลือกว่าจะได้ลงไหน 1. อุดร หรือ 2. หนองคาย ( ผมเลือกไปลงหนองคาย เพราะอยากจะประหยัดตังประมาณคนละ 40 บาท เพราะรถที่จะเข้ามุ่งตรงไปวังเวียงนั้นจะออกจากอุดรเวลา 07.30 น. ราคา 320 บาท และจะมารับคนที่หนองคาย 08.30 น. ราคา 270 บาทซึ่งราคาต่างกันประมาณ 50 บาท ซึ่งถ้าบวกค่ารถทัวร์ที่จะลงอุดรมาลงหนองคายต่างกันแค่ 10 บาท เลยตัดสินใจมาลงหนองคาย ) ป.ล. ตั๋วไปวังเวียงไม่รับจองนะครับให้ไปหน้างานเอาเลยคือแล้วแต่ดวงเลย555ไปก่อนได้ก่อน
หรือ
ถ้าใครนิยมเที่ยวไปชิลๆก็ไปเองโดน นั้งรถจาก บขส. ไปลงตลาดเช้า 55 บาท แล้วค่อยนั้งรถบัสไปที่ บขส.ใหม่ของลาว 20 บาท แล้วนั้งบขส.ลาวไปวังเวียงคนละ 208 บาท
เด้ง ตัว สะ ดุ้ง โหย่ง ขึ้นมา เพราะเสียงเดิมตะโกนว่า หนองคายแล้วจ๋าๆ พวกเรารีบเก็บของและลงมาที่ท่ารถหนองคายทันที เวลาขณะนั้นประมาณได้ 08.00 น. เหมือนทุกครั้งที่ออก ตจว. เวลาลงจากรถบัสจะมีคนเข้ามารุมเหมือนเราเป็นดาราก็มิปาน555+แต่เราก็ปฏิเสธอย่างสุภาพว่า " ขอพักแปปนึงนะครับ " แล้วเราก็รีบรวมกลุ่มมองไปรอบๆหาช่องขายตั๋วที่จะไปวังเวียง และ ... นั้นไงพบแล้ววิ่งไปทันทีสอบถามได้ความว่า
พี่ขายตั๋ว : ไปไหนจ๊ะ
ผม : ไปวังเวียงครับ
พี่ขายตั๋ว : เต็มแล้วค่ะ มีแต่ไปเวียงจันทน์
ผม : ( หน้าเสียเล็กน้อย555+) แล้วไปเวียงจันทน์เท่าไรครับ
พี่ขายตั๋ว : คนละ 55 บาท พร้อมพาสปอร์ตของทุกคนค่ะ
ผม : รีบวิ่งไปในทันใดและมาซื้อก่อนเลยเพราะกลัวที่เต็ม
ระหว่างนั้นผมก็ไปกินข้าวและเดินหารถทัวร์ที่จะกลับบ้านและดำเนินการซื้อตั๋ว บลาๆๆๆ
เวลา 09.30 น. รถมินิบัสเก่าๆมีแอร์มาจอดเทียบท่าคนแน่นขนาด แต่สิ่งที่ทำให้ตกใจสุดๆคือ ในตารางที่แปะไว้หน้าช่องขายตั๋วเขียนว่า รถที่จะไปวังเวียงรอบ 8.30 ซึ่ง พี่คนขายบอกว่าเต็ม...แต่ ดันมีเสียงประกาศจากพี่ขายตั๋วว่า " รถที่จะตรงไปวังเวียงรอบ 11.30 ให้รออยู่ข้างล่างนะคะ !!! "แล้วตอนแรกทำไมไม่บอกฟร๊ะว่ามันมีรอบเที่ยงด้วย ( ถ้าใครไปก็ลองถามดูละกันว่ามีรอบอื่นไหม555+ ) เหมือนโดนหลอกแต่เพื่อนบอกว่าซื้อเวลามาได้ 2 ชม.555+...ระหว่างอยู่บนรถไม่อยากจะเอ่ยคือมันแน่นมากแน่จนไม่รู้สึกถึงแอร์ไม่รู้ด้วยว่าเชื้อชาติไหนบ้างบนรถ ( ราดซอสมะเขือเทศมานี้ใช่เลยเลย ปลากระป๋อง!! )
นั้งไปได้ประมาณ 40 นาที วนไปวนมาทางมีแต่ฝุ่นเต็มไปหมดแล้วก็มาถึงที่ ตม. ฝั่งไทยไกด์ทัวร์ชาวลาวรีบเร่งให้เราลงจากรถและไปทำเรื่องทุกคนแห่ลงมาเหมือนมดแตกรังเดินเข้าไปต่อคิวเฉย ( ความจริงบนรถเข้าจะมีใบที่ให้เขียน (กระดาษมาเป็นคู่นะ) และพอลงมาข้างล่างก็จะต้องไปรับอีกใบ (กระดาษมาเป็นคู่นะ) แล้วเขียนให้เรียบร้อยก่อนจึงเข้าไปต่อคิวทำเรื่องได้ ) ดีนะเราถามก่อนเขาจึงชี้ให้ไปเอาที่ช่องรับใบเข้าประเทศเรารีบไปตะโกนเรียกเพื่อนที่ยืนต่อคิวอยู่ตอนให้ออกมาเขียนกันก่อน555+...พอเขียนเสร็จก็ทำไปยืนต่อคิวถึงคิวเราก็ไม่มีอะไรเลยแค่ยื่นพาสปอร์ตกับใบที่เขียนๆกันให้เขาไปแล้วพี่เขาก็จะปั้มตรามา 1 ดอก ผ่านมาอีกฝั่งต้องรีบวิ่งไปขึ้นรถเพราะรถคันนั้นเขาจอดรอเราอยู่
นั้งไปได้อีกสักพักประมาณ 15 นาที ก็มาถึง ตม. ลาว ลงมาปั๊ปก็จัดเลยจร้า เข้าคิวๆตรวจพาสปอร์ต เพื่อปั๊มตรา และพอปั๊มตราเสร็จก็ออกมา เหมือนเดิมต่อคิวเพื่อจ่ายค่านผ่านด่าน วันที่ผมไปผมไปวันที่ 11 เช้า เป็นวันจันทร์จึงเสียตรงนั้นทั้งสิ้น 5 บาทต่อคนซึ่งไม่ตรงกับสำนักไหนในพันดิพเลย55+ อาจจะด้วยเหตุผลหลายประการแต่ก็ดีนะ 5 บาทเอง และจ่ายตังไปก็จะได้เป็น การ์ด มา 1 ใบเอาไปเสียบเข้าเครื่องอัตโนมัติ แค่นี้ก็เป็นอันเรียบร้อย เพอร์เฟ็กส์555+ หยอดเสร็จก็แอบมองธนาคารว่าเลทการแลกอยู่ที่เท่าไรวันนั้นิอยู๋ที่ 231 ซึ่งไม่ค่อยตรงกับข้อมูลในพันดิพเช่นกันเลยตัดสินใจไปแลกในเวียงจันทน์ เราก็แอบมองๆว่าเอาไปต่อก็ขึ้นรถสิครับ รออะไร !!! นั้งเป็นข้าวแช่อยู่ในรถที่มีแอร์แต่ไม่รู้สึกไปอีกประมาณ 30 - 40 นาทีก็มาถึงสถานที่ที่เข้าเรียกกันว่า " ตลาดเช้า " ลงมาจากรถก็เจอแบบเดิมเลยเต็มไปหมดเราก็เสต๊ปเดิมเลยครับ ปฏิเสธๆๆๆๆๆ แล้วรวมกลุ่มก่อนๆ แล้วรอคนน้อยลงแล้วก็เหมือนแค่ไม่กี่คนที่จะไปวังเวียงตอนนั้นมีพี่ที่เขามาคนเดียวก็แอ๊บรวมเขาไปด้วยเพราะเวลาต่อรองจะได้เลทที่ดีกว่า ( ถ้าคิดว่าจะนั้งรถตู้ไปนะครับ ) คือข้อมูลในพันดิพบอกว่าโดนฟันแน่ๆให้ต่อราคาไปเลยเยอะๆ ผมก็จัดไป
พี่รถตู้ : 400 ต่อคนครับ
พวกเรา : หันมามองหน้ากัน ทำหน้าแบบ เอิ่บแพงไปไหม
พี่รถตู้ : ไปไหมไปเลยเดี๋ยวพาไปปลกตังพาหาที่พักพานู้นนี้นั้น บลาๆๆๆๆๆๆๆๆๆ
พวกเรา : ลดได้ไหมครับ
พี่รถตู้ : 350 บาทต่อคนครับ
พวกเรา : ( ประชุมกัน ) จะด้วยฟ้าที่ไม่เป็นใจที่ส่งแดดอันแรงกล้ามาหรือจะเป็นพสุธาที่สะท้อนความร้อนผ่านหยาดเหงื่อกลับเข้ามาในตัวเราเองและด้วยการพูดจาหว่านล้อมที่ทำให้รู้สึกว่าการนั้งรถไป บขส. ใหม่ของลาว เป็นเสมือนการพาตัวเองลงไปสู่ขุมนรกอันร้อนระอุ ทำให้ตกลงกันว่าถ้าลดเหลือ 320 ก็ไปเลย !!! สรุป ได้ 320 ต่อคน จริงๆ ( อันที่จริงต่อไปเถอะครับ 280 ก็ยังได้เลยเพราะยังไงซะถ้านั้ง บขส. ไปเองก็เสียไปเกิน 250 อยู่แล้ว ) เราจัดการสิ่งแรกคือไปแลกตังเราไปตังไปทั้งสิ้น 20,000 บาท (กองกลางของทริป ) ที่ธนาคารในเวียงจันทน์ ได้ตังมารวยเลยครับ สิริรวม 4,600,000 กีบ โดยประมาณ ยัดใส่กระเป๋าแทบไม่เข้าแต่ก็ยังดีที่แบงค์ที่ได้มาเป็นแบงค์ใบละ 100,000 แต่ก็ยังเยอะอยู่ดี 555+
นั้งรถไปตามทางวิวก็สวยใช่ได้ครับแต่ที่น่าหงุดหงิดคือเป็นรถตู้ติดแอร์แต่ไม่เย็น!!!!! ( เชื่อผมๆไปเองนะนั้งไปบขส.ลาวใหม่เถอะครับ เป็นรถบัสที่ดูใหม่และดูเย็นอาจจะไม่เป็นส่วนตัวแต่ดีกว่ารถตู้แน่นอนครับ...วิวข้างทางที่ขาดการชมมิได้ในช่วงหน้าร้อนเยี่ยงนี้คือ ภูเขาสุดลูกหูลูกตา พระอาทิตย์ และ ใบไม้เปลี่ยนสีครับ เราเดินทางการมาประมาณได้ 4 ชม. ท่ามกลางทางลุกรังมากมาย ถึง วังเวียงแบบโคตรเหมือนโคตรร้อนโคตรหิวโคตรรวยโคตรทุกอย่าง ประมาณ 16.00 น. แต่เรายังหยุดพักไม่ได้ !!!!!!!!!!!!!!!!!!!!!!!!!!!!!!!!!!!!!!!!!! เพราะเรายังไม่มีที่พักเลย5555+ เช่นเดิมครับในพันดิพเข้าว่ากันว่าว๊อคอินมาจะได้ราคาถูกกว่า ก็ถูกกว่าจริงๆอันนี้คอนเฟริมเพราะร้านที่ถูกๆจะไม่ลงเว็ปแต่ก็ไม่ได้ถูกจนเหมือนขี้เพราะร้านที่ถูกแบบนั้นก็ไม่ไหวจะเคลียร์เหมือนกัน555+ เราเดินตามหาอยู่นานแนะนำว่าให้เดินไปตรงถนนเมนหลักของวังเวียงเนี้ยละแล้วเดินหาเลยไปทาง " ตลาดเก่า " แล้วถามไปเรื่อยๆก็จะมีร้านที่ถูกใจเองนั้นละครับ ผมได้นอนที่โดมครับจำชื่อไม่ได้แต่เป็นแบบนอนรวมกันห้องละ 12-14 คนรวมกับคนอื่นๆผม ok นะครับ ราคาอยู๋ที่ 40,000 กีบ (173 บาท ) แต่ที่เลือกที่นี้ไม่ใช่เพราะราคาถูกกว่าชาวบ้านแต่ถูกใจตรงฝรั่ง เอ้ยไม่ใช่ มันฟรีอาอาหารเช้าครับ ( ราคาอาหารอยู่ที่ต่ำสุด 60 บาท ) เลยเลือกที่นี้เลยครับ ฟรีไวไฟด้วย ฟรีออมเลต และบาเก็ต นอนที่นี้ 3 วันประหยัดได้เยอะเลยครับ...เมื่อได้ที่พักแล้วอันดับต่อไปหาที่เที่ยวครับ!
***วิธีการเลือกหาที่พัก
1. ให้เดินเลือกเลยครับได้ราคาที่ถูกแน่นอนแต่อาจจะเหนื่อยนิดหน่อย
2. ที่พักทั่วไปราคาอยู่ที่ 50,000 กีบต่อคน ( 200 บาท )
3. ที่พักถ้าจะไปแบบอลังๆหน่อยก็แนะนำจองผ่านอโกดาจะได้ส่วนลดเยอะกว่าว๊อคอิน ราคาอยู่ที่ประมาณ 120,000 กีบต่อคน ( 500 บาท )
4. ในส่วนของที่พักราคาถูกแนะนำว่าดีเบตกันตรง ไวไฟ และ อาหารเช้า ครับ
ป.ล. ที่นี้ไม่มีเตียงเสริมนะครับ (ในที่พักราคาถูก ) จะเป็นเตียงไปเลยไม่มีเตียงเสริมให้อาจจะตกลงนอนเพิ่มคนในห้องได้เพิ่มคนได้แต่ก็ไม่มีฟูกหรืออะไรมาปูให้นะครับ
และเราก็เดินหาซื้อวันเดย์ทริปเลยครับ เดินไปตามทางถามเขาว่าจะไป " ซากุระบาร์ " ไปทางไหน เข้าซอยนั้นเลยครับ เพราะร้านนี้ได้พี่คนไทยที่เคยใช้แนะนำมา ( เดินไปหาร้านกินข้าวเลยเจอเห็นว่าเป็นคนไทยเลยถามข้อมูลมาซะเยอะเลย555 พี่เขาก็แนะนำร้านอาหารแล้วก็ร้านซื้อทริปเนี้ยละครับ ) เราเดินกันไปตามทางผ่านใต้อากาศที่ค่อนข้างร้อน แต่ก็พอทนได้...เราเดินในซอยนั้นไปเรื่อยๆไม่ไกลมากแต่ก็ระบมไม่น้อยสักพักก็เจอร้านอาหารที่พี่เขาแนะนำมาซึ่งก็แน่นอนละเรารีบเข้าไปสอบถามราคาและนั้งในทันที!!!! ระหว่างนั้นเราก็แบ่งคนไปตามหาร้านขายทริปในซอยนั้นเอง และแล้วเราก็เจอร้านนั้นเป็นร้านเล๊กกกกกกกกกกเล็กมากกกกกกกกกมีอุปกรณ์ปีนเขาอยู่ด้านหลังเต็มไปหมด เรารีบเข้าไปสอบถามราคาในทันที ได้ราคาน่าพอใจแต่ก็ไม่ได้ถูกมากขนาดนั้น ราคาอยู๋ที่ 90,000 กีบ ต่อคน ( 390 บาท ) สำหรับทริปที่ไปนั้งห่วงยางรอดถ้ำและพายคายัค ( มีข้าวกลางวันให้ ) และ เราก็จัดต่อเลยครับกับอีกทริป 30,000 กีบ ( 130 บาท ) สำหรับทริปครึ่งวันที่บลูลากูล ... วันนี้จบแล้วครับสำหรับ วันที่ 11 เมษา รีบเข้านอนจะได้ตื่นมากินออมเล็ตฟรี555+
***รีวิวร้านอาหาร
1. รีวิวร้านอาหารครัวไท => ร้านนี้รสชาติ ok ราคาก็ ok อยู่ครับ แต่ด้วยวันนั้นอาจจะมีลูกค้าเยอะเป็นพิเศษหรือเหตุอื่นๆก็ตาม จึงทำให้รออาหารนานมากกกกกกกกกกกกกกกกกกกกกกกกกกก รวมกับร้อนด้วย555+ ราคาอาหารจานเดี่ยวอยู่ที่ 9,000 - 20,000 กีบ ( 35 - 86 บาท ) เวลาในการรอ 2.30 ชม.
2. รีวิวร้านอาหาร pizza => ไม่แน่ใจชื่อร้านแต่คือมีอยู่ร้านเดียวในระแวกนั้น เป็นร้านที่ติดกระจกมีแอร์และหน้าร้านเขียนว่า Pizza นั้นละครับ ผมเข้าไปกินเค้กและน้ำปั่นเพราะอยากจะเป็นฮิปสะเตอร์ สั่งไป 4 จาน มีชูครีม ชีสเค้ก ทีรามิซู เค้กหน้าช๊อค และไอติม รสชาติ ไม่ค่อยถูกปากสักเท่าไร ผมเลยกินชูครีมอย่างเดียวที่เหลือก็ช่วยๆกันไป ส่วนน้ำปั่นก็อยู๋ในระดับกลางครับไม่แย่มาก ที่สั่งไปมี สตอร์เบอรรี่สูทตี้ ชาเขียว และ โกโก้ กินไปกินมา ให้เขาใส่แก้วกลับที่พักดีกว่า555 เพราะมันไม่ค่อยจะฮิปสะเตอร์เท่าไรเลย ส่วนราคา ขนมอยู๋ที่ชิ้นละ 15,000 อัพ++++ ( 65 บาท ) และน้ำอยู๋ที่ 20,000 อัพ++++ ( 85 บาท ) แต่สตอร์แอบแพงแตะที่ 28,000 กีบ ( 120 บาท ) ---------------- และอีกวันที่ได้ไปกินคือเพื่อนผมไปกินพิสซ่าราคาไม่แน่ใจแต่เขียนว่า 300 บาทต่อถาด ได้แอบกินนิดนึง รสชาติ ok เลยครับผมชอบนะ แต่แป้งจะมีเอกลักษณ์มากๆ
เดี๋ยวต่อนะครับจะครบ10000ตัวอักษรละ
ป.ล. คือต้องขอโทษล่วงหน้าไว้ด้วยนะครับถ้าพิมพ์ไม่ค่อยเข้าใจหรือใช่คำที่ไม่เหมาะสมสามารถบอกได้นะครับ
ยามเช้าจากบนรถทัวร์