ผมเป็นลูกชายคนโตของเจ้าของกิจการ หลายคนคงอิจฉาชีวิตลูกเถ้าแก่แบบผมหลายคนอยากจะมายืนในจุดๆนี้ที่มีพ่อกับแม่คอยซับพอร์ท มีกิน(ดีดี)ตลอด มีรถให้ขับ ดูมีหน้ามีตา
แต่จริงๆแล้วลึกๆใครจะรู้อีกมุมนึงของชีวิตผม ที่ผมแสนจะอึดอัดจนอยากจะลาออกวันละหลายสิบรอบ คิดมาเป็นปี หลายปี ก็ยังติดอยู่ในวังวนนี้
ผมทำทุกตำแหน่งในธุรกิจนี้
ตั้งแต่รับ ส่ง บัญชี เอกสาร เสนอราคา พบปะลูกค้าต่างๆ
ผมตั้งใจทำและทำมันออกมาดีเสมอ(พูดจริง)
ทั้งที่ผมไม่ได้ชอบงานนี้เลย มันไม่ใช่สิ่งที่ผมเป็นหรือสิ่งที่ผมอยากทำเลย
แต่พ่อก็บังคับให้ผมทำ เพราะผมเป็นพี่คนโต
ผมทำงานของที่บ้านมาปีนี้ก็4ปีแล้ว
แรกๆเงินเดือนที่พ่อให้ก็วันละ250บาท แต่ผมกินอยู่กับบ้านเสร็จสับ
เบิกน้ำมัน เบิกจิปาถะเล็กๆน้อยๆได้เสมอ วันละ250จึงไม่น้อยเลยสำหรับผม(ตอนนั้น)
แต่ตอนนี้ผมมีเมีย และแยกตัวออกไปอยู่ต่างหาก
แต่ก็ยังคงทำงานธุรกิจที่บ้านอยู่ แต่เงินวันละ250ของผมไม่พออีกต่อไป
ผมขอขึ้นเงิน พ่อยอมให้ผมวันละ300บาท ผมได้เพิ่มอีก1500ต่อเดือน ก็พอถูไถ
แต่ๆอีก2ปีถัดมา เมียผมตั้งท้อง รายจ่ายเพิ่มขึ้นอีก ต้องเตรียมเก็บเงินค่าคลอด
งานที่เมียผมทำก็ทำไม่ได้เหมือนเดิม รายได้หดหายไป
ผมจึงตัดสินใจไปคุยกับพ่อ เรื่องขอขึ้นเงิน พ่อขึ้นให้ผมอีก80บาท เป็น380บาท/วัน
ผมก็โอเคนะ แต่ก็ยังไม่พอใช้จ่ายสำหรับ2คน ไม่ใช่สิ3คน(เมียผมต้องเลี้ยงแม่ที่ป่วยทำงานไม่ได้)
-------------------------/--_______________
ผมมานั่งคิดรายรับรายจ่าย/เดือน ของผม มันก็ไม่พออยู่ดี
ผมก็เลยคิดจะไปขอเงินเป็นวันละ450/วันจากพ่อ จะขอเท่านี้จนเมียคลอดและกลับมาทำงานได้ตามเดิม
ตอนนั้นเมียผมก็ตั้งท้องได้ประมาน7เดือนกว่าๆแล้ว คลอดเสร็จขอให้เมียผมพัก3เดือนเลี้ยงลูก
แล้วกลับไปทำงานผมก็จะขอรับวันละ380ตามเดิม แต่พอคุยแล้วพ่อผมไม่โอเคเลย
ผมจึงต้องทำงานเสริม ขายของ หลังจากเลิกงานที่บ้าน5โมงเย็น ขายทางเน็ตบ้าง ไปขายนัดรับส่งถึงมือลูกค้าบ้าง
รายได้พอใช้ได้ไม่ขี้เหร่ แต่ต้องแลกกับการนอนดึก บางคืนตี3ผมยังไม่ได้นอนเลย
แต่ก็ต้องตื่นเช้าเพื่อมาเปิดร้านให้ได้ทุกวัน งานเสริมที่ผมทำจึงกระทบกับกิจการที่บ้านคือ ประสิทธิภาพของผมลดลง
ง่วงหงาวหาวนอนตลอดในเวลางาน พักเที่ยงก็ไม่ได้กินข้าวเพราะมาแอบนอน บางครั้งนอนหลับลึกเลยเวลาเข้างานช่วงบ่าย
มาครึ่ง ชม.บ้าง ชั่วโมงบ้าง ผมจึงถูกตำหนิ พ่อบอกว่าอย่าให้งานเสริมมาส่งผลกับงานหลักแบบนี้ ใช้ไม่ได้
เค้าบอกให้ผมคิดใหม่ มองให้ออกว่างานอันไหนสำคัญ
แต่งานเสริมที่ผมทำอยู่ ผมได้เงินมากกว่างานประจำที่บ้านผมอีก
บางคืนผมได้1000กว่าบาท ขี้หมูขี้หมาต้องมี4-500บาทแน่ๆแล้ว
ผมจึงตัดสินใจจะไปทำงานเสริมแบบจริงจัง จึงบอกพ่อว่าจะขอไปทำงานนั้นเต็มตัว
พ่อโมโหมาก พูดมาประโยคนึงว่า"ถ้าออกไปทำงานนั้นก็ไปเลย ไม่ต้องกลับมา"แล้วไปจากบ้านหลังนี้เลย
ผมน้ำตาเอ่อเลย พูดต่อหรืออธิบายอะไรไม่ออกเลย กลับมานอนครุ่นคิดว่าจะเอายังไงต่อดี
----------------------------------------------------------
ตอนนี้เมียผมคลอดลูกแล้ว แม่ให้ผมพาเมียมาอยู่ที่บ้านเพราะแม่จะช่วยดูหลาน เค้าเห็นว่าผมกับเมียผมเป็นพ่อแม่มือใหม่อาจไม่เก่งเลี้ยงเด็ก
นี่คือจุดเริ่มของปัญหาเรื่องใหม่
พอเมียผมมาอยู่บ้านผมได้สักพักก็กลับไปทำงาน ลูกก็ยกหน้าที่ให้แม่ผมเลี้ยง แต่แกขอค่าเลี้ยงหลานด้วย
เป็นเงินประมาน6000บาท วันละ200 บาท จริงๆมันก็ไม่ได้มากมายอะไร แต่ๆ พ่อก็บอกให้ช่วยค่าน้ำไฟ อย่างต่ำ1500
และซื้อพวกแป้ง สบู่ ยาสีฟัน ผงซักฟอก น้ำยาปรับผ้านุ่ม ให้พอใช้ในแต่ละเดือนด้วย
ผมได้เงินเดือนจากพ่อเดือนละ11,xxx เมียผมเงินเดือน12,000บาท 2คนรวมกันตีซะ24,000ละกัน ต่อเดือน
แต่รายจ่ายนี่สิ บานตระไท ของเดิมก็แทบไม่พอใช้อยู่แล้ว ยิ่งตอนนี้ค่าใช้จ่ายของลูกอีก แพมเพิส นมผง หลายคนรู้ว่ามันไม่ได้ถูกเลย
ไหนจะเสื้อผ้าที่ต้องซื้อแทบทุก2เดือน(ช่วงนี้เด็กโตไว)แต่ผมก็ต้องมีรายจ่ายเพิ่มอีกประมาน9,000บาท สำหรับที่บ้าน
ผมกับเมียมองห้ากัน เครียดเลย
และตอนนี้ก็ยังเป็นอยู่แบบนี้ นี่เหรอชีวิตลูกเถ้าแก่ ชีวิตที่พ่อแม่ออกแบบให้
ผมไม่มีสิทธิ์เลือกตั้งแต่เกิดมาเป็นพี่คนโต และไม่มีสิทธิ์เลือกชีวิต การทำงาน ในแบบที่ผมอยากจะเป็น
บ้างครั้งผมนั่งมองคนอื่นมนุษย์เงินเดือนที่เค้าไม่มีพ่อแม่เป็นเจ้าของกิจการ
แต่เขามีสิทธิ์เลือกที่จะออกแบบชีวิต ในแบบที่เขาอยากจะทำอยากจะเป็นได้ด้วย
ตอนนี้ผมกำลังคิดว่า จะเก็บข้าวของออกมาจากบ้านAFดีมั้ย
ถ้าออกมาแล้วก็คือออกเลย เพราะพ่อยื่นคำขาดไว้แล้ว
ผมอยากทำงานในแบบของผม อยากมีชีวิตในแบบของผม
ตายเอาดาบหน้าดีมั้ย ผมยังไม่รู้จุดหมายปลายทางของผมเลย
ห่วงก็แค่ ลูก เท่านั้นแหละ กลัวจะพาเค้าไปตกระกำลำบากนี่สิ!!!
คนที่เป็นลูกเจ้าของกิจการธุรกิจส่วนตัว แล้วยังทำงานอยู่กับกิจการของครอบครัวเขาใช้ชีวิตกันยังไง
แต่จริงๆแล้วลึกๆใครจะรู้อีกมุมนึงของชีวิตผม ที่ผมแสนจะอึดอัดจนอยากจะลาออกวันละหลายสิบรอบ คิดมาเป็นปี หลายปี ก็ยังติดอยู่ในวังวนนี้
ผมทำทุกตำแหน่งในธุรกิจนี้
ตั้งแต่รับ ส่ง บัญชี เอกสาร เสนอราคา พบปะลูกค้าต่างๆ
ผมตั้งใจทำและทำมันออกมาดีเสมอ(พูดจริง)
ทั้งที่ผมไม่ได้ชอบงานนี้เลย มันไม่ใช่สิ่งที่ผมเป็นหรือสิ่งที่ผมอยากทำเลย
แต่พ่อก็บังคับให้ผมทำ เพราะผมเป็นพี่คนโต
ผมทำงานของที่บ้านมาปีนี้ก็4ปีแล้ว
แรกๆเงินเดือนที่พ่อให้ก็วันละ250บาท แต่ผมกินอยู่กับบ้านเสร็จสับ
เบิกน้ำมัน เบิกจิปาถะเล็กๆน้อยๆได้เสมอ วันละ250จึงไม่น้อยเลยสำหรับผม(ตอนนั้น)
แต่ตอนนี้ผมมีเมีย และแยกตัวออกไปอยู่ต่างหาก
แต่ก็ยังคงทำงานธุรกิจที่บ้านอยู่ แต่เงินวันละ250ของผมไม่พออีกต่อไป
ผมขอขึ้นเงิน พ่อยอมให้ผมวันละ300บาท ผมได้เพิ่มอีก1500ต่อเดือน ก็พอถูไถ
แต่ๆอีก2ปีถัดมา เมียผมตั้งท้อง รายจ่ายเพิ่มขึ้นอีก ต้องเตรียมเก็บเงินค่าคลอด
งานที่เมียผมทำก็ทำไม่ได้เหมือนเดิม รายได้หดหายไป
ผมจึงตัดสินใจไปคุยกับพ่อ เรื่องขอขึ้นเงิน พ่อขึ้นให้ผมอีก80บาท เป็น380บาท/วัน
ผมก็โอเคนะ แต่ก็ยังไม่พอใช้จ่ายสำหรับ2คน ไม่ใช่สิ3คน(เมียผมต้องเลี้ยงแม่ที่ป่วยทำงานไม่ได้)
-------------------------/--_______________
ผมมานั่งคิดรายรับรายจ่าย/เดือน ของผม มันก็ไม่พออยู่ดี
ผมก็เลยคิดจะไปขอเงินเป็นวันละ450/วันจากพ่อ จะขอเท่านี้จนเมียคลอดและกลับมาทำงานได้ตามเดิม
ตอนนั้นเมียผมก็ตั้งท้องได้ประมาน7เดือนกว่าๆแล้ว คลอดเสร็จขอให้เมียผมพัก3เดือนเลี้ยงลูก
แล้วกลับไปทำงานผมก็จะขอรับวันละ380ตามเดิม แต่พอคุยแล้วพ่อผมไม่โอเคเลย
ผมจึงต้องทำงานเสริม ขายของ หลังจากเลิกงานที่บ้าน5โมงเย็น ขายทางเน็ตบ้าง ไปขายนัดรับส่งถึงมือลูกค้าบ้าง
รายได้พอใช้ได้ไม่ขี้เหร่ แต่ต้องแลกกับการนอนดึก บางคืนตี3ผมยังไม่ได้นอนเลย
แต่ก็ต้องตื่นเช้าเพื่อมาเปิดร้านให้ได้ทุกวัน งานเสริมที่ผมทำจึงกระทบกับกิจการที่บ้านคือ ประสิทธิภาพของผมลดลง
ง่วงหงาวหาวนอนตลอดในเวลางาน พักเที่ยงก็ไม่ได้กินข้าวเพราะมาแอบนอน บางครั้งนอนหลับลึกเลยเวลาเข้างานช่วงบ่าย
มาครึ่ง ชม.บ้าง ชั่วโมงบ้าง ผมจึงถูกตำหนิ พ่อบอกว่าอย่าให้งานเสริมมาส่งผลกับงานหลักแบบนี้ ใช้ไม่ได้
เค้าบอกให้ผมคิดใหม่ มองให้ออกว่างานอันไหนสำคัญ
แต่งานเสริมที่ผมทำอยู่ ผมได้เงินมากกว่างานประจำที่บ้านผมอีก
บางคืนผมได้1000กว่าบาท ขี้หมูขี้หมาต้องมี4-500บาทแน่ๆแล้ว
ผมจึงตัดสินใจจะไปทำงานเสริมแบบจริงจัง จึงบอกพ่อว่าจะขอไปทำงานนั้นเต็มตัว
พ่อโมโหมาก พูดมาประโยคนึงว่า"ถ้าออกไปทำงานนั้นก็ไปเลย ไม่ต้องกลับมา"แล้วไปจากบ้านหลังนี้เลย
ผมน้ำตาเอ่อเลย พูดต่อหรืออธิบายอะไรไม่ออกเลย กลับมานอนครุ่นคิดว่าจะเอายังไงต่อดี
----------------------------------------------------------
ตอนนี้เมียผมคลอดลูกแล้ว แม่ให้ผมพาเมียมาอยู่ที่บ้านเพราะแม่จะช่วยดูหลาน เค้าเห็นว่าผมกับเมียผมเป็นพ่อแม่มือใหม่อาจไม่เก่งเลี้ยงเด็ก
นี่คือจุดเริ่มของปัญหาเรื่องใหม่
พอเมียผมมาอยู่บ้านผมได้สักพักก็กลับไปทำงาน ลูกก็ยกหน้าที่ให้แม่ผมเลี้ยง แต่แกขอค่าเลี้ยงหลานด้วย
เป็นเงินประมาน6000บาท วันละ200 บาท จริงๆมันก็ไม่ได้มากมายอะไร แต่ๆ พ่อก็บอกให้ช่วยค่าน้ำไฟ อย่างต่ำ1500
และซื้อพวกแป้ง สบู่ ยาสีฟัน ผงซักฟอก น้ำยาปรับผ้านุ่ม ให้พอใช้ในแต่ละเดือนด้วย
ผมได้เงินเดือนจากพ่อเดือนละ11,xxx เมียผมเงินเดือน12,000บาท 2คนรวมกันตีซะ24,000ละกัน ต่อเดือน
แต่รายจ่ายนี่สิ บานตระไท ของเดิมก็แทบไม่พอใช้อยู่แล้ว ยิ่งตอนนี้ค่าใช้จ่ายของลูกอีก แพมเพิส นมผง หลายคนรู้ว่ามันไม่ได้ถูกเลย
ไหนจะเสื้อผ้าที่ต้องซื้อแทบทุก2เดือน(ช่วงนี้เด็กโตไว)แต่ผมก็ต้องมีรายจ่ายเพิ่มอีกประมาน9,000บาท สำหรับที่บ้าน
ผมกับเมียมองห้ากัน เครียดเลย
และตอนนี้ก็ยังเป็นอยู่แบบนี้ นี่เหรอชีวิตลูกเถ้าแก่ ชีวิตที่พ่อแม่ออกแบบให้
ผมไม่มีสิทธิ์เลือกตั้งแต่เกิดมาเป็นพี่คนโต และไม่มีสิทธิ์เลือกชีวิต การทำงาน ในแบบที่ผมอยากจะเป็น
บ้างครั้งผมนั่งมองคนอื่นมนุษย์เงินเดือนที่เค้าไม่มีพ่อแม่เป็นเจ้าของกิจการ
แต่เขามีสิทธิ์เลือกที่จะออกแบบชีวิต ในแบบที่เขาอยากจะทำอยากจะเป็นได้ด้วย
ตอนนี้ผมกำลังคิดว่า จะเก็บข้าวของออกมาจากบ้านAFดีมั้ย
ถ้าออกมาแล้วก็คือออกเลย เพราะพ่อยื่นคำขาดไว้แล้ว
ผมอยากทำงานในแบบของผม อยากมีชีวิตในแบบของผม
ตายเอาดาบหน้าดีมั้ย ผมยังไม่รู้จุดหมายปลายทางของผมเลย
ห่วงก็แค่ ลูก เท่านั้นแหละ กลัวจะพาเค้าไปตกระกำลำบากนี่สิ!!!