นี่คือสิ่งที่อยากรู้ มากที่สุด ตลอดชีวิต37ปี เราอาจจะมีอายุเกือบครึ่งของชีวิต หลายคนอาจจะคิดว่าเรื่องแค่นี้ คิดไม่ได้หลอ แต่จริงๆสำหรับเรามันเป็นเรื่องคาใจตลอดเวลา งั้นเราจะเริ่มเรื่องเลยแล้วกัน
คือ เราเป็นมาอยู่กับยายตั้งแต่เราอายุได้1ขวบ แต่พี่ของเรา แม่เอามาให้ยายเลี้ยงตั้งแต่แรกคลอด แล้วแม่ของเราก็ไปมีครอบครัวใหม่ ช่วงระยะเวลานั้น ระหว่างเรา6-7ขวบ หรือก่อนหน้านั้น เราจำได้ทุกเรื่อง ซึ่งจริงๆแล้ว มันไม่น่าจะจำได้ เพราะเด็กมาก ให้หลังจากที่แม่ทิ้งเราไป ประมาณ7ปี แล้วแม่กลับมาพร้อมน้องต่างพ่อ2คน นั้นเป็นครั้งแรกที่เราเจอแม่อีกครั้ง เพราะก่อนหน้านี้ ยายบอกบอกแม่อาจจะเสียไปแล้ว เพราะช่วงนั้น ทางใต้มีพายุเกล์ แล้วก็ไม่มีการติดต่อจากแม่ถึงยายเลย ส่วนครั้งแรกที่เจอแม่ในช่วงที่เรายังเด็ก แล้วในความคิดว่าแม่เสียชีวิตไปแล้ว แต่มาเจอแม่อีกที แม่มีน้องอีก2คน แต่เราดีใจมาก อยากไกล้แม่ อยากคุยกับแม่ แต่... มันมีอะรัยบางอย่าง กับคำพูดของแม่ แล้วทำให้เราจำได้จนทุกวันนี้ หลังจากนั้นก็ไม่เจอแม่อีกเลย แต่รู้ว่าแม่อยู่ที่ใหน จนมาเจอแม่อีกทีชวงเราอา20ปี แต่ไม่ขอบอกแล้วกัน เพราะมันอาจจะไม่ดี เหมือนขายบุพการี จริงๆแล้วมันมี detail มากกว่านี้ ตลอดระยะจากตอนนั้นจนช่วงเข้าหัวเลี่ยวหัวต่อของชีวิต คือหลายๆคนอาจเคยเจอ แล้วมันก็กลายเป็นปมจากเล็กๆที่สะสมกลายเป็นปมใหญ่ ของชีวิต บอกเลยว่าเราทำตัวไม่ดีช่วงอายุ13 จน 15 ทำให้ยายปวดหัว ทุกข์ นะ อันนี้พึ่งมารู้ตอนโต (จริงๆแล้วเราไม่ใช่หลานรักอ่ะนะพูดเลย) แต่จนเราโตมานี้ เราเรียกยายว่าแม่ เพราะเรื่องที่ผ่านมาระหว่างเรากับยาย ตัวเราเองที่ผิด ที่คิดว่าปมที่เรามี มันใหญ่จนคิดไปเองว่าตัวเราไม่มีค่า ไม่สำคัญ . เราพูดเลยว่าเคยเกรีบดแม่ เคยคิดว่าทำไมแม่ไม่ตายไปจริงๆเหมือนที่ยายเคยบอก (หลังจากมีคำพูดบางคำจากแม่ที่พึ่งเจอกันครั้งแรก) นั้นเป็นสิ่งที่ไม่ดี ที่คิดแล้วอัคติกับแม่แบบนั้น พึ่งมาคิดได้ตอนเรามีเราลูก ว่ามันบาปมากที่คิดแบบนั้นๆ พอยิ่งโตขึ้นก็ยิ่งคิดได้ ในใจให้อภัยแม่แล้วคิดได้ว่า ทุกคนย่อมพยายามเลือกสิ่งที่ดีกว่าให้ชีวิตตัวเอง เราโตมาขนาดนี้ ล่าสุดที่คุยกับแม่และเคยพูดว่ารักแม่นะ บอกตรงๆเลย ว่านั้นเป็นคำที่อยากให้แม่ได้ยินแล้วรู้สึกดี แต่ขอพูดแบบไม่โกหก คือเราไม่ได้รู้สึกแบบนั้น เราไม่ได้รักแม่ เรารักยาย ยายเป็นที่สุดของความรัก ความผูกพันธ์ ตอนนี้เราเข้าใจแล้วว่า ทุกคนก็มีเหตุผลของตัวเอง ขอเข้าคำถามกับสิ่งที่อยากรู้มานานมาก
คือ1. เรารักยายมาก ในความคิดยายคือแม่ ศาสนาพุทธ คือคุณต้องตอบแทน บุพการี ชีวิตคุณถึงเจริญ รุ่งเรือง แต่เราดูแลยาย เรารักยาย ยายคือแม่ แล้วแม่เราเค้าก็ไม่ได้อยู่ไกล้ หรือ ทำให้เรามีโอกาสทำสิ่งๆนั้นเลย แล้วเราจะตกนรกมั้ย นี่คือคำถามที่ serious มาก
2. เราโกหกแม่ ว่าเรารักเค้า เพราะเราแค่อยากให้แม่รู้สึกดี ไม่ต้องรู้สึกผิดกับเรา (อันนี้เราคิดเองว่าแม่อาจจะรู้สึกแบบนั้น) เราบาปมากมั้ยที่โกหกกับแม่แบบนั้น
3. ทุกปีไม่ว่าวันเกิดเรา สงกรานต์ เราจะลดน้ำยาย ล้างเท้าให้ยาย ยายก็จะให้พร อันนี้เราอยากทำ แต่ถ้าเป็นไปได้อยากทำให้แม่ด้วย อยากขออโหสิกรรม ที่เคยคิดไม่ดีกับแม่ คือ เราจะเข้าข่ายเนรคุณ กับบุพการีมั้ย ที่ไม่ทำกับแม่แต่มาทำกับยาย เราจะเป็นคนบาปหรือเปล่า เราต้องตกนรกใช่มั้ย .
สำหรับใครหลายคนนี่อาจจะเป็นเรื่องที่ไม่น่าจะคิดยาก แต่เมื่อไหร่ ที่คุณมาอยู่ตรงที่เราเป็น คุณจะรู้ว่า มันไม่ง่ายเลยจริงๆ เหมือนเรื่องที่สำคัญที่สุดในชีวิต คุณผ่านอะไรมาได้ร้อยแปด แต่เรื่องแบบนี้ มันทำให้คุณต้องหยุด เพราะมันเป็นทางแยกที่คุณ ตัดสินใจเองไม่ได้เลย..
บาปมั้ยที่คิดแบบนี้
คือ เราเป็นมาอยู่กับยายตั้งแต่เราอายุได้1ขวบ แต่พี่ของเรา แม่เอามาให้ยายเลี้ยงตั้งแต่แรกคลอด แล้วแม่ของเราก็ไปมีครอบครัวใหม่ ช่วงระยะเวลานั้น ระหว่างเรา6-7ขวบ หรือก่อนหน้านั้น เราจำได้ทุกเรื่อง ซึ่งจริงๆแล้ว มันไม่น่าจะจำได้ เพราะเด็กมาก ให้หลังจากที่แม่ทิ้งเราไป ประมาณ7ปี แล้วแม่กลับมาพร้อมน้องต่างพ่อ2คน นั้นเป็นครั้งแรกที่เราเจอแม่อีกครั้ง เพราะก่อนหน้านี้ ยายบอกบอกแม่อาจจะเสียไปแล้ว เพราะช่วงนั้น ทางใต้มีพายุเกล์ แล้วก็ไม่มีการติดต่อจากแม่ถึงยายเลย ส่วนครั้งแรกที่เจอแม่ในช่วงที่เรายังเด็ก แล้วในความคิดว่าแม่เสียชีวิตไปแล้ว แต่มาเจอแม่อีกที แม่มีน้องอีก2คน แต่เราดีใจมาก อยากไกล้แม่ อยากคุยกับแม่ แต่... มันมีอะรัยบางอย่าง กับคำพูดของแม่ แล้วทำให้เราจำได้จนทุกวันนี้ หลังจากนั้นก็ไม่เจอแม่อีกเลย แต่รู้ว่าแม่อยู่ที่ใหน จนมาเจอแม่อีกทีชวงเราอา20ปี แต่ไม่ขอบอกแล้วกัน เพราะมันอาจจะไม่ดี เหมือนขายบุพการี จริงๆแล้วมันมี detail มากกว่านี้ ตลอดระยะจากตอนนั้นจนช่วงเข้าหัวเลี่ยวหัวต่อของชีวิต คือหลายๆคนอาจเคยเจอ แล้วมันก็กลายเป็นปมจากเล็กๆที่สะสมกลายเป็นปมใหญ่ ของชีวิต บอกเลยว่าเราทำตัวไม่ดีช่วงอายุ13 จน 15 ทำให้ยายปวดหัว ทุกข์ นะ อันนี้พึ่งมารู้ตอนโต (จริงๆแล้วเราไม่ใช่หลานรักอ่ะนะพูดเลย) แต่จนเราโตมานี้ เราเรียกยายว่าแม่ เพราะเรื่องที่ผ่านมาระหว่างเรากับยาย ตัวเราเองที่ผิด ที่คิดว่าปมที่เรามี มันใหญ่จนคิดไปเองว่าตัวเราไม่มีค่า ไม่สำคัญ . เราพูดเลยว่าเคยเกรีบดแม่ เคยคิดว่าทำไมแม่ไม่ตายไปจริงๆเหมือนที่ยายเคยบอก (หลังจากมีคำพูดบางคำจากแม่ที่พึ่งเจอกันครั้งแรก) นั้นเป็นสิ่งที่ไม่ดี ที่คิดแล้วอัคติกับแม่แบบนั้น พึ่งมาคิดได้ตอนเรามีเราลูก ว่ามันบาปมากที่คิดแบบนั้นๆ พอยิ่งโตขึ้นก็ยิ่งคิดได้ ในใจให้อภัยแม่แล้วคิดได้ว่า ทุกคนย่อมพยายามเลือกสิ่งที่ดีกว่าให้ชีวิตตัวเอง เราโตมาขนาดนี้ ล่าสุดที่คุยกับแม่และเคยพูดว่ารักแม่นะ บอกตรงๆเลย ว่านั้นเป็นคำที่อยากให้แม่ได้ยินแล้วรู้สึกดี แต่ขอพูดแบบไม่โกหก คือเราไม่ได้รู้สึกแบบนั้น เราไม่ได้รักแม่ เรารักยาย ยายเป็นที่สุดของความรัก ความผูกพันธ์ ตอนนี้เราเข้าใจแล้วว่า ทุกคนก็มีเหตุผลของตัวเอง ขอเข้าคำถามกับสิ่งที่อยากรู้มานานมาก
คือ1. เรารักยายมาก ในความคิดยายคือแม่ ศาสนาพุทธ คือคุณต้องตอบแทน บุพการี ชีวิตคุณถึงเจริญ รุ่งเรือง แต่เราดูแลยาย เรารักยาย ยายคือแม่ แล้วแม่เราเค้าก็ไม่ได้อยู่ไกล้ หรือ ทำให้เรามีโอกาสทำสิ่งๆนั้นเลย แล้วเราจะตกนรกมั้ย นี่คือคำถามที่ serious มาก
2. เราโกหกแม่ ว่าเรารักเค้า เพราะเราแค่อยากให้แม่รู้สึกดี ไม่ต้องรู้สึกผิดกับเรา (อันนี้เราคิดเองว่าแม่อาจจะรู้สึกแบบนั้น) เราบาปมากมั้ยที่โกหกกับแม่แบบนั้น
3. ทุกปีไม่ว่าวันเกิดเรา สงกรานต์ เราจะลดน้ำยาย ล้างเท้าให้ยาย ยายก็จะให้พร อันนี้เราอยากทำ แต่ถ้าเป็นไปได้อยากทำให้แม่ด้วย อยากขออโหสิกรรม ที่เคยคิดไม่ดีกับแม่ คือ เราจะเข้าข่ายเนรคุณ กับบุพการีมั้ย ที่ไม่ทำกับแม่แต่มาทำกับยาย เราจะเป็นคนบาปหรือเปล่า เราต้องตกนรกใช่มั้ย .
สำหรับใครหลายคนนี่อาจจะเป็นเรื่องที่ไม่น่าจะคิดยาก แต่เมื่อไหร่ ที่คุณมาอยู่ตรงที่เราเป็น คุณจะรู้ว่า มันไม่ง่ายเลยจริงๆ เหมือนเรื่องที่สำคัญที่สุดในชีวิต คุณผ่านอะไรมาได้ร้อยแปด แต่เรื่องแบบนี้ มันทำให้คุณต้องหยุด เพราะมันเป็นทางแยกที่คุณ ตัดสินใจเองไม่ได้เลย..