จากข่าว
ภูเก็ตเอาจริงกำจัด’นอมินี’ สั่งปิดกิจการแล้ว5ราย
ญหาชาวต่างชาติเข้ามาประกอบธุรกิจท่องเที่ยวในประเทศไทย โดยใช้คนไทยเป็นตัวแทนอำพราง (NOMINEE) ส่งผลกระทบต่อธุรกิจการท่องเที่ยวของไทย ทั้งในส่วนประโยชน์ของคนไทย ตลอดจนภาพลักษณ์ด้านการท่องเที่ยว ทำให้ พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกรัฐมนตรี สั่งการในที่ประชุมคณะรัฐมนตรีให้กระทรวงพาณิชย์ร่วมกับกระทรวงมหาดไทย กระทรวงการท่องเที่ยวและกีฬา และหน่วยงานที่เกี่ยวข้องเร่งดำเนินการตรวจสอบ และควบคุมการประกอบกิจการของคนต่างด้าวในประเทศไทยอย่างเคร่งครัด โดยเฉพาะบริษัทเกี่ยวกับธุรกิจนำเที่ยวและมัคคุเทศก์
ประเจียด อักษรธรรมกุล รอง ผวจ.ภูเก็ต กล่าวว่า รัฐบาลโดย กอบกาญจน์ วัฒนวรางกูร รมว.ท่องเที่ยวและกีฬา ให้ความสำคัญกับ จ.ภูเก็ต ที่มีการเติบโตทางด้านเศรษฐกิจสูง และ จ.ภูเก็ตได้ตั้งคณะทำงานดูแลเรื่องนี้โดยเฉพาะ มีการประชุมติดตามและประเมินผลทุกเดือน
“ส่วนใหญ่เป็นการหลบเลี่ยงกฎหมาย เลี่ยงการจ่ายภาษีด้วย ภาพรวมไม่จ่ายภาษีให้กับรัฐหรือจ่ายแต่ไม่เต็มเม็ดเต็มหน่วย”
สันติ ป่าหวาย ท่องเที่ยวและกีฬาจังหวัดภูเก็ต ในฐานะนายทะเบียนสำนักงานทะเบียนธุรกิจนำเที่ยวมัคคุเทศก์สาขาภาคใต้เขต 2 กล่าวว่า คนต่างชาติมาถือหุ้นในภูเก็ตสถิติปี 2558 และ 2559 มากที่สุดคือ เกาหลี 11 บริษัท รองลงมาจีน 7 บริษัท รัสเซีย อังกฤษ มาเลเซีย มีคนไทยจาก จ.เชียงราย เชียงใหม่ ร่วมจดทะเบียนบริษัท ซึ่งอยู่ระหว่างตรวจสอบหารายละเอียด เข้าคณะกรรมการกลั่นกรอง มีเอกชนให้ข้อมูล
“ในส่วนของธุรกิจนอมินีที่ตรวจพบในปี 2558 มี 5 บริษัทได้สั่งปิดกิจการไปแล้ว และในปี 2559 ก็จะทยอยตรวจสอบ หากพบการกระทำผิดก็ต้องสั่งปิดกิจการ”
ด้าน นิมิตร ฆังคะจิตร พัฒนาธุรกิจการค้าจังหวัดภูเก็ต กล่าวว่า พยายามรวบรวมข้อมูลตัวเลขให้แต่ละหน่วยส่งมาว่ามีสุ่มเสี่ยงตรงไหน คาดว่าอีกไม่นานสรุปข้อมูลได้
“แนวทางดำเนินงานมีความชัดเจนขึ้น การตรวจสอบในภาพรวมทุกธุรกิจทุกสัญชาติ อยู่ระหว่างเร่งหาหลักฐานเพื่อดำเนินการกับกลุ่มคนที่เป็นนอมินี”
ทั้งนี้ ข้อมูลการลงทุนตามสัญชาติในภูเก็ต รวม 113 สัญชาติ มีจำนวนนิติบุคคล 7,458 ราย มูลค่าการลงทุนประมาณ 16,534 ล้านบาท สัญชาติที่ลงทุนมากที่สุด ได้แก่ หมู่เกาะเวอร์จิน (อังกฤษ) จำนวนนิติบุคคล 198 ราย มูลค่าการลงทุน 2,576 ล้านบาท รองลงมา อังกฤษ นิติบุคคล 1,197 ราย มูลค่าการลงทุน 1,475 ล้านบาท ฮ่องกง นิติบุคคล 62 ราย มูลค่าการลงทุน 1,377 ล้านบาท ฝรั่งเศส นิติบุคคล 669 ราย มูลค่าการลงทุน 1,151 ล้านบาท รัสเซีย นิติบุคคล 559 ราย มูลค่าการลงทุน 794 ล้านบาท มาเลเซีย นิติบุคคล 77 ราย มูลค่าการลงทุน 788 ล้านบาท จีน นิติบุคคล 238 ราย มูลค่าการลงทุน 686 ล้านบาท และเกาหลี นิติบุคคล 232 ราย มูลค่าการลงทุน 578 ล้านบาท
ที่มา
http://www.posttoday.com/aec/trade/420797
ที่มานโยบายให้จับ นอมินี่
http://www.thairath.co.th/content/582021
ตอนนี้เป็นไงบ้างครับ ธุรกิจนอมินี่
นโยบาย หยุดธุรกิจ นอมินี ตามธุรกิจท่องเที่ยวตอนนี้เป็นอย่างไรบ้างครับ
ภูเก็ตเอาจริงกำจัด’นอมินี’ สั่งปิดกิจการแล้ว5ราย
ญหาชาวต่างชาติเข้ามาประกอบธุรกิจท่องเที่ยวในประเทศไทย โดยใช้คนไทยเป็นตัวแทนอำพราง (NOMINEE) ส่งผลกระทบต่อธุรกิจการท่องเที่ยวของไทย ทั้งในส่วนประโยชน์ของคนไทย ตลอดจนภาพลักษณ์ด้านการท่องเที่ยว ทำให้ พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกรัฐมนตรี สั่งการในที่ประชุมคณะรัฐมนตรีให้กระทรวงพาณิชย์ร่วมกับกระทรวงมหาดไทย กระทรวงการท่องเที่ยวและกีฬา และหน่วยงานที่เกี่ยวข้องเร่งดำเนินการตรวจสอบ และควบคุมการประกอบกิจการของคนต่างด้าวในประเทศไทยอย่างเคร่งครัด โดยเฉพาะบริษัทเกี่ยวกับธุรกิจนำเที่ยวและมัคคุเทศก์
ประเจียด อักษรธรรมกุล รอง ผวจ.ภูเก็ต กล่าวว่า รัฐบาลโดย กอบกาญจน์ วัฒนวรางกูร รมว.ท่องเที่ยวและกีฬา ให้ความสำคัญกับ จ.ภูเก็ต ที่มีการเติบโตทางด้านเศรษฐกิจสูง และ จ.ภูเก็ตได้ตั้งคณะทำงานดูแลเรื่องนี้โดยเฉพาะ มีการประชุมติดตามและประเมินผลทุกเดือน
“ส่วนใหญ่เป็นการหลบเลี่ยงกฎหมาย เลี่ยงการจ่ายภาษีด้วย ภาพรวมไม่จ่ายภาษีให้กับรัฐหรือจ่ายแต่ไม่เต็มเม็ดเต็มหน่วย”
สันติ ป่าหวาย ท่องเที่ยวและกีฬาจังหวัดภูเก็ต ในฐานะนายทะเบียนสำนักงานทะเบียนธุรกิจนำเที่ยวมัคคุเทศก์สาขาภาคใต้เขต 2 กล่าวว่า คนต่างชาติมาถือหุ้นในภูเก็ตสถิติปี 2558 และ 2559 มากที่สุดคือ เกาหลี 11 บริษัท รองลงมาจีน 7 บริษัท รัสเซีย อังกฤษ มาเลเซีย มีคนไทยจาก จ.เชียงราย เชียงใหม่ ร่วมจดทะเบียนบริษัท ซึ่งอยู่ระหว่างตรวจสอบหารายละเอียด เข้าคณะกรรมการกลั่นกรอง มีเอกชนให้ข้อมูล
“ในส่วนของธุรกิจนอมินีที่ตรวจพบในปี 2558 มี 5 บริษัทได้สั่งปิดกิจการไปแล้ว และในปี 2559 ก็จะทยอยตรวจสอบ หากพบการกระทำผิดก็ต้องสั่งปิดกิจการ”
ด้าน นิมิตร ฆังคะจิตร พัฒนาธุรกิจการค้าจังหวัดภูเก็ต กล่าวว่า พยายามรวบรวมข้อมูลตัวเลขให้แต่ละหน่วยส่งมาว่ามีสุ่มเสี่ยงตรงไหน คาดว่าอีกไม่นานสรุปข้อมูลได้
“แนวทางดำเนินงานมีความชัดเจนขึ้น การตรวจสอบในภาพรวมทุกธุรกิจทุกสัญชาติ อยู่ระหว่างเร่งหาหลักฐานเพื่อดำเนินการกับกลุ่มคนที่เป็นนอมินี”
ทั้งนี้ ข้อมูลการลงทุนตามสัญชาติในภูเก็ต รวม 113 สัญชาติ มีจำนวนนิติบุคคล 7,458 ราย มูลค่าการลงทุนประมาณ 16,534 ล้านบาท สัญชาติที่ลงทุนมากที่สุด ได้แก่ หมู่เกาะเวอร์จิน (อังกฤษ) จำนวนนิติบุคคล 198 ราย มูลค่าการลงทุน 2,576 ล้านบาท รองลงมา อังกฤษ นิติบุคคล 1,197 ราย มูลค่าการลงทุน 1,475 ล้านบาท ฮ่องกง นิติบุคคล 62 ราย มูลค่าการลงทุน 1,377 ล้านบาท ฝรั่งเศส นิติบุคคล 669 ราย มูลค่าการลงทุน 1,151 ล้านบาท รัสเซีย นิติบุคคล 559 ราย มูลค่าการลงทุน 794 ล้านบาท มาเลเซีย นิติบุคคล 77 ราย มูลค่าการลงทุน 788 ล้านบาท จีน นิติบุคคล 238 ราย มูลค่าการลงทุน 686 ล้านบาท และเกาหลี นิติบุคคล 232 ราย มูลค่าการลงทุน 578 ล้านบาท
ที่มา http://www.posttoday.com/aec/trade/420797
ที่มานโยบายให้จับ นอมินี่ http://www.thairath.co.th/content/582021
ตอนนี้เป็นไงบ้างครับ ธุรกิจนอมินี่