หน้าแรก
คอมมูนิตี้
ห้อง
แท็ก
คลับ
ห้อง
แก้ไขปักหมุด
ดูทั้งหมด
เกิดข้อผิดพลาดบางอย่าง
ลองใหม่
แท็ก
แก้ไขปักหมุด
ดูเพิ่มเติม
เกิดข้อผิดพลาดบางอย่าง
ลองใหม่
{room_name}
{name}
{description}
กิจกรรม
แลกพอยต์
อื่นๆ
ตั้งกระทู้
เข้าสู่ระบบ / สมัครสมาชิก
เว็บไซต์ในเครือ
Bloggang
Pantown
PantipMarket
Maggang
ติดตามพันทิป
ดาวน์โหลดได้แล้ววันนี้
เกี่ยวกับเรา
กฎ กติกา และมารยาท
คำแนะนำการโพสต์แสดงความเห็น
นโยบายเกี่ยวกับข้อมูลส่วนบุคคล
สิทธิ์การใช้งานของสมาชิก
ติดต่อทีมงาน Pantip
ติดต่อลงโฆษณา
ร่วมงานกับ Pantip
Download App Pantip
Pantip Certified Developer
[CR] ไปหาคำตอบที่...ปากเซ
กระทู้รีวิว
Backpack
เที่ยวต่างประเทศ
บันทึกนักเดินทาง
...การเดินทางของฉันแทบทุกครั้งก็ไม่พ้นที่จะบินไปกับแอร์เอเชีย และต้องจองตั๋วถูกกันข้ามปีเลยทีเดียว..ทำไงได้นักท่องเที่ยวต้นทุนต่ำอย่างเราแต่กระหายในการเดินทางก็ต้องเลือกจองตั๋วแบบนี้..ทริปนี้เราเลือกที่จะไปเที่ยวลาวใต้..ปากเซ..แขวงจำปาศักดิ์
...ใคร ๆ ก็คิดว่าฉันตามรอย ซันนี่ เมธานนท์ กับพี่เบิร์ด ที่โฆษณากาแฟดาว แต่จริง ๆ แล้ว...เมืองปากเซคือเมืองที่ฉันอยากมาตั้งแต่ 5 ปีก่อนแล้ว ประเทศลาวเป็นประเทศที่เที่ยวง่าย คุยกันรู้เรื่อง เสียแค่ว่าการเดินทางจะยากลำบากบ้าง ค่าครองขีพนับว่าแพงมาก แต่ก็ยังเป็นประเทศที่น่าเที่ยวเสมอ..
...เริ่มต้นทริปแรก ๆ มีแค่เรา 3 สาว (โสด) แต่ไป ๆ มา ๆ ก็ได้รับอีก 3 หนุ่มมาร่วมทริป ดีใจมีคนหารค่ารถ
...เรา 3 คนต้องบินมาจากเชียงรายคืนวันที่ 9 แล้วก็อาศัยสนามบินเป็นที่พักในค่ำคืนนี้เพื่อจะออกเดินทางพรุ่งนี้เช้า
...วันแรก 10 มี.ค.59 07.40 น. โปรดทราบ เครื่องบินของสายการบิน แอร์เอเชีย เที่ยวบินที่.....พร้อมแล้วที่จะออกเดินทางไปจ.อุบลราชธานี ขอเชิญผ็้โดยสารขึ้นเครื่องได้ที่ประตูทางออกหมายเลข..... 08.50 เราก็ถึง จ.อุบลฯ ....ถึงสนามบินอุบล แล้วเดินออกมานอกอาคาร เดินเลียบตัวอาคารไปฝั่งขาเข้า จะมีคิว taxi meter ไปขนส่งประมาณ 60 บาท อย่าเผลอขึ้นรถสนามบิน หรือ taxi ของคนที่ไปเดินหาเราในตัวอาคาร จะเหมา 120-150 แพ๊งงงงงงอ่ะ...เรามุ่งหน้าไปขนส่ง จ.อุบล แป๊บเดียวก็ถึงแล้ว เรานัดเจอกับอีก 2 หนุ่มที่ขนส่งอุบล แต่ 1 หนุ่มมากับเราจาก กทม.เรียบร้อยแล้ว...เราใช้บริการรถตู้เพื่อไปช่องเม็ก ค่ารถถึงขนส่งด่านช่องเม็กคนละ 100 บาท รถเราออกรอบ 09.50 น. ถึงด่านประมาณ 11.30 น. หลังจากนั้นใช้บริการวินมอเตอร์ไซค์คนละ 20 บาทเพื่อไปหน้าด่าน ทำเอกสารฝั่งไทยเรียบร้อยก็ข้ามไปฝั่งลาวเลยจร้า..ไม่ใช่ข้ามสิ ต้องเรียกว่า ลอด ต่างหาก
ช่วงที่ไปเค้ากำลังมีการก่อสร้าง ฝุ่นควันนี่สุดยอดเลย ต้องรีบเดินจ้ำ ๆๆๆ เพื่อจะไปยังอาคารที่ทำเอกสารของ ตม.ลาว หรือด่านวังเต่านั่นเอง ขาเข้าโดนเรียกไปคนละ 100 บาท....จากจุดนี้เราก็หารถทันทีเพื่อจะเหมาไปเที่ยวน้ำตก และวัดพูสะเหลา สรุปเราได้รถ Avanza ในราคา 3,000 บาท รวมน้ำมันเรียบร้อย ซึ่งเหมาะสำหรับพวกเรา 6 คนพอดีเลย...คนขับรถเราชื่อพี่แหล่ นิสัยดีเลยค่ะ เราขอให้พี่แหล่ไปส่งเราเข้าโรงแรมก่อน ถนนเข้าเมืองที่เราเห็นดูแล้วเหมือนเราได้ย้อนกลับไปในอดีตของไทยหลายสิบปีก่อน..นั่งมองวิวตามทาง ความแห้งแล้งมีอยู่ทุกที่..วัวควายของชาวบ้านออกหากินตามทุ่งหญ้า วิถีชีวิตแบบชาวบ้านที่เราแทบจะไม่ได้สัมผัสกับมันแล้ว
......คืนนี้เราพักที่โรงแรมลานคำ ซึ่งนักท่องเที่ยวชาวไทยส่วนใหญ่คงรู้จักดี เราจองผ่านเวป Booking ไว้ ห้องดีทีเดียวเลยค่ะ...แต่ก่อนจะออกเดินทางแบบว่าหิวข้าวมากไม่ได้ทานอะไรมาแต่เช้าเลย และอ่านมาเค้าว่าเฝ๋อลานคำอร่อยมากกก..จัดซะคนละชาม..แต่อร่อยจริงนะค่ะ หรือว่าเราหิวมากไม่รู้สินะ!!! ถ้วยนี้ 20,000 k. >>ชามใหญ่มว๊ากกกกกกก
...อิ่มแล้วได้เวลาลุยค่ะ....ที่แรกที่เราไปคือตาดผาส้วม..ค่าเข้าคนละ 10,000 k. รถจอดปุ๊บก็ลงเดินได้สบายเลยค่ะ แต่บอกเลยว่าอากาศร้อนมากที่สุด เสื้อนี่ชุ่มเหงื่อหมดเลย....แต่พอเห็นน้ำตกแล้วก็สดชื่น
อุโมงค์ไม้ไผ่นี่ถือว่าเป็นเอกลักษณ์ของตาดผาส้วมไปเลยค่ะ...แต่พอมีคนเดินทีสะพานแกว่งมากเลย...
พี่คนขับบอกลองไปเดินเที่ยวหมู่บ้านชนเผ่าสิ...ก็เลยลองเดินไปดู..เงียบ ๆ ค่ะ ไม่ค่อยมีอะไร มีบ้านเป็นหลัง ๆ แล้วก็มีสินค้า
ขาย
สถานีต่อไปของเราคือน้ำตกตาดเยือน....ค่าเข้าคนละ 10,000 k. มีค่ารถอีกแต่พี่คนขับเค้าจ่ายให้เรียบร้อยค่ะ....ที่นี่ต้องเดินลงไปไกลพอสมควรค่ะ และทางก็ชัน...แต่พอลงไปถึงน้ำตกแล้วก็สดชื่นมาก อยากจะโดดลงเล่นน้ำเลย แต่ไม่ได้เตรียมตัวมา และเวลามีน้อยค่ะ มาถึงที่นี่ก็เย็นแล้ว
แต่พวกเราไม่ทันตาดฟาน เพราะกลัวจะขึ้นชมวิววัดพูสะเหลาไม่ทัน..เราใช้เวลาที่นี่พอสมควร นั่งมองน้ำตกจนสมใจ ตอนนี้ก็เย็นมากแล้ว เลยเดินทางไปวัดพูสะเหลาต่อค่ะ..วัดพูสะเหลาจะอยู่ทางเข้าเมืองปากเซ เราต้องวนกลับออกไป แหม!! แต่นั่งรถแอร์เย็น ๆ จะไปลำบากอะไรเน๊อะ..เราลุ้นตามแสงอาทิตย์ยามเย็น พร้อมกับรถที่กำลังวิ่งเพื่อจะพยายามพาเราไปถึงจุดหมาย..เราได้แต่คิดว่าจะได้ดูพระอาทิตย์ตกดินที่วัดพูสะเหลาไหมน๊อ? สุดท้ายเราก็ไม่ทันแสงสุดท้ายวันนี้ แต่ก็ไม่เป็นไร.....วัดพูสะเหลาจะมีจุดชมวิวสะพานลาว-ญี่ปุ่น ให้เรายืนมองแม่น้ำโขงได้สุดลูกหูลูกตา และยังได้เห็นแสงส่องสว่างผ่านไปยังองค์พระใหญ่ซึ่งงดงามไม่แพ้วิวที่เรายืนมองเลย...
ปิดท้ายวันนี้ที่ร้านอาหารเรือนแพคำฟอง น้องที่ร่วมทริปแนะนำ เค้าบอกว่าใครมาต้องมาทานที่ร้านนี้ เราเลยไม่พลาด อาหารถือว่าโอเครเลยค่ะ..ราคาก็ไม่แพง มื้อนี้ทั้งอาหาร ทั้งเบียร์ หมดไปประมาณ 320,000 k.....อิ่มหนำสำราญสราญใจไปแล้วสำหรับวันแรก...
วันที่สอง 11 มี.ค.59 ทริปวันนี้จะเหลือแค่ 4 คน เพราะอีก 2 หนุ่มขอแยกตัวไปเวียดนามต่อ
วันนี้เรานัดพี่แหล่ไว้ 8 โมงเช้าเพื่อจะมุ่งหน้าไปปราสาทวัดพู ซึ่งถือว่าเป็นมรดกโลกของลาวตอนใต้ และเป็นมรดกโลกต่อจากเมืองหลวงพระบาง ถือว่าเป็นแห่งที่ 2 ของประเทศลาว
8 โมงกว่า ๆ พี่แหล่มารับเราที่โรงแรมลานคำ..เรามุ่งหน้าไปทางเมืองจำปาศักดิ์ หลบลี้หนีความวุ่นวายเข้าสู่ความสงบของถนนหนทาง ปีนี้ไม่ว่าที่ไหนก็แห้งแล้วเหลือเกิน 2 ข้างทางที่เราขับรถผ่านทำให้เรารู้สึกถึงความร้ายกาจของมนุษย์ที่ช่วยกันทำลายป่าไม้ การเผาป่าเกิดขึ้นทุกที่เหมือนเป็นเรื่องปกติไปเสียแล้ว...พี่แหล่บอกว่าถ้ามาช่วงหน้าฝนแถวนี้จะสดชื่นร่มรืนจะเห็นแต่สีเขียวขจีของต้นไม้ใบหญ้า...สภาพอากาศวันนี้รู้สึกจะครึ้มฟ้าครึ้มฝน ไม่เห็นแสงแดดเลย เรากลัวว่าฝนจะตกเหลือเกิน ถ้าฝนตกเราก็จะเที่ยวกันไม่สนุก เพราะก่อนที่เราจะมาพยากรณ์อากาศเค้าเตือนมาว่าจะมีพายุฝน...ขณะนั้นเราก็ต้องลุ้นไปตลอดทาง เราใช้เวลาไม่นานก็ถึงวัดพู
...ค่าเข้าชมวัดพูคนละ 50,000 k. และมีรถกอล์ฟบริการรับ-ส่ง เมื่อรถจอดที่ทางเข้าของปราสาทวัดพู..เรามองเห็นปราสาทเก่า ๆ ที่ได้รับการรักษาไว้ให้คงสภาพไปตามธรรมชาติ ทางเดินที่มีหญ้าขึ้นแซมออกมาตามหิน .... บางจุดของวัดพูก็ได้รับการบูรณะซ่อมแซมบ้างเพื่อป้องกันการล้มพังเสียหาย...บันไดทางขึ้นที่มีความลาดชันมากเป็นพิเศษ ต้องค่อย ๆ ใช้ความระมัดระวังในการเดินขึ้น บันไดทางขึ้นจะปลูกดอกจำปาไว้ตามทางเพื่อให้ความร่มรื่นและเมื่อด่านผ่านเข้าไปเหมือนเราจะย้อนยุคเข้าไปในอดีตซะงั้น
...เราใช้เวลาที่นี่ประมาณชั่วโมงได้...ก็ต้องเดินทางต่อไปยังน้ำตกคอนพะเพ็ง...ระหว่างทางที่เราจะไปน้ำตก เราก็รู้สึกท้องจะร้องกันถ้วนหน้าแล้ว..เลยบอกพี่แหล่ว่าขอทานข้าวแบบร้านบ้าน ๆ นะ อยากสัมผัสวิถีชาวบ้าน....
......มาได้สักพักพี่แหล่จอดรถ บอกจะแวะทานข้าว...ทันใดนั้นกองทัพไก่ ตับ ไต ไส้ พุง ย่างมาล้อมหน้าล้อมหลังรถพวกเรา...เพื่อนในรถถึงกับบอกว่า เห้ย!!!กูกลัว กูไม่กล้าลงรถ ก็จะอะไรหล่ะค่ะพี่แกเล่นเคาะกระจกในมือถืออาวุธพร้อม เฮ้ยยยย...ถือไก่ย่าง เพื่อจะให้เราช่วยซื้อ...ใจจริงเราอยากทานนกมากกกก แต่จะซื้อคนนี้ก็ต้องซื้อคนโน้นด้วย....สรุป..ไม่ต้องซื้อสักคน
>>> ลงรถปุ๊บ พวกเราก็รีบจ้ำอ้าวเข้าร้านทันที พี่แกก็ยังตามติดมาเป็นหางว่าว ประมาณว่าคนขายเยอะมว๊ากกกกกค่ะ.....
ร้านนี้คงจะดูดีที่สุดในบริเวณนี้แล้ว ดูสะอาดน่านั่ง ก็เลยสั่งส้มตำลาว เนื้อแดดเดียวย่างเป็นเส้น เส้นก็เล็กนิดเดียวค่ะ 4 เส้น 100 บาท....ไก่ย่าง 1 จาน ไม่รู้ว่าเป็นลูกไก่ป่าวได้นิดเดียวเอง เฝ๋ออีกสักถ้วย จะได้มีน้ำเอาไว้ซด....ข้าวเหนียวอีก 2 กระติ๊บ
....ร้านบ้าน ๆ ค่ะ แต่แพงอ่ะ คือที่เราสั่ง ๆ มาอ่ะ อย่างละนิดละหน่อย น้ำก็ต้องซื้อ พอเรียกเก็บเงิน 500 บาท กินแล้วก็ต้องจ่ายนะ อย่าทำตามแบบทัวร์ชาวจีนกินแล้วไม่จ่ายตังค์...
ชื่อสินค้า:
ลาวใต้ ปากเซ
คะแนน:
**CR - Consumer Review : ผู้เขียนรีวิวนี้เป็นผู้ซื้อสินค้าหรือเสียค่าบริการเอง ไม่มีผู้สนับสนุนให้สินค้าหรือบริการฟรี และผู้เขียนรีวิวไม่ได้รับสิ่งตอบแทนในการเขียนรีวิว
ดูแผนที่ขนาดใหญ่ขึ้น
▼
กำลังโหลดข้อมูล...
▼
แสดงความคิดเห็น
กระทู้ที่คุณอาจสนใจ
ทำไมต้อง ..... "ไปลาว"
อ๋อ ..... การ"ไปลาว"น่ะ .... เหมาะแก่เป็นการไป"เที่ยวต่างประเทศ"ครั้งแรกนะเออ - ภาษา ใกล้เคียงกัน สามารถพูดกันรู้เรื่องกว่า 75% - การเดินทาง สะดวก ทั้งไปลาวใต้ (จากอุบลไปปากเซ
ไปซะ ก่อนจะไปไม่ไหว
ทริปพาเพื่อนไปเล่น Zipline ที่ลาวใต้
ทริปลาวใต้ 3 วัน 2 คืน 14-16 ก.ค 66 Day 1 -13 ก.ค. กทม. > > อุบลฯ ออกเดินทางโดยรถไฟDay 2 -14 ก.ค. อุบลฯ > >
love_kana
สอบถามเซียนลาวใต้ค่ะ โปรแกรม 4 วัน 3 คืน
ตอนนี้เรามีแผนคร่าวๆประมาณนี้ค่ะ วันที่ 1 Air Asia ลงอุบล ต่อรถทัวร์หรือรถตู้ ข้ามไปถึงปากเซ วันแรกจะเหมารถเที่ยวน้ำตกตาดฟาน น้ำตกตาดจำปี น้ำตกตาดอีตู้ และสุดท้ายน้ำตกตาดผาส้วม ช่วงบ่าย (ทันไหมคะ ร
chubby_chub
ตะลุยเที่ยว"ลาวใต้"ในหนึ่งวัน...พาเที่ยว 2 วัด 2 ตาดและคาเฟ่สุดชิคที่โบลาเวน
Daytrip to Southern Laos (ที่ราบสูงโบลาเวน-น้ำตกตาดฟาน-น้ำตกตาดเยือง-ร้านกาแฟ Lak 40-วัดพูสะเหลา-วัดพู) ฝาก page ด้วยนะคะ เข้ามาพูดคุย แนะนำ สอบถามกันได้ค่ะ https://www.facebook.com/pg/ElamaniT
La Verite
เที่ยวลาวใต้ 3 วัน 2 คืน 2025 ฉบับไม่มีรถส่วนตัวและไม่มีพลาสปอร์ต
1.เริ่มที่ บขส.อุบลฯ มีให้เลือก 2 ตัวเลือก คือ รถทัวร์-ปากเซ 200/คน(แนะนำให้จอง) และรถตู้-ช่องเม็ก 100/คน รถออกทุกชั่วโมง 2.ถึง บขส. ช่องเม็กแล้วให้เดินไปฝั่งตรงข้าม เพราะที่ที่จะทำเอกสารอยู่ฝั่งตรงข
สมาชิกหมายเลข 9166323
เที่ยว "ลาวใต้" 1 คืน 2 วัน
ສະບາຍດີທຸກຄົນ ทริปนี้มีสมาฃิกร่วมเดินทางด้วยกันทั้งหมด 8 คนค่ะ เนื่องจากไปกันหลายคนเจ้าของกระทู้ดูแลไม่ไหวค่ะ เลยหาซื้อแพ็คเกจ เพื่อความสะดวกสบายของทุกคน แพ็คเกจที่ซื้อจะเป็นแพ็คเกจ ลาวใต้ 2 วัน 1 คืน
สมาชิกหมายเลข 3503145
เที่ยวลาวใต้ 2566-11-18 20#3 แวะน้ำตก skat นอนไร่ลี้ลับ ดูภูเขาไฟเมืองลาว
เที่ยวลาวใต้ 2566-11-18 20#3 แวะ ตาดห้วยปิง (น้ำตก skat พวกเราเรียกกันเล่นๆ) นอนไร่ลี้ลับ ดูภูเขาไฟเมืองลาว ตอนก่อนหน้า เที่ยวลาวใต้ 2566-11-18 20#1 แวะต
ไอ้คล้าวผจญภัย
แชร์ประสบการณ์เล่น Zipline ที่น้ำตกตาดฟาน และเที่ยวปราสาทวัดพู ปากเซ ลาวใต้
ขออนุญาติแชร์ประสบการณ์เล่น Zipline ที่น้ำตกตาดฟาน เที่ยวปราสาทวัดพู ปากเซ ลาวใต้ เมื่อวันเสาร์ วันอาทิตย์ที่ผ่านมาครับ (17-18 มีนาคม 2018) ทริปนี้พวกผมเลือกเที่ยวเฉพาะไฮไลท์ที่อยากไปมากๆแค่ 2 ที
The Goalkeeper Number 11
ลาว-หลวงพระบาง 4 วัน 3 คืน
อยากลองเขียนรีวิวการเดินทางที่ใดที่หนึ่งไม่ว่าจะเป็นในไทยหรือต่างประเทศซักครั้งนึง การเริ่มนี่ยากกว่าที่คิดนะเพราะไม่รู้จะเริ่มต้นอย่างไงให้อ่านและเข้าใจแบบไม่ต้องยื
สมาชิกหมายเลข 746627
ตาดน้ำพาก บ้านหนองหลวง ลาวใต้ ในวันที่ยังสวยงาม ก่อนเขื่อนจะสร้างทางระบายน้ำเสร็จ (มา updateเมื่อต้นเดือน กค 2568)
การเดินทางและการติดต่อ ตาดน้ำพาก https://pantip.com/topic/42458079 การเดินเที่ยวตาดน้ำพากแบบละเอียด (มีเดินลอดใต้น้ำตก) https://pantip.com/topic/42460189 ---------------------------- ตาดน้ำพาก บ้า
ไอ้คล้าวผจญภัย
อ่านกระทู้อื่นที่พูดคุยเกี่ยวกับ
Backpack
เที่ยวต่างประเทศ
บันทึกนักเดินทาง
บนสุด
ล่างสุด
อ่านเฉพาะข้อความเจ้าของกระทู้
หน้า:
หน้า
จาก
แชร์ : 85
โปรดศึกษาและยอมรับนโยบายข้อมูลส่วนบุคคลก่อนเริ่มใช้งาน
อ่านเพิ่มเติมได้ที่นี่
ยอมรับ
[CR] ไปหาคำตอบที่...ปากเซ
...ใคร ๆ ก็คิดว่าฉันตามรอย ซันนี่ เมธานนท์ กับพี่เบิร์ด ที่โฆษณากาแฟดาว แต่จริง ๆ แล้ว...เมืองปากเซคือเมืองที่ฉันอยากมาตั้งแต่ 5 ปีก่อนแล้ว ประเทศลาวเป็นประเทศที่เที่ยวง่าย คุยกันรู้เรื่อง เสียแค่ว่าการเดินทางจะยากลำบากบ้าง ค่าครองขีพนับว่าแพงมาก แต่ก็ยังเป็นประเทศที่น่าเที่ยวเสมอ..
...เริ่มต้นทริปแรก ๆ มีแค่เรา 3 สาว (โสด) แต่ไป ๆ มา ๆ ก็ได้รับอีก 3 หนุ่มมาร่วมทริป ดีใจมีคนหารค่ารถ
...เรา 3 คนต้องบินมาจากเชียงรายคืนวันที่ 9 แล้วก็อาศัยสนามบินเป็นที่พักในค่ำคืนนี้เพื่อจะออกเดินทางพรุ่งนี้เช้า
...วันแรก 10 มี.ค.59 07.40 น. โปรดทราบ เครื่องบินของสายการบิน แอร์เอเชีย เที่ยวบินที่.....พร้อมแล้วที่จะออกเดินทางไปจ.อุบลราชธานี ขอเชิญผ็้โดยสารขึ้นเครื่องได้ที่ประตูทางออกหมายเลข..... 08.50 เราก็ถึง จ.อุบลฯ ....ถึงสนามบินอุบล แล้วเดินออกมานอกอาคาร เดินเลียบตัวอาคารไปฝั่งขาเข้า จะมีคิว taxi meter ไปขนส่งประมาณ 60 บาท อย่าเผลอขึ้นรถสนามบิน หรือ taxi ของคนที่ไปเดินหาเราในตัวอาคาร จะเหมา 120-150 แพ๊งงงงงงอ่ะ...เรามุ่งหน้าไปขนส่ง จ.อุบล แป๊บเดียวก็ถึงแล้ว เรานัดเจอกับอีก 2 หนุ่มที่ขนส่งอุบล แต่ 1 หนุ่มมากับเราจาก กทม.เรียบร้อยแล้ว...เราใช้บริการรถตู้เพื่อไปช่องเม็ก ค่ารถถึงขนส่งด่านช่องเม็กคนละ 100 บาท รถเราออกรอบ 09.50 น. ถึงด่านประมาณ 11.30 น. หลังจากนั้นใช้บริการวินมอเตอร์ไซค์คนละ 20 บาทเพื่อไปหน้าด่าน ทำเอกสารฝั่งไทยเรียบร้อยก็ข้ามไปฝั่งลาวเลยจร้า..ไม่ใช่ข้ามสิ ต้องเรียกว่า ลอด ต่างหาก
ช่วงที่ไปเค้ากำลังมีการก่อสร้าง ฝุ่นควันนี่สุดยอดเลย ต้องรีบเดินจ้ำ ๆๆๆ เพื่อจะไปยังอาคารที่ทำเอกสารของ ตม.ลาว หรือด่านวังเต่านั่นเอง ขาเข้าโดนเรียกไปคนละ 100 บาท....จากจุดนี้เราก็หารถทันทีเพื่อจะเหมาไปเที่ยวน้ำตก และวัดพูสะเหลา สรุปเราได้รถ Avanza ในราคา 3,000 บาท รวมน้ำมันเรียบร้อย ซึ่งเหมาะสำหรับพวกเรา 6 คนพอดีเลย...คนขับรถเราชื่อพี่แหล่ นิสัยดีเลยค่ะ เราขอให้พี่แหล่ไปส่งเราเข้าโรงแรมก่อน ถนนเข้าเมืองที่เราเห็นดูแล้วเหมือนเราได้ย้อนกลับไปในอดีตของไทยหลายสิบปีก่อน..นั่งมองวิวตามทาง ความแห้งแล้งมีอยู่ทุกที่..วัวควายของชาวบ้านออกหากินตามทุ่งหญ้า วิถีชีวิตแบบชาวบ้านที่เราแทบจะไม่ได้สัมผัสกับมันแล้ว
......คืนนี้เราพักที่โรงแรมลานคำ ซึ่งนักท่องเที่ยวชาวไทยส่วนใหญ่คงรู้จักดี เราจองผ่านเวป Booking ไว้ ห้องดีทีเดียวเลยค่ะ...แต่ก่อนจะออกเดินทางแบบว่าหิวข้าวมากไม่ได้ทานอะไรมาแต่เช้าเลย และอ่านมาเค้าว่าเฝ๋อลานคำอร่อยมากกก..จัดซะคนละชาม..แต่อร่อยจริงนะค่ะ หรือว่าเราหิวมากไม่รู้สินะ!!! ถ้วยนี้ 20,000 k. >>ชามใหญ่มว๊ากกกกกกก
...อิ่มแล้วได้เวลาลุยค่ะ....ที่แรกที่เราไปคือตาดผาส้วม..ค่าเข้าคนละ 10,000 k. รถจอดปุ๊บก็ลงเดินได้สบายเลยค่ะ แต่บอกเลยว่าอากาศร้อนมากที่สุด เสื้อนี่ชุ่มเหงื่อหมดเลย....แต่พอเห็นน้ำตกแล้วก็สดชื่น
อุโมงค์ไม้ไผ่นี่ถือว่าเป็นเอกลักษณ์ของตาดผาส้วมไปเลยค่ะ...แต่พอมีคนเดินทีสะพานแกว่งมากเลย...
พี่คนขับบอกลองไปเดินเที่ยวหมู่บ้านชนเผ่าสิ...ก็เลยลองเดินไปดู..เงียบ ๆ ค่ะ ไม่ค่อยมีอะไร มีบ้านเป็นหลัง ๆ แล้วก็มีสินค้า
ขาย
สถานีต่อไปของเราคือน้ำตกตาดเยือน....ค่าเข้าคนละ 10,000 k. มีค่ารถอีกแต่พี่คนขับเค้าจ่ายให้เรียบร้อยค่ะ....ที่นี่ต้องเดินลงไปไกลพอสมควรค่ะ และทางก็ชัน...แต่พอลงไปถึงน้ำตกแล้วก็สดชื่นมาก อยากจะโดดลงเล่นน้ำเลย แต่ไม่ได้เตรียมตัวมา และเวลามีน้อยค่ะ มาถึงที่นี่ก็เย็นแล้ว
แต่พวกเราไม่ทันตาดฟาน เพราะกลัวจะขึ้นชมวิววัดพูสะเหลาไม่ทัน..เราใช้เวลาที่นี่พอสมควร นั่งมองน้ำตกจนสมใจ ตอนนี้ก็เย็นมากแล้ว เลยเดินทางไปวัดพูสะเหลาต่อค่ะ..วัดพูสะเหลาจะอยู่ทางเข้าเมืองปากเซ เราต้องวนกลับออกไป แหม!! แต่นั่งรถแอร์เย็น ๆ จะไปลำบากอะไรเน๊อะ..เราลุ้นตามแสงอาทิตย์ยามเย็น พร้อมกับรถที่กำลังวิ่งเพื่อจะพยายามพาเราไปถึงจุดหมาย..เราได้แต่คิดว่าจะได้ดูพระอาทิตย์ตกดินที่วัดพูสะเหลาไหมน๊อ? สุดท้ายเราก็ไม่ทันแสงสุดท้ายวันนี้ แต่ก็ไม่เป็นไร.....วัดพูสะเหลาจะมีจุดชมวิวสะพานลาว-ญี่ปุ่น ให้เรายืนมองแม่น้ำโขงได้สุดลูกหูลูกตา และยังได้เห็นแสงส่องสว่างผ่านไปยังองค์พระใหญ่ซึ่งงดงามไม่แพ้วิวที่เรายืนมองเลย...
ปิดท้ายวันนี้ที่ร้านอาหารเรือนแพคำฟอง น้องที่ร่วมทริปแนะนำ เค้าบอกว่าใครมาต้องมาทานที่ร้านนี้ เราเลยไม่พลาด อาหารถือว่าโอเครเลยค่ะ..ราคาก็ไม่แพง มื้อนี้ทั้งอาหาร ทั้งเบียร์ หมดไปประมาณ 320,000 k.....อิ่มหนำสำราญสราญใจไปแล้วสำหรับวันแรก...
วันที่สอง 11 มี.ค.59 ทริปวันนี้จะเหลือแค่ 4 คน เพราะอีก 2 หนุ่มขอแยกตัวไปเวียดนามต่อ
วันนี้เรานัดพี่แหล่ไว้ 8 โมงเช้าเพื่อจะมุ่งหน้าไปปราสาทวัดพู ซึ่งถือว่าเป็นมรดกโลกของลาวตอนใต้ และเป็นมรดกโลกต่อจากเมืองหลวงพระบาง ถือว่าเป็นแห่งที่ 2 ของประเทศลาว
8 โมงกว่า ๆ พี่แหล่มารับเราที่โรงแรมลานคำ..เรามุ่งหน้าไปทางเมืองจำปาศักดิ์ หลบลี้หนีความวุ่นวายเข้าสู่ความสงบของถนนหนทาง ปีนี้ไม่ว่าที่ไหนก็แห้งแล้วเหลือเกิน 2 ข้างทางที่เราขับรถผ่านทำให้เรารู้สึกถึงความร้ายกาจของมนุษย์ที่ช่วยกันทำลายป่าไม้ การเผาป่าเกิดขึ้นทุกที่เหมือนเป็นเรื่องปกติไปเสียแล้ว...พี่แหล่บอกว่าถ้ามาช่วงหน้าฝนแถวนี้จะสดชื่นร่มรืนจะเห็นแต่สีเขียวขจีของต้นไม้ใบหญ้า...สภาพอากาศวันนี้รู้สึกจะครึ้มฟ้าครึ้มฝน ไม่เห็นแสงแดดเลย เรากลัวว่าฝนจะตกเหลือเกิน ถ้าฝนตกเราก็จะเที่ยวกันไม่สนุก เพราะก่อนที่เราจะมาพยากรณ์อากาศเค้าเตือนมาว่าจะมีพายุฝน...ขณะนั้นเราก็ต้องลุ้นไปตลอดทาง เราใช้เวลาไม่นานก็ถึงวัดพู
...ค่าเข้าชมวัดพูคนละ 50,000 k. และมีรถกอล์ฟบริการรับ-ส่ง เมื่อรถจอดที่ทางเข้าของปราสาทวัดพู..เรามองเห็นปราสาทเก่า ๆ ที่ได้รับการรักษาไว้ให้คงสภาพไปตามธรรมชาติ ทางเดินที่มีหญ้าขึ้นแซมออกมาตามหิน .... บางจุดของวัดพูก็ได้รับการบูรณะซ่อมแซมบ้างเพื่อป้องกันการล้มพังเสียหาย...บันไดทางขึ้นที่มีความลาดชันมากเป็นพิเศษ ต้องค่อย ๆ ใช้ความระมัดระวังในการเดินขึ้น บันไดทางขึ้นจะปลูกดอกจำปาไว้ตามทางเพื่อให้ความร่มรื่นและเมื่อด่านผ่านเข้าไปเหมือนเราจะย้อนยุคเข้าไปในอดีตซะงั้น
...เราใช้เวลาที่นี่ประมาณชั่วโมงได้...ก็ต้องเดินทางต่อไปยังน้ำตกคอนพะเพ็ง...ระหว่างทางที่เราจะไปน้ำตก เราก็รู้สึกท้องจะร้องกันถ้วนหน้าแล้ว..เลยบอกพี่แหล่ว่าขอทานข้าวแบบร้านบ้าน ๆ นะ อยากสัมผัสวิถีชาวบ้าน....
......มาได้สักพักพี่แหล่จอดรถ บอกจะแวะทานข้าว...ทันใดนั้นกองทัพไก่ ตับ ไต ไส้ พุง ย่างมาล้อมหน้าล้อมหลังรถพวกเรา...เพื่อนในรถถึงกับบอกว่า เห้ย!!!กูกลัว กูไม่กล้าลงรถ ก็จะอะไรหล่ะค่ะพี่แกเล่นเคาะกระจกในมือถืออาวุธพร้อม เฮ้ยยยย...ถือไก่ย่าง เพื่อจะให้เราช่วยซื้อ...ใจจริงเราอยากทานนกมากกกก แต่จะซื้อคนนี้ก็ต้องซื้อคนโน้นด้วย....สรุป..ไม่ต้องซื้อสักคน
>>> ลงรถปุ๊บ พวกเราก็รีบจ้ำอ้าวเข้าร้านทันที พี่แกก็ยังตามติดมาเป็นหางว่าว ประมาณว่าคนขายเยอะมว๊ากกกกกค่ะ.....
ร้านนี้คงจะดูดีที่สุดในบริเวณนี้แล้ว ดูสะอาดน่านั่ง ก็เลยสั่งส้มตำลาว เนื้อแดดเดียวย่างเป็นเส้น เส้นก็เล็กนิดเดียวค่ะ 4 เส้น 100 บาท....ไก่ย่าง 1 จาน ไม่รู้ว่าเป็นลูกไก่ป่าวได้นิดเดียวเอง เฝ๋ออีกสักถ้วย จะได้มีน้ำเอาไว้ซด....ข้าวเหนียวอีก 2 กระติ๊บ
....ร้านบ้าน ๆ ค่ะ แต่แพงอ่ะ คือที่เราสั่ง ๆ มาอ่ะ อย่างละนิดละหน่อย น้ำก็ต้องซื้อ พอเรียกเก็บเงิน 500 บาท กินแล้วก็ต้องจ่ายนะ อย่าทำตามแบบทัวร์ชาวจีนกินแล้วไม่จ่ายตังค์...
ดูแผนที่ขนาดใหญ่ขึ้น