หลังจากที่เมื่อวานได้เข้าไปอ่าน #นินทาครู เห็นคนเข้ามาเล่าเรื่องครูของตัวเอง นี่อยากเล่าบ้างค่ะ แต่ยาวเกิน140ตัวอักษร
เริ่มเลยละกัน
คือเรื่องมันเริ่มตั้งแต่เราอยู่ป.2อ่ะ คือเราเป็นเด็กหน้าบึ้งๆ ไม่ใช่คนยิ้มตลอดเวลา ครูประจำชั้นเลยไปบอกแม่ว่า ลูกสาวชอบชักสีหน้า เราก็ไม่ไร พยายามปรับ + เรื่องที่เราไม่ใช่เด็กอ้อนครู แบบมีของฝาก มีนวดไหล่ครูแบบเพื่อนบางคน แต่เราก็มีความแฮปปี้กับวัยเด็กมาก แต่สัมผัสได้ตั้งแต่ตอนนั้นแล้วว่าเขาไม่ค่อยชอบเรานะ
เพราะพ่อต้องไปประชุมต่างจังหวัดบ่อยช่วงเราเด็กๆ เลยพาแม่กับเราไปด้วย พ่อชอบให้เรียนรู้นอกห้องเรียน แบบจริงจัง นี่ไม่ได้เล่าแบบโลกสวยค่า เวลาไปประชุมก็จะให้แม่พาไปแหล่งเรียนรู้ ซื้อหนังสือให้อ่าน หลากหลายมาก เราก็จะได้ความรู้ส่วนใหญ่จากตรงนั้น ยอมรับเลยว่าขาดโรงเรียนบ่อย แต่ก็ไม่มากเกิน นั่นทำครูไม่ชอบเรามาก แต่พอมาโรงเรียนเราก็ตามทัน เข้ากับเพื่อนได้ พอป.3พ่อเลยไม่ค่อยพาไปไหนแล้ว เพราะครูเตือนมา
เรื่องมันก็ผ่านไปคิดว่าไม่มีไรแล้ว มารรตามแบบเพื่อนคนอื่น
จนมาป.5 ครูประจำชั้นตอนป.2คนนั้น ย้ายมาประจำป.5 เลยได้เจอกันอีกรอบ รอบนี้คือเราโตพอที่จะรู้เรื่องแล้ว
เออ เวลาว่างครูชอบเล่าปัญหาครอบครัวเขาให้ฟัง เราว่าเขาอาจจะมีเรื่องจากที่บ้าน แล้วหาที่ลงไม่ได้
คัดมาเด็ดๆ3เรื่องค่ะ
1. ตอนนั้นที่รรมีโครงการฝึกเด็กวาดรูปคือ ถ้าใครอยู่ในโครงการจะได้ไปกินข้าวก่อนเพื่อนประมาณ15นาที เพื่อเอาเวลาพักเที่ยงมาฝึกวาดรูป เราไม่ได้สมัครเข้าโครงการ แต่มีเพื่อนสนิทๆกัน2-3คนเข้า เราก็ไม่ไร ไปกินข้าวเพื่อนคนอื่นได้ เรื่องมันก็ไม่มีไร จนวันนึง เรียนเย็บผ้า แล้วเราทำเสร็จเร็ว ครูบอกใครเสร็จแล้วพักได้ เราก็เข้าใจว่าพักกลางวัน (คาบนั้นคือก่อนพักกลางวัน) เลยลงไปกินข้าวกับเพื่อนที่อยู่โครงการวาดรูป ลงไปยังไม่ได้กินข้าวเลย เพื่อนวิ่งมาตาม บอกว่าครูโกรธมาก ที่แอบหนีมากินก่อน เราตกใจเลยกลับไปหาครูคนนั้น หานานจนไม่ได้กินข้าวเที่ยง จนเจอครูสอนเย็บผ้า ครูบอกไม่มีไร เขาไม่รู้ด้วยซ้ำ เราก็ขอโทษไป เดินกลับไปห้องประจำ( ไม่ได้กินข้าว TT) เจอครูประจำชั้นรออยู่ บอกว่าทำไมทำแบบนี้ หนีไปกินก่อนทำไม ทำไมไม่ไปพร้อมคนอื่น เราก็เล่าไปว่าเข้าใจผิด เขาหาว่าเราโกหก พอหลังพักเพื่อนไปเรียนวิทย์กันที่แล็บอีกตึก เราจะไป เขาบอกขอคุย เขาถามแบบที่บ้านมีปัญหาหรอ เป็นคนยังไง พ่อแม่ตามใจไหม พยายามหาเรื่องว่าเราผิดปกติจากเพื่อนคนอื่น จนไปเรียนแล็บสาย เซ็งเลย เพื่อนถามว่ามาไร ก็ตอบเพื่อนไป คิดว่าจบ โนค่ะ ต่อ
2. โรงเรียนเรา ก้อนเข้าเรียนช่วงบ่ายจะมีเข้าแถวหน้าห้อง ซึ่งปกติเราจะเป็นกลุ่มเด็กคุยเก่ง วันนั้นเข้าแถวอยู่ แปลกใจตัวเองมาก คือไม่คุยไรเลย จนเพื่อน (จำชื่อมันได้ชื่อฟิว) เรียกชื่อเรา หันไปตอบมันว่า "ห๊ะ?" แค่นั้นจริงๆ (ไม่ได้พูดให้ตัวเองดูดี) ครูเดินมาเลย บอกว่าเป็นไร ชวนเพื่อนคุยทำไม พูดมาก ไล่เราลงไปคุกเข่าหน้าเสาธง (ตึกรรเราเป็นตัวU เสาธงอยู่ตรงกลาง คือมองเห็นได้ทั้งโรงเรียน) แล้วคือมันประมาณ12.45แดดมันก็ร้อนใช่มะ แล้วพื้นหน้าเสาเป็นปูนแตกๆ ทั้งร้อนทั้งเจ็บ (ในใจตอนนั้นมีความสนุกปนเปเล็กน้อย เป็นประสบการณ์ใหม่555555) นั่งไปสัก5นาที ครูสอนรำไทย ตกใจเดินเข้ามาถาม ก็บอกไปว่า ครูให้ลงมาคุกเข่าเพราะชวนเพื่อนคุย ครูเขาเลยบอกว่าแบบนี้มันไม่ดี ให้กลับขึ้นไป เราก็กลัวครูประจำชั้น เลยนั่งต่อไปสัก2นาที ครูที่สนิทกับครูประจำชั้นตะโกนลงมาว่า เห้ย หนูไปทำไร เราก็ตอบไปแบบเดิม ครูคนนั้นเลยเดินไปคุยกับครูเรา เขาเลยเรียกขึ้นไป พอขึ้นไปเห็นหน้าเลย เขาไม่พอใจที่ทำไรเราไม่ได้ (คืองงว่าแค้นไรกันมาขนาดนั้น)
3. เราเป็นคริสต์ พ่อแม่จะมาบอกครูให้ทุกต้นปีว่าเราเป็นคริสต์นะ ขอไม่สวดมนต์ตอนเช้านะ เป็นมาแบบยี้ด้วยดีตั้งแต่อนุบาล1 จนมาป.5นี่แหฃะค่ะคุณผู้ชม คาบแรกวันศุกร์ รรมีสวดมนต์ทั้งคาบ เราก็จะนั่งเฉยๆ บางทีก็เอาการบ้านมาทำ เป็นมาแบบนี้ทึกอาทิตย์ จนวันนั้นค่ะทุกคน จบคาบสวดมนต์ ครูบอกให้เราลุกขึ้น เราก็งง เขาบอกทำไมไม่สวดมนต์ เราว่าก็เป็นคริสต์ เขาบอกรู้แล้วแต่ทำไมไม่สวด (รอบนี้พลังเพื่อนค่ะ เพื่อนช่วย เพื่อนบอกก็เขาเป็นคริสต์อ่ะครู) ครูบอกเป็นคริสต์แล้วไม่คิดจะนับถืออะไรเลยหรอ เราเลยบอกว่าคริสเตียนห้ามกราบไหว้สิ่งอื่นค่ะ เขาเริ่มแถ บอกบทไหว้ครูก็ไม่ได้หรอ คนเราไม่มีครูหรอ เราเลยงัดไม้นี้ออกมา บอกว่าแม่สั่งไว้ค่ะ ห้ามสวดไรเลย เขาบอกทำไมซิสเตอร์ยังสวดได้ (รรคาทอลิกน่ะ) เราบอกคนละนิกายค่ะ เขาไม่จบ บอกว่าอาทิตย์หน้าสวดด้วยนะ เราก็ค่ะๆ แน่ก็ไม่สวดอยู่ดีหลังจากนั้นก็พยายามหลบครูในคาบสวดมนต์
เสริมๆ เวลาเขาคุยกับเราตอนจะหาเรื่อง จะแบบกัดฟันนิดนึง แบบพูดไปกัดฟันไป แบบคนโมโห
ตอนนั้นไม่เข้าใจ คือทั้ง3เรื่องนี้ ไม่ได้เล่าให้พ่อแม่ฟังเลย รู้สึกว่าเรื่องแบบนี้มันดูแย่เกินไปสำหรับคนจะเป็นครู ทำไมตอนนั้นไม่คิดทำไรเลย
*อยากฝากพ่อแม่เวลาเอาลูกไปเข้าโรงเรียนค่ะ อย่าดูแค่ว่าโรงเรียนดัง พยายามหาข้อมูลด้านครูนิดนึงค่ะ ว่าครูดี เอาใจใส่เด็กมากน้อยแค่ไหน แยกแยะเรื่องต่างๆได้แค่ไหน
เราว่าครูแบบนี้มีอีกเยอะนะ แต่ยังดีที่ช่วงวัยเด็ก เราเจอแค่คนเดียว
**ฝากไว้ถึงคนจะเป็นครูด้วยค่ะ เด็กจำได้นะคะ อย่าคิดว่าเด็กลืม ครูเองอาจลืม แต่เด็กไม่ลืมค่ะ
***หรือเรามองครูเขาว่าไม่ดีเอง จริงๆไม่มีไร (แต่เรารู้สึกว่ามี555555)
#นินทาครู ทำให้นึกถึงเรื่องตอนป.5
เริ่มเลยละกัน
คือเรื่องมันเริ่มตั้งแต่เราอยู่ป.2อ่ะ คือเราเป็นเด็กหน้าบึ้งๆ ไม่ใช่คนยิ้มตลอดเวลา ครูประจำชั้นเลยไปบอกแม่ว่า ลูกสาวชอบชักสีหน้า เราก็ไม่ไร พยายามปรับ + เรื่องที่เราไม่ใช่เด็กอ้อนครู แบบมีของฝาก มีนวดไหล่ครูแบบเพื่อนบางคน แต่เราก็มีความแฮปปี้กับวัยเด็กมาก แต่สัมผัสได้ตั้งแต่ตอนนั้นแล้วว่าเขาไม่ค่อยชอบเรานะ
เพราะพ่อต้องไปประชุมต่างจังหวัดบ่อยช่วงเราเด็กๆ เลยพาแม่กับเราไปด้วย พ่อชอบให้เรียนรู้นอกห้องเรียน แบบจริงจัง นี่ไม่ได้เล่าแบบโลกสวยค่า เวลาไปประชุมก็จะให้แม่พาไปแหล่งเรียนรู้ ซื้อหนังสือให้อ่าน หลากหลายมาก เราก็จะได้ความรู้ส่วนใหญ่จากตรงนั้น ยอมรับเลยว่าขาดโรงเรียนบ่อย แต่ก็ไม่มากเกิน นั่นทำครูไม่ชอบเรามาก แต่พอมาโรงเรียนเราก็ตามทัน เข้ากับเพื่อนได้ พอป.3พ่อเลยไม่ค่อยพาไปไหนแล้ว เพราะครูเตือนมา
เรื่องมันก็ผ่านไปคิดว่าไม่มีไรแล้ว มารรตามแบบเพื่อนคนอื่น
จนมาป.5 ครูประจำชั้นตอนป.2คนนั้น ย้ายมาประจำป.5 เลยได้เจอกันอีกรอบ รอบนี้คือเราโตพอที่จะรู้เรื่องแล้ว
เออ เวลาว่างครูชอบเล่าปัญหาครอบครัวเขาให้ฟัง เราว่าเขาอาจจะมีเรื่องจากที่บ้าน แล้วหาที่ลงไม่ได้
คัดมาเด็ดๆ3เรื่องค่ะ
1. ตอนนั้นที่รรมีโครงการฝึกเด็กวาดรูปคือ ถ้าใครอยู่ในโครงการจะได้ไปกินข้าวก่อนเพื่อนประมาณ15นาที เพื่อเอาเวลาพักเที่ยงมาฝึกวาดรูป เราไม่ได้สมัครเข้าโครงการ แต่มีเพื่อนสนิทๆกัน2-3คนเข้า เราก็ไม่ไร ไปกินข้าวเพื่อนคนอื่นได้ เรื่องมันก็ไม่มีไร จนวันนึง เรียนเย็บผ้า แล้วเราทำเสร็จเร็ว ครูบอกใครเสร็จแล้วพักได้ เราก็เข้าใจว่าพักกลางวัน (คาบนั้นคือก่อนพักกลางวัน) เลยลงไปกินข้าวกับเพื่อนที่อยู่โครงการวาดรูป ลงไปยังไม่ได้กินข้าวเลย เพื่อนวิ่งมาตาม บอกว่าครูโกรธมาก ที่แอบหนีมากินก่อน เราตกใจเลยกลับไปหาครูคนนั้น หานานจนไม่ได้กินข้าวเที่ยง จนเจอครูสอนเย็บผ้า ครูบอกไม่มีไร เขาไม่รู้ด้วยซ้ำ เราก็ขอโทษไป เดินกลับไปห้องประจำ( ไม่ได้กินข้าว TT) เจอครูประจำชั้นรออยู่ บอกว่าทำไมทำแบบนี้ หนีไปกินก่อนทำไม ทำไมไม่ไปพร้อมคนอื่น เราก็เล่าไปว่าเข้าใจผิด เขาหาว่าเราโกหก พอหลังพักเพื่อนไปเรียนวิทย์กันที่แล็บอีกตึก เราจะไป เขาบอกขอคุย เขาถามแบบที่บ้านมีปัญหาหรอ เป็นคนยังไง พ่อแม่ตามใจไหม พยายามหาเรื่องว่าเราผิดปกติจากเพื่อนคนอื่น จนไปเรียนแล็บสาย เซ็งเลย เพื่อนถามว่ามาไร ก็ตอบเพื่อนไป คิดว่าจบ โนค่ะ ต่อ
2. โรงเรียนเรา ก้อนเข้าเรียนช่วงบ่ายจะมีเข้าแถวหน้าห้อง ซึ่งปกติเราจะเป็นกลุ่มเด็กคุยเก่ง วันนั้นเข้าแถวอยู่ แปลกใจตัวเองมาก คือไม่คุยไรเลย จนเพื่อน (จำชื่อมันได้ชื่อฟิว) เรียกชื่อเรา หันไปตอบมันว่า "ห๊ะ?" แค่นั้นจริงๆ (ไม่ได้พูดให้ตัวเองดูดี) ครูเดินมาเลย บอกว่าเป็นไร ชวนเพื่อนคุยทำไม พูดมาก ไล่เราลงไปคุกเข่าหน้าเสาธง (ตึกรรเราเป็นตัวU เสาธงอยู่ตรงกลาง คือมองเห็นได้ทั้งโรงเรียน) แล้วคือมันประมาณ12.45แดดมันก็ร้อนใช่มะ แล้วพื้นหน้าเสาเป็นปูนแตกๆ ทั้งร้อนทั้งเจ็บ (ในใจตอนนั้นมีความสนุกปนเปเล็กน้อย เป็นประสบการณ์ใหม่555555) นั่งไปสัก5นาที ครูสอนรำไทย ตกใจเดินเข้ามาถาม ก็บอกไปว่า ครูให้ลงมาคุกเข่าเพราะชวนเพื่อนคุย ครูเขาเลยบอกว่าแบบนี้มันไม่ดี ให้กลับขึ้นไป เราก็กลัวครูประจำชั้น เลยนั่งต่อไปสัก2นาที ครูที่สนิทกับครูประจำชั้นตะโกนลงมาว่า เห้ย หนูไปทำไร เราก็ตอบไปแบบเดิม ครูคนนั้นเลยเดินไปคุยกับครูเรา เขาเลยเรียกขึ้นไป พอขึ้นไปเห็นหน้าเลย เขาไม่พอใจที่ทำไรเราไม่ได้ (คืองงว่าแค้นไรกันมาขนาดนั้น)
3. เราเป็นคริสต์ พ่อแม่จะมาบอกครูให้ทุกต้นปีว่าเราเป็นคริสต์นะ ขอไม่สวดมนต์ตอนเช้านะ เป็นมาแบบยี้ด้วยดีตั้งแต่อนุบาล1 จนมาป.5นี่แหฃะค่ะคุณผู้ชม คาบแรกวันศุกร์ รรมีสวดมนต์ทั้งคาบ เราก็จะนั่งเฉยๆ บางทีก็เอาการบ้านมาทำ เป็นมาแบบนี้ทึกอาทิตย์ จนวันนั้นค่ะทุกคน จบคาบสวดมนต์ ครูบอกให้เราลุกขึ้น เราก็งง เขาบอกทำไมไม่สวดมนต์ เราว่าก็เป็นคริสต์ เขาบอกรู้แล้วแต่ทำไมไม่สวด (รอบนี้พลังเพื่อนค่ะ เพื่อนช่วย เพื่อนบอกก็เขาเป็นคริสต์อ่ะครู) ครูบอกเป็นคริสต์แล้วไม่คิดจะนับถืออะไรเลยหรอ เราเลยบอกว่าคริสเตียนห้ามกราบไหว้สิ่งอื่นค่ะ เขาเริ่มแถ บอกบทไหว้ครูก็ไม่ได้หรอ คนเราไม่มีครูหรอ เราเลยงัดไม้นี้ออกมา บอกว่าแม่สั่งไว้ค่ะ ห้ามสวดไรเลย เขาบอกทำไมซิสเตอร์ยังสวดได้ (รรคาทอลิกน่ะ) เราบอกคนละนิกายค่ะ เขาไม่จบ บอกว่าอาทิตย์หน้าสวดด้วยนะ เราก็ค่ะๆ แน่ก็ไม่สวดอยู่ดีหลังจากนั้นก็พยายามหลบครูในคาบสวดมนต์
เสริมๆ เวลาเขาคุยกับเราตอนจะหาเรื่อง จะแบบกัดฟันนิดนึง แบบพูดไปกัดฟันไป แบบคนโมโห
ตอนนั้นไม่เข้าใจ คือทั้ง3เรื่องนี้ ไม่ได้เล่าให้พ่อแม่ฟังเลย รู้สึกว่าเรื่องแบบนี้มันดูแย่เกินไปสำหรับคนจะเป็นครู ทำไมตอนนั้นไม่คิดทำไรเลย
*อยากฝากพ่อแม่เวลาเอาลูกไปเข้าโรงเรียนค่ะ อย่าดูแค่ว่าโรงเรียนดัง พยายามหาข้อมูลด้านครูนิดนึงค่ะ ว่าครูดี เอาใจใส่เด็กมากน้อยแค่ไหน แยกแยะเรื่องต่างๆได้แค่ไหน
เราว่าครูแบบนี้มีอีกเยอะนะ แต่ยังดีที่ช่วงวัยเด็ก เราเจอแค่คนเดียว
**ฝากไว้ถึงคนจะเป็นครูด้วยค่ะ เด็กจำได้นะคะ อย่าคิดว่าเด็กลืม ครูเองอาจลืม แต่เด็กไม่ลืมค่ะ
***หรือเรามองครูเขาว่าไม่ดีเอง จริงๆไม่มีไร (แต่เรารู้สึกว่ามี555555)