สุดยอดความคิดเห็น
ความคิดเห็นที่ 1
ช้ากว่าคนอื่น ... ???
คิดแต่เรื่องจำนวนเงิน มีมาก มีน้อย มันก็ช้ากว่าคนอื่นนะซิ
ใครเค๊าจะมีแสนล้าน ก็เรื่องของเค๊าซิ
เรามีแค่ นิดหน่อย ถ้าเราพอใจ ... มันก็คือ ประสบความสำเร็จแล้ว
เดินตามตูดคนอื่นทำไม ... ตัวเราพอใจ นั่นแหละ จบ
คิดแต่เรื่องจำนวนเงิน มีมาก มีน้อย มันก็ช้ากว่าคนอื่นนะซิ
ใครเค๊าจะมีแสนล้าน ก็เรื่องของเค๊าซิ
เรามีแค่ นิดหน่อย ถ้าเราพอใจ ... มันก็คือ ประสบความสำเร็จแล้ว
เดินตามตูดคนอื่นทำไม ... ตัวเราพอใจ นั่นแหละ จบ
ตับอ่อนอักเสบ ถูกใจ, tomoko ถูกใจ, hkid ถูกใจ, สมาชิกหมายเลข 2166727 ถูกใจ, peterpancake ถูกใจ, กูมุสตา ถูกใจ, ครอบครัวตัวฮา(H)(DE) ถูกใจ, SICKHEART ถูกใจ, Sybarite_Guy ถูกใจ, เข้ามากดปุ่ม ถูกใจรวมถึงอีก 33 คน ร่วมแสดงความรู้สึก
ความคิดเห็นที่ 6
ผมกลับมองเป็นโอกาสที่คุณได้สร้างบุญ สร้างกุศลนะ เงินคุณอาจดูน้อยกว่าคนอื่น แต่บุญอาจล้ำหน้าก็ได้ ทำไปเถอะครับ ต้องได้ดีแน่ๆ คุณโชคดีแล้วที่มีกำลังทรัพย์ช่วยเหลือพระอรหันต์ของคุณ
tomoko ถูกใจ, hkid ถูกใจ, peterpancake ถูกใจ, เข้ามากดปุ่ม ถูกใจ, คุณชายภุชคินทร์ ถูกใจ, สมาชิกหมายเลข 1052994 ถูกใจ, ต๊าก กะ ตุ๊ยพูดว่า ถูกใจ, สมาชิกหมายเลข 1463095 ถูกใจ, รักนะโซชิ ถูกใจ, สมาชิกหมายเลข 1987262 ถูกใจรวมถึงอีก 7 คน ร่วมแสดงความรู้สึก
ความคิดเห็นที่ 4
ต้นทุนชีวิต คนเราไม่เท่ากันค่ะ
พยามคิดอยู่เสมอว่า
มีลมหายใจ อยู่ ก็พอใจแล้ว
ไม่เป็นโรคอะไร ก็พอใจแล้ว
มีข้าวกิน ก็พอใจแล้ว
เข้าใจคำนี้ เมื่อตอนกำลังป่วยหนัก เข้าผ่าตัด
แต่คำว่าพอใจแล้ว ไม่ใช่ให้เราขี้เกียจ แต่เป็นการให้กำลังใจในการสู้ต่อค่ะ
คนเราผ่านอุปสรรค ปัญหา อะไรมา ถ้าผ่านไปได้ มันเหมือนภูมิคุ้มกันในชีวิต ค่ะ
สู้ๆ นะคะ
พยามคิดอยู่เสมอว่า
มีลมหายใจ อยู่ ก็พอใจแล้ว
ไม่เป็นโรคอะไร ก็พอใจแล้ว
มีข้าวกิน ก็พอใจแล้ว
เข้าใจคำนี้ เมื่อตอนกำลังป่วยหนัก เข้าผ่าตัด
แต่คำว่าพอใจแล้ว ไม่ใช่ให้เราขี้เกียจ แต่เป็นการให้กำลังใจในการสู้ต่อค่ะ
คนเราผ่านอุปสรรค ปัญหา อะไรมา ถ้าผ่านไปได้ มันเหมือนภูมิคุ้มกันในชีวิต ค่ะ
สู้ๆ นะคะ
สมาชิกหมายเลข 1685680 ถูกใจ, สมาชิกหมายเลข 2031773 ซึ้ง, hkid ถูกใจ, สมาชิกหมายเลข 2166727 ถูกใจ, สมาชิกหมายเลข 907937 ถูกใจ, เข้ามากดปุ่ม ถูกใจ, สมาชิกหมายเลข 1184265 ถูกใจ, จดหมายรัก ถูกใจ, Angel_Orange ถูกใจ, จอมโจรขี้เซา ถูกใจรวมถึงอีก 10 คน ร่วมแสดงความรู้สึก
▼ กำลังโหลดข้อมูล... ▼
แสดงความคิดเห็น
คุณสามารถแสดงความคิดเห็นกับกระทู้นี้ได้ด้วยการเข้าสู่ระบบ
กระทู้ที่คุณอาจสนใจ
อ่านกระทู้อื่นที่พูดคุยเกี่ยวกับ
ปัญหาชีวิต
ปัญหาครอบครัว
ชีวิตที่ต้องใช้หนีก้อนโตให้ที่บ้าน กว่าจะลืมตาอ้าปากได้ ทำให้ชีวิตเดินช้ากว่าคนอื่นไปหลายก้าว
ก่อนอื่นเลย ต้องบอกก่อนว่าครอบครัวผมมีกัน 4 คนครับ พ่อ แม่ พี่ชาย และตัวผม
พ่อทำงานประจำรายได้ไม่สูงมากนัก ทำให้บางเดือนก็ไม่พอสำหรับใช้จ่ายภายในครอบครัว
ส่วนพี่ชายผมขอไม่พูดถึงนะครับ หายสาบสูญไม่กลับบ้านมานานมากแล้ว
ผมทำงานประจำครับ มีรายได้พอสมควร และแต่ในแต่ละเดือนผมมีรายจ่ายที่มากเกินกว่า 50% และแน่นอน มันคือหนี้ก้อนโตที่ต้องร่วมชดใช้ให้พ่อกับแม่
ผมถือเป็นเสาหลักของบ้านรองจากพ่อ เผลอๆอาจเป็นแทนพ่อด้วยครับ ถ้ามองกันจริงๆ แต่ผมก็เต็มใจกับสถานะนี้
เพราะการเป็นหนี้ นี้แหละ ทำให้ผมโตขึ้น มีความรับผิดชอบมากขึ้น
จากที่เมื่อก่อนตั้งแต่เด็กจนถึงมหาลัย ผมได้แต่เรียนๆเล่นๆ ไม่สนใจอะไรมากนักเพราะที่ผ่านมาเข้าใจมาตลอดว่าบ้านเรามีฐานะดีพอสมควร
ไม่ได้เดือดร้อนอะไร แต่ความจริงก็ปรากฎเมื่อจบปี 4 และเริ่มเข้าทำงานครับ
เมื่อแม่เดินมาบอกผมกับพ่อและพี่ชายว่า แม่เป็นหนี้ก้อนโต เอารถเอาบ้านไปจำนองสถาบันปล่อยเงินกู้
แต่ก็นั่นแหละครับ ผมทำอะไรไม่ได้ นอกจากยิ้มรับ และช่วยแม่ชดใช้หนี้จนถึงทุกวันนี้ผ่านมาแล้ว 3 ปี
กับหนี้ก้อนโต และรับผิดชอบค่าใช่จ่ายภายในบ้าน รวมถึงเงินเดือนที่ต้องให้แม่ใช้จ่ายในแต่ละเดือน(แม่เป็นแม่บ้านไม่ได้ทำงานครับ)
เพราะหนี้พวกนี้แหละครับ บางครั้งผมก็ท้อๆ นะ ที่เราหารายได้มากเท่าไร มันก็ต้องหมดไปกับรายจ่ายที่มันไม่ได้ก่อประโยชน์กับเราเลย
ไม่ได้เป็นหนี้ดี ที่งอกเงยในอนาคต กว่าผมจะตั้งตัวได้และใช้หนี้หมด ลองคำนวณดูแล้วก็อีกเกือบ 3 -4 ปี
เรื่องสร้างอนาคต สร้างครอบครัวทำให้ผมต้องคิดหนัก
ว่าหากผมยังวนลูปอยู่แบบนี้ ได้รายรับใช้หนี้ รายรับ ใช้หนี้ กว่าจะมีเงินลงทุน เงินสร้างอนาคตตามที่ตั้งใจไว้
คงต้องใช้เวลานานพอสมควร เรื่องแต่งงานมีครอบครัวเล็กๆ ก็ต้องพับโครงการไว้อีกหลายปี
เพราะผมไม่อยากให้แฟนต้องมาลำบาก อยากเคลียร์ตัวเองกับหนี้ที่บ้าน หนี้ของแม่ ให้หมด
อีกอย่างผมก็กลัวนะครับ ว่าไม่รุ้แฟนผมจะรอผมไหวมั้ย จะอยากมีอนาคตร่วมกันกับผมมั้ยที่มีภาระมากมายขนาดนี้
กลัวเธอจะเปลี่ยนใจจริงๆครับ แฟนผมดีมากครับ ไม่เคยเรียกร้องอะไรจากผมเลย คงเพราะรู้สถานะการเงินของผมดี
แถมบางเดือนที่ผมไม่พอ ยังยื่นมือมาช่วยเหลือผมเสมอ จนผมละอายมากครับ แทนที่จะต้องเป็นคนดูแลช่วยเหลือเธอ
วันนี้ผมขอมาแชร์เรื่องราวของผมบ้าง มีใครหัวอกเดียวกัน มาแชร์วิธีคิด วิธีแก้ปัญหา หรือแนวทางแนวคิดดีๆ ได้นะครับ
จะขอบพระคุณเป็นอย่างสูงมากครับ